Home » รัฐเคาะ ‘เป๋าตัง Next Gen’ แจกเงินเรียน ไม่ใช่ช็อป!

รัฐเคาะ ‘เป๋าตัง Next Gen’ แจกเงินเรียน ไม่ใช่ช็อป!

สารบัญ

รัฐบาลได้อนุมัติโครงการใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ ‘เป๋าตัง Next Gen’ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางการให้ความช่วยเหลือทางการเงินผ่านระบบดิจิทัล โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะของเยาวชน แทนที่จะเป็นการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคทั่วไป โครงการนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว

สรุปประเด็นสำคัญของโครงการ

  • เป้าหมายเฉพาะกลุ่ม: โครงการมุ่งเป้าไปที่เยาวชนอายุระหว่าง 16-20 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ โดยมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 2.7 ล้านคน
  • วงเงินช่วยเหลือ: ผู้มีสิทธิ์จะได้รับเงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • เงื่อนไขการใช้จ่าย: จำกัดการใช้จ่ายเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการพัฒนาทักษะ เช่น ค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน หรือค่าคอร์สฝึกอบรม ไม่สามารถใช้เพื่อการช็อปปิ้งหรือซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปได้
  • กลไกการทำงาน: ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวอลเล็ตเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยให้รัฐบาลสามารถกำกับดูแลและติดตามการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • สถานะโครงการ: แม้จะได้รับการอนุมัติในหลักการแล้ว แต่รายละเอียดทั้งหมดจะต้องถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบอย่างเป็นทางการก่อนที่จะเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

ภาพรวมของนโยบาย ‘เป๋าตัง Next Gen’

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 รัฐบาลได้เปิดเผยรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับนโยบาย รัฐเคาะ ‘เป๋าตัง Next Gen’ แจกเงินเรียน ไม่ใช่ช็อป! ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่แตกต่างจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงินในอดีตอย่างสิ้นเชิง โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหนี้ครัวเรือนและช่องว่างทางทักษะของแรงงานในประเทศ

ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่การเปลี่ยนจุดเน้นจากการกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้น ไปสู่การลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital) ในระยะยาว โดยเชื่อว่าการสนับสนุนให้เยาวชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและช่วยให้ครัวเรือนหลุดพ้นจากวงจรหนี้สินได้อย่างยั่งยืน โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่มุ่งสร้างอนาคตให้กับเยาวชนและเศรษฐกิจของชาติไปพร้อมกัน

เจาะลึกรายละเอียดโครงการ ‘เป๋าตัง Next Gen’

เพื่อให้เข้าใจถึงแนวคิดและกลไกของโครงการ ‘เป๋าตัง Next Gen’ มากขึ้น จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดในแต่ละมิติ ตั้งแต่วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ไปจนถึงเงื่อนไขการใช้จ่ายที่ถูกกำหนดขึ้นเป็นพิเศษ

นิยามและวัตถุประสงค์หลัก

‘เป๋าตัง Next Gen’ คือโครงการโอนเงินดิจิทัลแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer) ที่รัฐบาลจัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะสำหรับเยาวชนโดยเฉพาะ วัตถุประสงค์หลักของโครงการไม่ได้อยู่ที่การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย แต่มีเป้าหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น ได้แก่:

  1. ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษา: ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของผู้ปกครอง ช่วยให้เยาวชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และอุปกรณ์ที่จำเป็นได้อย่างเท่าเทียม
  2. ยกระดับทักษะแรงงานในอนาคต (Up-skill & Reskill): สนับสนุนให้เยาวชนลงทุนในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เช่น ทักษะด้านดิจิทัล ภาษา หรือทักษะวิชาชีพเฉพาะทาง
  3. แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง: ช่วยลดภาระทางการเงินของครอบครัวที่มีบุตรหลานในวัยเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่อาจนำไปสู่การก่อหนี้
  4. สร้างฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนนโยบาย: การใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลทำให้รัฐบาลสามารถรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปวิเคราะห์และออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: เยาวชนวัยเรียน

โครงการนี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน คือ เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 16-20 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพและการศึกษาต่อในระดับสูง การจำกัดกลุ่มเป้าหมายเช่นนี้ช่วยให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด โดยคาดว่าจะมีเยาวชนที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับสิทธิ์จากโครงการนี้ประมาณ 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมทั้งนักเรียนในระดับมัธยมปลาย อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาตอนต้น

เงื่อนไขการใช้จ่าย: มิติใหม่ของการแจกเงินดิจิทัล

จุดเด่นที่สุดของ ‘เป๋าตัง Next Gen’ คือการกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายที่เข้มงวด เงินจำนวน 10,000 บาทที่ได้รับ จะถูกจำกัดให้ใช้ได้กับร้านค้าหรือสถาบันที่ลงทะเบียนและเกี่ยวข้องกับการศึกษาเท่านั้น ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่:

  • ค่าธรรมเนียมการศึกษา หรือค่าเทอม
  • ค่าหนังสือ ตำราเรียน และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ
  • ค่าสมัครสอบวัดระดับความรู้ หรือค่าสอบเข้าศึกษาต่อ
  • ค่าคอร์สเรียนเสริมทักษะระยะสั้น ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
  • ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการศึกษา ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

เงินจำนวน 10,000 บาทนี้ มีเป้าประสงค์เพื่อสร้างอนาคตทางการศึกษา ไม่ใช่เพื่อการบริโภคทั่วไป ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการให้ความช่วยเหลือแบบหว่านแหไปสู่การลงทุนในมนุษย์อย่างมีเป้าหมาย

เงื่อนไขนี้ทำให้โครงการแตกต่างจากมาตรการที่ผ่านมาซึ่งมักอนุญาตให้ใช้จ่ายได้อย่างอิสระ และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้มั่นใจได้ว่า งบประมาณของรัฐจะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของนโยบาย

เทคโนโลยีดิจิทัลวอลเล็ต: กลไกขับเคลื่อนโครงการ

เทคโนโลยีดิจิทัลวอลเล็ต: กลไกขับเคลื่อนโครงการ

ความสำเร็จของโครงการ ‘เป๋าตัง Next Gen’ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือหลักในการส่งมอบเงินและควบคุมการใช้จ่าย การบูรณาการระบบการเงินดิจิทัลเข้ากับนโยบายภาครัฐในครั้งนี้ถือเป็นเฟสที่สามของการพัฒนาระบบแจกเงินดิจิทัล และนับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

บทบาทของ ‘เป๋าตังเปย์’ ในการส่งมอบเงิน

โครงการนี้จะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ประชาชนคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยมี ‘เป๋าตังเปย์’ ซึ่งเป็นบริการดิจิทัลวอลเล็ตที่พัฒนาโดยธนาคารกรุงไทยและบริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (INFINITAS) เป็นแกนหลักในการทำธุรกรรม ‘เป๋าตังเปย์’ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ มีฟังก์ชันหลากหลาย เช่น การโอนเงิน ชำระบิล และการชำระเงินแบบไร้สัมผัส ซึ่งเอื้อต่อการนำไปใช้ในโครงการนี้อย่างยิ่ง การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาและทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโครงการได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของการบูรณาการระบบดิจิทัล

การใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ตในโครงการนี้มีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับการให้เงินสดแบบดั้งเดิม:

  • ความโปร่งใสและตรวจสอบได้: ทุกธุรกรรมจะถูกบันทึกในระบบ ทำให้รัฐบาลสามารถติดตามการใช้จ่ายและป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การควบคุมการใช้จ่าย: สามารถกำหนดเงื่อนไขและจำกัดร้านค้าที่รับชำระเงินได้ ทำให้มั่นใจว่าเงินจะถูกใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของโครงการเท่านั้น
  • การรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data): ข้อมูลการใช้จ่ายสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของประชาชน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนนโยบายในอนาคต
  • ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion): กระตุ้นให้เยาวชนคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล

ผลกระทบที่คาดหวังและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

แม้ว่าโครงการ ‘เป๋าตัง Next Gen’ จะมีเจตนารมณ์ที่ดีและมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ก็ยังคงมีมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจริง ทั้งในเชิงบวกตามที่รัฐบาลคาดหวัง และในเชิงวิพากษ์จากนักเศรษฐศาสตร์บางส่วน

เป้าหมายเชิงนโยบาย: พัฒนาทักษะและลดภาระครัวเรือน

ในมุมมองของภาครัฐ โครงการนี้ถูกวางไว้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงนโยบายระยะยาว รัฐบาลคาดหวังว่าการลงทุนในเยาวชนครั้งนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม โดยช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของปัญหาหนี้ครัวเรือนในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน การสนับสนุนให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือในอนาคต

เสียงสะท้อนและความท้าทาย: มุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์

ในทางกลับกัน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนได้แสดงความกังวลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการในลักษณะนี้ ประเด็นสำคัญคือ การโอนเงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาท แม้จะถูกจำกัดการใช้จ่าย อาจไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญเท่าที่ควร เนื่องจากไม่ได้เป็นการสร้างอุปสงค์ใหม่ในวงกว้าง

ข้อถกเถียงหลักอยู่ที่ว่า เงินจำนวนนี้อาจเป็นเพียงการ “ทดแทน” ค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องจ่ายอยู่แล้ว (Substitution Effect) แทนที่จะเป็นการ “สร้าง” การใช้จ่ายใหม่เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายในทางปฏิบัติ เช่น การกำหนดร้านค้าและบริการที่เข้าเกณฑ์ให้ครอบคลุมและเป็นธรรม รวมถึงการประเมินผลกระทบที่แท้จริงของโครงการต่อการพัฒนาทักษะในระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการพิสูจน์

เปรียบเทียบ ‘เป๋าตัง Next Gen’ กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนของนโยบายนี้ สามารถเปรียบเทียบโครงการ ‘เป๋าตัง Next Gen’ กับมาตรการแจกเงินดิจิทัลหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้าได้ดังตารางต่อไปนี้

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงการ ‘เป๋าตัง Next Gen’ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วไป
คุณลักษณะ ‘เป๋าตัง Next Gen’ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วไป
วัตถุประสงค์หลัก ลงทุนในทุนมนุษย์, พัฒนาทักษะ, ลดภาระการศึกษา กระตุ้นการบริโภคและการใช้จ่ายในระยะสั้น
กลุ่มเป้าหมาย เฉพาะเจาะจง (เยาวชนวัยเรียน 16-20 ปี) กว้าง (ประชาชนทั่วไปตามเกณฑ์รายได้)
เงื่อนไขการใช้จ่าย จำกัดเฉพาะด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ ค่อนข้างอิสระ ใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปได้
ผลที่คาดหวัง (ระยะยาว) ยกระดับคุณภาพแรงงาน, ลดหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน การเติบโตของ GDP ในระยะสั้น
กลไกการติดตาม ติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายได้ละเอียดผ่านระบบดิจิทัล ติดตามผลได้ยากกว่า, เน้นภาพรวมทางเศรษฐกิจ

อนาคตของโครงการและสิ่งที่ต้องติดตาม

แม้ว่าโครงการ ‘เป๋าตัง Next Gen’ จะได้รับความเห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ยังคงมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อไปก่อนที่จะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินได้ สิ่งสำคัญที่เยาวชน ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจควรติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะระบุถึงไทม์ไลน์ที่ชัดเจนของโครงการ, เกณฑ์คุณสมบัติผู้รับสิทธิ์โดยละเอียด, และรายชื่อประเภทสินค้า บริการ และสถาบันที่สามารถใช้จ่ายเงินตามโครงการได้

โดยสรุป ‘เป๋าตัง Next Gen’ ถือเป็นนโยบายที่มีความน่าสนใจและสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จากเดิมที่เน้นการกระตุ้นระยะสั้น มาสู่การวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาวผ่านการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ แม้จะยังมีความท้าทายและข้อถกเถียงในเชิงประสิทธิภาพ แต่โครงการนี้ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการใช้นโยบายการคลังแบบมุ่งเป้าเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ผู้ที่อยู่ในเกณฑ์และผู้ที่สนใจจึงควรเตรียมความพร้อมและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์ประโยชน์จากโครงการนี้