Home » กินเจภูเก็ต 2568: เปิดตำนาน-รวมพิกัดห้ามพลาด






กินเจภูเก็ต 2568: เปิดตำนาน-รวมพิกัดห้ามพลาด


กินเจภูเก็ต 2568: เปิดตำนาน-รวมพิกัดห้ามพลาด

สารบัญ

เทศกาลกินเจภูเก็ตเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ผสมผสานความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว บทความนี้จะสำรวจประวัติศาสตร์ พิธีกรรมสำคัญ และแนะนำสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานในปี 2568

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • ประวัติศาสตร์ยาวนาน: เทศกาลกินเจภูเก็ตมีรากฐานมาจากชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมายังภูเก็ตเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน และจัดขึ้นเพื่อบำเพ็ญกุศลและขอพรให้พ้นจากโรคภัย
  • พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์: จุดเด่นของงานคือพิธีกรรมต่างๆ ที่แสดงถึงความศรัทธาอย่างแรงกล้า เช่น ขบวนแห่ม้าทรง พิธีลุยไฟ และพิธีสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยาก
  • กำหนดการปี 2568: เทศกาลกินเจภูเก็ต ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–29 ตุลาคม โดยมีกิจกรรมและขบวนแห่ตลอดช่วงเวลา 9 วันเต็ม
  • ศูนย์กลางแห่งศรัทธา: ศาลเจ้าต่างๆ ทั่วภูเก็ต โดยเฉพาะศาลเจ้าจุ๊ยตุ่ยและศาลเจ้าบางเหนียว เป็นหัวใจหลักของการจัดงาน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมชมพิธีและขบวนแห่ได้
  • มากกว่าการกินเจ: นอกจากการงดเว้นเนื้อสัตว์ เทศกาลนี้ยังเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมจีน-ภูเก็ต อาหารเจท้องถิ่น และบรรยากาศของความศรัทธาที่แผ่กระจายไปทั่วทั้งเกาะ

ประวัติศาสตร์และตำนานเทศกาลกินเจภูเก็ต

เทศกาล กินเจภูเก็ต 2568: เปิดตำนาน-รวมพิกัดห้ามพลาด เป็นมากกว่าแค่การงดบริโภคเนื้อสัตว์ แต่เป็นประเพณีที่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างยาวนานเกือบสองศตวรรษ ประเพณีนี้สะท้อนถึงความเชื่อ ความศรัทธา และการปรับตัวของกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเกาะภูเก็ต การทำความเข้าใจที่มาและตำนานของเทศกาลนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงแก่นแท้ของประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์นี้

ต้นกำเนิดและความเชื่อ

ต้นกำเนิดของประเพณีกินผัก หรือ “เจี๊ยะฉ่าย” ในภาษาจีนฮกเกี้ยน สามารถย้อนกลับไปได้ถึงช่วงประมาณปี พ.ศ. 2370 ในยุคที่ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการทำเหมืองแร่ดีบุกและดึงดูดแรงงานชาวจีนฮกเกี้ยนจำนวนมากให้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในช่วงเวลานั้นได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นในชุมชนชาวจีน ทำให้มีผู้คนล้มป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ตามตำนานเล่าว่า คณะงิ้วจากประเทศจีนที่เดินทางมาเปิดการแสดงที่ภูเก็ตได้ล้มป่วยด้วยโรคระบาดเช่นกัน พวกเขาจึงได้จัดพิธีบวงสรวงบูชาเทพเจ้า “กิ้วอ๋องไต่เต่” (ราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์) และถือศีลกินผักอย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นการชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ ปรากฏว่าโรคระบาดได้ทุเลาลงและหายไปในที่สุด เหตุการณ์นี้สร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้แก่ชาวจีนในภูเก็ตเป็นอย่างมาก พวกเขาเชื่อว่าการถือศีลกินเจคือหนทางในการปัดเป่าโรคภัยและเคราะห์ร้าย จึงได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีในช่วงเดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน จนกลายเป็น เทศกาลกินเจ ภูเก็ต ที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงดังที่เห็นในปัจจุบัน

ความสำคัญในวิถีชีวิตชาวภูเก็ต

จากความเชื่อส่วนบุคคลได้พัฒนามาสู่ประเพณีสำคัญของชุมชน เทศกาลกินเจไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการรวมตัวของครอบครัวและชุมชน ชาวภูเก็ตที่มีเชื้อสายจีนจะพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาว ประดับธงสีเหลืองตามบ้านเรือนและร้านค้าเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเข้าร่วมเทศกาล บรรยากาศทั่วทั้งเกาะจะเต็มไปด้วยความคึกคักและพลังแห่งศรัทธา

ประเพณีนี้ยังเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และพิธีกรรมต่างๆ จากผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร การผสมผสานระหว่างความเชื่อดั้งเดิมของชาวจีนเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่นของภูเก็ต ทำให้ ประเพณีกินผัก นี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและยังคงสืบสานเจตนารมณ์ดั้งเดิมในการชำระล้างกายใจและสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต

พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องชมในเทศกาลกินเจ 2568

พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องชมในเทศกาลกินเจ 2568

ไฮไลท์สำคัญที่ทำให้เทศกาลกินเจภูเก็ตแตกต่างจากที่อื่นคือพิธีกรรมอันเข้มขลังและน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งแสดงออกถึงความศรัทธาอย่างสูงสุดของผู้เข้าร่วมพิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ม้าทรง” และพิธีกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสะเดาะเคราะห์และชำระล้างสิ่งไม่ดี

ม้าทรง: ผู้สื่อสารกับเทพเจ้า

“ม้าทรง” หรือ “กิ้วอ๋อง” คือบุคคลที่เชื่อว่าเทพเจ้าได้ประทับร่างเพื่อมาโปรดมนุษย์และปัดเป่าความทุกข์โศกโรคภัยให้แก่ผู้ที่ถือศีลกินเจ ในช่วงเทศกาล เราจะเห็นขบวนม้าทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการใช้อาวุธหรือของมีคมต่างๆ ทิ่มแทงตามร่างกาย เช่น กระพุ้งแก้ม ลิ้น หรือแผ่นหลัง โดยเชื่อว่าเป็นการรับเคราะห์กรรมและความเจ็บปวดแทนผู้ศรัทธาในชุมชน

การแสดงออกเหล่านี้ไม่ใช่การทรมานตนเองเพื่อความบันเทิง แต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ที่สืบทอดกันมาด้วยความเชื่อที่ว่า การเจ็บปวดทางร่างกายของม้าทรงจะช่วยชำระล้างความโชคร้ายและนำมาซึ่งความสงบสุขแก่ส่วนรวม ขบวนแห่ม้าทรงไปตามถนนสายต่างๆ จึงเป็นภาพที่ทั้งน่าเกรงขามและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา ซึ่งเป็นจุดดึงดูดหลักสำหรับผู้ที่มา เที่ยวภูเก็ต ในช่วงเทศกาลนี้

พิธีกรรมของม้าทรงเป็นการแสดงออกถึงความเสียสละ โดยเชื่อว่าการรับความเจ็บปวดทางกายเป็นการแบกรับเคราะห์กรรมแทนผู้คนในชุมชน เพื่อให้ทุกคนได้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายและมีชีวิตที่สงบสุข

พิธีลุยไฟ (โก้ยโห้ย) และพิธีสะเดาะเคราะห์ (โก้ยห่าน)

อีกสองพิธีกรรมสำคัญที่มักจัดขึ้นในช่วงท้ายของเทศกาลคือ พิธีโก้ยโห้ย และ พิธีโก้ยห่าน

พิธีโก้ยโห้ย หรือพิธีลุยไฟ เป็นพิธีกรรมที่ม้าทรงและผู้ที่ถือศีลอย่างเคร่งครัดจะเดินเท้าเปล่าข้ามกองถ่านที่ลุกโชน เป็นการแสดงถึงพลังอำนาจของเทพเจ้าที่คุ้มครอง และเชื่อว่าเป็นการชำระล้างพลังงานที่ไม่ดีออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายและจิตใจบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีนี้ได้ต้องผ่านการเตรียมตัวและรักษาศีลอย่างเข้มงวด

ส่วน พิธีโก้ยห่าน คือพิธีสะเดาะเคราะห์ที่จัดขึ้นหลังจากพิธีลุยไฟ โดยผู้เข้าร่วมจะเขียนชื่อ วันเดือนปีเกิดของตนลงบนตุ๊กตากระดาษ (ตัวแทน) จากนั้นจะเดินข้ามสะพานที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีม้าทรงทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป พร้อมทั้งประทับตราสัญลักษณ์ของศาลเจ้าลงบนแผ่นหลังของเสื้อสีขาวที่สวมใส่ เพื่อเป็นเครื่องหมายของการผ่านพ้นเคราะห์กรรมและเป็นการรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

ปักหมุดพิกัดสำคัญในเทศกาลกินเจภูเก็ต 2568

เพื่อสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลกินเจภูเก็ตอย่างเต็มรูปแบบ การเดินทางไปยังศาลเจ้าต่างๆ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “อ๊าม” ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะแต่ละแห่งเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมและกิจกรรมตลอด 9 วัน 9 คืน

ศูนย์กลางพิธีกรรม: ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย

ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ตั้งอยู่บนถนนระนอง ถือเป็นศาลเจ้าที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูเก็ต และเปรียบเสมือนศูนย์กลางหลักของเทศกาลกินเจ ที่นี่เป็นสถานที่จัดพิธีกรรมสำคัญหลายอย่าง เช่น พิธียกเสาโกเต้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นเทศกาลอย่างเป็นทางการ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนแห่พระที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองภูเก็ต บริเวณโดยรอบศาลเจ้าจะคึกคักเป็นพิเศษ มีร้านค้าจำหน่าย อาหารเจ ภูเก็ต หลากหลายชนิด ทำให้เป็นจุดที่ต้องไปเยือนเป็นอันดับแรก

ศาลเจ้าสำคัญอื่นๆ และขบวนแห่

นอกจากศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยแล้ว ยังมี ศาลเจ้าภูเก็ต อีกหลายแห่งที่มีบทบาทสำคัญและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการจัดพิธีกรรมและขบวนแห่ ทำให้การไปเยือนแต่ละศาลเจ้ามอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

สรุปพิกัดศาลเจ้าสำคัญและจุดชมขบวนแห่ในเทศกาลกินเจภูเก็ต
สถานที่ รายละเอียดและจุดเด่น
ศาลเจ้าบางเหนียว ตั้งอยู่บนถนนภูเก็ต เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องขบวนแห่พระที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการ เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าหลักที่มีผู้คนเข้าร่วมพิธีกรรมอย่างเนืองแน่น
ศาลเจ้าลิมหูไท่ซู ตั้งอยู่ที่สามกอง ถนนกระบี่ มีชื่อเสียงในเรื่องพิธีกรรมของม้าทรงที่มีความหวาดเสียวและแสดงถึงความศรัทธาอันแรงกล้า เช่น การใช้ของมีคมเจาะร่างกาย
ศาลเจ้ากะทู้ เชื่อกันว่าเป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่ริเริ่มประเพณีกินเจในภูเก็ต แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่เท่าศาลเจ้าในเมือง แต่ก็ยังคงรักษาความขลังและพิธีกรรมแบบดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี
ย่านเมืองเก่าและถนนสายหลัก ขบวนแห่ของแต่ละศาลเจ้าจะเคลื่อนผ่านถนนสายสำคัญ เช่น ถนนระนอง, ตลาดเหนือ, ถนนถลาง, และบางครั้งขยายไปยังพื้นที่ป่าตองและกะทู้ การไปรอชมขบวนตามเส้นทางเหล่านี้เป็นวิธีที่ดีในการสัมผัสบรรยากาศโดยรวมของเทศกาล

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเทศกาลกินเจภูเก็ต

การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากเทศกาลอันยิ่งใหญ่นี้ ทั้งในเรื่องของกำหนดการและข้อควรปฏิบัติเพื่อแสดงความเคารพต่อประเพณี

กำหนดการและช่วงเวลาสำคัญ

สำหรับ เทศกาลกินเจ ภูเก็ต 2568 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 29 ตุลาคม 2568 โดยมีกิจกรรมหลักๆ ดังนี้:

  • วันแรก (21 ตุลาคม): พิธียกเสาโกเต้งในทุกศาลเจ้า เพื่ออัญเชิญองค์เทพเจ้ากิ้วอ๋องไต่เต่และหยกอ๋องซ่งเต่ เป็นสัญญาณการเริ่มต้นเทศกาลอย่างเป็นทางการ
  • ตลอดช่วงเทศกาล: แต่ละศาลเจ้าจะมีตารางขบวนแห่พระไปตามเส้นทางต่างๆ ในเมืองภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นโอกาสดีในการชมม้าทรงและรับพร
  • ช่วงท้ายเทศกาล: จะมีพิธีกรรมใหญ่ เช่น พิธีลุยไฟ และพิธีข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมักจัดขึ้นในช่วง 2-3 วันสุดท้าย
  • วันสุดท้าย (29 ตุลาคม): พิธีส่งพระ ซึ่งเป็นขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ในเวลากลางคืน เพื่อส่งเสด็จองค์เทพเจ้ากลับสู่สวรรค์ ปิดท้ายเทศกาลอย่างสมบูรณ์

ข้อควรรู้และแนวทางปฏิบัติ

เพื่อเป็นการให้เกียรติและเคารพต่อประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้เข้าร่วมงานควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้:

  1. การแต่งกาย: ควรแต่งกายด้วยชุดสีขาวล้วน เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์และเป็นส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมพิธี
  2. การปฏิบัติตน: สำรวมกาย วาจา ใจ ไม่พูดจาหยาบคาย หรือแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมในบริเวณศาลเจ้าและขบวนแห่
  3. ความปลอดภัย: ในระหว่างชมขบวนแห่ จะมีการจุดประทัดจำนวนมาก ควรเตรียมผ้าปิดจมูกหรืออุปกรณ์ป้องกัน และระมัดระวังสะเก็ดไฟ
  4. การถ่ายภาพ: สามารถถ่ายภาพได้ แต่ควรทำด้วยความเคารพ ไม่เข้าไปกีดขวางขบวนหรือพิธีกรรม โดยเฉพาะขณะที่ม้าทรงกำลังประกอบพิธี

สัมผัสรสชาติอาหารเจต้นตำรับภูเก็ต

นอกเหนือจากพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว เทศกาลกินเจยังเป็นสวรรค์ของนักชิมอีกด้วย ตลอดช่วงเวลา 9 วัน ร้านค้าและแผงลอยทั่วทั้งเกาะจะประดับธงสีเหลืองและจำหน่าย อาหารเจ ภูเก็ต ที่มีความหลากหลายและรสชาติเป็นเอกลักษณ์

อาหารเจของภูเก็ตได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีนฮกเกี้ยน ผสมผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่น ทำให้มีเมนูพิเศษที่หาทานได้ยากในที่อื่น เช่น หมี่หุ้นผัดเจ, โอวต้าวเจ, และขนมต่างๆ ที่ทำจากพืชผักและแป้งเป็นหลัก บริเวณรอบศาลเจ้าใหญ่ๆ เช่น ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย และศาลเจ้าบางเหนียว จะกลายเป็นตลาดอาหารเจขนาดใหญ่ที่มีอาหารให้เลือกชิมมากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันและประสบการณ์ที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่มาเยือนในช่วงเวลานี้

บทสรุป: ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่ควรพลาด

เทศกาลกินเจภูเก็ต 2568 ไม่ใช่เป็นเพียงการงดบริโภคเนื้อสัตว์ แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่สืบทอดเรื่องราวแห่งศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตเชื้อสายจีนมาเกือบ 200 ปี การได้มาสัมผัสบรรยากาศของขบวนแห่อันน่าเกรงขาม ชมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่หาชมได้ยาก และลิ้มลองอาหารเจรสเลิศ ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ควรค่าแก่การมาเยือน

การเข้าร่วมงานในปีนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการท่องเที่ยวเพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ แต่ยังเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ต่อไป จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลแห่งศรัทธาอันยิ่งใหญ่นี้ เพื่อสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจและเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต