Home » เช็ค Personal Color ก่อนซื้อเสื้อผ้า! เทรนด์ฮิตที่ต้องลอง

เช็ค Personal Color ก่อนซื้อเสื้อผ้า! เทรนด์ฮิตที่ต้องลอง

สารบัญ

การเลือกซื้อเสื้อผ้าอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่เทรนด์การค้นหาสีที่ใช่สำหรับตัวเองกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสีเฉพาะบุคคล หรือ Personal Color จึงไม่ใช่แค่กระแสแฟชั่น แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การแต่งตัวเป็นเรื่องง่ายและส่งเสริมบุคลิกภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Personal Color คือศาสตร์การวิเคราะห์โทนสีที่เหมาะสมกับสีผิว สีผม และสีตาของแต่ละบุคคล เพื่อเสริมให้ภาพลักษณ์ดูสดใสและโดดเด่นขึ้น
  • การวิเคราะห์สีส่วนบุคคลแบ่งโทนสีออกเป็น 4 ฤดูกาลหลัก ได้แก่ Spring และ Autumn สำหรับผิวโทนอุ่น (Warm Tone) และ Summer และ Winter สำหรับผิวโทนเย็น (Cool Tone)
  • การทราบ Personal Color ของตนเองช่วยให้สามารถเลือกสีเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และเครื่องประดับที่ขับผิว ลดความหมองคล้ำ และสร้างความมั่นใจ
  • สามารถตรวจสอบโทนสีผิวเบื้องต้นได้ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การสังเกตสีเส้นเลือดบริเวณข้อมือ หรือการนำผ้าสีต่างๆ มาทาบเทียบกับใบหน้า
  • ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและบริการจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น แอปพลิเคชัน และสตูดิโอวิเคราะห์สี ที่ช่วยให้การค้นหา Personal Color มีความแม่นยำและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

Personal Color คืออะไร? ทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์สำคัญ

วิธีเช็ค Personal Color ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

การ เช็ค Personal Color ก่อนซื้อเสื้อผ้า! เทรนด์ฮิตที่ต้องลอง นี้ คือกระบวนการวิเคราะห์เพื่อค้นหากลุ่มสีที่เข้ากับโทนสีผิว (Undertone) สีผม และสีดวงตาของแต่ละบุคคลมากที่สุด โดยหลักการนี้เชื่อว่าสีที่เหมาะสมจะช่วยขับผิวให้ดูสว่าง สดใส มีชีวิตชีวา และลดความหมองคล้ำ ในทางกลับกัน หากเลือกใช้สีที่ไม่เข้ากับโทนผิว อาจทำให้ใบหน้าดูซีดเซียว อ่อนล้า หรือดูมีอายุเกินจริงได้ ด้วยเหตุนี้ Personal Color จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องการแต่งตัว แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจโดยรวม

ศาสตร์แห่งสีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ที่มา แต่มีรากฐานมาจากการศึกษาทฤษฎีสีและศิลปะที่พัฒนามายาวนาน แนวคิดนี้ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายเมื่อผู้คนเริ่มตระหนักว่าสีสันรอบตัวมีอิทธิพลต่อการรับรู้และอารมณ์ การนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้กับการแต่งตัวจึงเป็นการยกระดับแฟชั่นให้เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และศิลปะที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละบุคคลมากขึ้น แทนที่จะตามกระแสแฟชั่นเพียงอย่างเดียว การค้นหาสีที่ใช่จึงเปรียบเสมือนการค้นหาเอกลักษณ์ของตนเอง

ต้นกำเนิดและความนิยมจากแฟชั่นเกาหลี

แม้ว่าแนวคิดเรื่องสีเฉพาะบุคคลจะมีมานานแล้ว แต่กระแสที่ทำให้ Personal Color เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียนั้น มาจากอิทธิพลของวงการแฟชั่นและความงามของประเทศเกาหลีใต้เป็นหลัก ในเกาหลีใต้ การวิเคราะห์สีส่วนบุคคลถือเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการสร้างภาพลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับศิลปิน ดารา หรือบุคคลทั่วไป สตูดิโอที่ให้บริการวินิจฉัย Personal Color ได้รับความนิยมอย่างสูง และกลายเป็นกิจกรรมที่หลายคนต้องไปลองสักครั้ง

สื่อบันเทิงเกาหลี เช่น รายการโทรทัศน์ วิดีโอบล็อกเกอร์ด้านความงาม (Beauty Vlogger) และโซเชียลมีเดีย มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่แนวคิดนี้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผู้ชมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของเหล่าคนดังก่อนและหลังการค้นพบ Personal Color ของตนเอง ทำให้เกิดความสนใจและต้องการที่จะค้นพบ “สีประจำตัว” ของตัวเองบ้าง กระแสดังกล่าวได้แพร่หลายมายังประเทศไทยและประเทศอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ทำให้การ วิเคราะห์สีส่วนบุคคล กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและความงาม

ประเภทของ Personal Color: ค้นหาฤดูที่ใช่สำหรับคุณ

หลักการของ Personal Color ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการแบ่งประเภทตาม 4 ฤดูกาล (Four Seasons Color System) ซึ่งจะจำแนกตามคุณลักษณะของสีผิว (Undertone) ว่าเป็นโทนอุ่น (Warm Tone) หรือโทนเย็น (Cool Tone) เป็นหลัก จากนั้นจึงแบ่งย่อยตามระดับความสดและความสว่างของสีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

โทนอุ่น (Warm Tone): จะมีเม็ดสีเหลือง (Yellow/Golden) หรือสีพีช (Peach) เป็นพื้นฐาน ทำให้เหมาะกับสีที่เจือด้วยสีเหลือง เช่น สีส้มอิฐ สีเขียวมะกอก หรือสีทอง
โทนเย็น (Cool Tone): จะมีเม็ดสีชมพู (Pink) หรือสีฟ้า (Blue) เป็นพื้นฐาน ทำให้เหมาะกับสีที่เจือด้วยสีน้ำเงิน เช่น สีฟ้าเบบี้บลู สีชมพูบานเย็น หรือสีเงิน

การแบ่งตามฤดูกาลทั้ง 4 ประกอบด้วย:

  1. Spring (ฤดูใบไม้ผลิ): โทนอุ่นและสดใส
  2. Autumn (ฤดูใบไม้ร่วง): โทนอุ่นและนุ่มลึก
  3. Summer (ฤดูร้อน): โทนเย็นและนุ่มนวล
  4. Winter (ฤดูหนาว): โทนเย็นและคมชัด

Warm Tone: เสน่ห์ของฤดูใบไม้ผลิ (Spring) และฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)

บุคคลที่มีผิวโทนอุ่นจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Spring หรือ Autumn ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านความเข้มของสีที่เหมาะสม

Spring (ฤดูใบไม้ผลิ): กลุ่มนี้มีพื้นฐานเป็นโทนอุ่นที่มาพร้อมกับความสว่างและสดใสของสีสัน เปรียบเสมือนสีของดอกไม้และใบไม้ที่ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ บุคคลในกลุ่มนี้มักจะมีผิวที่ค่อนข้างขาวอมเหลืองหรือสีพีช มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน และสีผมโทนน้ำตาลทองหรือน้ำตาลแดง ลักษณะเด่นคือความสดใส มีชีวิตชีวา สีที่เหมาะสมคือสีโทนสว่างและชัดเจน เช่น สีส้มคอรัล, สีเหลืองเลมอน, สีเขียวแอปเปิ้ล, และสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ สีเหล่านี้จะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งและดูอ่อนเยาว์

Autumn (ฤดูใบไม้ร่วง): กลุ่มนี้ยังคงมีพื้นฐานเป็นโทนอุ่น แต่จะมีความลุ่มลึกและอบอุ่นมากกว่ากลุ่ม Spring เปรียบได้กับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง บุคคลกลุ่มนี้มักมีสีผิวโทนเหลืองเข้ม น้ำผึ้ง หรือสีแทน มีสีตาและสีผมในโทนน้ำตาลเข้มหรือมะกอก ลักษณะเด่นคือความดูดีแบบธรรมชาติและคลาสสิก สีที่เหมาะสมจะเป็นสีโทนกลางถึงเข้มที่มีความหม่นเล็กน้อย เช่น สีส้มอิฐ, สีเขียวขี้ม้า, สีน้ำตาลทองแดง, สีมัสตาร์ด และสีเบจ สีเหล่านี้จะช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ดูอบอุ่นและสง่างาม

Cool Tone: ความสดใสของฤดูร้อน (Summer) และความคมชัดของฤดูหนาว (Winter)

สำหรับบุคคลที่มีผิวโทนเย็น จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Summer หรือ Winter ซึ่งโดดเด่นด้วยสีที่เจือด้วยอันเดอร์โทนสีฟ้าหรือชมพู

Summer (ฤดูร้อน): กลุ่มนี้มีพื้นฐานเป็นโทนเย็นที่มาพร้อมกับความนุ่มนวลและสว่าง เปรียบเสมือนบรรยากาศของชายหาดในฤดูร้อนที่ดูสบายตา บุคคลในกลุ่มนี้มักมีผิวขาวอมชมพู หรือผิวขาวที่ดูซีดเล็กน้อย มีสีตาและสีผมในโทนอ่อน เช่น สีน้ำตาลเทา หรือสีบลอนด์หม่น ลักษณะเด่นคือความอ่อนหวานและดูสุภาพ สีที่เหมาะสมคือสีโทนพาสเทลหรือสีที่มีความหม่นเล็กน้อย (Muted) เช่น สีชมพูกลีบบัว, สีฟ้าเบบี้บลู, สีม่วงลาเวนเดอร์ และสีเทาควันบุหรี่ สีเหล่านี้จะช่วยทำให้ผิวดูผ่องใสและนุ่มนวล

Winter (ฤดูหนาว): กลุ่มนี้เป็นโทนเย็นที่มีความเข้มและความคมชัดของสีสูงที่สุด เปรียบเสมือนทิวทัศน์ในฤดูหนาวที่มีคอนทราสต์สูงระหว่างหิมะสีขาวกับท้องฟ้าสีเข้ม บุคคลกลุ่มนี้มักมีสีผิวที่ชัดเจน อาจจะเป็นผิวขาวซีดหรือผิวเข้ม แต่จะมีอันเดอร์โทนชมพูหรือฟ้าที่เห็นได้ชัด มีสีตาและสีผมที่เข้มสนิท เช่น สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะเด่นคือความโฉบเฉี่ยวและดูโดดเด่น สีที่เหมาะสมคือสีที่มีความสดและเข้ม เช่น สีแดงสด, สีน้ำเงินรอยัลบลู, สีเขียวมรกต, สีชมพูฟούเชีย (Fuchsia), รวมถึงสีพื้นฐานอย่างสีขาวบริสุทธิ์และสีดำสนิท

ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะเด่นของ Personal Color ทั้ง 4 ฤดูกาล
คุณลักษณะ Spring (โทนอุ่น) Autumn (โทนอุ่น) Summer (โทนเย็น) Winter (โทนเย็น)
ภาพรวม สดใส, สว่าง, อ่อนเยาว์ อบอุ่น, นุ่มลึก, เป็นธรรมชาติ นุ่มนวล, สบายตา, อ่อนหวาน คมชัด, โดดเด่น, โฉบเฉี่ยว
กลุ่มสีที่แนะนำ สีคอรัล, สีพีช, เขียวแอปเปิ้ล, ฟ้าเทอร์ควอยซ์ สีส้มอิฐ, สีเขียวขี้ม้า, สีมัสตาร์ด, สีน้ำตาล สีชมพูกลีบบัว, สีฟ้าอ่อน, ม่วงลาเวนเดอร์, เทา สีแดงสด, สีน้ำเงินรอยัลบลู, สีดำ, สีขาวบริสุทธิ์
สีเครื่องประดับ สีทอง (Yellow Gold) สีทองโบราณ, ทองแดง (Bronze) สีเงิน, ทองคำขาว (White Gold) สีเงิน, แพลทินัม (Platinum)
ตัวอย่างบุคคล ไอยู (IU), พัคโบยอง เจนนี่ BLACKPINK, อีซองคยอง ซนเยจิน, แทยอน SNSD ซงฮเยคโย, ฮันโซฮี

วิธีเช็ค Personal Color ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

วิธีเช็ค Personal Color ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

ก่อนที่จะตัดสินใจไปพบผู้เชี่ยวชาญ มีหลายวิธีที่สามารถใช้เพื่อ วิเคราะห์สีส่วนบุคคล ได้ด้วยตนเองเบื้องต้น ซึ่งช่วยให้พอจะทราบแนวทางว่าตนเองน่าจะอยู่ในกลุ่มโทนสีใด การทดสอบเหล่านี้ควรทำในที่ที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอและปราศจากแสงไฟสีต่างๆ ที่อาจทำให้สีเพี้ยนไปได้ และควรทำในขณะที่หน้าสดปราศจากเครื่องสำอาง

การสังเกตสีเส้นเลือดที่ข้อมือ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในการประเมินโทนสีผิวเบื้องต้น โดยการหงายข้อมือขึ้นและสังเกตสีของเส้นเลือดภายใต้แสงธรรมชาติ:

  • เส้นเลือดมีสีเขียวหรือเขียวมะกอก: บ่งชี้ว่ามีผิวโทนอุ่น (Warm Tone) ซึ่งอาจจะอยู่ในกลุ่ม Spring หรือ Autumn
  • เส้นเลือดมีสีน้ำเงินหรือสีม่วง: บ่งชี้ว่ามีผิวโทนเย็น (Cool Tone) ซึ่งอาจจะอยู่ในกลุ่ม Summer หรือ Winter
  • ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน หรือเห็นทั้งสีเขียวและสีน้ำเงินปนกัน: อาจมีผิวโทนกลาง (Neutral Tone) ซึ่งสามารถเข้าได้กับสีหลากหลาย แต่โดยส่วนใหญ่มักจะเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากกว่า

ทดสอบด้วยผ้าสีหรือแถบสี

การทดสอบด้วยการเทียบสี หรือ Color Draping เป็นวิธีที่แม่นยำขึ้น โดยการนำผ้าหรือกระดาษสีต่างๆ มาทาบบริเวณใต้คางใกล้กับใบหน้า แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผิวหน้าในกระจก

  1. เตรียมผ้าสองสี: สีที่เจือเหลือง (เช่น สีส้มหรือสีทอง) และสีที่เจือฟ้า (เช่น สีชมพูบานเย็นหรือสีเงิน)
  2. ยืนหน้ากระจกในที่ที่มีแสงธรรมชาติ: สังเกตว่าสีใดที่ทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น รอยคล้ำใต้ตาดูจางลง และสีผิวดูสม่ำเสมอ
  3. ผลลัพธ์: หากสีโทนร้อน (ส้ม/ทอง) ทำให้ใบหน้าดูดีขึ้น แสดงว่ามีแนวโน้มเป็น Warm Tone ในทางกลับกัน หากสีโทนเย็น (ชมพู/เงิน) ทำให้ใบหน้าดูผ่องใสขึ้น แสดงว่ามีแนวโน้มเป็น Cool Tone

ข้อสังเกตสำคัญคือ สีที่ไม่เหมาะสมจะขับเน้นข้อบกพร่องบนใบหน้าให้ชัดขึ้น เช่น ทำให้รอยแดง รอยสิว หรือความหมองคล้ำดูเด่นชัดขึ้น ในขณะที่สีที่ใช่จะช่วยพรางจุดเหล่านี้และทำให้ภาพรวมดูสดใสกลมกลืน

เปรียบเทียบโทนสีรองพื้น

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้ง่ายคือการใช้รองพื้น โดยเลือกรองพื้นสองเฉดสี คือเฉดที่มีอันเดอร์โทนชมพู (Cool) และเฉดที่มีอันเดอร์โทนเหลือง (Warm) จากนั้นนำมาทาเป็นแถบเล็กๆ บริเวณแนวกราม แล้วเกลี่ยให้กลืนไปกับผิว

  • ถ้ารองพื้นโทนเหลืองกลืนไปกับสีผิวได้ดีกว่า แสดงว่ามีผิวโทนอุ่น
  • ถ้ารองพื้นโทนชมพูกลืนไปกับสีผิวได้ดีกว่า แสดงว่ามีผิวโทนเย็น

วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้รู้จักโทนสีผิวของตัวเอง แต่ยังมีประโยชน์โดยตรงในการเลือกซื้อรองพื้นให้ได้เฉดสีที่ถูกต้องและไม่ทำให้หน้าดูลอยหรือหมองคล้ำ

ประโยชน์ของการรู้จัก Personal Color ของตัวเอง

การลงทุนเวลาเพื่อทำความเข้าใจ Personal Color ของตนเองให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องของการ แต่งตัวตามสีผิว แต่ยังส่งผลดีในหลายๆ ด้านของชีวิตประจำวัน

การเลือกเสื้อผ้าที่ช่วยขับผิว

นี่คือประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุด เมื่อทราบว่าสีกลุ่มใดที่เหมาะกับตนเอง การเลือกซื้อเสื้อผ้าจะกลายเป็นเรื่องง่ายและมีเป้าหมายมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกกับเสื้อผ้าที่ไม่ใช่ หรือซื้อมาแล้วไม่เคยได้ใส่ การเลือกสีที่ถูกต้องจะช่วยให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้นทันทีที่สวมใส่ ทำให้ดูสุขภาพดีและมีพลังงาน นอกจากนี้ยังช่วยให้การสร้างสรรค์ลุคต่างๆ หรือการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าในตู้เป็นไปอย่างราบรื่น เพราะสีส่วนใหญ่ในตู้เสื้อผ้าจะอยู่ในโทนเดียวกันและเข้ากันได้ดี

การเลือกสีเครื่องสำอางและสีผม

Personal Color ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เสื้อผ้า แต่ยังครอบคลุมไปถึงการเลือกเครื่องสำอางด้วย ตั้งแต่สีรองพื้น ลิปสติก บลัชออน ไปจนถึงอายแชโดว์ การเลือกสีที่ถูกต้องตามโทนผิวจะทำให้การแต่งหน้าดูเป็นธรรมชาติและส่งเสริมความงามที่มีอยู่เดิม ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีผิวโทนเย็น (Summer/Winter) จะเหมาะกับลิปสติกสีชมพูหรือสีแดงอมน้ำเงิน ในขณะที่ผู้มีผิวโทนอุ่น (Spring/Autumn) จะดูดีในลิปสติกสีส้มหรือสีแดงอมส้ม

เช่นเดียวกับการเลือกสีผม การย้อมผมในโทนสีที่สอดคล้องกับ Personal Color จะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างและอ่อนเยาว์ลงได้ ในทางตรงกันข้าม การเลือกสีผมที่ขัดกับโทนผิวอาจทำให้ใบหน้าดูหมองหรือดูแข็งกระด้างได้

การเลือกเครื่องประดับและแว่นตา

แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องประดับและแว่นตาก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ โดยทั่วไปแล้ว:

  • ผิวโทนอุ่น (Spring/Autumn) จะเหมาะกับเครื่องประดับสีทอง (Gold), โรสโกลด์ (Rose Gold) หรือทองแดง (Bronze) ซึ่งจะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่ง
  • ผิวโทนเย็น (Summer/Winter) จะเหมาะกับเครื่องประดับสีเงิน (Silver), ทองคำขาว (White Gold) หรือแพลทินัม (Platinum) ซึ่งจะช่วยเสริมให้ผิวดูสว่างและสะอาดตา

การเลือกสีกรอบแว่นตาก็ใช้หลักการเดียวกัน การเลือกกรอบแว่นในโทนสีที่ใช่จะช่วยให้กรอบแว่นดูกลมกลืนไปกับใบหน้าและไม่ดูโดดเด่นจนเกินไป

เทคโนโลยีและบริการ: ตัวช่วยในการวิเคราะห์สีส่วนบุคคล

แม้ว่าการทดสอบด้วยตนเองจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำและละเอียดมากขึ้น ปัจจุบันมีเครื่องมือและบริการมากมายที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ

แอปพลิเคชันสำหรับวิเคราะห์ Personal Color

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้มีแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนจำนวนมากที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยวิเคราะห์ Personal Color โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้มักจะใช้กล้องของโทรศัพท์เพื่อสแกนสีผิวภายใต้สภาพแสงที่กำหนด จากนั้นอัลกอริทึมจะทำการวิเคราะห์และประเมินผลออกมาเป็นฤดูกาลที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับพาเลตต์สีที่ควรใช้ แม้ว่าความแม่นยำอาจไม่เท่ากับการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็เป็นเครื่องมือที่สะดวกและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่สนใจ

สตูดิโอและผู้เชี่ยวชาญด้าน Personal Color

สำหรับประสบการณ์ที่สมบูรณ์และแม่นยำที่สุด การเข้ารับบริการจากสตูดิโอหรือผู้ให้คำปรึกษาด้านภาพลักษณ์ที่เชี่ยวชาญด้าน Personal Color โดยตรงคือคำตอบที่ดีที่สุด ในระหว่างการวินิจฉัย ผู้เชี่ยวชาญจะใช้ชุดผ้าสีมาตรฐานจำนวนหลายสิบหรือหลายร้อยเฉดสีมาทาบกับผู้รับบริการทีละสี เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของสีที่มีต่อผิวหน้าอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟที่ควบคุมมาเป็นพิเศษ

กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่จะสามารถระบุฤดูกาลหลักได้ แต่ยังสามารถระบุได้ลึกถึงประเภทย่อย (Sub-type) เช่น Bright Spring, Muted Autumn, หรือ Deep Winter ซึ่งจะให้พาเลตต์สีที่เฉพาะเจาะจงและเหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ มากที่สุด นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแต่งหน้า การเลือกสไตล์เสื้อผ้า และการสร้างภาพลักษณ์โดยรวมอีกด้วย

สรุป: Personal Color กุญแจสู่ความมั่นใจในการแต่งตัว

การ เช็ค Personal Color ก่อนซื้อเสื้อผ้า ไม่ใช่แค่เทรนด์แฟชั่นที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็นศาสตร์และศิลป์ในการทำความเข้าใจตนเอง ที่ช่วยให้การเลือกสรรสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง เป็นไปอย่างมีหลักการและส่งเสริมภาพลักษณ์ได้อย่างแท้จริง การค้นพบโทนสีที่ใช่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสและมีสุขภาพดี แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความมั่นใจและสะท้อนตัวตนผ่านสีสันได้อย่างงดงาม

ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยการทดลองง่ายๆ ด้วยตนเอง หรือตัดสินใจเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ การเดินทางเพื่อค้นหา Personal Color ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อให้ทุกการตัดสินใจในการเลือกซื้อและการแต่งตัวในอนาค