Metaverse คืออะไร: โลกเสมือนจริงที่เชื่อมต่อทุกมิติ


Metaverse คืออะไร: โลกเสมือนจริงที่เชื่อมต่อทุกมิติ

สารบัญ

Metaverse คือแนวคิดของพื้นที่เสมือนจริงแบบ 3 มิติ ที่ผู้คนสามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กันและกับสภาพแวดล้อมดิจิทัลผ่านอวาตาร (Avatar) ของตนเองได้ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างโลกทางกายภาพและความจริงเสมือน (Virtual Reality) และความจริงเสริม (Augmented Reality) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่องและสมจริง

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • วิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ต: Metaverse ถูกมองว่าเป็นก้าวต่อไปของอินเทอร์เน็ต ที่จะเปลี่ยนจากการท่องเว็บแบบสองมิติไปสู่การมีส่วนร่วมในสภาพแวดล้อมสามมิติที่สมจริง
  • เทคโนโลยีหลัก: การเกิดขึ้นของ Metaverse อาศัยการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีสำคัญหลายอย่าง เช่น VR/AR, บล็อกเชน, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
  • ศักยภาพทางเศรษฐกิจ: แนวคิดนี้เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ตั้งแต่การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (NFTs), การสร้างตลาดเสมือน, ไปจนถึงการทำงานและการประชุมทางไกลในรูปแบบใหม่
  • ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: การทำให้ Metaverse เกิดขึ้นจริงยังคงมีความท้าทายที่สำคัญในด้านเทคนิค, การสร้างมาตรฐานร่วมกัน, ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล, และประเด็นทางกฎหมายและจริยธรรมที่ต้องพิจารณา

ภาพรวมของ Metaverse

แนวคิดของ Metaverse คืออะไร สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเครือข่ายของโลกเสมือนจริง 3 มิติที่เชื่อมต่อถึงกันและทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่สมจริง ผู้ใช้สามารถสร้างตัวตนดิจิทัลหรือ “อวาตาร” เพื่อเข้าไปสำรวจ, ทำกิจกรรม, ทำงาน, เล่น, และสื่อสารกับผู้อื่นได้เสมือนอยู่ในสถานที่เดียวกัน แม้ว่าในความเป็นจริงจะอยู่คนละมุมโลกก็ตาม แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายวิทยาศาสตร์ และถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านวิดีโอเกมและแพลตฟอร์มโซเชียลเสมือนจริงต่างๆ

หัวใจสำคัญของ Metaverse คือการสร้างความรู้สึกของการมีตัวตนอยู่จริง (Presence) ในพื้นที่ดิจิทัล ซึ่งแตกต่างจากอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เป็นการโต้ตอบผ่านหน้าจอแบบสองมิติ Metaverse มุ่งหวังที่จะทำลายข้อจำกัดนั้น โดยให้ผู้ใช้ “ก้าวเข้าไป” ในอินเทอร์เน็ต แทนที่จะเป็นเพียง “การมองดู” ผ่านหน้าจอ

ทำไม Metaverse ถึงมีความสำคัญ

ความสำคัญของ Metaverse อยู่ที่ศักยภาพในการปฏิวัติวิธีการที่มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีดิจิทัลและต่อกันและกัน มันสามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมได้หลากหลาย ตั้งแต่การทำงานทางไกล (Remote Work) ที่พนักงานสามารถประชุมในห้องเสมือนจริง, การศึกษาที่นักเรียนสามารถทัศนศึกษาในสถานที่ทางประวัติศาสตร์จำลอง, ไปจนถึงการพาณิชย์ที่ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าเสมือนจริงก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ Metaverse ยังเปิดประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่ ที่ซึ่งสินทรัพย์, บริการ, และประสบการณ์สามารถถูกสร้าง, ซื้อขาย, และเป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์ในโลกเสมือน

ใครที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา

การพัฒนา Metaverse ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่เป็นความพยายามร่วมกันจากหลายภาคส่วน ทั้งบริษัทพัฒนาเกม, แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย, ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (เช่น แว่น VR/AR), นักพัฒนาซอฟต์แวร์, ศิลปินดิจิทัล, และชุมชนผู้ใช้งานเอง กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างแพลตฟอร์มพื้นฐาน ในขณะที่นักพัฒนาอิสระและผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ประสบการณ์และแอปพลิเคชันที่จะเติมเต็มโลกเสมือนเหล่านี้ให้มีชีวิตชีวา

องค์ประกอบหลักที่ขับเคลื่อน Metaverse

องค์ประกอบหลักที่ขับเคลื่อน Metaverse

การสร้าง Metaverse ให้เป็นจริงต้องอาศัยการผสมผสานและการพัฒนาของเทคโนโลยีหลายแขนงพร้อมกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเสาหลักที่ค้ำจุนโครงสร้างของโลกเสมือนให้สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์และน่าเชื่อถือ

เทคโนโลยีโลกเสมือน (Immersive Technologies)

เทคโนโลยีกลุ่มนี้คือประตูสู่ Metaverse ทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ใช้เข้ากับโลกดิจิทัลในรูปแบบที่สมจริงและโต้ตอบได้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:

  • Virtual Reality (VR): เทคโนโลยีที่สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงขึ้นมาทั้งหมดและตัดขาดผู้ใช้ออกจากโลกทางกายภาพ ผู้ใช้จะสวมใส่อุปกรณ์ประเภทแว่นตาหรือเฮดเซต (Headset) เพื่อดำดิ่งเข้าไปในโลกดิจิทัล 360 องศา ทำให้เกิดความรู้สึกของการ “เข้าไปอยู่” ในสถานที่นั้นจริงๆ
  • Augmented Reality (AR): เทคโนโลยีที่ผสานวัตถุดิจิทัลหรือข้อมูลเข้ากับสภาพแวดล้อมจริงที่ผู้ใช้มองเห็นผ่านอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟนหรือแว่นตาอัจฉริยะ AR ไม่ได้สร้างโลกใหม่ขึ้นมา แต่เป็นการ “เสริม” หรือ “เพิ่มเติม” ข้อมูลลงบนโลกแห่งความเป็นจริง
  • Mixed Reality (MR): เป็นการผสมผสานระหว่าง VR และ AR ที่ซับซ้อนขึ้น โดยวัตถุดิจิทัลไม่เพียงแต่ปรากฏในโลกจริงเท่านั้น แต่ยังสามารถโต้ตอบกับวัตถุทางกายภาพจริงได้ด้วย ทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนจางลง
ตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีโลกเสมือน: VR, AR และ MR
คุณสมบัติ Virtual Reality (VR) Augmented Reality (AR) Mixed Reality (MR)
สภาพแวดล้อม ดิจิทัลทั้งหมด (Fully Immersive) โลกจริงเป็นพื้นหลัง ผสมผสานระหว่างโลกจริงและดิจิทัล
การรับรู้ของผู้ใช้ ตัดขาดจากโลกจริง ยังรับรู้และอยู่ในโลกจริง โต้ตอบได้ทั้งกับวัตถุจริงและเสมือน
อุปกรณ์หลัก VR Headsets สมาร์ทโฟน, แว่นตา AR MR Headsets (HoloLens)
ตัวอย่างการใช้งาน เกม VR, การจำลองการฝึกบิน ฟิลเตอร์ในโซเชียลมีเดีย, เกม Pokémon GO การออกแบบทางวิศวกรรม, การผ่าตัดทางไกล

เทคโนโลยีบล็อกเชนและเศรษฐกิจดิจิทัล

บล็อกเชน (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจใน Metaverse เนื่องจากมีความสามารถในการสร้างระบบที่โปร่งใส, ปลอดภัย, และกระจายอำนาจ (Decentralized) โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวกลางควบคุม

  • การพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ: บล็อกเชนทำให้เกิดแนวคิดของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือลอกเลียนได้ หรือที่เรียกว่า Non-Fungible Tokens (NFTs) ซึ่งทำหน้าที่เป็นโฉนดดิจิทัลสำหรับไอเท็มต่างๆ ใน Metaverse เช่น ที่ดินเสมือน, เสื้อผ้าสำหรับอวาตาร, หรือผลงานศิลปะดิจิทัล
  • สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency): ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมูลค่าภายใน Metaverse ผู้ใช้สามารถใช้สกุลเงินคริปโตเพื่อซื้อขายสินค้าและบริการได้อย่างอิสระและปลอดภัย
  • การกระจายอำนาจ: แพลตฟอร์ม Metaverse ที่สร้างบนบล็อกเชนอาจให้อำนาจแก่ผู้ใช้ในการควบคุมและกำหนดทิศทางของโลกเสมือนนั้นๆ ผ่านองค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์ (DAO)

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI)

AI เปรียบเสมือน “สมอง” ที่ทำให้ Metaverse มีชีวิตชีวาและสามารถตอบสนองต่อผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด บทบาทของ AI ใน Metaverse มีหลากหลายมิติ:

  • การสร้างโลกและคอนเทนต์: AI สามารถช่วยสร้างสภาพแวดล้อม, ภูมิประเทศ, และวัตถุต่างๆ ในโลกเสมือนได้อย่างรวดเร็วและเป็นอัตโนมัติ
  • ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น (NPCs): AI ทำให้ NPCs ใน Metaverse มีพฤติกรรมที่สมจริง สามารถสนทนาและโต้ตอบกับผู้เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • การประมวลผลภาษาและการแปล: AI ช่วยทลายกำแพงทางภาษา ทำให้ผู้ใช้จากทั่วโลกสามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น
  • การปรับแต่งประสบการณ์เฉพาะบุคคล: AI สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้และปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือนำเสนอเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของแต่ละบุคคลได้

การเชื่อมต่อความเร็วสูงและ 3D Modeling

เพื่อให้ประสบการณ์ใน Metaverse เป็นไปอย่างราบรื่นและสมจริง จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ รองรับด้วย:

  • เครือข่ายความเร็วสูง: เทคโนโลยีอย่าง 5G และอนาคตของเครือข่ายไร้สายมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลที่จำเป็นสำหรับโลก 3 มิติแบบเรียลไทม์
  • เทคโนโลยีการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ: เครื่องมือและซอฟต์แวร์สำหรับการสร้างและแสดงผลกราฟิก 3 มิติที่มีความสมจริงสูง เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างใน Metaverse ตั้งแต่อวาตารไปจนถึงสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน

การประยุกต์ใช้ Metaverse ในโลกแห่งความเป็นจริง

แม้ว่า Metaverse ที่สมบูรณ์แบบยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แต่แนวคิดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องได้เริ่มถูกนำมาประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่างๆ แล้ว และมีศักยภาพที่จะขยายตัวอย่างกว้างขวางในอนาคต

Metaverse ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตดิจิทัลมีความหมายต่อเรามากกว่าชีวิตทางกายภาพ

ด้านสังคมและการสื่อสาร

นี่คือหนึ่งในแง่มุมที่ชัดเจนที่สุดของ Metaverse คือการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ผู้คนเชื่อมต่อกัน แพลตฟอร์มโซเชียล VR ช่วยให้เพื่อนและครอบครัวที่อยู่ห่างไกลสามารถนัดพบและทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่เสมือนได้ เช่น การดูหนัง, เล่นเกม, หรือแม้กระทั่งเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตเสมือนจริง หรือนิทรรศการศิลปะดิจิทัล ซึ่งมอบประสบการณ์ร่วมที่สมจริงกว่าการวิดีโอคอลแบบดั้งเดิม

ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ

Metaverse กำลังเปิดพรมแดนใหม่สำหรับโอกาสทางธุรกิจและการทำงาน:

  • การทำงานร่วมกันทางไกล (Virtual Collaboration): บริษัทต่างๆ สามารถสร้างสำนักงานเสมือน (Virtual Office) ที่พนักงานสามารถใช้อวาตารเข้ามาทำงาน, ประชุม, และระดมสมองร่วมกันได้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมแม้จะทำงานจากคนละที่
  • การค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ: แบรนด์สินค้าสามารถสร้างโชว์รูมเสมือนจริงที่ลูกค้าสามารถเข้ามาเลือกชมและทดลองสินค้าในรูปแบบ 3 มิติได้ก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น การลองเสื้อผ้าบนอวาตารของตัวเอง หรือการจำลองการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
  • อสังหาริมทรัพย์เสมือนจริง: การซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม Metaverse ได้กลายเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามอง โดยผู้ซื้อสามารถนำที่ดินไปพัฒนาเป็นร้านค้า, แกลเลอรี, หรือพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสร้างรายได้ต่อไป

ด้านการศึกษาและการฝึกอบรม

ศักยภาพของ Metaverse ในการเปลี่ยนแปลงการศึกษานั้นมีมหาศาล นักเรียนแพทย์สามารถฝึกฝนการผ่าตัดที่ซับซ้อนในห้องจำลองเสมือนจริงโดยไม่มีความเสี่ยง นักเรียนประวัติศาสตร์สามารถเดินสำรวจกรุงโรมโบราณ หรือวิศวกรสามารถเรียนรู้การซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่ซับซ้อนผ่านแบบจำลอง 3 มิติที่โต้ตอบได้ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและควบคุมได้นี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการจดจำได้ดีกว่าการเรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว

ด้านความบันเทิงและเกม

อุตสาหกรรมเกมถือเป็นผู้บุกเบิกและเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดของ Metaverse ในปัจจุบัน เกมออนไลน์ขนาดใหญ่หลายเกมได้สร้างโลกเสมือนที่มีเศรษฐกิจ, สังคม, และกิจกรรมเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้ชีวิตเป็นอีกตัวตนหนึ่งได้ Metaverse จะขยายขอบเขตของเกมให้กว้างขึ้น โดยโลกของเกมอาจเชื่อมต่อกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเข้าร่วมคอนเสิร์ตของศิลปินจริงที่จัดขึ้นภายในเกม หรือการนำไอเท็มจากเกมหนึ่งไปใช้ในอีกแพลตฟอร์มหนึ่งได้

ความท้าทายและข้อพิจารณาของ Metaverse

แม้ว่าวิสัยทัศน์ของ Metaverse จะน่าตื่นเต้น แต่หนทางสู่การทำให้เป็นจริงนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายที่สำคัญ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการแก้ไข

อุปสรรคทางเทคนิคและการเข้าถึง

การสร้างโลกเสมือนที่ซับซ้อนและรองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกันแบบเรียลไทม์ต้องใช้พลังการประมวลผลและแบนด์วิดท์ของเครือข่ายมหาศาล นอกจากนี้ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น แว่น VR/AR คุณภาพสูงยังมีราคาแพงและไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไป ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) ที่มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงประสบการณ์ Metaverse ได้อย่างเต็มรูปแบบ ความสามารถในการทำงานร่วมกัน (Interoperability) ระหว่างแพลตฟอร์ม Metaverse ต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำอวาตารและสินทรัพย์ดิจิทัลของตนข้ามไปมาระหว่างโลกเสมือนต่างๆ ได้อย่างอิสระ

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

ใน Metaverse จะมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ในระดับที่ละเอียดอ่อนและครอบคลุมกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลไบโอเมตริกจากการเคลื่อนไหวของดวงตาและร่างกาย, พฤติกรรมการโต้ตอบ, หรือแม้กระทั่งคลื่นสมองในอนาคต คำถามสำคัญคือ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บ, ใช้งาน, และปกป้องอย่างไร ใครคือเจ้าของข้อมูลเหล่านี้ และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การโฆษณาที่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว หรือการสอดแนม นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการแฮกบัญชี, การขโมยตัวตนดิจิทัล, และสินทรัพย์ดิจิทัลก็เป็นปัญหาด้านความปลอดภัยที่ต้องมีมาตรการป้องกันที่รัดกุม

ประเด็นด้านกฎหมายและจริยธรรม

Metaverse ทำให้เกิดคำถามใหม่ๆ ทางกฎหมายและจริยธรรมที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เช่น:

  • เขตอำนาจศาล: หากเกิดอาชญากรรมขึ้นในโลกเสมือน จะใช้กฎหมายของประเทศใดในการตัดสินคดี?
  • กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดิจิทัล: สิทธิ์ความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ดิจิทัลจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายอย่างไร?
  • การกำกับดูแลเนื้อหา: ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมคำพูดแสดงความเกลียดชัง, ข้อมูลเท็จ, หรือการคุกคามที่เกิดขึ้นใน Metaverse?
  • ผลกระทบทางจิตวิทยา: การใช้เวลาในโลกเสมือนเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต, ทำให้เกิดภาวะเสพติด, และทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงและโลกเสมือนพร่ามัวได้อย่างไร?

บทสรุป: ทิศทางอนาคตของ Metaverse

Metaverse คืออะไร ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์เดียว แต่เป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวเกี่ยวกับอนาคตของอินเทอร์เน็ต ที่ซึ่งโลกดิจิทัลและโลกทางกายภาพจะหลอมรวมกันอย่างแนบแน่น มันคือการเปลี่ยนผ่านจากการโต้ตอบผ่านหน้าจอไปสู่การมีส่วนร่วมในประสบการณ์สามมิติที่สมจริงและต่อเนื่อง แม้ว่าการเดินทางสู่ Metaverse ที่สมบูรณ์ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมาก ทั้งในด้านเทคโนโลยี, เศรษฐกิจ, และสังคม แต่แนวโน้มการพัฒนาก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

อนาคตของ Metaverse ขึ้นอยู่กับการสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้าง, ทำงานร่วมกันได้, และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้ การพัฒนามาตรฐานร่วมกันจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แพลตฟอร์มต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่น สร้างประสบการณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวให้กับผู้ใช้ แทนที่จะเป็นเพียงกลุ่มของโลกเสมือนที่แยกขาดจากกัน

ในท้ายที่สุด Metaverse มีศักยภาพที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่วิธีการทำงาน, การเรียนรู้, การเข้าสังคม, ไปจนถึงการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ การทำความเข้าใจในแนวคิด, เทคโนโลยี, และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของยุคดิจิทัลที่กำลังจะมาถึง