Home » วันมหิดล: 5 นวัตกรรมการแพทย์ไทยที่โลกต้องจดจำ

วันมหิดล: 5 นวัตกรรมการแพทย์ไทยที่โลกต้องจดจำ

สารบัญ

บทความนี้จะนำเสนอภาพรวมเกี่ยวกับ วันมหิดล: 5 นวัตกรรมการแพทย์ไทยที่โลกต้องจดจำ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก แต่ยังเป็นการสะท้อนศักยภาพและความก้าวหน้าของวงการสาธารณสุขไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ประเด็นสำคัญของบทความ

  • ความสำคัญของวันมหิดล: วันที่ 24 กันยายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย”
  • ความก้าวหน้าทางการแพทย์: ประเทศไทยได้พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ที่ซับซ้อนและทันสมัยหลายแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • นวัตกรรมที่น่าจับตา: 5 นวัตกรรมเด่น ได้แก่ การกรอหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ, การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนในผู้ใหญ่และเด็ก, การเปิดหลอดเลือดสมอง และการส่งทีมแพทย์ดูแลพระสงฆ์ในต่างแดน สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ไทย
  • เทคโนโลยี AI และ IIoT: การนำปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยี Industrial Internet of Things (IIoT) มาใช้ในการติดตามและดูแลผู้ป่วย เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงถึงการปรับตัวของวงการแพทย์ไทยสู่ยุคดิจิทัล
  • มรดกที่ยั่งยืน: ความสำเร็จเหล่านี้คือผลสืบเนื่องจากรากฐานที่ “พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย” ได้ทรงวางไว้ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรและการนำความรู้มาปรับใช้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

วันมหิดล: 5 นวัตกรรมการแพทย์ไทยที่โลกต้องจดจำ คือหัวข้อที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าอันน่าภาคภูมิใจของวงการสาธารณสุขไทย วันที่ 24 กันยายนของทุกปีไม่เพียงเป็นโอกาสให้ชาวไทยได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือ “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” เท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางการแพทย์ ซึ่งนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถช่วยชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ความสำเร็จเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขไทยที่แข็งแกร่ง

ความสำคัญของวันมหิดลและพระบิดาแห่งการแพทย์ไทย

ก่อนจะไปสำรวจนวัตกรรมทางการแพทย์อันน่าทึ่ง การทำความเข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของ “วันมหิดล” ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมและขับเคลื่อนวงการแพทย์ไทยมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงวันรำลึกถึงบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อปวงชน

ประวัติและความเป็นมาของวันที่ 24 กันยายน

วันที่ 24 กันยายน ถูกกำหนดให้เป็น “วันมหิดล” เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในปี พ.ศ. 2472 ด้วยพระราชกรณียกิจอเนกประการที่ทรงมีต่อวงการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจึงได้มีมติให้ขนานนามวันสำคัญนี้เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และได้รับการประกาศให้เป็นวันสำคัญของชาติอย่างเป็นทางการนับแต่นั้นเป็นต้นมา ในทุกๆ ปี สถาบันการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศจะจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยและพัฒนาวงการแพทย์ให้ก้าวหน้าต่อไป

พระราชกรณียกิจที่วางรากฐานการสาธารณสุขไทย

สมเด็จพระบรมราชชนกทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย” จากการที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อวางรากฐานระบบการแพทย์ที่ทันสมัยในประเทศไทย พระองค์ทรงตระหนักว่าหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณสุขคือ “การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ” จึงทรงเป็นผู้แทนของรัฐบาลในการเจรจากับมูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์เพื่อพัฒนาการศึกษาแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุขให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์และพยาบาลให้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ กลับมาพัฒนาประเทศ การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน การสร้างโรงพยาบาล และการส่งเสริมงานวิจัย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกรณียกิจที่ก่อให้เกิดคุณูปการอันใหญ่หลวง รากฐานอันมั่นคงที่พระองค์ทรงวางไว้ได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้วงการแพทย์ไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบัน

พระราชดำรัสของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ยังคงเป็นหลักชัยให้บุคลากรทางการแพทย์ไทยยึดถือปฏิบัติและอุทิศตนเพื่อผู้ป่วยเสมอมา

เจาะลึก 5 นวัตกรรมการแพทย์ไทยที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก

เจาะลึก 5 นวัตกรรมการแพทย์ไทยที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก

จากรากฐานที่มั่นคง วงการแพทย์ไทยได้ต่อยอดและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่น่าทึ่งมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 ความสำเร็จที่ได้รับการยกย่องจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ไทยในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรักษาโรคที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตารางสรุป 5 นวัตกรรมการแพทย์ไทยที่สำคัญในวันมหิดล
นวัตกรรม สถาบันที่รับผิดชอบ กลุ่มเป้าหมาย/โรค ความสำเร็จเชิงปริมาณ
การกรอหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ สถาบันโรคทรวงอก ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่มีหินปูนเกาะหนาแน่น ครบ 10 ดวง
การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน (TAVI) สถาบันโรคทรวงอก ผู้ใหญ่ที่มีภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบและมีความเสี่ยงสูงในการผ่าตัด ครบ 100 ดวง
การเปลี่ยนลิ้นหัวใจพัลโมนารีผ่านสายสวน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะลิ้นหัวใจพัลโมนารีเสื่อมหรือตีบ ครบ 100 ดวง
การสวนหลอดเลือดสมอง สถาบันประสาทวิทยา ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตันเฉียบพลัน ครบ 1,000 ราย
ทีมแพทย์ดูแลพระสงฆ์ในแดนพุทธภูมิ โรงพยาบาลสงฆ์ พระสงฆ์และผู้แสวงบุญ ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล กว่า 10,000 ราย

1. การกรอหินปูนในหลอดเลือดหัวใจด้วยหัวกรอกากเพชร