Home » BIFW 2025: ส่องไฮไลท์-ตารางโชว์-ดีไซเนอร์ไทยน่าจับตา

BIFW 2025: ส่องไฮไลท์-ตารางโชว์-ดีไซเนอร์ไทยน่าจับตา

สารบัญ

Bangkok International Fashion Week 2025 หรือ BIFW 2025 คือเวทีแสดงผลงานแฟชั่นที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับดีไซเนอร์ไทยและต่างชาติในการนำเสนอคอลเลกชันล่าสุด งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมของความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่สากล

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • BIFW 2025 จะจัดแสดงคอลเลกชัน Autumn/Winter 2025 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน และ Spring/Summer 2026 ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2025
  • เทรนด์หลักที่โดดเด่นคือแฟชั่นที่ยั่งยืนและการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย
  • ดีไซเนอร์ไทยน่าจับตามอง ได้แก่ Varavela Studio และ Pha Thai Sai Hai Sanook ซึ่งมีเอกลักษณ์ในการใช้วัสดุและเทคนิคแบบไทย
  • งานนี้เป็นเวทีสำคัญสำหรับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ (Gen-Next) ในการแสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด
  • BIFW ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงดีไซเนอร์ไทยกับผู้ซื้อ สื่อ และสไตลิสต์จากทั่วโลก

ภาพรวม Bangkok International Fashion Week 2025

BIFW 2025: ส่องไฮไลท์-ตารางโชว์-ดีไซเนอร์ไทยน่าจับตา ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของปฏิทินแฟชั่นในประเทศไทย งานนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเวทีแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยรวบรวมทั้งดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าและคลื่นลูกใหม่ที่มีพรสวรรค์มาไว้ในที่เดียว ความสำคัญของ BIFW ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจัดแสดงเสื้อผ้าบนรันเวย์ แต่ยังครอบคลุมถึงการเป็นพื้นที่สำหรับการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการยกระดับภาพลักษณ์ของแฟชั่นไทยในเวทีโลก ทำให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ที่น่าจับตาในระดับภูมิภาค

สำหรับปี 2025 งานแฟชั่นวีคในกรุงเทพฯ ยังคงเดินหน้าตอกย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำด้านแฟชั่น โดยเน้นการนำเสนอแนวคิดที่สอดคล้องกับกระแสโลก เช่น ความยั่งยืน และการเชิดชูอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านการออกแบบที่ทันสมัย งานนี้จึงเป็นที่คาดหวังของทั้งผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมและผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นว่าจะได้เห็นทิศทางใหม่ๆ และแรงบันดาลใจที่น่าตื่นเต้นตลอดการจัดงาน

กำหนดการและสถานที่จัดงาน BIFW 2025

การวางแผนเพื่อเข้าร่วมชมงานแฟชั่นวีคจำเป็นต้องทราบกำหนดการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้พลาดชมคอลเลกชันที่น่าสนใจจากแบรนด์ต่างๆ สำหรับ BIFW 2025 และงานแฟชั่นที่เกี่ยวข้องได้มีการกำหนดช่วงเวลาการจัดงานหลักไว้แล้ว

ช่วงเวลาและคอลเลกชันที่จัดแสดง

ตารางโชว์ BIFW และงานแฟชั่นวีคที่สำคัญในปี 2025 แบ่งออกเป็นสองช่วงหลักตามฤดูกาลของแฟชั่น ดังนี้:

  • คอลเลกชัน Autumn/Winter 2025: มีกำหนดจัดแสดงในวันที่ 29–30 มิถุนายน 2025 ซึ่งจะเป็นการนำเสนอเสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว
  • คอลเลกชัน Spring/Summer 2026: จะจัดแสดงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2025 ประมาณวันที่ 27–28 ซึ่งจะเผยให้เห็นเทรนด์สำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนของปีถัดไป

การแบ่งช่วงเวลาจัดแสดงเช่นนี้สอดคล้องกับปฏิทินแฟชั่นสากล ทำให้นักออกแบบไทยสามารถนำเสนอผลงานต่อผู้ซื้อและสื่อต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม

สถานที่จัดงานหลัก

สถานที่จัดงานหลักสำหรับแฟชั่นวีคในกรุงเทพฯ มักจะเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงและมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เพื่อส่งเสริมให้บรรยากาศของงานดูน่าสนใจยิ่งขึ้น สำหรับปี 2025 หนึ่งในสถานที่จัดงานหลักคือ Benedict Theatre ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านการออกแบบที่ล้ำสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเลือกสถานที่แห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน

รูปแบบโชว์และประเภทคอลเลกชันที่น่าสนใจ

ความหลากหลายของโชว์บนรันเวย์เป็นหนึ่งในเสน่ห์ของ Bangkok International Fashion Week ซึ่งเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ได้แสดงผลงานในประเภทต่างๆ ที่ตรงกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ตนเองมากที่สุด

การแบ่งประเภทโชว์บนรันเวย์

โดยทั่วไป ตารางโชว์จะถูกจัดสรรตามประเภทของคอลเลกชัน เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกชมโชว์ที่ตรงกับความสนใจได้ง่ายขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่:

  1. Couture (กูตูร์): เน้นเสื้อผ้าชั้นสูงที่มีความประณีตในการตัดเย็บและใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยม มักเป็นงานฝีมือที่แสดงถึงทักษะขั้นสูงของดีไซเนอร์
  2. Femme (เฟม): นำเสนอเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรี (womenswear) ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีความหลากหลายของสไตล์มากที่สุด
  3. Homme (ออม): คอลเลกชันเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ (menswear) ที่มีตั้งแต่ชุดลำลองไปจนถึงชุดที่เป็นทางการ
  4. Avant-Garde (อาวองต์-การ์ด): เป็นพื้นที่สำหรับการออกแบบที่ล้ำสมัย ทดลอง และท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ มักเป็นการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่อาจกลายเป็นเทรนด์ในอนาคต
  5. Gen-Next (เจน-เน็กซ์): เวทีสำหรับนักออกแบบรุ่นใหม่และนักศึกษาแฟชั่นในการแสดงผลงานที่สร้างสรรค์และเปี่ยมด้วยพลัง เป็นการเปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่ได้แจ้งเกิดในวงการ
ตารางเปรียบเทียบประเภทของโชว์ในงาน BIFW 2025 และลักษณะเด่นของแต่ละประเภท
ประเภทโชว์ ลักษณะเด่น กลุ่มเป้าหมาย
Couture งานฝีมือชั้นสูง การตัดเย็บประณีต วัสดุหรูหรา ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม, ผู้สะสมงานศิลปะ
Femme เสื้อผ้าสตรี มีความหลากหลายของสไตล์และราคา ผู้หญิงทั่วไป, ผู้ที่สนใจแฟชั่น
Homme เสื้อผ้าบุรุษ ครอบคลุมสไตล์ต่างๆ ผู้ชายที่ใส่ใจในการแต่งกาย
Avant-Garde การออกแบบที่ล้ำสมัย ทดลอง และท้าทายแนวคิดเดิม ผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นแนวทดลอง, สื่อแฟชั่น
Gen-Next ผลงานของดีไซเนอร์รุ่นใหม่และนักศึกษา มีความสดใหม่ ผู้ที่มองหาดีไซเนอร์หน้าใหม่, สถาบันการศึกษา

ดีไซเนอร์ไทยที่ต้องจับตามองใน BIFW 2025

BIFW เป็นเวทีที่สร้างชื่อให้กับดีไซเนอร์ไทยจำนวนมาก ในปี 2025 มีแบรนด์ไทยหลายแบรนด์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นและการนำเสนอที่น่าสนใจ

Varavela Studio

Varavela Studio เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านการผสมผสานความงดงามของผ้าไหมไทยเข้ากับซิลูเอตที่ทันสมัย ผลงานของแบรนด์มักจะมีความเรียบหรู แต่แฝงไปด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน ทำให้เสื้อผ้าดูสง่างามและสวมใส่ได้จริงในโอกาสต่างๆ การนำเสนอผ้าไหมซึ่งเป็นมรดกของชาติในมุมมองใหม่ ทำให้ Varavela Studio เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากตลาดต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

Pha Thai Sai Hai Sanook

แบรนด์นี้โดดเด่นในเรื่องการให้ความสำคัญกับแฟชั่นที่ยั่งยืน (Sustainable Fashion) โดยเน้นการใช้เทคนิคการทอผ้าแบบดั้งเดิมของไทย มาปรับปรุงให้ทันสมัยด้วยลวดลายและสีสันที่สดใส “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามชื่อแบรนด์ คือการนำเสนอผ้าทอมือในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและสนุกสนานมากขึ้น เป็นการพิสูจน์ว่าแฟชั่นที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมสามารถเป็นเรื่องที่สวยงามและน่าตื่นเต้นได้

เทรนด์หลักและแนวคิดสำคัญของซีซั่น

เทรนด์หลักและแนวคิดสำคัญของซีซั่น

นอกจากการนำเสนอคอลเลกชันใหม่ๆ แล้ว BIFW 2025 ยังสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและแนวคิดสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก ซึ่งมีสองประเด็นหลักที่น่าสนใจ

แฟชั่นที่ยั่งยืน (Sustainability)

ความยั่งยืนได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของวงการแฟชั่นในปัจจุบัน ใน BIFW 2025 จะเห็นได้ชัดเจนว่าดีไซเนอร์ไทยจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ มีการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น:

  • ฝ้ายออร์แกนิก (Organic Cotton): ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย
  • เส้นใยรีไซเคิล (Recycled Fibers): การนำวัสดุเก่ากลับมาใช้ใหม่เพื่อลดขยะ
  • สีย้อมจากพืช (Plant-based Dyes): การใช้สีจากธรรมชาติแทนสีย้อมเคมี

การมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ

การผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรม

อีกหนึ่งแนวทางที่โดดเด่นคือการนำมรดกทางวัฒนธรรมไทยมาผสมผสานกับการออกแบบร่วมสมัย ดีไซเนอร์หลายคนได้นำแรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าและเทคนิคงานฝีมือท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การใช้ผ้าทออีสาน หรือลวดลายการปักที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะล้านนา การผสมผสานนี้สร้างสุนทรียภาพที่ทั้งงดงามและมีความหมาย สามารถดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและความเป็นของแท้

ความสำคัญของ BIFW ต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

Bangkok International Fashion Week ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอีเวนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย บทบาทของงานนี้สามารถสรุปได้ดังนี้:

  • เวทีแสดงศักยภาพ: เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับดีไซเนอร์ไทยในการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่และสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
  • การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ: เป็นจุดนัดพบระหว่างดีไซเนอร์, ผู้ค้าปลีก (Retailers), สื่อมวลชน และสไตลิสต์จากทั่วโลก ซึ่งนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการร่วมมือในอนาคต
  • ยกระดับภาพลักษณ์: การจัดงานแฟชั่นวีคที่มีมาตรฐานช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงแห่งแฟชั่นและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวและการออกแบบ
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์: BIFW เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไทย

บทสรุปและทิศทางอนาคตของแฟชั่นไทย

BIFW 2025 คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของพัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย งานนี้ไม่เพียงนำเสนอเทรนด์เสื้อผ้าล่าสุด แต่ยังชี้ให้เห็นถึงทิศทางในอนาคตที่มุ่งเน้นความยั่งยืน การเชิดชูวัฒนธรรม และการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถ การติดตามไฮไลท์ ตารางโชว์ และผลงานของดีไซเนอร์ไทยที่น่าจับตาในงานนี้ จะทำให้เห็นภาพรวมของวงการแฟชั่นไทยที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและพร้อมที่จะก้าวไปสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม