Home » ไหว้พระจันทร์ 68: ใช้อะไรบ้าง? เปิดตำนาน-ของไหว้มงคล

ไหว้พระจันทร์ 68: ใช้อะไรบ้าง? เปิดตำนาน-ของไหว้มงคล

สารบัญ

สำหรับเทศกาล ไหว้พระจันทร์ 68: ใช้อะไรบ้าง? เปิดตำนาน-ของไหว้มงคล ถือเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในวัฒนธรรมจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวจะได้มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองและขอพรจากดวงจันทร์ที่สว่างไสวที่สุดในรอบปี บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกแง่มุมของเทศกาล ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา รายการของไหว้ที่เปี่ยมด้วยความหมายมงคล ไปจนถึงขั้นตอนการประกอบพิธีอย่างถูกต้อง เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตและครอบครัว

สาระสำคัญของเทศกาลไหว้พระจันทร์

  • วันไหว้พระจันทร์ 2568: เทศกาลไหว้พระจันทร์ในปี พ.ศ. 2568 ตรงกับวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเป็นคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน
  • ของไหว้หลัก: สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ขนมไหว้พระจันทร์ สัญลักษณ์แห่งความสามัคคี, ผลไม้มงคล 4 อย่าง, อาหารเจ 4 อย่าง และน้ำชา เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • ขั้นตอนพิธี: การจัดโต๊ะไหว้จะต้องทำในที่โล่งแจ้ง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และเริ่มพิธีเมื่อพระจันทร์เต็มดวงปรากฏบนท้องฟ้า เพื่อขอพรด้านความรัก ความมั่งคั่ง และความสุขสมบูรณ์
  • ความหมายเชิงสัญลักษณ์: เทศกาลนี้เป็นตัวแทนของความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว ความอุดมสมบูรณ์ และการขอบคุณต่อธรรมชาติ โดยมีตำนานเก่าแก่ที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์
  • การสืบทอดวัฒนธรรม: การไหว้พระจันทร์ไม่เพียงแต่เป็นการขอพร แต่ยังเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามจากรุ่นสู่รุ่น สร้างความผูกพันและความกตัญญูภายในครอบครัว

ความสำคัญและที่มาของวันไหว้พระจันทร์ 2568

ความสำคัญและที่มาของวันไหว้พระจันทร์ 2568

เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือ “จงชิวเจี๋ย” (中秋节) เป็นประเพณีที่มีรากฐานมายาวนานกว่าพันปี มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากเทศกาลตรุษจีน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยวในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พืชผลทางการเกษตรให้ผลผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจึงจัดพิธีขอบคุณเทพเจ้าและดวงจันทร์ที่มอบความสว่างไสวและความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดิน

สำหรับ วันไหว้พระจันทร์ 2568 ซึ่งตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม ถือเป็นวันที่พระจันทร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งที่ส่องสว่างและกลมโตที่สุดในรอบปี ตามความเชื่อของชาวจีน พระจันทร์เต็มดวงเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความสมบูรณ์พร้อมหน้าของสมาชิกในครอบครัว ดังนั้น เทศกาลนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่สมาชิกครอบครัวซึ่งอาจแยกย้ายกันไปทำงานในต่างถิ่น จะเดินทางกลับมาบ้านเพื่อใช้เวลาร่วมกัน รับประทานอาหาร และชมจันทร์อย่างพร้อมเพรียง

หัวใจของเทศกาลไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขอพร แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อธรรมชาติ ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และการเสริมสร้างสายใยรักในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พิธีกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในคืนวันไหว้พระจันทร์ล้วนแฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมของไหว้ การแบ่งขนมไหว้พระจันทร์ หรือการเล่าตำนานให้ลูกหลานฟัง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการธำรงรักษาวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป

ไหว้พระจันทร์ 68: ใช้อะไรบ้าง? เปิดตำนาน-ของไหว้มงคลฉบับสมบูรณ์

การเตรียมของไหว้ในเทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นกระบวนการที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก เนื่องจากของไหว้แต่ละชนิดล้วนมีความหมายมงคลที่แตกต่างกันออกไป การจัดเตรียมอย่างถูกต้องและครบถ้วนจึงสะท้อนถึงความตั้งใจและความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยสามารถแบ่งของไหว้ออกเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้ดังนี้

ของไหว้มงคลที่ต้องเตรียม

ของไหว้ที่ใช้ในพิธีมักเน้นเลขคู่ โดยเฉพาะเลข 4 ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “ดี” ในภาษาจีน และมักเป็นของเจหรือของแห้ง เพื่อสื่อถึงความบริสุทธิ์

  • ขนมไหว้พระจันทร์: ถือเป็นหัวใจของพิธีและเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด ลักษณะทรงกลมของขนมเปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวง และเป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียว ความสามัคคี และการกลับมารวมตัวกันของคนในครอบครัว การรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ร่วมกันจึงเปรียบเสมือนการเติมเต็มความสุขและความสัมพันธ์อันดี
  • ผลไม้มงคล 4 อย่าง: การเลือกผลไม้จะเน้นที่ชื่อและความหมายที่เป็นมงคล ตัวอย่างเช่น
    • ทับทิม: ด้วยเมล็ดที่อัดแน่นอยู่ภายใน ทับทิมจึงเป็นสัญลักษณ์ของครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง
    • ส้ม: สีส้มทองและชื่อที่พ้องเสียงกับคำว่า “มหามงคล” ทำให้ส้มกลายเป็นตัวแทนของโชคลาภและความเจริญรุ่งเรือง
    • สาลี่: แม้จะพ้องเสียงกับคำว่า “จากลา” แต่ในพิธีไหว้พระจันทร์ สาลี่สีทองอร่ามกลับหมายถึงการมีแต่เรื่องดีๆ และโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา
    • องุ่น: ลักษณะที่เป็นพวงสวยงาม สื่อถึงความเจริญงอกงาม ความเพิ่มพูน และความอุดมสมบูรณ์ในทุกๆ ด้านของชีวิต
  • อาหารเจ 4 อย่าง (หรือของแห้ง): การไหว้ด้วยอาหารเจสะท้อนถึงความบริสุทธิ์และความเคารพต่อเทพเจ้า โดยนิยมใช้ของแห้งที่มีความหมายดี เช่น
    • วุ้นเส้น: เส้นที่ยาวหมายถึงอายุที่ยืนยาว
    • เห็ดหอม: สื่อถึงความหอมหวาน ความร่มเย็นเป็นสุข
    • ฟองเต้าหู้: หมายถึงการมีทรัพย์สินเงินทองและความสุข
    • ดอกไม้จีน: เป็นตัวแทนของความสดชื่น ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
  • น้ำชาหรือใบชา 4 ถ้วย: น้ำชาเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ การชำระล้างสิ่งไม่ดี และยังเป็นเครื่องดื่มที่ใช้ต้อนรับแขก แสดงถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดี
  • ของใช้ส่วนตัวของผู้หญิง: เนื่องจากพระจันทร์มีความเชื่อมโยงกับเพศหญิงและความงาม ในพิธีจึงอาจมีการนำชุดเครื่องสำอาง เครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกายของผู้หญิงมาตั้งไหว้ เพื่อขอพรด้านความรัก ความมีเสน่ห์ และความงดงาม

เครื่องสักการะและอุปกรณ์ในการจัดโต๊ะไหว้

นอกเหนือจากของไหว้แล้ว อุปกรณ์ที่ใช้ในการสักการะและการจัดสถานที่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

  • ธูปและเทียน: โดยทั่วไปจะใช้ธูป 3 หรือ 5 ดอก ซึ่งเป็นตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ บางตำราอาจแนะนำให้ใช้ 15 ดอก เพื่อบูชาเทพเจ้าทั้ง 15 พระองค์บนสวรรค์ ส่วนเทียนจะใช้ 1 คู่ (2 เล่ม) เพื่อให้แสงสว่างนำทาง
  • กระถางธูปและดอกไม้สด: กระถางธูปสำหรับปักธูป และดอกไม้สด 1 คู่ หรือพวงมาลัย เพื่อเพิ่มความสวยงามและความสดชื่นให้แก่โต๊ะไหว้
  • กระดาษเงินกระดาษทอง: หรือที่เรียกว่า “กิมจั๊ว” ใช้สำหรับเผาอุทิศให้แก่เทพเจ้าและบรรพบุรุษ เป็นสัญลักษณ์ของทรัพย์สินเงินทอง
  • โต๊ะไหว้และสถานที่: ควรตั้งโต๊ะในบริเวณที่โล่งแจ้ง เช่น ระเบียง ดาดฟ้า หรือหน้าบ้าน เพื่อให้สามารถมองเห็นพระจันทร์ได้อย่างชัดเจน และต้องหันหน้าโต๊ะไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศที่พระจันทร์ขึ้น
  • โคมไฟสีแดง: การประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงเชื่อว่าจะช่วยเรียกโชคลาภ ความสว่างไสว และความเป็นสิริมงคลเข้ามาสู่บ้าน
ตารางสรุปของไหว้มงคลในเทศกาลไหว้พระจันทร์และความหมาย
ประเภทของไหว้ รายการ ความหมายมงคล
ของไหว้หลัก ขนมไหว้พระจันทร์ ความสามัคคี ความกลมเกลียว การพร้อมหน้าของครอบครัว
ผลไม้มงคล ทับทิม ครอบครัวอบอุ่น มีลูกหลานสืบสกุล
ส้ม ความเป็นสิริมงคล โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง
สาลี่ การมีแต่เรื่องดีๆ และโชคลาภเงินทอง
องุ่น ความเจริญงอกงาม ความเพิ่มพูน และความอุดมสมบูรณ์
อาหารเจ วุ้นเส้น, เห็ดหอม, ฟองเต้าหู้, ดอกไม้จีน อายุยืนยาว ความสุข ความมั่งคั่ง และความเจริญก้าวหน้า
เครื่องดื่ม น้ำชา 4 ถ้วย ความบริสุทธิ์ การชำระล้างสิ่งไม่ดี และมิตรภาพ

ขั้นตอนการไหว้พระจันทร์ 2568 อย่างถูกวิธี

เมื่อเตรียมของไหว้และจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ลำดับถัดไปคือการประกอบพิธีไหว้ ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความตั้งใจและความเคารพ เพื่อให้การขอพรเป็นไปอย่างสมบูรณ์

  1. การเตรียมความพร้อม: ควรจัดเตรียมโต๊ะและวางของไหว้ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นก่อนถึงเวลาที่พระจันทร์จะขึ้น การจัดวางควรเป็นระเบียบสวยงาม สะท้อนถึงความประณีตและความใส่ใจของผู้ไหว้
  2. เริ่มพิธี: รอจนกระทั่งพระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นขึ้นสู่ท้องฟ้า (โดยทั่วไปคือช่วงหัวค่ำ ประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไป) จากนั้นจึงทำการจุดธูปและเทียนที่เตรียมไว้ พร้อมทั้งจุดโคมไฟสีแดงเพื่อเปิดทางรับโชคลาภ
  3. การกล่าวคำอธิษฐาน: ผู้ไหว้จะเริ่มจากการกล่าวบทสวดหรือคาถาบูชาพระจันทร์ (หากมี) จากนั้นจึงอธิษฐานขอพรในเรื่องที่ปรารถนา โดยส่วนใหญ่มักจะขอพรเกี่ยวกับความรักที่มั่นคง ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ความสำเร็จในหน้าที่การงาน โชคลาภเงินทอง และสุขภาพที่แข็งแรง
  4. รอจนธูปหมดดอก: หลังจากอธิษฐานเสร็จสิ้น ให้ปักธูปลงในกระถาง และปล่อยให้ธูปเทียนดับไปเอง ไม่ควรดับด้วยการเป่าหรือวิธีอื่น เพราะเชื่อว่าเป็นการตัดโชคลาภ
  5. การ “ลา” ของไหว้: เมื่อธูปหมดดอกแล้ว ให้ทำการ “ลา” ของไหว้โดยการนำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผา จากนั้นจึงเก็บของไหว้ทั้งหมดกลับเข้ามาในบ้าน
  6. แบ่งปันความเป็นสิริมงคล: นำของไหว้ โดยเฉพาะขนมไหว้พระจันทร์และผลไม้ มาแบ่งกันรับประทานในครอบครัว โดยจะต้องหั่นขนมไหว้พระจันทร์ให้มีจำนวนชิ้นเท่ากับจำนวนสมาชิกในบ้านพอดี เพื่อเป็นเคล็ดในการเสริมสร้างความรักความสามัคคีให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน

การแบ่งขนมไหว้พระจันทร์ให้เท่ากับจำนวนสมาชิกในครอบครัว คือหัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงความรักและความสามัคคีอันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นแก่นแท้ของเทศกาลนี้

ตำนานวันไหว้พระจันทร์: เรื่องเล่าจากดวงจันทร์

เบื้องหลังพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ มีเรื่องเล่าและตำนานมากมายที่ช่วยเพิ่มสีสันและความขลังให้กับเทศกาลไหว้พระจันทร์ หนึ่งในตำนานที่เกี่ยวข้องกับของไหว้โดยตรงคือเรื่องราวของ “ขนมไหว้พระจันทร์” ที่มีประวัติย้อนไปถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ขุนนางชื่อ จางเซวียน (Zhang Xuan) ได้นำเมล็ดวอลนัทและงา ซึ่งเป็นของแปลกใหม่ในยุคนั้น เข้ามาผสมผสานกับขนมท้องถิ่นที่มีลักษณะคล้ายเค้ก จนเกิดเป็นขนมไส้ธัญพืชที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและค่อยๆ พัฒนารูปแบบจนกลายเป็นขนมไหว้พระจันทร์ดังเช่นในปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นของไหว้ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

นอกจากตำนานเกี่ยวกับขนมแล้ว ตำนานที่โด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของ “ฉางเอ๋อ” (嫦娥) เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ที่จำต้องพลัดพรากจากคนรัก “โฮ่วอี้” (后羿) วีรบุรุษผู้ยิงธนูดับดวงอาทิตย์ทั้งเก้าดวง เรื่องราวความรักที่น่าเศร้าของทั้งคู่ทำให้ดวงจันทร์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความคิดถึง และการรอคอยการกลับมาพบกันอีกครั้ง การไหว้พระจันทร์จึงแฝงไปด้วยนัยของการขอพรให้ความรักสมหวังและยั่งยืน

ไม่ว่าตำนานจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ทุกเรื่องราวสะท้อนร่วมกันคือความหมายของเทศกาลที่เน้นย้ำถึงความรัก ความสงบร่มเย็น ความผูกพันในครอบครัว และความหวังในอนาคตที่ดีงาม การสืบทอดเรื่องเล่าเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่น จึงเปรียบเสมือนการส่งต่อคุณค่าทางจิตใจที่ทำให้ประเพณีไหว้พระจันทร์ยังคงมีความหมายและดำรงอยู่ได้อย่างงดงาม

บทสรุป: สืบสานประเพณีเสริมสิริมงคล

เทศกาลไหว้พระจันทร์ 2568 ที่จะมาถึงในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ เป็นมากกว่าเพียงพิธีกรรมตามความเชื่อ แต่เป็นโอกาสอันดีที่ครอบครัวจะได้แสดงความรัก ความสามัคคี และสืบสานวัฒนธรรมอันล้ำค่า การทำความเข้าใจในที่มา ความหมายของของไหว้แต่ละชนิด และขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกต้อง จะช่วยให้การไหว้พระจันทร์ในปีนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และพลังแห่งความเป็นสิริมงคล

การจัดเตรียมของไหว้มงคล ไม่ว่าจะเป็นขนมไหว้พระจันทร์ ผลไม้ หรืออาหารเจ ล้วนเป็นวิธีการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติ ขณะที่ขั้นตอนการไหว้ที่จัดขึ้นพร้อมหน้ากันในครอบครัวภายใต้แสงจันทร์นวล เป็นการกระชับความสัมพันธ์และสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน ดังนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเทศกาลสำคัญนี้จึงเป็นการเปิดรับโชคลาภ ความสุข และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาสู่ชีวิตและครอบครัวตลอดทั้งปี