อยากทำแบรนด์เสื้อ? เริ่มสกรีนเสื้อขาย งบแค่หลักพัน
การสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเป็นความฝันของใครหลายคน แต่ความคิดที่ว่าต้องใช้เงินลงทุนสูงอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ อย่างไรก็ตาม การไขข้อสงสัยที่ว่า อยากทำแบรนด์เสื้อ? เริ่มสกรีนเสื้อขาย งบแค่หลักพัน นั้นสามารถเป็นจริงได้ ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบและเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม การเริ่มต้นธุรกิจเสื้อยืดสกรีนด้วยตนเองไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมต้นทุน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
ภาพรวมของการเริ่มต้นธุรกิจเสื้อยืด
การเริ่มต้นธุรกิจสกรีนเสื้อด้วยงบประมาณที่จำกัดนั้นมีความเป็นไปได้สูง เพียงแต่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างมีกลยุทธ์ การเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ และค่อยๆ เติบโตเป็นแนวทางที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา มีดังนี้
- การเริ่มต้นด้วยงบหลักพัน: งบประมาณเริ่มต้นประมาณ 5,000–6,000 บาท สามารถครอบคลุมค่าอุปกรณ์พื้นฐาน, เสื้อเปล่าล็อตแรก, และวัสดุสิ้นเปลืองได้ หากมีการจัดการที่ดี
- การสร้างเอกลักษณ์แบรนด์: ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และการสร้างแบรนด์ให้มีจุดยืนที่ชัดเจนในตลาด
- การเลือกเทคนิคที่เหมาะสม: การสกรีนเสื้อ (Screen Printing) เป็นเทคนิคที่เหมาะกับการผลิตจำนวนไม่มาก ให้ผลลัพธ์ที่ทนทานและสวยงาม สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี
- พลังของช่องทางออนไลน์: การใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซช่วยลดต้นทุนค่าเช่าหน้าร้านและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง
- การผลิตจำนวนน้อยเพื่อลดความเสี่ยง: การเริ่มต้นผลิตในจำนวนจำกัด (เช่น 5-10 ตัว) ช่วยให้สามารถทดลองตลาดและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้โดยไม่เกิดความเสียหายทางการเงินมากนัก
การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้น: วางรากฐานสู่ความสำเร็จ
ก่อนที่จะลงมือซื้ออุปกรณ์หรือเริ่มสกรีนเสื้อตัวแรก การวางแผนและเตรียมความพร้อมในขั้นตอนต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะกำหนดทิศทางและความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว การมีรากฐานที่มั่นคงจะช่วยให้การดำเนินงานในขั้นต่อไปราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กำหนดเอกลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) และกลุ่มเป้าหมาย
เอกลักษณ์ของแบรนด์คือสิ่งที่ทำให้เสื้อยืดของคุณแตกต่างจากคู่แข่งนับพันในตลาด ไม่ใช่แค่โลโก้หรือชื่อ แต่เป็นเรื่องราว, แนวคิด, และคุณค่าที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร การกำหนดเอกลักษณ์ที่ชัดเจนต้องเริ่มต้นจากการตอบคำถามสำคัญ:
- แบรนด์ของคุณเกี่ยวกับอะไร? เช่น เป็นแบรนด์ที่เน้นลายกราฟิกแนวมินิมอล, เสื้อลายคำคมสร้างแรงบันดาลใจ, หรือเสื้อที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น
- ใครคือลูกค้าของคุณ? การระบุกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ให้ชัดเจน เช่น นักศึกษา, กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์, ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง จะช่วยให้การออกแบบและการตลาดตรงจุดมากยิ่งขึ้น
- อะไรคือจุดเด่นที่แตกต่าง? อาจเป็นคุณภาพของเนื้อผ้า, ความคิดสร้างสรรค์ของลายเส้น, หรือข้อความที่ต้องการสื่อสารผ่านลายเสื้อ
การมีเอกลักษณ์และกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้การตัดสินใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการตลาด เป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพ
การออกแบบลายเสื้อที่โดนใจตลาด
ลายเสื้อคือพระเอกของแบรนด์ การออกแบบที่ดีต้องผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์และความต้องการของตลาด การศึกษาแนวโน้มแฟชั่นและลายกราฟิกเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่ควรละทิ้งสไตล์ที่เป็นของตัวเอง การออกแบบที่ประสบความสำเร็จมักมีลักษณะดังนี้:
- มีความคิดสร้างสรรค์และเป็นต้นฉบับ: ลายที่คัดลอกมามักไม่สร้างความประทับใจในระยะยาว การสร้างสรรค์ลายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจะสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์ได้ดีกว่า
- สอดคล้องกับเอกลักษณ์แบรนด์: การออกแบบทุกลายควรสะท้อนถึงตัวตนและเรื่องราวของแบรนด์ที่ได้วางไว้
- เข้าใจข้อจำกัดทางเทคนิค: การออกแบบสำหรับการสกรีนเสื้อต้องคำนึงถึงจำนวนสีและรายละเอียดของลาย ยิ่งสีเยอะหรือลายซับซ้อนมาก ต้นทุนและขั้นตอนการผลิตก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น สำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากลายที่ใช้สีน้อย (1-3 สี)
สร้างแผนธุรกิจเบื้องต้น: เข็มทิศนำทาง
แม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก การมีแผนธุรกิจเบื้องต้นจะช่วยให้เห็นภาพรวมและสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ แผนธุรกิจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่อย่างน้อยควรประกอบด้วย:
- การวิเคราะห์ต้นทุน: คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งต้นทุนคงที่ (อุปกรณ์สกรีน) และต้นทุนผันแปร (เสื้อเปล่า, สี, ค่าจัดส่ง)
- การกำหนดราคาขาย: ตั้งราคาที่ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมดและมีกำไรที่เหมาะสม โดยอาจพิจารณาจากราคาของคู่แข่งในตลาดประกอบกัน
- แผนการตลาด: จะโปรโมตแบรนด์ผ่านช่องทางใด? จะสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร? กำหนดกลยุทธ์เบื้องต้นในการสร้างการรับรู้
- การจัดการสต็อก: จะผลิตครั้งละกี่ตัว? จะจัดการกับสินค้าคงคลังอย่างไรเพื่อไม่ให้งบประมาณจมไปกับสต็อกที่ขายไม่ออก
แผนธุรกิจนี้จะเป็นเหมือนแผนที่นำทาง ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีหลักการและลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน
เจาะลึกเทคนิคและอุปกรณ์สกรีนเสื้อสำหรับมือใหม่
เมื่อมีแผนธุรกิจและแนวคิดการออกแบบที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำความเข้าใจในกระบวนการและเครื่องมือที่จะใช้ในการผลิต การเลือกเทคนิคและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการเป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้น
ทำความรู้จักกับการสกรีนเสื้อ: ทำไมถึงเป็นตัวเลือกที่ดี?
การสกรีนเสื้อ หรือ Silkscreen Printing เป็นกระบวนการพิมพ์ภาพลงบนผ้าโดยการใช้บล็อกสกรีนที่มีลวดลายเป็นตัวกั้นสี ทำให้สีผ่านไปยังเนื้อผ้าเฉพาะในส่วนที่เป็นลวดลายเท่านั้น เทคนิคนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเสื้อยืดเนื่องจากมีข้อดีหลายประการ โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น:
- ความทนทานสูง: สีที่สกรีนจะซึมลึกลงไปในเส้นใยผ้า ทำให้ลายพิมพ์ติดทนนาน ไม่หลุดลอกง่ายแม้ผ่านการซักหลายครั้ง
- คุณภาพสีที่คมชัด: สามารถให้สีที่สดใสและมีความทึบสูง ทำให้ลายดูโดดเด่นและมีคุณภาพระดับมืออาชีพ
- คุ้มค่าสำหรับการผลิตจำนวนหนึ่ง: แม้การเตรียมบล็อกสกรีนในครั้งแรกจะมีต้นทุน แต่เมื่อผลิตในจำนวนที่มากขึ้น (ตั้งแต่ 10-20 ตัวขึ้นไป) ต้นทุนต่อตัวจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
- ความยืดหยุ่นในการใช้วัสดุ: สามารถสกรีนลงบนผ้าได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผ้าคอตตอน, โพลีเอสเตอร์ หรือผ้าผสม
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การสกรีนเสื้อจึงเป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างคุณภาพและต้นทุน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อผ้าขนาดเล็ก
อุปกรณ์สกรีนเสื้อที่จำเป็นในงบจำกัด
การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ระดับอุตสาหกรรม สามารถเริ่มต้นได้ด้วยชุดอุปกรณ์พื้นฐานที่หาซื้อได้ง่ายและใช้งบประมาณไม่สูงมากนัก อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น ได้แก่:
- โต๊ะหรือแป้นสกรีน: สำหรับยึดบล็อกสกรีนและวางเสื้อให้มั่นคง อาจเริ่มต้นด้วยแป้นสกรีนแบบหนีบกับโต๊ะ (Hinge Clamps) ซึ่งมีราคาไม่แพง
- บล็อกสกรีน (Screen Frame): เป็นกรอบไม้หรืออะลูมิเนียมที่ขึงด้วยผ้าสกรีน ความละเอียดของผ้าสกรีน (Mesh Count) จะแตกต่างกันไปตามความละเอียดของลาย
- ยางปาดสี (Squeegee): ใช้สำหรับปาดสีให้ผ่านผ้าสกรีนลงไปติดบนเสื้อ ความแข็งของยางปาดมีผลต่อปริมาณสีที่ลงบนผ้า
- สีสกรีน: มีหลายประเภทให้เลือก เช่น สีเชื้อน้ำ (Water-based) หรือสีพลาสติซอล (Plastisol) ซึ่งมีคุณสมบัติต่างกัน
- เคมีภัณฑ์สำหรับทำบล็อก: ได้แก่ กาวอัดบล็อก (Emulsion) และน้ำยาล้างลาย (Stencil Remover)
- อุปกรณ์อื่นๆ: เช่น รางปาดกาวอัด, เครื่องเป่าลมร้อนหรือไดร์เป่าผม (สำหรับทำให้สีแห้ง), เทปกาว, และไม้พายสำหรับตักสี
อุปกรณ์เหล่านี้สามารถหาซื้อเป็นชุดเริ่มต้น (Starter Kit) หรือเลือกซื้อแยกชิ้นเพื่อควบคุมงบประมาณได้ ซึ่งงบประมาณรวมสำหรับอุปกรณ์พื้นฐานมักจะอยู่ในช่วง 3,000 – 4,000 บาท
เปรียบเทียบประเภทของสีสกรีน
การเลือกประเภทสีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทั้งกระบวนการทำงานและผลลัพธ์สุดท้ายบนตัวเสื้อ สีสกรีนที่นิยมใช้กันหลักๆ มีสองประเภทคือ สีเชื้อน้ำ และ สีพลาสติซอล
| คุณสมบัติ | สีเชื้อน้ำ (Water-Based Ink) | สีพลาสติซอล (Plastisol Ink) |
|---|---|---|
| สัมผัสบนเนื้อผ้า | นุ่ม ซึมเข้าเนื้อผ้า ทำให้ระบายอากาศได้ดี | รู้สึกเหมือนมีชั้นฟิล์มบางๆ เคลือบอยู่บนผ้า |
| การใช้งาน | ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่ แต่อาจแห้งคาบล็อกได้หากทำงานช้า | ไม่แห้งที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ทำงานได้นานและง่ายกว่า แต่ต้องใช้อุปกรณ์ให้ความร้อนสูงในการทำให้สีสุก |
| ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | สูงกว่า สามารถล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ได้ด้วยน้ำเปล่า | ต่ำกว่า ต้องใช้น้ำมันหรือตัวทำละลายในการทำความสะอาด |
| ความทึบของสี | เหมาะกับผ้าสีอ่อน หากใช้กับผ้าสีเข้มต้องใช้สีประเภททึบแสง (Opaque) หรือรองพื้นขาว | มีความทึบแสงสูง พิมพ์บนผ้าสีเข้มได้ดีโดยไม่ต้องรองพื้น |
| ต้นทุน | โดยทั่วไปมีราคาต่ำกว่า | ราคาสูงกว่าเล็กน้อย |
สำหรับผู้เริ่มต้นที่ทำงานในพื้นที่จำกัดและไม่มีอุปกรณ์ให้ความร้อนโดยเฉพาะ สีเชื้อน้ำมักเป็นตัวเลือกที่แนะนำ เนื่องจากใช้งานง่ายและทำความสะอาดสะดวกกว่า
จากไอเดียสู่สินค้า: ขั้นตอนการผลิตและการจัดหา
หลังจากเตรียมการและจัดหาอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนไอเดียในกระดาษให้กลายเป็นสินค้าที่จับต้องได้ ขั้นตอนนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกวัตถุดิบ, กระบวนการผลิตจริง, และการบริหารจัดการเพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในงบประมาณ
การเลือกเสื้อเปล่า: คุณภาพและต้นทุนที่สมดุล
เสื้อเปล่าคือผืนผ้าใบสำหรับผลงานของคุณ คุณภาพของเสื้อจึงส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และความพึงพอใจของลูกค้า การเลือกเสื้อเปล่าควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:
- ชนิดของผ้า: ผ้าคอตตอน 100% เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากสวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และเหมาะกับงานสกรีน ควรทำความรู้จักกับเกรดของผ้าคอตตอน เช่น Combed (เส้นใยยาว, นุ่ม) หรือ Semi-Combed เพื่อเลือกให้เหมาะกับราคาและคุณภาพที่ต้องการ
- ความหนาของผ้า (GSM): GSM (Grams per Square Meter) คือหน่วยวัดความหนาของผ้า ผ้าที่มี GSM สูงจะหนาและทนทานกว่า แต่ก็มีราคาสูงขึ้น
- ทรงเสื้อ (Fit): ควรเลือกทรงเสื้อที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ทรงพอดีตัว (Slim Fit) หรือทรงหลวม (Oversized)
- แหล่งจัดหา: สำหรับการเริ่มต้นผลิตจำนวนน้อย สามารถหาซื้อเสื้อเปล่าได้จากแหล่งขายส่ง เช่น ตลาดโบ๊เบ๊, แพลตตินั่ม หรือสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ที่มีบริการจัดส่ง ซึ่งมักมีราคาถูกกว่าการซื้อปลีก
ขั้นตอนการสกรีนเสื้อแบบ Step-by-Step
กระบวนการสกรีนเสื้ออาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่เมื่อทำความเข้าใจในแต่ละขั้นตอนแล้วจะพบว่าสามารถทำตามได้ไม่ยากนัก โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
- การเตรียมอาร์ตเวิร์ค: แปลงไฟล์ดีไซน์เป็นภาพขาว-ดำสนิท เพื่อใช้ในการถ่ายลายลงบนบล็อกสกรีน
- การเตรียมบล็อกสกรีน: ทำความสะอาดบล็อกให้ปราศจากฝุ่นและไขมัน จากนั้นเคลือบบล็อกด้วยกาวอัด (Emulsion) ในห้องที่แสงน้อย แล้วปล่อยให้แห้งสนิท
- การถ่ายลาย (Exposing): นำฟิล์มอาร์ตเวิร์คมาวางบนบล็อกที่แห้งแล้ว จากนั้นนำไปฉายแสง (อาจใช้หลอดไฟนีออนหรือแสงแดด) แสงจะทำให้กาวอัดในส่วนที่ไม่ถูกบังด้วยลายสีดำแข็งตัว
- การล้างบล็อก: ฉีดน้ำล้างบล็อก กาวอัดในส่วนที่เป็นลาย (ส่วนที่ถูกบังแสง) จะถูกล้างออกไป กลายเป็นช่องให้สีผ่านได้
- การตั้งค่าและพิมพ์: นำบล็อกที่แห้งแล้วไปยึดกับแป้นสกรีน วางเสื้อให้ตรงตำแหน่ง จากนั้นวางบล็อกลงบนเสื้อ เทสีแล้วใช้ยางปาดสีปาดด้วยน้ำหนักที่สม่ำเสมอ
- การทำให้สีแห้ง (Curing): นำเสื้อที่สกรีนเสร็จแล้วไปทำให้สีแห้งและสุกสนิท อาจใช้เครื่องเป่าลมร้อน, เตารีด (โดยใช้กระดาษไขรอง), หรือเครื่องอบความร้อนโดยเฉพาะ
การเริ่มต้นจากจำนวนน้อยไม่ได้หมายถึงความฝันที่เล็ก แต่คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการลดความเสี่ยงและเรียนรู้ตลาดไปพร้อมกัน
การควบคุมการผลิต: เริ่มต้นที่ 5-10 ตัว
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของผู้เริ่มต้นคือการสั่งผลิตจำนวนมากเกินไปเพื่อหวังลดต้นทุนต่อหน่วย การเริ่มต้นผลิตในจำนวนน้อย (Small Batch Production) ประมาณ 5-10 ตัวต่อลาย เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดกว่าด้วยเหตุผลหลายประการ:
- ลดความเสี่ยงทางการเงิน: ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยลง หากลายใดไม่ได้รับความนิยมก็ไม่ทำให้ขาดทุนมากนัก
- ทดสอบตลาด: เป็นการโยนหินถามทางเพื่อดูว่าลายไหน, สีไหน, หรือทรงเสื้อแบบใดที่ลูกค้าชื่นชอบ
- สร้างความยืดหยุ่น: สามารถปรับเปลี่ยนการออกแบบหรือกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วตามความคิดเห็นของลูกค้า
- จัดการสต็อกง่าย: ไม่ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บมาก และลดปัญหาสินค้าค้างสต็อก
เมื่อมีข้อมูลและมั่นใจในความต้องการของตลาดแล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนการผลิตในอนาคต
การตลาดและการขาย: นำแบรนด์ของคุณสู่สายตาลูกค้า
สินค้าที่ดีต้องมาพร้อมกับการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ในยุคดิจิทัล การสร้างแบรนด์และเข้าถึงลูกค้าสามารถทำได้ง่ายและประหยัดกว่าในอดีตมาก การใช้ช่องทางออนไลน์อย่างชาญฉลาดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์: ช่องทางที่ไม่ต้องลงทุน
โซเชียลมีเดียคือหน้าร้านที่ไม่ต้องเสียค่าเช่า การสร้างตัวตนบนแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ:
- Instagram: เหมาะสำหรับแบรนด์เสื้อผ้าอย่างยิ่ง เนื่องจากเน้นการนำเสนอด้วยภาพถ่ายและวิดีโอ การถ่ายภาพสินค้า (Product Photography) ที่สวยงามและมีสไตล์เป็นสิ่งสำคัญ ควรนำเสนอภาพทั้งแบบวางบนพื้นเรียบ (Flat Lay) และแบบมีนายแบบ/นางแบบสวมใส่ (On-Model) เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจน
- Facebook: สามารถใช้สร้างชุมชน (Community) ผ่าน Facebook Page หรือ Group สามารถโพสต์คอนเทนต์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีระบบโฆษณาที่สามารถกำหนดเป้าหมายได้อย่างละเอียดหากต้องการขยายการเข้าถึงในอนาคต
- TikTok: เป็นแพลตฟอร์มที่มาแรงในการสร้างการรับรู้ผ่านวิดีโอสั้น สามารถทำคอนเทนต์เบื้องหลังการทำงาน (Behind the Scenes), วิดีโอสกรีนเสื้อ, หรือ Challenge ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ได้
สิ่งสำคัญคือการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ติดตาม
กลยุทธ์การตั้งราคาสำหรับเสื้อยืดสกรีน
การตั้งราคาเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ราคาที่ต่ำเกินไปอาจทำให้ขาดทุนหรือถูกมองว่าไม่มีคุณภาพ ในขณะที่ราคาสูงเกินไปก็อาจทำให้ขายได้ยาก หลักการพื้นฐานในการคำนวณราคาขายคือ:
ราคาขาย = ต้นทุนรวมต่อตัว (COGS) + กำไรที่ต้องการ (Markup)
โดย ต้นทุนรวมต่อตัว (Cost of Goods Sold – COGS) ควรประกอบด้วย:
- ค่าเสื้อเปล่า
- ค่าสีและเคมีภัณฑ์ (หารเฉลี่ยต่อตัว)
- ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ (หารเฉลี่ย)
- ค่าแรงและเวลา (แม้จะทำเองก็ควรคิดเป็นต้นทุน)
- ค่าแพ็กเกจจิ้ง
หลังจากได้ต้นทุนรวมแล้ว ให้บวกกำไรที่ต้องการเข้าไป (Markup) ซึ่งโดยทั่วไปอาจอยู่ที่ 50%-100% หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคุณค่าของแบรนด์, ความซับซ้อนของลาย, และราคาในตลาด นอกจากนี้ควรสำรวจราคาของแบรนด์อื่นๆ ที่มีกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกันเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง
การจัดการคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้า
เมื่อเริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามา การจัดการอย่างเป็นระบบจะสร้างความประทับใจและความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ในช่วงเริ่มต้นสามารถจัดการผ่านกล่องข้อความ (Inbox) ของโซเชียลมีเดียได้ แต่ควรมีระบบการจดบันทึกที่ดี
- การรับชำระเงิน: การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น