รัฐหนุน ‘ภูเก็ต Creative Sandbox’ ปั้นฮับคอนเทนต์โลก!
โครงการ ‘ภูเก็ต Creative Sandbox’ คือนโยบายเชิงรุกของภาครัฐที่มุ่งพลิกโฉมจังหวัดภูเก็ตให้กลายเป็นศูนย์กลางด้านคอนเทนต์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลก โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโมเดล “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” เดิมที่เน้นการฟื้นฟูการท่องเที่ยว สู่การสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์เพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ เกม และแอนิเมชันชั้นนำทั่วโลก ความคิดริเริ่มนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการผลักดัน Soft Power ของไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีสากล
ภาพรวมของโครงการภูเก็ต Creative Sandbox
โครงการนี้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวชั้นนำสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลและคอนเทนต์ โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:
- การต่อยอดโมเดลฟื้นฟูเศรษฐกิจ: โครงการนี้พัฒนามาจาก “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังวิกฤตโควิด-19 โดยเปลี่ยนเป้าหมายจากการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมาสู่การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง
- เป้าหมายสู่การเป็นฮับคอนเทนต์โลก: รัฐบาลตั้งเป้าให้ภูเก็ตเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตคอนเทนต์ระดับโลก ทั้งกองถ่ายภาพยนตร์, สตูดิโอพัฒนาเกม และบริษัทแอนิเมชัน ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน
- การสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจร: หัวใจของโครงการคือการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สมบูรณ์ ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร, การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี, ไปจนถึงการมอบสิทธิประโยชน์พิเศษเพื่อดึงดูดนักลงทุนและผู้มีความสามารถจากทั่วโลก
- การขับเคลื่อน Soft Power ของไทย: การที่ภูเก็ตกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ จะช่วยส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านสื่อต่างๆ ไปสู่สายตาชาวโลก ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power
- การกระจายรายได้และสร้างงาน: โครงการคาดว่าจะสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ ในสายงานสร้างสรรค์และดิจิทัล และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจโรงแรม, การบริการ และการท่องเที่ยว
จากโมเดลท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
การเปลี่ยนผ่านจาก “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” สู่ “ภูเก็ต Creative Sandbox” สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของภาครัฐในการมองหาเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม โดยอาศัยจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานและชื่อเสียงระดับโลกของภูเก็ตเป็นฐานในการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอย่างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ที่มาและแนวคิดการต่อยอด
แนวคิดของ ‘ภูเก็ต Creative Sandbox’ เกิดขึ้นจากการประเมินผลสำเร็จของโครงการ Phuket Sandbox ในช่วงปลายปี 2564 ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าภูเก็ตมีศักยภาพในการเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับนโยบายสำคัญระดับประเทศ โครงการเดิมที่มุ่งเน้นการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสโดยไม่ต้องกักตัว ได้ช่วยฟื้นคืนชีพให้กับภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 1 ล้านคน และสร้างรายได้กว่า 6 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ถึงต้นปี 2565
เมื่อเห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการและศักยภาพของพื้นที่ ภาครัฐจึงเล็งเห็นโอกาสในการขยายผล โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่เป็นการผนวกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัลคอนเทนต์เข้ามาเป็นอีกหนึ่งแกนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด แนวคิด “Sandbox” หรือ “กระบะทราย” จึงถูกนำมาใช้อีกครั้งในความหมายของการเป็น “พื้นที่ทดลอง” สำหรับนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ โดยใช้ภูเก็ตเป็นเวทีทดสอบและพัฒนา ก่อนจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ
วัตถุประสงค์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เป้าหมายของโครงการนี้มีความชัดเจนและครอบคลุมในหลายมิติ โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังต่อไปนี้:
- การสร้างศูนย์กลางคอนเทนต์ดิจิทัล (Digital Content Hub): ผลักดันให้ภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับบริษัทในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการผลิตภาพยนตร์, การพัฒนาเกม, งานโพสต์โปรดักชัน, และแอนิเมชัน โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานและการลงทุน
- การยกระดับสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก (World-Class Destination): ไม่ใช่แค่สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ยังรวมถึงนักลงทุนและผู้มีความสามารถในสายงานสร้างสรรค์ โครงการมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่น่าอยู่และน่าทำงาน ผสมผสานไลฟ์สไตล์การพักผ่อนเข้ากับโอกาสทางธุรกิจอย่างลงตัว
- การสร้างงานและกระจายรายได้: ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานที่มีทักษะสูงในท้องถิ่น และดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาทำงาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ตั้งแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, การบริการ, การศึกษา ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีก
- การส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน: สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติผ่านนโยบายที่ชัดเจนและสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ เพื่อให้เกิดการลงทุนในระยะยาวและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับประเทศ
เป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันภูเก็ตให้เป็น World Class Destination สำหรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนในธุรกิจคอนเทนต์และดิจิทัลอย่างยั่งยืน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่พึ่งพิงการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
กลไกการขับเคลื่อน และสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดการลงทุน
เพื่อให้เป้าหมายของ ‘ภูเก็ต Creative Sandbox’ บรรลุผล ภาครัฐได้วางกลไกการดำเนินงานที่สำคัญผ่านการร่วมมือกับภาคเอกชน พร้อมทั้งออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดบริษัทชั้นนำจากทั่วโลกโดยเฉพาะ
การสร้างระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่ครบวงจร
หัวใจสำคัญของโครงการไม่ใช่แค่การสร้างอาคารหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศ (Ecosystem)” ที่เกื้อหนุนให้ธุรกิจสร้างสรรค์สามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่ตรงต่อความต้องการของอุตสาหกรรม, การจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและคอนเทนต์, การส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม, และการสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-working space) ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน
มาตรการส่งเสริมและสิทธิประโยชน์ BOI
หนึ่งในแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศคือมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ซึ่งมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษีให้กับบริษัทที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัล สิทธิประโยชน์เหล่านี้อาจรวมถึงการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลาหลายปี, การลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา, การอนุญาตให้ถือครองที่ดิน, และการอำนวยความสะดวกในการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิคจากต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดต้นทุนและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับกองถ่ายภาพยนตร์และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
| มิติการเปรียบเทียบ | Phuket Sandbox (โมเดลเดิม) | Phuket Creative Sandbox (โมเดลใหม่) |
|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | ฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด-19 | สร้างศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัลคอนเทนต์ |
| กลุ่มเป้าหมาย | นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบ | นักลงทุน, บริษัทผลิตคอนเทนต์, และบุคลากรทักษะสูง |
| กิจกรรมทางเศรษฐกิจ | การท่องเที่ยว, การโรงแรม, และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง | การผลิตภาพยนตร์, การพัฒนาเกม-แอนิเมชัน, และนวัตกรรมดิจิทัล |
| ผลลัพธ์ที่คาดหวัง | รายได้จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว | การลงทุนระยะยาว, การจ้างงานทักษะสูง, และการเติบโตของ Soft Power |
ผลกระทบที่คาดหวังและความท้าทาย
แม้ว่าโครงการ ‘ภูเก็ต Creative Sandbox’ จะเต็มไปด้วยศักยภาพและโอกาส แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ การทำความเข้าใจทั้งสองด้านจะช่วยให้เห็นภาพรวมของโครงการได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
โอกาสทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน
ในเชิงบวก โครงการนี้มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของภูเก็ตและของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จะช่วยลดการพึ่งพิงรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งมีความผันผวนสูง นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่ต้องการทักษะเฉพาะทางและให้ผลตอบแทนสูง เช่น โปรแกรมเมอร์, กราฟิกดีไซเนอร์, ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชวลเอฟเฟกต์, และทีมงานโปรดักชัน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถให้เข้ามาทำงานในจังหวัดมากขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรมที่พัก, ร้านอาหาร, และบริการขนส่ง ก็จะได้รับประโยชน์จากการเข้ามาของทีมงานและนักลงทุนจากต่างประเทศ
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาพอนาคตที่สดใส ยังมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายราย เช่น ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการ ยังคงต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านสภาพคล่องทางการเงิน เช่น การเข้าถึงแหล่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการช่วยเหลือค่าจ้างพนักงาน เพื่อให้สามารถประคับประคองธุรกิจของตนให้ผ่านพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านและสามารถปรับตัวให้เข้ากับทิศทางการพัฒนาใหม่ของจังหวัดได้ ความท้าทายสำคัญของภาครัฐจึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่และการเยียวยาฟื้นฟูธุรกิจดั้งเดิมในพื้นที่ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
บทสรุป และทิศทางอนาคตของภูเก็ต
โดยสรุปแล้ว โครงการ ‘ภูเก็ต Creative Sandbox’ ถือเป็นก้าวย่างเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ การเลือกใช้ภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เดิม (ชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว) เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนและการจ้างงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้าง Soft Power ของประเทศในเวทีโลก
ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับความร่วมมืออย่างแข็งขันจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการออกมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง, ภาคเอกชนในการเข้ามาลงทุนและสร้างสรรค์ผลงาน, และภาคประชาสังคมในท้องถิ่นที่ต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง หากสามารถดำเนินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อนาคตของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางคอนเทนต์ระดับโลกและเมืองสร้างสรรค์ที่น่าอยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริง และจะเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ของประเทศต่อไป