Home » BIFW 2025: ส่องเทรนด์แฟชั่น-ไฮไลท์โชว์เด็ดห้ามพลาด

BIFW 2025: ส่องเทรนด์แฟชั่น-ไฮไลท์โชว์เด็ดห้ามพลาด

สารบัญ

งาน Bangkok International Fashion Week หรือ BIFW คือหนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และทิศทางของเทรนด์เครื่องแต่งกายในอนาคต สำหรับ BIFW 2025: ส่องเทรนด์แฟชั่น-ไฮไลท์โชว์เด็ดห้ามพลาด นั้น คาดว่าจะเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ที่ตอกย้ำศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยและสะท้อนภาพรวมของวงการแฟชั่นระดับประเทศและนานาชาติ

สรุปประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด

  • ภาพรวมอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยปี 2025: วงการแฟชั่นไทยในปี 2025 มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก โดยมีอีเวนต์ระดับนานาชาติหลายงานเป็นตัวขับเคลื่อน เช่น Thailand Fashion Week และ Thailand International Fashion Week ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทิศทางและศักยภาพของตลาด
  • เทรนด์หลักที่คาดการณ์: เทรนด์แฟชั่นที่คาดว่าจะโดดเด่นบนรันเวย์ BIFW 2025 ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ โครงสร้างเสื้อผ้าที่ชัดเจนและมีมิติ (Bold Silhouettes), การใช้คู่สีที่แปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์ (Unique Color Palettes), และนวัตกรรมการใช้พื้นผิวและวัสดุ (Textural Innovation) ซึ่งจะกลายเป็นแนวทางสำคัญสำหรับเทรนด์แฟชั่น 2026
  • บทบาทของดีไซเนอร์ไทย: งานแฟชั่นวีคยังคงเป็นเวทีสำคัญสำหรับทั้งดีไซเนอร์ไทยระดับแนวหน้าในการนำเสนอคอลเลกชันใหม่ และเป็นพื้นที่แจ้งเกิดสำหรับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ (Gen-Next) เพื่อแสดงศักยภาพสู่สายตาสาธารณชนและผู้ซื้อจากทั่วโลก
  • ความสำคัญต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์: BIFW และงานแฟชั่นวีคอื่น ๆ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อวงการแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดึงดูดการลงทุน สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงแห่งแฟชั่น

ภาพรวมของ Bangkok International Fashion Week 2025

BIFW 2025: ส่องเทรนด์แฟชั่น-ไฮไลท์โชว์เด็ดห้ามพลาด เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในกลุ่มผู้ที่ติดตามวงการแฟชั่น เนื่องจากงาน Bangkok International Fashion Week (BIFW) ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสัปดาห์แฟชั่นที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ซึ่งโดยปกติมักจัดขึ้น ณ แลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ อย่างสยามพารากอน งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดแสดงผลงานเสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุด แต่ยังเป็นพื้นที่สะท้อนภาพอนาคตและกำหนดทิศทางของเทรนด์แฟชั่น 2026 อีกด้วย

ความสำคัญของ BIFW ต่อวงการแฟชั่นไทย

BIFW ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบนิเวศแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ดีไซเนอร์, ผู้ผลิต, ผู้ซื้อ, สื่อมวลชน ไปจนถึงผู้บริโภค ความสำคัญของงานนี้สามารถมองได้หลายมิติ ประการแรกคือการเป็นเวทีแสดงศักยภาพของดีไซเนอร์ไทย ทั้งแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและคลื่นลูกใหม่ที่รอการค้นพบ การนำเสนอผลงานบนรันเวย์ระดับนี้ช่วยสร้างการรับรู้และเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ได้อย่างมหาศาล

ประการที่สอง BIFW มีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานในหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนางแบบ ช่างภาพ สไตลิสต์ ผู้จัดงาน และทีมงานเบื้องหลังอีกมากมาย นอกจากนี้ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจแฟชั่นจากต่างประเทศให้เดินทางมายังกรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการโดยรวม

บทวิเคราะห์จากอีเวนต์แฟชั่นอื่น ๆ ในปี 2025

แม้ว่ารายละเอียดอย่างเป็นทางการของ BIFW 2025 อาจจะยังไม่ถูกประกาศออกมาทั้งหมด แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในปี 2025 สามารถวิเคราะห์ได้จากงานแฟชั่นวีคสำคัญอื่น ๆ ที่ได้ยืนยันกำหนดการแล้ว เช่น Thailand Fashion Week ซึ่งเป็นงานแสดงผลงานแฟชั่นระดับนานาชาติที่จัดขึ้นปีละสองครั้ง และ Thailand International Fashion Week (TIFW) ที่เน้นการรวบรวมดีไซเนอร์จากทั่วโลก

จากข้อมูลของงานเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่าวงการแฟชั่นไทยในปี 2025 ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของประเภทแฟชั่น ตั้งแต่เสื้อผ้าชั้นสูง (Couture), เสื้อผ้าสตรี (Femme), เสื้อผ้าบุรุษ (Homme), ไปจนถึงแฟชั่นแนวทดลอง (Avant-Garde) และการสนับสนุนดีไซเนอร์หน้าใหม่ (Gen-Next) แนวทางเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการผลักดันอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างรอบด้านและยั่งยืน ซึ่งคาดว่า BIFW 2025 จะดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน คือการนำเสนอความหลากหลายและความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด

เจาะลึกเทรนด์แฟชั่นที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2026

เจาะลึกเทรนด์แฟชั่นที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2026

รันเวย์ของ BIFW 2025 จะเป็นพื้นที่ทดลองและนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของเทรนด์แฟชั่น 2026 จากการวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่นโลกและบริบทของประเทศไทย คาดว่ามี 3 เทรนด์หลักที่จะถูกนำเสนออย่างเด่นชัดบนรันเวย์

โครงสร้างเสื้อผ้าที่โดดเด่น (Bold Silhouettes)

เทรนด์การออกแบบที่เน้นโครงสร้างและรูปทรงของเสื้อผ้าจะกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง ดีไซเนอร์จะหันมาให้ความสนใจกับการสร้างมิติใหม่ ๆ ให้กับเสื้อผ้าผ่านการตัดเย็บที่เฉียบคมและการเลือกใช้วัสดุที่สามารถคงรูปทรงได้ดี เราอาจจะได้เห็นการใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การเสริมไหล่ให้ดูกว้างและตั้งตรง (Power Shoulders) ในเสื้อเบลเซอร์และโค้ท, การออกแบบแขนเสื้อให้มีวอลลุ่มพองฟู (Voluminous Sleeves) ในชุดเดรสและเสื้อเบลาส์, หรือการสร้างสรรค์กระโปรงและกางเกงที่มีรูปทรงแปลกตาและเกินจริง

โครงสร้างที่ชัดเจนและแข็งแกร่งของเสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกแบบ แต่ยังเป็นการสื่อสารที่ทรงพลังถึงความมั่นใจ ความเป็นอิสระ และการทลายกรอบเกณฑ์ทางเพศแบบดั้งเดิม

เทรนด์นี้คาดว่าจะปรากฏในคอลเลกชันประเภท Avant-Garde และ Couture เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ได้แสดงจินตนาการอย่างเต็มที่ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาปรับใช้ในเสื้อผ้า Ready-to-wear เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

การใช้สีสันที่แตกต่าง (Unique Color Palettes)