น้ำท่วมกรุงเทพฯ! เปิดแอปเช็คพื้นที่เสี่ยง-เส้นทางเลี่ยง
สถานการณ์ฝนตกหนักและปัญหาน้ำท่วมขังเป็นความท้าทายที่กรุงเทพมหานครต้องเผชิญเป็นประจำทุกปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและการเดินทางของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน
- สถานการณ์ปัจจุบัน: ในปี 2568 หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านลาดพร้าวและโชคชัย 4 เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเร่งระบายน้ำ
- เทคโนโลยีเพื่อการรับมือ: แอปพลิเคชันบนมือถือกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝน และวางแผนการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- แอปพลิเคชันแนะนำ: มีแอปพลิเคชันหลากหลายที่พัฒนาโดยหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้บริการข้อมูลด้านน้ำและภัยพิบัติโดยเฉพาะ เช่น ThaiWater, DPM Reporter และ BMA Traffic ที่ให้ข้อมูลจราจรและน้ำท่วมขังบนถนนในกรุงเทพฯ แบบเรียลไทม์
- แนวโน้มในอนาคต: กรุงเทพมหานครยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว อันเนื่องมาจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบเตือนภัยและการจัดการน้ำที่ยั่งยืน
บทความนี้จะพาไปสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร พร้อมแนะนำเครื่องมือดิจิทัลที่จะช่วยให้การรับมือกับปัญหาน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีข้อมูลและเตรียมพร้อมมากขึ้น โดยปัญหา น้ำท่วมกรุงเทพฯ! เปิดแอปเช็คพื้นที่เสี่ยง-เส้นทางเลี่ยง จึงไม่ใช่แค่ประเด็นเฉพาะหน้า แต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการและแจ้งเตือนประชาชนให้สามารถปรับตัวและวางแผนชีวิตประจำวันได้อย่างทันท่วงที การมีข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดอยู่ในมือไม่เพียงช่วยลดผลกระทบส่วนบุคคล แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้อย่างเข้มแข็ง การติดตามข้อมูลจากแอปพลิเคชันที่เชื่อถือได้ เช่น พยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ ข้อมูลระดับน้ำ และสภาพการจราจร ถือเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับคนเมืองในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่นที่สุดแม้ในวันที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง
ความสำคัญของการเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดนั้นมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากรูปแบบของฝนที่ตกหนักและคาดเดายากขึ้น การพึ่งพาเพียงการประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอาจไม่เพียงพอต่อการวางแผนที่ต้องการความรวดเร็วและเฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ ดังนั้น แอปพลิเคชันเตือนภัยน้ำท่วมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยแจ้งเตือนและให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทั้งการเลือกเส้นทางเดินทาง การเตรียมป้องกันทรัพย์สิน หรือแม้แต่การตัดสินใจทำงานจากที่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่อาจเป็นอัมพาตจากน้ำท่วมขัง
สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ในปี 2568
ในปี 2568 กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนทั้งในด้านการสัญจรและการดำเนินชีวิตประจำวัน สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงความเปราะบางของเมืองใหญ่ต่อภัยธรรมชาติและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนต้องตื่นตัวและเตรียมมาตรการรับมืออย่างจริงจัง
ภาวะฝนตกหนักที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการบูรณาการข้อมูลและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน เพื่อลดผลกระทบและบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
พื้นที่วิกฤตและมาตรการเชิงรุกของ กทม.
จากข้อมูลสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือย่านลาดพร้าวและโชคชัย 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ปริมาณฝนที่เกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงในหลายซอยและบนถนนสายหลัก ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างรุนแรงและประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง โดยระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องมือเข้าพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลัง ประกอบด้วย:
- การเร่งพร่องน้ำ: เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดเสี่ยงและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่คลองสายหลักอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดระดับน้ำให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
- การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ: มีการจัดทีมลงพื้นที่เพื่อเก็บขยะและวัชพืชที่อุดตันตะแกรงระบายน้ำและในลำคลอง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการไหลของน้ำ
- การแก้ไขปัญหาต้นไม้ล้ม: ในหลายกรณี พบว่าต้นไม้ที่ล้มจากลมพายุได้กีดขวางทางน้ำในคลอง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้าลง กทม. จึงส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าตัดและเคลื่อนย้ายต้นไม้ออกจากลำคลองอย่างเร่งด่วน
การดำเนินงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องของ กทม. แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการวางแผนป้องกันในระยะยาว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการติดตามและเตือนภัยให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมได้ล่วงหน้า
น้ำท่วมกรุงเทพฯ! เปิดแอปเช็คพื้นที่เสี่ยง-เส้นทางเลี่ยง: เครื่องมือสำคัญในยุคดิจิทัล
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การมีเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมได้แบบเรียลไทม์ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งได้พัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการนี้โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเช็คพื้นที่น้ำท่วม ตรวจสอบสภาพอากาศ และวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ แอปพลิเคชันเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากอุทกภัยได้เป็นอย่างดี
กลุ่มแอปติดตามสถานการณ์น้ำและภัยพิบัติภาพรวม
แอปพลิเคชันกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลภาพกว้างเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศทั่วประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการติดตามแนวโน้มและการเตือนภัยล่วงหน้า โดยครอบคลุมข้อมูลตั้งแต่ปริมาณฝนสะสม ระดับน้ำในแม่น้ำและเขื่อน ไปจนถึงการประกาศเตือนภัยพิบัติต่างๆ
แอปพลิเคชันหลักในกลุ่มนี้ประกอบด้วย:
- ThaiWater: แอปพลิเคชันที่เปรียบเสมือนคลังข้อมูลน้ำของประเทศ รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ มาแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทั้งข้อมูลปริมาณฝน ระดับน้ำในลำน้ำและอ่างเก็บน้ำ รวมถึงพยากรณ์อากาศล่วงหน้า
- DPM Reporter: พัฒนาโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นแอปพลิเคชันสำหรับติดตามและแจ้งข่าวสารด้านสาธารณภัยทุกรูปแบบ รวมถึงอุทกภัย ผู้ใช้สามารถรับการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ของตนเองและติดตามประกาศสำคัญจากทางราชการได้โดยตรง
- WMSC (Water Management System of CROP): เป็นระบบที่เน้นข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการน้ำในภาคเกษตรกรรม แต่ก็มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนทั่วไป เช่น สถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำต่างๆ และข้อมูลสภาพอากาศ
- DWR4THAI: แอปพลิเคชันจากกรมทรัพยากรน้ำ ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและสายรอง
- RainViewer: แอปพลิเคชันที่มีจุดเด่นด้านการแสดงผลเรดาร์ตรวจอากาศแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นกลุ่มฝนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในพื้นที่ของตนเองได้อย่างชัดเจน ช่วยในการคาดการณ์ฝนตกหนักล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี
- Thai DisAster Alert: ระบบเตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ส่งการแจ้งเตือนโดยตรงไปยังโทรศัพท์มือถือเมื่อมีเหตุการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- Water4Thai: อีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามภาพรวมของทรัพยากรน้ำในประเทศได้อย่างสะดวก
| แอปพลิเคชัน | ประเภทข้อมูลหลัก | หน่วยงานรับผิดชอบ | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| ThaiWater | ข้อมูลน้ำภาพรวมประเทศ (ฝน, ระดับน้ำ) | สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) | เป็นศูนย์กลางข้อมูลน้ำที่ครอบคลุมที่สุด |
| DPM Reporter | ข่าวสารและเตือนภัยพิบัติ | กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย | รับการแจ้งเตือนภัยโดยตรงจาก ปภ. |
| RainViewer | เรดาร์กลุ่มฝนแบบเรียลไทม์ | MeteoRadar | เห็นการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนได้อย่างแม่นยำ |
| BMA Traffic | น้ำท่วมบนถนน, สภาพจราจรใน กทม. | สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. | ข้อมูลเฉพาะทางสำหรับผู้เดินทางในกรุงเทพฯ |
แอปพลิเคชันเฉพาะทางสำหรับคนกรุงเทพฯ: BMA Traffic
นอกเหนือจากแอปพลิเคชันที่ให้ข้อมูลภาพรวมระดับประเทศแล้ว กรุงเทพมหานครยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ นั่นคือ BMA Traffic ซึ่งพัฒนาโดยสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. แอปพลิเคชันนี้ถือเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงฤดูฝน
จุดเด่นของ BMA Traffic คือการให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและทันต่อสถานการณ์บนท้องถนน โดยมีฟังก์ชันสำคัญดังนี้:
- รายงานน้ำท่วมขังบนถนน: แอปพลิเคชันจะแสดงข้อมูลจุดที่มีน้ำท่วมขังบนเส้นทางต่างๆ แบบเรียลไทม์ พร้อมระบุระดับความสูงของน้ำ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถประเมินได้ว่ารถของตนสามารถสัญจรผ่านได้หรือไม่
- ข้อมูลสภาพจราจร: แสดงสภาพการจราจรบนถนนสายต่างๆ ด้วยแถบสี (เขียว-เหลือง-แดง) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติดหนักได้
- แจ้งเหตุการณ์บนท้องถนน: รายงานอุบัติเหตุ, การก่อสร้าง, หรือเหตุขัดข้องอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการจราจร
ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและทันท่วงที BMA Traffic จึงเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เลือกเส้นทางเลี่ยงที่เหมาะสม และตัดสินใจเกี่ยวกับการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับปัญหารถติดหรือรถเสียกลางทางจากน้ำท่วม
มองไปข้างหน้า: ความท้าทายและอนาคตของกรุงเทพฯ กับปัญหาน้ำท่วม
แม้ว่าปัจจุบันจะมีการใช้เทคโนโลยีและมาตรการต่างๆ เข้ามาช่วยบรรเทาปัญหา แต่สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวางแผนเพื่ออนาคตจึงต้องมองไปไกลกว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องคำนึงถึงการสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการปรับตัวของเมืองในระยะยาว
ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อน
ข้อมูลจากการศึกษาและการคาดการณ์ในระดับนานาชาติได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวล โดยมีการประเมินว่าภายใต้ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและเกิดพายุที่รุนแรงบ่อยครั้งขึ้น ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 4 ของโลกที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักภายในปี 2050
สำหรับกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีการทรุดตัวของแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงดังกล่าวจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หากไม่มีการวางรากฐานและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมืออย่างจริงจัง เมืองหลวงแห่งนี้อาจต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาลเกินกว่าที่เคยประสบมา
การคาดการณ์ถึงปี 2050 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสัญญาณเตือนที่กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันวางแผนและลงทุนเพื่ออนาคตของกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน
ความจำเป็นของระบบจัดการน้ำและเตือนภัยอัจฉริยะ
เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต การพัฒนาระบบการจัดการน้ำและการเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูงจึงเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการวางผังเมืองและการบริหารจัดการเชิงรุก แนวทางที่จำเป็นต้องผลักดันประกอบด้วย:
- การปรับปรุงระบบระบายน้ำ: การขยายและเพิ่มประสิทธิภาพของอุโมงค์ระบายน้ำ, คลอง, และสถานีสูบน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณฝนที่ตกหนักในระยะเวลาสั้นได้ดียิ่งขึ้น
- การสร้างพื้นที่หน่วงน้ำ (แก้มลิง): การจัดหาพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ว่างเพื่อใช้เป็นแหล่งรองรับน้ำชั่วคราวในเขตเมือง เพื่อชะลอการไหลของน้ำและลดปริมาณน้ำที่จะเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและที่อยู่อาศัย
- การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า: การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ในการพยากรณ์ปริมาณฝนและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนและเตรียมการรับมือได้ทันท่วงที
อนาคตของกรุงเทพฯ ในการต่อสู้กับปัญหาน้ำท่วมขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและระบบเตือนภัยที่ชาญฉลาด ซึ่งจะเป็นหลักประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของเมืองในระยะยาว
บทสรุป: การปรับตัวและใช้เทคโนโลยีเพื่อรับมือ
สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและทวีความรุนแรงขึ้นจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป จากเหตุการณ์น้ำท่วมขังในย่านลาดพร้าวและโชคชัย 4 ในปี 2568 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีมาตรการรับมือที่รวดเร็วของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมของภาคประชาชน การใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอปพลิเคชันบนมือถือ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ เช็คพื้นที่น้ำท่วม และวางแผนการเดินทางได้อย่างชาญฉลาด
แอปพลิเคชันอย่าง ThaiWater, DPM Reporter, และแอปพลิเคชันเฉพาะทางอย่าง BMA Traffic ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนกรุงเทพฯ ในการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดผลกระทบในชีวิตประจำวันและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปในอนาคต ความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญ การพัฒนาระบบการจัดการน้ำและระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง
ดังนั้น การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ประชาชนสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการดาวน์โหลดและเรียนรู้วิธีการใช้งานแอปพลิเคชันเหล่านี้ติดเครื่องไว้ เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุดในการตัดสินใจ การปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตไปได้ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัยและสร้างเมืองที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างยั่งยืน