Home » ไหว้พระจันทร์ 2568: เปิดตำนานและพิกัดขนมเจ้าดัง

ไหว้พระจันทร์ 2568: เปิดตำนานและพิกัดขนมเจ้าดัง

สารบัญ

เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือ Mid-Autumn Festival เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญและงดงามที่สุดตามวัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวและความอุดมสมบูรณ์ ในคืนที่พระจันทร์ส่องสว่างเต็มดวงที่สุดในรอบปี โดยในปีนี้ วันไหว้พระจันทร์ 2568 ตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ครอบครัวจะได้มารวมตัวกัน ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความกลมเกลียว

  • เทศกาลไหว้พระจันทร์ 2568 ตรงกับวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน
  • เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว การแสดงความกตัญญู และการรวมตัวของครอบครัว โดยมีพระจันทร์เต็มดวงเป็นศูนย์กลางของความเชื่อ
  • ขนมไหว้พระจันทร์คือสัญลักษณ์สำคัญ สื่อถึงความรัก ความสามัคคี และความสมบูรณ์ของครอบครัว เปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวง
  • นอกจากการไหว้ขอพรแล้ว ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น การประดับโคมไฟ การเชิดมังกร และการชมจันทร์
  • ปัจจุบัน ขนมไหว้พระจันทร์มีการพัฒนาไส้ที่หลากหลาย ตั้งแต่แบบดั้งเดิมไปจนถึงรสชาติสมัยใหม่ที่หรูหรา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ไหว้พระจันทร์ 2568: เปิดตำนานและพิกัดขนมเจ้าดัง เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างสูงเมื่อใกล้ถึงช่วงเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงประเพณีการไหว้เพื่อขอพรจากดวงจันทร์เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวตำนานอันน่าหลงใหล ความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้ง และวัฒนธรรมการกินที่ส่งผ่านรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ขนมไหว้พระจันทร์” ที่เป็นมากกว่าของหวาน แต่คือสื่อกลางที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกแง่มุมของเทศกาล ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ตำนาน ไปจนถึงวิธีการไหว้ที่ถูกต้อง และแนะนำแหล่งจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์รสเลิศสำหรับปี 2568

ความสำคัญของเทศกาลไหว้พระจันทร์หยั่งรากลึกในสังคมเกษตรกรรมของจีนโบราณ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการขอบคุณฟ้าดินสำหรับผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี พระจันทร์เต็มดวงที่สุกสว่างที่สุดในคืนนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์พูนสุขและความสามัคคีกลมเกลียว ประเพณีนี้ถูกสืบทอดและปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่แก่นแท้ของการรวมญาติและการแสดงความรักต่อกันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เทศกาลไหว้พระจันทร์ยังคงเป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกที่มีเชื้อสายจีนต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อในทุกๆ ปี

ตำนานและความสำคัญของเทศกาลไหว้พระจันทร์

การเตรียมตัวและวิธีไหว้พระจันทร์ในปี 2568

เทศกาลไหว้พระจันทร์มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี จุดเริ่มต้นของเทศกาลนี้เชื่อมโยงกับการบูชาธรรมชาติและวิถีชีวิตทางการเกษตรของชาวจีนโบราณ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวและตำนานที่เปี่ยมด้วยจินตนาการและแง่คิดทางวัฒนธรรม

ต้นกำเนิด ความเชื่อ และประวัติศาสตร์อันยาวนาน

เทศกาลไหว้พระจันทร์ (中秋节) มีต้นกำเนิดมาจากพิธีกรรมบูชาพระจันทร์ในสมัยราชวงศ์ซาง (ประมาณ 1600–1046 ปีก่อนคริสตกาล) โดยจักรพรรดิจีนโบราณจะทรงประกอบพิธีบวงสรวงพระอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ และบวงสรวงพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วง เพื่อขอบคุณที่ช่วยให้การเก็บเกี่ยวพืชผลเป็นไปอย่างอุดมสมบูรณ์ แนวคิดนี้ได้แพร่หลายสู่สามัญชนและค่อยๆ พัฒนามาเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618–907)

ความเชื่อหลักของเทศกาลคือการเฉลิมฉลองในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงและสว่างไสวที่สุด ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของปฏิทินจันทรคติจีน ค่ำคืนนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของ “ความสมบูรณ์” และ “การอยู่พร้อมหน้า” ของครอบครัว สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ห่างไกลจะพยายามเดินทางกลับบ้านเพื่อใช้เวลาร่วมกัน รับประทานอาหารเย็น และชมจันทร์พร้อมหน้าพร้อมตา คล้ายกับเทศกาลขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ของโลกตะวันตก

เรื่องเล่าขาน: ฉางเอ๋อ เทพธิดาแห่งดวงจันทร์

หนึ่งในตำนานที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดเกี่ยวกับเทศกาลไหว้พระจันทร์คือเรื่องราวของ “ฉางเอ๋อ” (嫦娥) และ “โฮ่วอี้” (后羿) ตามตำนาน โฮ่วอี้เป็นนักยิงธนูผู้กล้าหาญที่ได้ช่วยโลกมนุษย์ด้วยการยิงธนูดับดวงอาทิตย์ 9 ดวงจากทั้งหมด 10 ดวงที่ปรากฏขึ้นพร้อมกันและแผดเผาโลก เพื่อเป็นการตอบแทน เทพธิดาแห่งสวรรค์ได้มอบยาอายุวัฒนะให้แก่เขา ซึ่งหากใครได้ดื่มกินก็จะกลายเป็นเซียนและขึ้นไปอาศัยอยู่บนสวรรค์

โฮ่วอี้รักฉางเอ๋อผู้เป็นภรรยามากและไม่ต้องการทิ้งนางไป จึงมอบยาให้นางเก็บรักษาไว้ แต่แล้ววันหนึ่ง เผิงเหมิง ลูกศิษย์ผู้มีจิตใจชั่วร้ายของโฮ่วอี้ ได้บุกเข้าไปในบ้านเพื่อขโมยยาอายุวัฒนะในขณะที่โฮ่วอี้ไม่อยู่ ฉางเอ๋อรู้ว่าตนสู้ไม่ได้ จึงตัดสินใจดื่มยานั้นเสียเอง ทันใดนั้น ร่างของนางก็เบาหวิวและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยความรักที่มีต่อสามี นางจึงเลือกที่จะลอยไปยังดวงจันทร์ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใกล้โลกมนุษย์ที่สุดเพื่อจะได้เฝ้ามองดูสามีของนางตลอดไป

เมื่อโฮ่วอี้กลับมาและทราบเรื่องก็โศกเศร้าเสียใจอย่างมาก เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเห็นว่าพระจันทร์ในคืนนั้นสว่างและกลมโตเป็นพิเศษ แลดูคล้ายเงาของฉางเอ๋อ เขาจึงจัดโต๊ะบูชา ตั้งของที่ฉางเอ๋อชอบ เช่น ขนมและผลไม้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงนาง ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนจึงเริ่มกราบไหว้พระจันทร์ในคืนวันเพ็ญเดือนแปดเพื่อขอพรให้มีความสุขและความปรองดองในครอบครัว

ความหมายเชิงสัญลักษณ์: ความกลมเกลียวและความสมบูรณ์

ทุกองค์ประกอบของเทศกาลไหว้พระจันทร์ล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้ง:

  • พระจันทร์เต็มดวง: เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุด สื่อถึงความสมบูรณ์ (Perfection), ความอุดมสมบูรณ์ (Prosperity) และการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวของครอบครัว (Family Reunion)
  • ขนมไหว้พระจันทร์: รูปทรงกลมของขนมเปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวง และเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีปรองดอง การแบ่งขนมไหว้พระจันทร์กันในครอบครัวจึงหมายถึงการแบ่งปันความสุขและความรักให้แก่กัน
  • ผลไม้ทรงกลม: การนำผลไม้ที่มีลักษณะกลม เช่น ส้มโอ ส้ม แอปเปิล มาตั้งไหว้ ก็เพื่อสื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุขและความราบรื่น

การเตรียมตัวและวิธีไหว้พระจันทร์ในปี 2568

การไหว้พระจันทร์เป็นพิธีกรรมที่ละเอียดอ่อนและเปี่ยมด้วยความศรัทธา การเตรียมตัวที่ถูกต้องตามธรรมเนียมจะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ไหว้และครอบครัว

วันและฤกษ์มงคลสำหรับการไหว้

สำหรับปี 2568 วันไหว้พระจันทร์จะตรงกับ วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มพิธีไหว้คือช่วงค่ำ หลังจากที่พระจันทร์ปรากฏเต็มดวงบนท้องฟ้า โดยเวลาที่แนะนำคือประมาณ 19.09 น. เป็นต้นไป

ของไหว้ที่ต้องเตรียม เสริมสิริมงคล

การจัดเตรียมของไหว้ควรเน้นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความงาม ความสมบูรณ์ และความเป็นมงคล โดยทั่วไปประกอบด้วย:

  1. ธูปและเทียน: ธูป 3 หรือ 5 ดอก และเทียน 1 คู่ (สีแดงหรือสีเหลือง)
  2. ดอกไม้สด: มักใช้ดอกไม้สีสันสดใส เช่น ดอกเบญจมาศ หรือดอกโบตั๋น เพื่อความสวยงามและสดชื่น
  3. ขนมไหว้พระจันทร์: หัวใจสำคัญของพิธี ควรมีจำนวนเป็นเลขคู่ เช่น 2 หรือ 4 ชิ้น เป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียว
  4. ผลไม้มงคล: ควรเลือกผลไม้ที่มีลักษณะกลมและมีความหมายดี อย่างน้อย 3-5 ชนิด เช่น
    • ส้มโอ: สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และบริบูรณ์
    • แอปเปิลแดง: หมายถึงความสงบสุข สันติภาพ
    • สาลี่: ควรหลีกเลี่ยงการนำมาไหว้เดี่ยวๆ เพราะพ้องเสียงกับคำว่า “จากลา” แต่สามารถนำมาไหว้ร่วมกับผลไม้อื่นได้
    • ทับทิม: หมายถึงการมีบุตรหลานมากมาย ครอบครัวอบอุ่น
    • องุ่น: สื่อถึงความเจริญงอกงามและความอุดมสมบูรณ์
  5. อาหารเจแห้ง: เช่น วุ้นเส้น เห็ดหอม ดอกไม้จีน เพื่อแสดงความเคารพต่อเทพเจ้า
  6. เครื่องสำอางและของใช้ของผู้หญิง: เช่น แป้ง ตลับแป้ง กระจก น้ำหอม เพื่อขอพรด้านความงามและเมตตามหานิยมจากพระจันทร์ซึ่งเชื่อว่าเป็นเทพแห่งเพศหญิง
  7. น้ำสะอาดหรือน้ำชา: ใช้ถวายเป็นเครื่องดื่ม

ขั้นตอนการไหว้และเคล็ดลับเสริมโชคลาภ

พิธีไหว้ควรจัดขึ้นกลางแจ้งในบริเวณที่มองเห็นพระจันทร์ได้ชัดเจน เช่น ระเบียง ดาดฟ้า หรือลานหน้าบ้าน โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. จัดโต๊ะไหว้โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออก วางกระถางธูป เทียน และของไหว้ต่างๆ ให้สวยงาม
  2. ตามธรรมเนียม ผู้หญิงควรเป็นผู้นำในการไหว้เป็นคนแรก เนื่องจากพระจันทร์ถือเป็นตัวแทนของพลังหยิน (เพศหญิง)
  3. จุดธูปเทียน แล้วอธิษฐานขอพรจากดวงจันทร์ โดยเน้นเรื่องความรัก ความสามัคคีในครอบครัว ความงาม และความมีเสน่ห์เมตตา
  4. รอจนธูปหมดดอก หรือประมาณครึ่งหนึ่ง จึงค่อยลาของไหว้มารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยให้ผู้ใหญ่ในบ้านเป็นผู้ตัดขนมไหว้พระจันทร์แบ่งให้สมาชิกในครอบครัวตามจำนวนคน

เคล็ดลับเสริมโชคลาภ: มีความเชื่อว่าการนำกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋าถือที่มีธนบัตรอย่างน้อย 9 ใบ มาวางไว้บนโต๊ะไหว้ด้วย จะเป็นการ “อาบแสงจันทร์” เพื่อเสริมดวงการเงินและโชคลาภตลอดทั้งปี

ข้อควรระวัง: ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์จีน ผู้ที่เกิดในปีนักษัตรระกา (ไก่) ซึ่งเป็นปีที่ชงกับกระต่าย (สัญลักษณ์บนดวงจันทร์) ไม่ควรเป็นผู้ไหว้คนแรก แต่สามารถเข้าร่วมพิธีและรับประทานของไหว้ได้ตามปกติ

ขนมไหว้พระจันทร์: หัวใจสำคัญแห่งเทศกาล

ขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงของเซ่นไหว้ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดของเทศกาลนี้ ด้วยรสชาติที่หลากหลายและบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ทำให้ขนมไหว้พระจันทร์กลายเป็นของขวัญยอดนิยมที่ผู้คนมอบให้แก่กันเพื่อแสดงความปรารถนาดี

ความหลากหลายของรสชาติ: จากดั้งเดิมสู่สมัยใหม่

ในอดีต ขนมไหว้พระจันทร์มักมีไส้แบบดั้งเดิมที่คุ้นเคยกันดี เช่น ไส้เม็ดบัว, ไส้โหงวยิ้ง (ธัญพืช 5 ชนิด), และไส้ทุเรียนกวน โดยมักจะมีไข่แดงเค็มอยู่ตรงกลาง ซึ่งเปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ผลิตได้สร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทำให้ตลาดขนมไหว้พระจันทร์มีความน่าสนใจและหลากหลายมากขึ้น

รสชาติยอดนิยมที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบัน ได้แก่:

  • ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่แดงเค็ม: รสชาติคลาสสิกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย
  • ไส้เม็ดบัวไข่แดงเค็ม: ไส้ดั้งเดิม เนื้อเนียนละเอียด หอมหวานกลมกล่อม
  • ไส้โหงวยิ้งไข่แดงเค็ม: ประกอบด้วยธัญพืชและถั่วต่างๆ ให้รสสัมผัสที่กรุบกรอบและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
  • ไส้พุทราจีนไข่แดงเค็ม: ให้รสหวานอมเปรี้ยว มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
  • ไส้สมัยใหม่: เช่น ไส้มัทฉะ, ไส้กาแฟแมคคาดาเมีย, ไส้ช็อกโกแลตลาวา, หรือแม้กระทั่งไส้ครีมคัสตาร์ด ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ตารางเปรียบเทียบขนมไหว้พระจันทร์ประเภทต่างๆ และลักษณะเด่นของแต่ละไส้
ประเภท ไส้ที่นิยม ลักษณะเด่น
แบบดั้งเดิม (เปลือกอบ) เม็ดบัว, ทุเรียน, โหงวยิ้ง, พุทราจีน เปลือกสีน้ำตาลทอง มีลวดลายสวยงาม เนื้อไส้แน่น รสชาติเข้มข้น หอมหวาน
แบบสมัยใหม่ (เปลือกนิ่ม/บัวหิมะ) คัสตาร์ด, มัทฉะ, ช็อกโกแลต, กาแฟ, ผลไม้ เปลือกนิ่ม สีสันสดใส ต้องแช่เย็น รสชาติเบา ไม่หวานจัด มีความหลากหลายสูง
แบบลักชัวรี (Luxury) ทรัฟเฟิล, คาเวียร์, ชีส, ชาพรีเมียม ใช้วัตถุดิบราคาสูงและหายาก รสชาติซับซ้อน เป็นเอกลักษณ์ บรรจุภัณฑ์หรูหรา

ลายแทงพิกัดขนมไหว้พระจันทร์เจ้าดังประจำปี 2568

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาขนมไหว้พระจันทร์คุณภาพเยี่ยมเพื่อนำไปไหว้หรือมอบเป็นของขวัญ ในปี 2568 มีตัวเลือกที่น่าสนใจมากมายทั้งในและต่างประเทศ

คอลเลกชันสุดหรูจากโรงแรมชั้นนำในประเทศไทย

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา 13 แห่งทั่วประเทศไทย ได้จัดทำขนมไหว้พระจันทร์ในรูปแบบกล่องของขวัญลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่มีความหรูหราและสวยงาม เหมาะสำหรับการมอบเป็นของขวัญให้แก่คนพิเศษหรือผู้ใหญ่ที่เคารพ โดยมีรสชาติยอดนิยมให้เลือกหลากหลาย อาทิ ทุเรียนหมอนทองไข่แดงเค็ม, เม็ดบัวไข่แดงเค็ม, โหงวยิ้งไข่แดงเค็ม, พุทราจีนไข่แดงเค็ม, มัทฉะไข่แดงเค็ม และกาแฟแมคคาดาเมีย

คอลเลกชันพิเศษนี้จะจัดจำหน่ายในราคากล่องละ 1,388 บาท โดยสามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 30 ตุลาคม 2568 นับเป็นตัวเลือกที่สะดวกและมั่นใจได้ในคุณภาพและรสชาติระดับพรีเมียม

เทรนด์ขนมไหว้พระจันทร์ระดับโลกที่น่าจับตา

ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมอาหารจีน ได้มีการยกระดับขนมไหว้พระจันทร์ไปอีกขั้น มีการรังสรรค์รสชาติสุดหรูและแปลกใหม่เพื่อสร้างความแตกต่าง เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ผสมคาเวียร์และชีส ซึ่งมอบประสบการณ์รสชาติที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ หรือชุดของขวัญที่มาพร้อมรสชาติชาชั้นเลิศอย่าง Da Hong Pao Oolong และชาเขียวมะลิ ซึ่งสร้างสรรค์โดยเชฟชื่อดังเพื่อเทศกาลปี 2568 โดยเฉพาะ ขนมเหล่านี้มักมีราคาสูงและผลิตในจำนวนจำกัด ทำให้เป็นที่ต้องการของนักชิมและนักสะสม

กิจกรรมและสีสันอื่นๆ ในวันไหว้พระจันทร์

นอกเหนือจากการไหว้พระจันทร์และรับประทานขนมแล้ว เทศกาลนี้ยังมีกิจกรรมรื่นเริงอื่นๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองและสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม

การประดับโคมไฟและการเชิดมังกร

การประดับโคมไฟสีแดงและสีสันต่างๆ เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ โคมไฟเปรียบเสมือนแสงสว่างนำทางไปสู่ความโชคดีและความสุข ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในชุมชนชาวจีน จะมีการจัดเทศกาลโคมไฟอย่างยิ่งใหญ่ มีการประกวดโคมไฟแฟนซี และให้เด็กๆ ถือโคมไฟเดินเล่นในตอนกลางคืน สร้างเป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจ

นอกจากนี้ ในบางแห่งยังมีการแสดงเชิดมังกรและสิงโต ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและนำพาความเป็นสิริมงคลมาให้แก่ชุมชน เสียงกลองที่ดังกึกก้องและลีลาการเชิดที่แข็งแกร่งทรงพลังช่วยเพิ่มสีสันและความคึกคักให้กับเทศกาลได้อย่างมาก

การรวมตัวของครอบครัว: แก่นแท้ของเทศกาล

เหนือสิ่งอื่นใด หัวใจที่แท้จริงของเทศกาลไหว้พระจันทร์คือ “การรวมตัวของครอบครัว” (团圆) เป็นช่วงเวลาที่สมาชิกทุกคนจะได้กลับมาพบปะสังสรรค์ แบ่งปันทุกข์สุข และแสดงความรักความห่วงใยให้แก่กัน การได้นั่งล้อมวงรับประทานอาหารเย็น ชมจันทร์ และกินขนมไหว้พระจันทร์ร่วมกัน คือช่วงเวลาอันมีค่าที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่เทศกาลนี้จะถูกเรียกว่าเป็น “เทศกาลแห่งความกลมเกลียว”

Post navigation