Home » เบื่อไต่เต้า! Quiet Thriving ทำงานเดิมให้สุขกว่า

เบื่อไต่เต้า! Quiet Thriving ทำงานเดิมให้สุขกว่า

สารบัญ

ในยุคที่วัฒนธรรมการทำงานแบบเร่งรีบและต้องไต่เต้าอยู่ตลอดเวลาเริ่มถูกตั้งคำถาม คนทำงานรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังมองหาแนวทางที่แตกต่างออกไป พวกเขาไม่ได้ต้องการลาออกหรือทำงานให้น้อยที่สุด แต่ต้องการหาวิธีสร้างความสุขและความหมายในบทบาทเดิม นี่คือจุดกำเนิดของ Quiet Thriving ซึ่งเป็นแนวคิดที่สวนกระแส Quiet Quitting อย่างสิ้นเชิง โดยมุ่งเน้นการเติบโตและความพึงพอใจจากภายใน แทนที่จะไล่ตามความสำเร็จจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • Quiet Thriving คือแนวคิดการสร้างความพึงพอใจ การมีส่วนร่วม และสุขภาพจิตที่ดีในตำแหน่งงานปัจจุบัน โดยไม่ต้องเผชิญกับภาวะหมดไฟ
  • แนวคิดนี้เป็นขั้วตรงข้ามเชิงบวกของ Quiet Quitting โดยเน้นการค้นหาความหมายและคุณค่าในงานที่ทำอยู่
  • หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายส่วนตัว และมีส่วนร่วมกับงานอย่างตั้งใจแต่ไม่หักโหม
  • ประโยชน์หลักคือการลดความเครียด สร้างประสบการณ์ทำงานที่มีความหมาย และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
  • สามารถนำไปปฏิบัติได้ผ่านการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน เช่น การจัดลำดับความสำคัญของงาน การหาเวลาพัก และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

ทำความเข้าใจแนวคิด Quiet Thriving

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงาน เช่น ปรากฏการณ์ The Great Resignation และเทรนด์ Quiet Quitting ที่พนักงานเลือกทำงานเท่าที่จำเป็น แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า Quiet Thriving จึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่เบื่อไต่เต้า! Quiet Thriving ทำงานเดิมให้สุขกว่า คือการค้นหาวิธีที่จะเติบโตและมีความสุขในบทบาทปัจจุบัน โดยไม่ต้องลาออกหรือลดการมีส่วนร่วมกับงานลงทั้งหมด มันคือการปรับมุมมองและความสัมพันธ์ที่มีต่องานใหม่ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและค้นพบเป้าหมายได้อีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งพาการยอมรับจากภายนอกหรือการเลื่อนตำแหน่งเสมอไป

แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความหมายในระดับบุคคล ซึ่งช่วยเติมเต็มชีวิตการทำงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เป็นกลยุทธ์ส่วนบุคคลที่เน้นสร้างแรงจูงใจจากภายใน การดูแลสุขภาพจิต และการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเคารพซึ่งกันและกัน แทนที่จะตอบสนองต่อแรงกดดันภายนอกเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้จึงมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับพนักงานที่ต้องการทำงานให้ดีขึ้นอย่างสมดุลโดยไม่นำไปสู่ภาวะหมดไฟ

แก่นแท้ของ Quiet Thriving คืออะไร

แก่นแท้ของ Quiet Thriving คืออะไร

Quiet Thriving ไม่ใช่แค่การคิดบวก แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่มีหลักการชัดเจนในการปรับเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานให้ดีขึ้น โดยมีองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่ประกอบกันเป็นแก่นของแนวคิดนี้

กรอบความคิดที่มุ่งเน้นเป้าหมายส่วนตัว

หัวใจหลักของ Quiet Thriving คือการส่งเสริมให้พนักงานเชื่อมโยงงานที่ทำเข้ากับความหมายส่วนตัว แทนที่จะแสวงหาการยอมรับจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานอยู่ตลอดเวลา แนวทางนี้สนับสนุนให้แต่ละบุคคลควบคุมประสบการณ์การทำงานของตนเอง แทนที่จะกังวลกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม การเปลี่ยนโฟกัสจากปัจจัยภายนอกมาสู่แรงจูงใจภายใน ทำให้พนักงานสามารถสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจในงานของตนเองได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาเห็นคุณค่าก่อน

การมีส่วนร่วมกับงานอย่างตั้งใจ

พนักงานที่ใช้แนวทางนี้จะเลือกที่จะทำงานในแบบที่พวกเขารู้สึกว่ามีความหมาย แม้ว่าวัฒนธรรมองค์กรอาจไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ก็ตาม ซึ่งรวมถึงการกำหนดขอบเขตการทำงานที่ชัดเจน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน และการมองหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันทำงาน มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการปรับตัวอย่างละเอียดอ่อนที่ช่วยยกระดับชีวิตการทำงานให้ดีขึ้น เช่น การจัดสรรเวลาทำงานบางส่วนเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ที่สนใจ หรือการอาสาทำโครงการที่สอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง

การกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้งโดยไม่หมดไฟ

สิ่งที่ทำให้ Quiet Thriving แตกต่างจาก Quiet Quitting คือการทบทวนความสัมพันธ์กับงานใหม่ทั้งหมด เพื่อค้นพบความสนุกและเป้าหมายในการทำงานอีกครั้ง โดยไม่ทุ่มเทจนเกินกำลังทั้งทางร่างกายและอารมณ์ เป็นการหาสมดุลระหว่างการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและการดูแลตัวเอง ซึ่งนำไปสู่การทำงานที่มีความยั่งยืนในระยะยาว และช่วยป้องกันภาวะหมดไฟที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานหนักเกินไป

เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์, สมาธิ, และการตัดสินใจ

Quiet Thriving สนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละบุคคลโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสมาธิและการทำงานอย่างไตร่ตรอง เมื่อพนักงานมีเวลาและพื้นที่ในการคิดอย่างสงบ พวกเขาสามารถสร้างผลงานที่ดีขึ้นและตัดสินใจได้ดีกว่าการทำงานภายใต้ความกดดันและเร่งรีบ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าทั้งต่อตัวพนักงานและองค์กร

Quiet Thriving คือการเติบโตอย่างเงียบ ๆ และมั่นคงจากภายใน เป็นการสร้างความสุขและความสำเร็จในแบบของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมากำหนด

ความแตกต่างระหว่าง Quiet Thriving และ Quiet Quitting

แม้ว่าทั้งสองแนวคิดจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คนทำงานเริ่มตั้งคำถามกับวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิมๆ แต่ Quiet Thriving และ Quiet Quitting มีเป้าหมายและวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไม Quiet Thriving จึงเป็นทางเลือกที่สร้างสรรค์และยั่งยืนกว่า

ตารางเปรียบเทียบแนวคิด Quiet Thriving และ Quiet Quitting ในมิติต่างๆ ของการทำงาน
มิติการเปรียบเทียบ Quiet Thriving (เติบโตอย่างสงบ) Quiet Quitting (ลาออกอย่างเงียบๆ)
เป้าหมายหลัก สร้างความพึงพอใจและค้นหาความหมายในงานปัจจุบัน ทำงานตามหน้าที่ขั้นต่ำเพื่อลดความผูกพันกับงาน
การมีส่วนร่วม มีส่วนร่วมอย่างตั้งใจและมีความหมาย ลดการมีส่วนร่วม ไม่มีความกระตือรือร้น
ทัศนคติต่องาน มองหาวิธีปรับปรุงและทำให้งานดีขึ้นจากภายใน มองงานเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำให้เสร็จ
ผลกระทบต่อสุขภาพจิต ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี ลดความเครียดและภาวะหมดไฟ อาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่พอใจและขาดแรงจูงใจ
การพัฒนาตัวเอง มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและความสามารถในบทบาทเดิม ไม่มีความสนใจในการเรียนรู้หรือพัฒนาเพิ่มเติม
ความสัมพันธ์กับองค์กร สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกและยั่งยืนกับองค์กร ค่อยๆ ถอยห่างและสร้างระยะห่างกับองค์กร

Quiet Thriving ยกระดับคุณภาพชีวิตการทำงานได้อย่างไร

การนำแนวคิด Quiet Thriving มาปรับใช้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานมีความสุขมากขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อชีวิตการทำงานในหลายๆ ด้าน สร้างประโยชน์ทั้งต่อตัวบุคคลและองค์กรในภาพรวม

ลดภาวะหมดไฟและเพิ่มความสงบทางใจ

ในองค์กรที่มีความปลอดภัยทางจิตใจและมีผู้นำที่เข้าถึงง่าย พนักงานจะสามารถพัฒนาความภาคภูมิใจในตนเองและความมั่นใจได้สูงขึ้น Quiet Thriving ช่วยลดแรงกดดันจากการต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างสบายใจและมีสมาธิมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงของภาวะหมดไฟและรักษาสภาพจิตใจให้สมดุล

สร้างประสบการณ์การทำงานที่มีความหมาย

การเปลี่ยนมุมมองต่องานที่ทำอยู่สามารถจุดประกายความกระตือรือร้นขึ้นมาใหม่ได้ ตัวอย่างเช่น พนักงานทำความสะอาดในโรงพยาบาลอาจมองว่างานของตนไม่ใช่แค่การถูพื้น แต่เป็นการช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยซึ่งมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของผู้ป่วย การเชื่อมโยงงานเล็กๆ น้อยๆ เข้ากับเป้าหมายที่ใหญ่กว่า ทำให้งานนั้นมีความหมายและสร้างความพึงพอใจได้มากขึ้น

ปรับปรุงความสัมพันธ์ในที่ทำงาน

Quiet Thriving ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกันอย่างสงบ มากกว่าการมีปฏิสัมพันธ์ที่เสียงดังหรือถูกบังคับให้ทำ แนวคิดนี้เคารพความแตกต่างในสไตล์การสื่อสารของแต่ละบุคคล เช่น การใช้เครื่องมือแชทแทนการพูดคุยตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้พนักงาน โดยเฉพาะกลุ่ม Introvert สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสบายใจและมีประสิทธิภาพ

เพิ่มความพึงพอใจในงานและรักษาพนักงาน

สำหรับองค์กร การสนับสนุนแนวคิดนี้ผ่านการจัดหาพื้นที่ทำงานที่เงียบสงบ ตารางการทำงานที่ยืดหยุ่น และการให้อิสระในการทำงาน จะช่วยตอบสนองความต้องการของพนักงานที่ต้องการเติบโตอย่างสงบได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะนำไปสู่ระดับความพึงพอใจในงานที่สูงขึ้นและช่วยรักษาพนักงานที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรต่อไปในระยะยาว

แนวทางปฏิบัติเพื่อสร้าง Quiet Thriving ในที่ทำงาน

การเริ่มต้นสร้างวัฒนธรรม Quiet Thriving ไม่จำเป็นต้องรอการเปลี่ยนแปลงจากระดับองค์กร แต่สามารถเริ่มต้นได้จากระดับบุคคลผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน

ปรับเปลี่ยนมุมมองและความคิด

เริ่มต้นด้วยการสำรวจตัวเองว่าอะไรในงานปัจจุบันที่ทำให้รู้สึกพึงพอใจและมีความหมาย ลองจดบันทึกความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน หรือมองหาแง่มุมของงานที่สอดคล้องกับคุณค่าส่วนตัว การเปลี่ยนโฟกัสจากสิ่งที่ขาดไปมาสู่สิ่งที่มีอยู่ จะช่วยให้มองเห็นคุณค่าของงานที่ทำได้ชัดเจนขึ้น

หยุดพักเล็กน้อยและใช้เวลาพักกลางวันอย่างตั้งใจ

การพักผ่อนระหว่างวัน (Micro-breaks) เช่น การลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย หรือการมองออกไปนอกหน้าต่างสัก 2-3 นาที สามารถช่วยฟื้นฟูพลังงานได้ นอกจากนี้ ควรใช้เวลาพักกลางวันเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง แทนที่จะนั่งทานอาหารที่โต๊ะทำงาน การแยกตัวออกจากสภาพแวดล้อมการทำงานชั่วคราวจะช่วยให้สมองได้พักและกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สร้างหรือมองหาพื้นที่เงียบสงบ

เพื่อลดสิ่งรบกวนและเพิ่มสมาธิในการทำงาน ลองมองหามุมเงียบๆ ในที่ทำงาน หรือใช้หูฟังตัดเสียงรบกวนเมื่อต้องการใช้ความคิดอย่างเต็มที่ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างลึกซึ้ง (Deep Work) เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างผลงานที่มีคุณภาพ

ส่งเสริมการสื่อสารที่เคารพซึ่งกันและกัน

ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดีและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ตัดสิน ส่งเสริมวัฒนธรรมที่สามารถตั้งคำถามและถกเถียงแนวคิดต่างๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ โดยไม่มีการเยาะเย้ยหรือดูถูก การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องรวดเร็วเสมอไป แต่ควรให้ความสำคัญกับการไตร่ตรองและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับเพื่อนร่วมงาน

การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานเป็นส่วนสำคัญของความสุขในการทำงาน ลองใช้เวลาสั้นๆ เพื่อพูดคุยเรื่องราวทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับงาน หรือให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ แก่เพื่อนร่วมงาน การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรจะช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีและทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น

บทสรุป: การเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกการทำงานยุคใหม่

แนวคิด “เบื่อไต่เต้า! Quiet Thriving ทำงานเดิมให้สุขกว่า” ไม่ใช่การยอมแพ้ต่อความก้าวหน้า แต่เป็นการนิยามความสำเร็จและความสุขในการทำงานใหม่ โดยให้ความสำคัญกับสมดุลงานกับชีวิตและคุณค่าจากภายในมากกว่าปัจจัยภายนอก เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับพนักงานที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานที่ดี มีความสุขกับงานที่ทำ และเติบโตในเส้นทางของตนเองโดยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันของวัฒนธรรมการแข่งขันตลอดเวลา

ในโลกที่การทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวและค้นหาวิธีการทำงานที่เหมาะสมกับตัวเองคือทักษะที่สำคัญที่สุด Quiet Thriving คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความสำเร็จที่ไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่ง แต่-วัดกันที่ความพึงพอใจและความหมายที่ได้รับจากการทำงานในทุกๆ วัน