Home » ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บเกลื่อนตลาดไทยแล้ววันนี้






ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บเกลื่อนตลาดไทยแล้ววันนี้


ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บเกลื่อนตลาดไทยแล้ววันนี้

สารบัญ

เทคโนโลยีด้านอาหารได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อมีประกาศว่า ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บเกลื่อนตลาดไทยแล้ววันนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการมาถึงของนวัตกรรมที่เรียกว่า “เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง” (Cultured Meat) หรือ “เนื้อจากแล็บ” (Lab-grown Meat) ผลิตภัณฑ์นี้คือเนื้อสัตว์จริงที่ผลิตขึ้นจากเซลล์ของสัตว์โดยตรงในห้องปฏิบัติการ ทำให้ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเลี้ยงและฆ่าสัตว์ในระบบอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม การปรากฏตัวของผลิตภัณฑ์นี้ในตลาดไทยได้จุดประกายการถกเถียงในวงกว้าง ทั้งในแง่ของโอกาสทางธุรกิจ ความมั่นคงทางอาหาร จริยธรรม และความปลอดภัยของผู้บริโภค

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง

  • เนื้อสัตว์จริง ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากพืช: เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงผลิตจากเซลล์สัตว์จริง ทำให้มีองค์ประกอบทางชีวภาพและรสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ทั่วไป แตกต่างจากโปรตีนทางเลือกที่ทำจากพืช
  • กระบวนการผลิตที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์: เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถผลิตเนื้อสัตว์ได้โดยใช้เพียงเซลล์ตั้งต้นจำนวนเล็กน้อยจากสัตว์ที่มีชีวิต เป็นการปฏิวัติแนวคิดด้านสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมอาหาร
  • ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม: การผลิตเนื้อในห้องปฏิบัติการมีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ที่ดิน และการใช้น้ำได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการทำปศุสัตว์แบบดั้งเดิม
  • ความท้าทายด้านการยอมรับและต้นทุน: แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่การยอมรับของผู้บริโภค ราคาที่ยังคงสูง และการขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดยังคงเป็นความท้าทายหลัก
  • การเริ่มต้นในตลาดประเทศไทย: การอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศไทยถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในวงจำกัด แต่ก็เป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของ โปรตีนทางเลือก และ อาหารแห่งอนาคต

บทนำสู่โลกของอาหารแห่งอนาคต

การมาถึงของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในระบบการผลิตอาหารทั่วโลก การเติบโตของประชากรโลกที่คาดว่าจะสูงถึงหมื่นล้านคนในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ทำให้ความต้องการโปรตีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล ขณะที่ระบบการเกษตรแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับข้อจำกัดทั้งในด้านทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นวัตกรรมเช่นเนื้อจากแล็บจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในคำตอบสำหรับความท้าทายเหล่านี้

ทำไมเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจึงมีความสำคัญในปัจจุบัน

ความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็น โปรตีนทางเลือก แต่ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นใหญ่ระดับโลกหลายประการ ประการแรกคือ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) การผลิตเนื้อสัตว์ในระบบปิดที่ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ ฤดูกาล หรือการระบาดของโรคในสัตว์ ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานอาหาร ประการที่สองคือความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมปศุสัตว์เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจึงมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และประการสุดท้ายคือการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจในประเด็นด้านจริยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น

นวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ใครบ้าง

เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการลดผลกระทบจากการบริโภคของตนเอง ไปจนถึงกลุ่มผู้ที่กังวลเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์แต่ยังคงต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ยังรวมถึงกลุ่มผู้ที่มองหาอาหารที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากกระบวนการผลิตในห้องปฏิบัติการสามารถควบคุมการปนเปื้อนของเชื้อโรคและลดการใช้ยาปฏิชีวนะได้ดีกว่าฟาร์มแบบเปิด ในขณะเดียวกัน สำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุน นี่คือตลาดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ อาหารแห่งอนาคต ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก

เจาะลึกกระบวนการผลิต: จากเซลล์สู่จานอาหาร

เจาะลึกกระบวนการผลิต: จากเซลล์สู่จานอาหาร

แนวคิดของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อเป็นอาหารอาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีนี้ตั้งอยู่บนหลักการทางชีววิทยาที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามานานหลายทศวรรษ กระบวนการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อเลียนแบบการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นภายนอกร่างกายของสัตว์

คำจำกัดความของ “เนื้อจากแล็บ”

เนื้อจากแล็บ หรือ เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง คือเนื้อสัตว์ที่ได้จากการนำเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) หรือเซลล์กล้ามเนื้อของสัตว์มาเพาะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอย่างดีภายในห้องปฏิบัติการ เซลล์เหล่านี้จะถูกป้อนสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เช่น กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุ ทำให้เซลล์สามารถแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเส้นใยกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อสัตว์ที่บริโภคกันทั่วไป ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อสัตว์จริงที่มีโครงสร้างระดับเซลล์เหมือนกับเนื้อที่มาจากสัตว์ แต่ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ที่มีชีวิตและระบบประสาทที่รับรู้ความเจ็บปวด

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงไม่ใช่เนื้อสัตว์เทียมหรือผลิตภัณฑ์จากพืช แต่เป็นเนื้อสัตว์แท้ 100% ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไป

ขั้นตอนการสร้างเนื้อสัตว์ในห้องปฏิบัติการ

กระบวนการผลิตเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้:

  1. การเก็บตัวอย่างเซลล์ (Cell Sourcing): เริ่มต้นด้วยการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อขนาดเล็กจากสัตว์ที่มีชีวิต เช่น วัว หมู หรือไก่ ผ่านกระบวนการที่ไม่สร้างความเจ็บปวดให้สัตว์ (Biopsy) ซึ่งสามารถทำได้เพียงครั้งเดียวเพื่อเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจำนวนมาก
  2. การเพาะเลี้ยงเซลล์ (Cell Culturing): นำเซลล์ที่ได้มาใส่ในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนร่างกายของสัตว์ โดยมีการควบคุมอุณหภูมิและสภาวะต่างๆ ให้เหมาะสม พร้อมทั้งให้ “อาหารเลี้ยงเซลล์” (Culture Medium) ซึ่งเป็นของเหลวที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นเพื่อให้เซลล์แบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างทวีคูณ
  3. การสร้างเนื้อเยื่อ (Tissue Formation): เมื่อมีเซลล์ในปริมาณที่มากพอ เซลล์จะถูกกระตุ้นให้เปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน และเซลล์เกี่ยวพัน จากนั้นจะนำไปจัดเรียงบนโครงสร้างที่กินได้ (Edible Scaffolding) เพื่อให้เซลล์ยึดเกาะและเรียงตัวกันเป็นเส้นใยกล้ามเนื้อที่มีโครงสร้างสามมิติ
  4. การเก็บเกี่ยว (Harvesting): หลังจากใช้เวลาเพาะเลี้ยงประมาณ 9 สัปดาห์ หรือตามระยะเวลาที่กำหนด เนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตเต็มที่จะถูกเก็บเกี่ยวและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น เนื้อบด ไส้กรอก หรือนักเก็ต พร้อมสำหรับการปรุงอาหารและบริโภค

ความแตกต่างระหว่างเนื้อเพาะเลี้ยงและเนื้อจากพืช

แม้ว่าทั้งสองจะเป็น โปรตีนทางเลือก ที่กำลังได้รับความนิยม แต่ก็มีความแตกต่างพื้นฐานที่สำคัญ การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเองได้ดียิ่งขึ้น

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงและเนื้อจากพืช
คุณสมบัติ เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง (Cultured Meat) เนื้อจากพืช (Plant-Based Meat)
แหล่งที่มาของวัตถุดิบ เซลล์ตั้งต้นจากสัตว์จริง โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี เห็ด
องค์ประกอบทางชีวภาพ ประกอบด้วยเซลล์กล้ามเนื้อและไขมันของสัตว์จริง ประกอบด้วยโปรตีนพืช ไขมันพืช และสารปรุงแต่งต่างๆ
รสชาติและเนื้อสัมผัส มีเป้าหมายให้เหมือนกับเนื้อสัตว์ดั้งเดิม 100% พยายามเลียนแบบรสชาติและเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์
คุณค่าทางโภชนาการ มีโปรตีนและสารอาหารคล้ายเนื้อสัตว์ทั่วไป สามารถปรับแต่งได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่ใช้ อาจมีใยอาหารสูง ไม่มีคอเลสเตอรอล
กระบวนการผลิตหลัก เทคโนโลยีชีวภาพและการเพาะเลี้ยงเซลล์ กระบวนการแปรรูปอาหารและการสกัดโปรตีนจากพืช

บริบทตลาดและผลกระทบในประเทศไทย

การที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยได้ประกาศอนุมัติการจำหน่ายเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นครั้งแรก ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศแถวหน้าของภูมิภาคที่เปิดรับนวัตกรรมอาหารนี้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมมาพร้อมกับทั้งโอกาสและความท้าทายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

สถานการณ์ปัจจุบันของเนื้อแล็บในตลาดไทย

แม้พาดหัวข่าวจะระบุว่า ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บเกลื่อนตลาดไทยแล้ววันนี้ แต่ในความเป็นจริง สถานการณ์ในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดตัวสู่ตลาด การจำหน่ายยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมและร้านอาหารเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ และยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ทั่วไป ปริมาณการผลิตยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการในวงกว้างได้ และราคายังคงสูงกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กระแสความสนใจจากผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสื่อต่างๆ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของตลาดในอนาคต

ความท้าทายและโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารของไทย การมาถึงของเนื้อจากแล็บนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมหาศาล:

  • โอกาส:
    • การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอาหาร (FoodTech): ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาการผลิตเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • การส่งออก: การสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงของไทยเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลกที่กำลังเติบโต
    • การท่องเที่ยวและร้านอาหาร: การนำเสนอเมนูอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเพื่อสร้างจุดขายใหม่ๆ ให้กับร้านอาหารและดึงดูดนักท่องเที่ยว

ในขณะเดียวกัน ก็มีความท้าทายที่ต้องเผชิญ:

  • ความท้าทาย:
    • ต้นทุนการผลิต: เทคโนโลยีและอาหารเลี้ยงเซลล์ยังมีราคาสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยยังไม่สามารถแข่งขันกับเนื้อสัตว์จากฟาร์มได้
    • กฎระเบียบและมาตรฐาน: จำเป็นต้องมีการพัฒนากฎหมายและมาตรฐานการผลิตที่ชัดเจนและรัดกุมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
    • การยอมรับของผู้บริโภค: การให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความปลอดภัยและประโยชน์ของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ

มุมมองจากเกษตรกรและผู้บริโภค

การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความกังวลให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงในอาชีพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นี่อาจเป็นโอกาสให้ภาคเกษตรกรรมปรับตัวไปสู่การทำปศุสัตว์แบบยั่งยืนมากขึ้น หรือหันไปผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอื่นๆ เพื่อตอบสนองตลาดที่เปลี่ยนไป

ในฝั่งของผู้บริโภค คำถามหลักๆ ยังคงวนเวียนอยู่กับประเด็นด้านความปลอดภัย “ความเป็นธรรมชาติ” ของอาหาร และรสชาติ การสร้างความโปร่งใสในกระบวนการผลิต การติดฉลากที่ชัดเจน และการสื่อสารข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะความลังเลใจและสร้างการยอมรับในวงกว้าง

การวิเคราะห์เชิงลึก: ข้อดีและความกังวล

การประเมินศักยภาพของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งข้อดีที่น่าสนใจและความกังวลที่ยังคงมีอยู่ เพื่อให้เห็นภาพรวมของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างครบถ้วน

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหาร

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเนื้อจากแล็บคือศักยภาพในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า เมื่อเทียบกับการผลิตเนื้อวัวแบบดั้งเดิม การผลิตเนื้อเพาะเลี้ยงอาจช่วยลดการใช้ที่ดินได้มากกว่า 90% ลดการใช้น้ำได้มากกว่า 80% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 75% ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้น นอกจากนี้ การผลิตที่ไม่ขึ้นกับทรัพยากรที่ดินยังช่วยเสริมสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร ให้กับประเทศที่มีพื้นที่เกษตรกรรมจำกัดได้อีกด้วย

มิติด้านสวัสดิภาพสัตว์และจริยธรรม

ประเด็นด้านจริยธรรมเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง เทคโนโลยีนี้ช่วยยุติความจำเป็นในการกักขังและฆ่าสัตว์นับพันล้านตัวต่อปีเพื่อเป็นอาหาร ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคจำนวนมากที่รู้สึกไม่สบายใจกับระบบอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในปัจจุบัน การบริโภคเนื้อสัตว์โดยปราศจากความรู้สึกผิด (Guilt-free meat) จึงเป็นจุดขายทางอารมณ์ที่ทรงพลัง และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาเลือกผลิตภัณฑ์นี้

ความเสี่ยงและประเด็นที่ต้องพิจารณา

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ:

  • ความปลอดภัยระยะยาว: แม้จะผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวจากการบริโภคอย่างต่อเนื่อง การวิจัยและติดตามผลจึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็น
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม: การเปลี่ยนแปลงสู่เทคโนโลยีใหม่อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง การวางแผนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางอาชีพจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  • การใช้พลังงาน: กระบวนการผลิตในถังปฏิกรณ์ชีวภาพจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก หากแหล่งพลังงานที่ใช้ยังคงมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ก็อาจเป็นการย้ายปัญหาสิ่งแวดล้อมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง การใช้พลังงานสะอาดจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความยั่งยืนของเทคโนโลยีนี้

บทสรุป: อนาคตของโปรตีนบนจานอาหารของคนไทย

การมาถึงของ เนื้อจากแล็บ ในตลาดประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและพฤติกรรมการบริโภค เทคโนโลยี เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง นำเสนอทางออกที่น่าสนใจสำหรับความท้าทายด้านความยั่งยืน สวัสดิภาพสัตว์ และ ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์นี้จะยังไม่ “เกลื่อนตลาด” ตามความหมายที่แท้จริง และยังคงมีความท้าทายทั้งในด้านต้นทุน การยอมรับของผู้บริโภค และการปรับตัวของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ก้าวแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ อนาคตของโปรตีนบนจานอาหารของคนไทยกำลังจะมีความหลากหลายมากขึ้น และการสนทนาเกี่ยวกับ อาหารแห่งอนาคต ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจเลือกของผู้บริโภคและการปรับตัวของอุตสาหกรรมนับจากนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของภูมิทัศน์อาหารของประเทศในอีกหลายปีข้างหน้า