มหา’ลัยไทยติดอันดับโลก! สรุปผล QS Ranking 2026 ล่าสุด
ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก QS World University Rankings 2026 ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับแวดวงการศึกษาไทย โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่งของไทยได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่โดดเด่นและมีอันดับที่ดีขึ้นในเวทีระดับนานาชาติ การจัดอันดับนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนคุณภาพทางวิชาการ แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในระบบ TCAS และการเลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
ภาพรวมผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยที่น่าจับตามอง
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดย QS ในปี 2026 นี้ ได้เผยให้เห็นถึงความก้าวหน้าของสถาบันอุดมศึกษาไทยในหลายมิติ โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังคงรักษาตำแหน่งมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่ง และเป็นมหาวิทยาลัยไทยเพียงแห่งเดียวที่ติด 10 อันดับแรกของภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งมีอันดับโลกที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง มีอันดับโลกสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาคุณภาพในด้านต่างๆ อย่างครอบคลุม
- การยอมรับจากผู้จ้างงาน เป็นหนึ่งในจุดแข็งของมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งติดอันดับสูงในด้านผลลัพธ์การจ้างงาน (Employment Outcomes) และชื่อเสียงจากผู้จ้างงาน (Employer Reputation)
- ภาพรวมการศึกษาไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นในเวทีโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นผลมาจากการยกระดับคุณภาพงานวิจัย ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการผลิตบัณฑิตให้เป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงานสากล
การประกาศผลการจัดอันดับซึ่งมีขึ้นในช่วงกลางปี 2025 นี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสถาบันการศึกษาไทยในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการให้ทัดเทียมนานาชาติ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนอนาคตทางการศึกษา และต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเอง
เกณฑ์การจัดอันดับ QS World University Rankings 2026: วัดจากอะไรบ้าง?
เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาของอันดับต่างๆ การทราบถึงเกณฑ์ที่ QS World University Rankings ใช้ในการประเมินจึงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดอันดับนี้พิจารณาจากตัวชี้วัด 9 ด้าน ซึ่งแต่ละด้านมีน้ำหนักคะแนนแตกต่างกันไป เพื่อให้ได้ภาพรวมคุณภาพของมหาวิทยาลัยที่ครอบคลุมและสมดุลที่สุด ดังนี้:
- ชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic Reputation) – 30%: เป็นตัวชี้วัดที่มีน้ำหนักมากที่สุด ประเมินจากผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิชาการกว่าแสนคนทั่วโลก เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการสอนในสาขาที่ตนเชี่ยวชาญ คะแนนในส่วนนี้สะท้อนถึงการยอมรับในวงการวิชาการระดับนานาชาติ
- การอ้างอิงผลงานวิจัยต่อจำนวนอาจารย์ (Citations per Faculty) – 20%: ตัวชี้วัดนี้ประเมินคุณภาพและผลกระทบของงานวิจัยที่ผลิตโดยมหาวิทยาลัย โดยคำนวณจากจำนวนครั้งที่ผลงานวิจัยของคณาจารย์ได้รับการอ้างอิงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หารด้วยจำนวนอาจารย์ทั้งหมด ค่าที่สูงบ่งชี้ว่างานวิจัยของสถาบันมีอิทธิพลและถูกนำไปต่อยอดอย่างกว้างขวาง
- ชื่อเสียงจากผู้จ้างงาน (Employer Reputation) – 15%: ประเมินจากมุมมองของนายจ้างทั่วโลกเกี่ยวกับสถาบันที่ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีทักษะ และมีความพร้อมในการทำงานมากที่สุด เป็นการวัดความเชื่อมั่นของตลาดแรงงานต่อคุณภาพของบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ
- ผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน (Employment Outcomes) – 5%: ตัวชี้วัดนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของบัณฑิตในการได้งานทำและความสามารถในการเป็นผู้นำในสายอาชีพ โดยพิจารณาจากอัตราการจ้างงานของบัณฑิตและจำนวนศิษย์เก่าที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง
- อัตราส่วนจำนวนอาจารย์ต่อนักศึกษา (Faculty/Student Ratio) – 10%: ใช้วัดความสามารถของมหาวิทยาลัยในการให้การสนับสนุนและดูแลนักศึกษาได้อย่างทั่วถึง อัตราส่วนที่ต่ำ (มีอาจารย์จำนวนมากต่อนักศึกษา) บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ใกล้ชิดและมีคุณภาพ ซึ่งเอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์และการให้คำปรึกษา
- สัดส่วนอาจารย์ชาวต่างชาติ (International Faculty Ratio) – 5%: ตัวชี้วัดความเป็นนานาชาติของสถาบัน โดยดูจากสัดส่วนของคณาจารย์ที่ไม่ใช่คนในประเทศ ค่าที่สูงแสดงถึงความสามารถในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลก ซึ่งช่วยสร้างความหลากหลายทางวิชาการและวัฒนธรรม
- เครือข่ายวิจัยนานาชาติ (International Research Network) – 5%: ประเมินความสามารถของสถาบันในการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยกับสถาบันอื่นๆ ทั่วโลก การมีเครือข่ายที่กว้างขวางและหลากหลายสะท้อนถึงการเป็นที่ยอมรับและศักยภาพในการทำวิจัยที่ซับซ้อนและมีผลกระทบสูง
- สัดส่วนนักศึกษาชาวต่างชาติ (International Student Ratio) – 5%: เช่นเดียวกับสัดส่วนอาจารย์ชาวต่างชาติ ตัวชี้วัดนี้สะท้อนถึงความเป็นนานาชาติและความน่าดึงดูดของมหาวิทยาลัยต่อนักศึกษาจากทั่วโลก สภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมช่วยส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้และเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสู่การทำงานในระดับโลก
- ความยั่งยืน (Sustainability) – 5%: เป็นตัวชี้วัดที่เพิ่มเข้ามาใหม่เพื่อประเมินความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สะท้อนถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมอย่างยั่งยืน
เจาะลึกผลงานมหา’ลัยไทยติดอันดับโลก! สรุปผล QS Ranking 2026 ล่าสุด
ผลการจัดอันดับ QS World University Rankings 2026 แสดงให้เห็นภาพรวมที่น่าพอใจสำหรับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยสถาบันชั้นนำหลายแห่งสามารถขยับอันดับขึ้นไปอยู่ในจุดที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: ผู้นำอันดับ 1 ของไทยและ Top 10 อาเซียน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงตอกย้ำสถานะการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 221 ของโลก ขยับขึ้นจากอันดับที่ 229 ในปี 2025 นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียวของไทยที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้นำที่ไม่ใช่แค่ในระดับประเทศ แต่ยังรวมถึงในระดับภูมิภาคด้วย
ความสำเร็จของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการมีคะแนนที่ดีขึ้นในทุกตัวชี้วัดสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านชื่อเสียงทางวิชาการและผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน ซึ่งโดดเด่นอย่างมากในเวทีโลก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความเป็นเลิศใน 2 ด้านที่ติด 100 อันดับแรกของโลก คือ ด้านชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic Reputation) ในอันดับที่ 89 และ ด้านผลลัพธ์การจ้างงาน (Employment Outcomes) ในอันดับที่ 64 ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในคุณภาพการศึกษาและบัณฑิตจากทั้งในแวดวงวิชาการและภาคธุรกิจระดับสากล
การพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ การวิจัย และความเป็นนานาชาติ ทำให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ
มหาวิทยาลัยมหิดล: ก้าวกระโดดสู่อันดับที่สูงขึ้น
มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม โดยขยับอันดับโลกขึ้นมาอยู่ที่ อันดับที่ 358 จากเดิมอันดับที่ 368 ในปีก่อนหน้า การไต่อันดับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนี้เป็นผลมาจากการรักษามาตรฐานความเป็นเลิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมาโดยตลอด การปรับปรุงอันดับโลกสะท้อนถึงความพยายามในการยกระดับคุณภาพการวิจัยและการเรียนการสอนให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ทำให้มหิดลยังคงเป็นสถาบันชั้นนำที่นักศึกษาให้ความไว้วางใจ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และธรรมศาสตร์: พัฒนาการที่น่าจับตา
มหาวิทยาลัยชั้นนำอีกสองแห่งที่มีอันดับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 526 ของโลก จากเดิมอันดับที่ 567 ซึ่งเป็นการพัฒนาที่น่าประทับใจและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคในการแข่งขันบนเวทีโลก
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่ง โดยพุ่งขึ้นมาอยู่ที่อันดับที่ 551 จากอันดับที่ 596 ในปีก่อนหน้า และครองอันดับ 4 ของประเทศ ที่น่าสนใจคือคะแนนรวมของธรรมศาสตร์เพิ่มขึ้นจาก 20.8 เป็น 29.9 คะแนน ซึ่งเป็นผลมาจากผลงานที่ยอดเยี่ยมในหลายตัวชี้วัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธรรมศาสตร์ครองอันดับ 2 ของประเทศในด้านผลลัพธ์การจ้างงาน และยังมีอันดับในประเทศที่สูงในด้านชื่อเสียงจากผู้จ้างงาน อัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา และสัดส่วนอาจารย์ชาวต่างชาติอีกด้วย
สรุปอันดับมหาวิทยาลัยไทยอื่นๆ ใน QS Ranking 2026
นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีสถาบันอุดมศึกษาอีกหลายแห่งของไทยที่ติดอันดับโลกและมีผลงานที่น่าสนใจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพการศึกษาที่กระจายตัวและมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงมากขึ้น
| มหาวิทยาลัย | อันดับโลก (QS 2026) | อันดับโลก (QS 2025) |
|---|---|---|
| จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | 221 | 229 |
| มหาวิทยาลัยมหิดล | 358 | 368 |
| มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ | 526 | 567 |
| มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ | 551 | 596 |
| มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ | 701-710 | ประมาณ 780 |
| มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ | 851-900 | คงที่ |
| มหาวิทยาลัยขอนแก่น | 901-950 | คงที่ |
| มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี | 901-950 | คงที่ |
| มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ | 1201-1400 | คงที่ |
| สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง | 1201-1400 | คงที่ |
| มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี | 1201-1400 | คงที่ |
| กลุ่มมหาวิทยาลัยอันดับ 1401+ | มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยศิลปากร, และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ | |
บริบทของมหาวิทยาลัยไทยในระดับเอเชียและระดับโลก
เมื่อพิจารณาในภาพรวมระดับโลก จะพบว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำยังคงกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร โดยมีสถาบันอย่าง Massachusetts Institute of Technology (MIT) ครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยในเอเชียกำลังแสดงศักยภาพที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมี National University of Singapore (NUS) จากสิงคโปร์ เป็นผู้นำของทวีปและติดอันดับสูงในระดับโลก
ในการจัดอันดับปี 2026 มีมหาวิทยาลัยจากเอเชียถึง 22 แห่งที่สามารถเข้ามาอยู่ใน 100 อันดับแรกของโลกได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจและบ่งชี้ถึงการลงทุนอย่างมหาศาลในการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาของหลายประเทศในภูมิภาคนี้
สำหรับประเทศไทย แม้ว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเป็นเพียงสถาบันเดียวที่สามารถทะลุเข้ามาอยู่ใน 250 อันดับแรกของโลกได้ แต่ภาพรวมของการที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีอันดับดีขึ้น ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าการศึกษาไทยกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ถูกต้อง การแข่งขันที่สูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสให้สถาบันของไทยต้องเร่งพัฒนาคุณภาพในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการยอมรับในเวทีสากลต่อไป
สรุปและทิศทางอนาคตของการศึกษาไทย
ผลการจัดอันดับ QS World University Rankings 2026 ได้มอบภาพสะท้อนที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของอุดมศึกษาไทยในปัจจุบัน ความสำเร็จของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงสถาบันอื่นๆ ที่มีอันดับดีขึ้น เป็นเครื่องยืนยันถึงความพยายามและความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ความก้าวหน้านี้เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพทางวิชาการที่เข้มแข็งขึ้น, การให้ความสำคัญกับการผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน, และการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยกับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในเวทีโลกยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกสถาบันจะต้องวางกลยุทธ์เพื่อพัฒนาตนเองต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองที่กำลังพิจารณาทางเลือกในการศึกษาต่อ ข้อมูลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยนี้ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจ การเลือกสถาบันที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับโลกไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อโอกาสทางการศึกษา แต่ยังรวมถึงเส้นทางอาชีพในอนาคตด้วย ดังนั้น การติดตามและทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการวางแผนอนาคตทางการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ