Home » ระวังตกงาน! AI อินฟลูฯ ครองโฆษณาไทย






ระวังตกงาน! AI อินฟลูฯ ครองโฆษณาไทย


ระวังตกงาน! AI อินฟลูฯ ครองโฆษณาไทย

สารบัญ

ปรากฏการณ์ที่อาจทำให้หลายคนต้องระวังตกงาน! AI อินฟลูฯ ครองโฆษณาไทย กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมการตลาดดิจิทัลปี 2025 การเข้ามาของอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงและระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพในวงการโฆษณา สื่อ และความคิดสร้างสรรค์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • การปฏิวัติวงการโฆษณา: AI Influencer และระบบโฆษณาอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของอุตสาหกรรมโฆษณาในประเทศไทย โดยเน้นประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในต้นทุนที่ต่ำลง
  • ความเสี่ยงต่อตลาดแรงงาน: อาชีพดั้งเดิมในวงการสื่อ เช่น นักข่าว นักโฆษณา ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์ และครีเอเตอร์ กำลังเผชิญกับความท้าทายจากการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี AI
  • ความท้าทายใหม่: แม้ AI จะเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็สร้างความท้าทายในด้านความน่าเชื่อถือของสื่อและการปรับตัวของบุคลากร ซึ่งส่งผลต่อการลงทุนในตลาดโฆษณาโดยรวม
  • ความจำเป็นในการปรับตัว: ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์เชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์ที่ซับซ้อน และความเข้าใจในพฤติกรรมมนุษย์ กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในยุคนี้

ภูมิทัศน์ใหม่ของวงการโฆษณาไทยในปี 2025

ในปี 2025 ตลาดโฆษณาไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ก้าวล้ำปรากฏการณ์ของ AI Influencer หรือ Virtual Human ได้ก้าวข้ามจากเรื่องราวในนิยายวิทยาศาสตร์มาสู่เครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง สิ่งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่แบรนด์สินค้า เอเจนซี่โฆษณา ไปจนถึงบุคลากรในสายอาชีพสื่อสารมวลชนและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันไม่เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภค แต่ยังท้าทายโครงสร้างการจ้างงานและทักษะที่เคยเป็นที่ต้องการในตลาดอีกด้วย บุคลากรทุกคนในสายงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงพลวัตที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตวงการโฆษณาที่กำลังจะมาถึง

AI Influencer คืออะไรและเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสหลัก

AI Influencer คืออะไรและเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสหลัก

การทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการรู้จักผู้เล่นคนสำคัญที่กำลังเข้ามามีบทบาท นั่นคือ AI Influencer ซึ่งกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ไม่อาจมองข้ามได้

นิยามของอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง (Virtual Human)

AI Influencer หรือ Virtual Human คือบุคคลเสมือนที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก (CGI) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) พวกเขามีตัวตน บุคลิก และเรื่องราวชีวิตบนโลกโซเชียลมีเดียเช่นเดียวกับมนุษย์จริง สามารถโพสต์รูปภาพ วิดีโอ หรือแม้กระทั่งโต้ตอบกับผู้ติดตามได้ สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างคือการดำรงอยู่บนโลกดิจิทัลเท่านั้น โดยทุกการเคลื่อนไหวและคอนเทนต์ถูกควบคุมและสร้างสรรค์โดยทีมนักพัฒนาและนักการตลาดเบื้องหลัง AI เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของแบรนด์ สามารถรีวิวสินค้า โปรโมตแคมเปญ และสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จระดับโลกและในไทย

กระแสของ AI Influencer ไม่ใช่เรื่องใหม่ในระดับโลก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Rozy จากประเทศเกาหลีใต้ ที่มีผู้ติดตามบน Instagram หลายล้านคนและได้ร่วมงานกับแบรนด์หรูมากมาย สร้างรายได้มหาศาล หรือ Ling จากประเทศจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดเอเชีย

สำหรับประเทศไทยเองก็มีตัวอย่างที่น่าจับตามองเช่นกัน คือ “ไอ-ไอรีน” (Ai Ailynn) ซึ่งถือเป็น Virtual Human คนแรกๆ ของไทยที่สร้างปรากฏการณ์และได้รับความสนใจจากแบรนด์ชั้นนำหลายแห่ง การเกิดขึ้นของ Ai Ailynn เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดไทยพร้อมแล้วที่จะเปิดรับการตลาดรูปแบบใหม่นี้ ซึ่งเป็นการปูทางให้อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงเข้ามามีบทบาทในวงการโฆษณาไทยมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนความนิยมในแวดวงการตลาดดิจิทัล

เหตุผลที่ AI Influencer ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมีหลายประการ:

  • การควบคุมได้ 100%: แบรนด์สามารถควบคุมภาพลักษณ์ ข้อความ และการกระทำของ AI Influencer ได้ทั้งหมด ลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมส่วนตัวที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้กับอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นมนุษย์
  • ความพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง: AI Influencer ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา สามารถ “ทำงาน” ได้ตลอดเวลา และปรากฏตัวในหลายๆ แคมเปญพร้อมกันได้โดยไม่มีความเหนื่อยล้า
  • ต้นทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว: แม้การสร้าง AI Influencer ในช่วงแรกอาจมีต้นทุนสูง แต่ในระยะยาวถือว่าคุ้มค่ากว่าการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ระดับแนวหน้าที่มีค่าตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ
  • ความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด: สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เหนือจินตนาการได้ เช่น การเดินทางไปในอวกาศ หรือการแปลงร่างเป็นสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้ยาก

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณาและการตลาดดิจิทัลของไทย

การมาถึงของ AI Influencer ไม่เพียงสร้างโอกาสใหม่ๆ แต่ยังนำมาซึ่งผลกระทบในวงกว้างต่อโครงสร้างของอุตสาหกรรมโฆษณาและการตลาดดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองและปรับตัว

การเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การตลาดของแบรนด์

แบรนด์ต่างๆ เริ่มหันมาจัดสรรงบประมาณการตลาดให้กับ AI Influencer มากขึ้น เนื่องจากความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Alpha ที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี กลยุทธ์การตลาดจึงเปลี่ยนไปสู่การผสมผสานระหว่างอินฟลูเอนเซอร์มนุษย์และอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง เพื่อสร้างความแปลกใหม่และครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย นอกจากนี้ ระบบโฆษณาอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังช่วยให้แบรนด์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและปรับแคมเปญโฆษณาได้อย่างเรียลไทม์ ทำให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งส่งผลให้บทบาทของ Advertising Agent แบบดั้งเดิมลดความสำคัญลง

“การลงทุนด้านโฆษณาและรายได้จากสื่อกำลังเผชิญกับภาวะหดตัวในยุค AI ซึ่งเป็นผลมาจากประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติที่ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ส่งผลให้บริษัทสื่อบางแห่งต้องลดขนาดองค์กรหรือปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อความอยู่รอด”

ความท้าทายด้านความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของผู้บริโภค

แม้ว่า AI Influencer จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รายงานหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าความไว้วางใจของสังคมต่อสื่อที่ใช้ AI ในการสร้างเนื้อหามีแนวโน้มลดลง ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจรู้สึกว่าการรีวิวสินค้าจากอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงขาดความจริงใจและความน่าเชื่อถือ เพราะพวกเขาไม่มีประสบการณ์การใช้งานจริงเหมือนมนุษย์ สิ่งนี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับนักการตลาดที่จะต้องสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพ และการรักษาความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความเข้าใจในเชิงจิตวิทยาและสังคมอย่างลึกซึ้ง

อาชีพใดบ้างที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสูงจากการเข้ามาของ AI

คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมโฆษณาและสื่อ มีหลายอาชีพที่เคยต้องอาศัยทักษะเฉพาะทางสูงกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกลดบทบาทหรือถูกแทนที่โดยสิ้นเชิง

กลุ่มงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

งานที่มีลักษณะเป็นกิจวัตร ทำซ้ำ หรือสามารถแปลงเป็นข้อมูลและรูปแบบที่ชัดเจนได้ คือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร สรุปประเด็น หรือแม้กระทั่งเขียนบทความพื้นฐานได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ ในขณะที่ระบบโฆษณาอัตโนมัติสามารถตั้งค่า จัดการ และปรับปรุงแคมเปญโฆษณาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพานักการตลาดจำนวนมากเหมือนในอดีต

ตารางเปรียบเทียบบทบาทของอาชีพดั้งเดิมกับหน้าที่ที่ AI สามารถเข้ามาทดแทนได้
อาชีพ หน้าที่ดั้งเดิม บทบาทของ AI ที่เข้ามาแทนที่
นักข่าว / นักเขียนคอนเทนต์ รวบรวมข้อมูล, สรุปข่าว, เขียนบทความพื้นฐาน, แปลภาษา ระบบ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข่าวจำนวนมาก, สรุปประเด็นสำคัญ, และสร้างเนื้อหาข่าวเบื้องต้นได้โดยอัตโนมัติ
นักโฆษณา / Advertising Agent วางแผนซื้อสื่อ, ตั้งค่าแคมเปญโฆษณา, วิเคราะห์ผลลัพธ์เบื้องต้น แพลตฟอร์มโฆษณาอัตโนมัติ (Programmatic Advertising) ใช้ AI ในการประมูลพื้นที่โฆษณาและปรับกลุ่มเป้าหมายแบบเรียลไทม์
ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์ (PR Specialist) ติดตามข่าวสารของแบรนด์ (Media Monitoring), ร่างข่าวแจกพื้นฐาน เครื่องมือ AI สามารถติดตามการกล่าวถึงแบรนด์บนโลกออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถสร้างร่างข่าวประชาสัมพันธ์ตามเทมเพลตได้
อินฟลูเอนเซอร์ / คอนเทนต์ครีเอเตอร์ สร้างคอนเทนต์, รีวิวสินค้า, โปรโมตแคมเปญ AI Influencer สามารถทำหน้าที่เหล่านี้ได้ทั้งหมด โดยแบรนด์สามารถควบคุมเนื้อหาและภาพลักษณ์ได้อย่างสมบูรณ์

การเปลี่ยนแปลงบทบาทของแรงงานในอุตสาหกรรม

การเข้ามาของ AI ไม่ได้หมายความว่าทุกตำแหน่งงานจะหายไปทั้งหมด แต่บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บุคลากรในอุตสาหกรรมจะต้องยกระดับทักษะของตนเองจากการเป็น “ผู้ปฏิบัติงาน” (Doer) ไปสู่การเป็น “นักกลยุทธ์” (Strategist) และ “ผู้ควบคุม” (Orchestrator) ตัวอย่างเช่น นักโฆษณาอาจไม่ต้องเสียเวลาไปกับการตั้งค่าแคมเปญด้วยตนเอง แต่ต้องหันไปให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ภาพรวม การตีความข้อมูลเชิงลึกที่ AI ไม่สามารถเข้าใจได้ และการตัดสินใจในเรื่องที่ต้องอาศัยวิจารณญาณและความเข้าใจในบริบทของมนุษย์

แรงกดดันนี้ส่งผลให้ตลาดแรงงานไทยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ บุคลากรที่ไม่สามารถปรับตัวหรือพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้ทันต่อความต้องการของตลาด จะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นี่คือความจริงที่ทุกคนในวงการต้องยอมรับและเตรียมพร้อมรับมือ

การปรับตัวและทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตวงการโฆษณา

ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ยังมีโอกาสสำหรับผู้ที่พร้อมจะปรับตัวและพัฒนาทักษะของตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการของอนาคตวงการโฆษณา การอยู่รอดในยุคนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับมันและสร้างคุณค่าในส่วนที่ AI ยังไม่สามารถทำได้

ทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้

แม้ AI จะมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและทำงานซ้ำๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังมีทักษะของมนุษย์อีกหลายด้านที่เทคโนโลยียังไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ซึ่งทักษะเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งในตลาดแรงงานอนาคต:

  • ความคิดสร้างสรรค์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Creativity): การคิดแคมเปญโฆษณาที่แปลกใหม่ มีความลึกซึ้ง และสามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนได้อย่างแท้จริง
  • การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Critical Thinking & Complex Problem-Solving): ความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ที่คลุมเครือ การตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ และการแก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบตายตัว
  • ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence): การทำความเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า การสร้างความสัมพันธ์ และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดที่ประสบความสำเร็จ
  • การเจรจาต่อรองและความเป็นผู้นำ (Negotiation & Leadership): ทักษะการประสานงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย การสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม และการนำพาองค์กรให้ผ่านพ้นการเปลี่ยนแปลง

แนวทางการพัฒนาตนเองเพื่อความอยู่รอดในยุคดิจิทัล

สำหรับบุคลากรในวงการโฆษณาและสื่อ การรอให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยปรับตัวอาจสายเกินไป การเริ่มต้นพัฒนาตนเองตั้งแต่วันนี้คือทางรอดที่ดีที่สุด แนวทางที่สามารถทำได้ประกอบด้วย:

  1. เรียนรู้การทำงานร่วมกับ AI (Learn to Work with AI): แทนที่จะมอง AI เป็นคู่แข่ง ให้มองเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI ต่างๆ เช่น การใช้ Generative AI ช่วยระดมสมอง หรือใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาข้อมูลเชิงลึก
  2. ยกระดับสู่การเป็นนักกลยุทธ์ (Upskill to a Strategist): ฝึกฝนทักษะการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์ตลาด และการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในระดับที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เพื่อทำหน้าที่ชี้นำทิศทางให้กับแคมเปญการตลาด
  3. พัฒนาทักษะด้านมนุษยศาสตร์ (Develop Soft Skills): ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างและมีคุณค่ามากกว่าเครื่องจักร
  4. สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Build a Niche Expertise): การเป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือมีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งอย่างลึกซึ้ง จะช่วยสร้างคุณค่าที่ AI ซึ่งมีความรู้ในวงกว้างไม่สามารถทดแทนได้

บทสรุป: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของวงการโฆษณา

ปรากฏการณ์ “ระวังตกงาน! AI อินฟลูฯ ครองโฆษณาไทย” ไม่ใช่คำขู่ที่เกินจริง แต่คือภาพสะท้อนของความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโฆษณาและการตลาดดิจิทัลในปี 2025 การเข้ามาของ AI Influencer และระบบอัตโนมัติได้สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน ลดความสำคัญของอาชีพดั้งเดิม และบังคับให้ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

อนาคตของบุคลากรในวงการนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำงานตามคำสั่งอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และนำทางเทคโนโลยีให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การเปลี่ยนผ่านนี้อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่พร้อมจะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุคใหม่ของการตลาดที่มนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ต้องทำงานร่วมกันอย่างแยกไม่ออก การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ คือกุญแจสำคัญที่จะกำหนดว่าใครจะได้ไปต่อ และใครจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสนามแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล