Home » งบ 69 มาแล้ว! ส่องกระทรวงไหนได้เงินเยอะสุด กระทบเรายังไง?

งบ 69 มาแล้ว! ส่องกระทรวงไหนได้เงินเยอะสุด กระทบเรายังไง?

สารบัญ

คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกำหนดทิศทางของประเทศ การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงลำดับความสำคัญของภาครัฐ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกมิติ

  • งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 มีวงเงินรวมประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% หรือ 27,900 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า
  • กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดที่ 397,856 ล้านบาท สะท้อนถึงภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ
  • งบกลางมีสัดส่วนสูงที่สุดในการจัดสรรครั้งนี้ถึง 632,968 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นเงินสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • การจัดสรรงบประมาณมุ่งเน้นการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อต่อยอดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เช่น ปัญหาสินค้านำเข้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศ (Import Flooding)
  • กระทรวงด้านสังคม เช่น ศึกษาธิการ สาธารณสุข และมหาดไทย ยังคงได้รับงบประมาณในสัดส่วนที่สูง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ภาพรวมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีถือเป็นวาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนจับตามอง เพราะเป็นตัวชี้วัดทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาลในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้า สำหรับปีงบประมาณ 2569 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบวงเงินรวมที่ประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงถึงการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีงบประมาณ 2568 เพียง 0.7% หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 27,900 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่สูงนักนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณที่เน้นเสถียรภาพและความระมัดระวังทางการคลัง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความผันผวน

งบประมาณแผ่นดินนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นแหล่งเงินทุนหลักที่รัฐบาลจะนำไปใช้ในการดำเนินนโยบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับคุณภาพการศึกษาและสาธารณสุข การดูแลความมั่นคงของประเทศ ไปจนถึงการจัดสรรสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชนกลุ่มต่างๆ ดังนั้น การพิจารณาว่ากระทรวงใดได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดจึงเปรียบเสมือนการอ่านเข็มทิศของรัฐบาล ว่ากำลังจะนำพาประเทศไปในทิศทางใด และจะให้ความสำคัญกับประเด็นใดเป็นพิเศษ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของประชาชนทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เจาะลึก 10 อันดับกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุด

ในการจัดสรรงบประมาณปี 2569 มีหน่วยงาน 5 อันดับแรกที่ได้รับเม็ดเงินสูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภารกิจหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การบริหารราชการแผ่นดิน ความมั่นคง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

สรุป 5 กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด ประจำปี 2569
ลำดับ กระทรวง งบประมาณ (ล้านบาท) การเพิ่มขึ้นจากปี 2568 (ล้านบาท)
1 กระทรวงการคลัง 397,856 +7,542
2 กระทรวงศึกษาธิการ 355,108 +14,524
3 กระทรวงมหาดไทย 301,265 +6,402
4 กระทรวงกลาโหม 204,434 +4,141
5 กระทรวงคมนาคม 200,756 +7,138

อันดับ 1: กระทรวงการคลัง

กระทรวงการคลังยังคงเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณสูงสุด ด้วยวงเงิน 397,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7,542 ล้านบาท ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ งบประมาณส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในภารกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่การบริหารหนี้สาธารณะ การจัดเก็บรายได้ การกำกับดูแลสถาบันการเงิน ไปจนถึงการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การได้รับงบประมาณสูงสุดสะท้อนถึงความสำคัญของการรักษาความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้

อันดับ 2: กระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับสองที่ 355,108 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 14,524 ล้านบาท งบประมาณก้อนใหญ่นี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกระดับชั้น ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อให้เยาวชนไทยมีความพร้อมสำหรับโลกในอนาคต

อันดับ 3: กระทรวงมหาดไทย

ด้วยงบประมาณ 301,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,402 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนทั่วประเทศ งบประมาณส่วนนี้จะถูกกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด เช่น กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อใช้ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การดูแลความสงบเรียบร้อย การจัดการสาธารณภัย และการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของประชาชน

อันดับ 4: กระทรวงกลาโหม

กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณ 204,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,141 ล้านบาท ภารกิจหลักของกระทรวงคือการป้องกันประเทศและรักษาอธิปไตย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ งบประมาณส่วนนี้จะถูกใช้ในการพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัย การฝึกฝนกำลังพล และการจัดหายุทโธปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อันดับ 5: กระทรวงคมนาคม

กระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 200,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,138 ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะถูกนำไปลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ การมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน

หน่วยงานอื่นๆ ที่น่าจับตาและ “งบกลาง” ก้อนโต

หน่วยงานอื่นๆ ที่น่าจับตาและ "งบกลาง" ก้อนโต

นอกเหนือจาก 5 กระทรวงหลักแล้ว ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้รับงบประมาณจำนวนมากซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเช่นกัน ขณะเดียวกัน ส่วนที่น่าจับตามองที่สุดในการจัดสรรครั้งนี้คือ “งบกลาง” ซึ่งมีวงเงินสูงกว่างบประมาณของทุกกระทรวง

กระทรวงที่เน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตและนวัตกรรม

กระทรวงที่มีบทบาทโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่าง กระทรวงสาธารณสุข ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 177,639 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค และการส่งเสริมสุขภาพของคนไทย ขณะที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับงบประมาณ 140,300 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ความสำคัญของ “งบกลาง”: งบประมาณที่มากที่สุด

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในการจัดสรรงบประมาณปี 2569 คือ งบกลาง ซึ่งมีวงเงินสูงถึง 632,968 ล้านบาท นับเป็นรายการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด งบกลางนี้ไม่ได้สังกัดกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งโดยตรง แต่เป็นงบประมาณที่อยู่ภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้จ่ายในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นรายการที่ไม่สามารถระบุไว้ในงบประมาณของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้

งบกลางจำนวนมหาศาลนี้ เปรียบเสมือนกระเป๋าเงินสำรองของรัฐบาล สำหรับใช้ในภารกิจสำคัญ เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจ การรับมือกับภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงการชำระหนี้เงินกู้ และเป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิประโยชน์ของข้าราชการและบำนาญ

ความยืดหยุ่นของงบกลางทำให้รัฐบาลสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้ก็มักจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการใช้จ่าย

วิเคราะห์ผลกระทบของงบประมาณปี 2569 ต่อเศรษฐกิจและประชาชน

การจัดสรรงบประมาณกว่า 3.78 ล้านล้านบาท ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งในมิติของเศรษฐกิจมหภาคและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไป การทำความเข้าใจทิศทางและนัยของงบประมาณจะช่วยให้เห็นภาพอนาคตของประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทิศทางการเติบโตและแนวทางการใช้จ่าย

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า งบประมาณปี 2569 มีการเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตแบบระมัดระวัง รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าระบบ แต่ให้ความสำคัญกับ การใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และการต่อยอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเดิมให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยเฉพาะการสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถฟื้นตัวและปรับตัวเข้ากับสภาวะเศรษฐกิจโลกได้ แนวทางนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากกว่าการกระตุ้นในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการรับมือความท้าทาย

เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและช่วยเหลือภาคธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดกรอบการใช้งบประมาณเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ราว 157,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะถูกนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ

นอกจากนี้ งบประมาณปี 2569 ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ นั่นคือปัญหา Import Flooding หรือสถานการณ์ที่สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศทะลักเข้ามาตีตลาดภายในประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อยของไทย รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณส่วนหนึ่งในการออกมาตรการช่วยเหลือและลดผลกระทบดังกล่าว เพื่อปกป้องธุรกิจภายในประเทศและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม

สำหรับประชาชนทั่วไป ผลกระทบจากงบประมาณจะปรากฏผ่านนโยบายของกระทรวงต่างๆ เช่น การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากงบของกระทรวงศึกษาธิการ, โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหนทางและระบบขนส่งมวลชนจากงบของกระทรวงคมนาคม, หรือคุณภาพของบริการสาธารณสุขจากงบของกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น การติดตามการดำเนินงานของกระทรวงเหล่านี้จะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเงินภาษีได้ถูกนำไปใช้อย่างไรและเกิดประโยชน์ต่อสังคมมากน้อยเพียงใด

บทสรุป: ทิศทางประเทศไทยผ่านงบประมาณ 2569

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการบริหารประเทศที่มุ่งเน้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีกระทรวงการคลัง, ศึกษาธิการ, มหาดไทย, กลาโหม และคมนาคม เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนภารกิจเหล่านี้ ขณะเดียวกัน งบกลางที่มีสัดส่วนสูงสุดได้ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

แม้ว่าวงเงินงบประมาณจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์สามารถสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนได้อย่างแท้จริง การติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณจึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน เพื่อให้มั่นใจว่าทิศทางของประเทศกำลังมุ่งไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้