Soft Power คืออะไร? 5 โอกาสธุรกิจจากนโยบายรัฐบาล
การทำความเข้าใจว่า Soft Power คืออะไร? 5 โอกาสธุรกิจจากนโยบายรัฐบาล ถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากเป็นแนวทางที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Soft Power หรือ “ซอฟต์พาวเวอร์” ไม่ใช่เป็นเพียงกระแสนิยมชั่วคราว แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวที่มุ่งใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรม ค่านิยม และวิถีชีวิต เพื่อสร้างการยอมรับและความชื่นชมในระดับสากล ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดประตูทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติ การศึกษาแนวทางนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- นิยามของ Soft Power: คือการใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรมและค่านิยมเพื่อโน้มน้าวใจผู้อื่นโดยสมัครใจ ซึ่งแตกต่างจาก Hard Power ที่ใช้การบังคับหรืออำนาจทางทหารและเศรษฐกิจ
- นโยบายรัฐบาล: รัฐบาลไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในการผลักดัน Soft Power ผ่านโครงการ “One Family One Soft Power” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 8 แขนงหลัก
- โอกาสทางธุรกิจ 5 ด้าน: นโยบายดังกล่าวสร้างโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การสร้างแบรนด์, การเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์, การเข้าถึงแหล่งทุน, การส่งออกวัฒนธรรมสู่ตลาดโลก, และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- เศรษฐกิจสร้างสรรค์: Soft Power เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและปัญญาให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
- ความสำคัญต่อ SME: ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) คือกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการสนับสนุนของภาครัฐ หากสามารถปรับตัวและนำอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาใช้ในผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างสร้างสรรค์
บทนำสู่ Soft Power: พลังแห่งการโน้มน้าวใจในยุคใหม่
ในโลกที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้พรมแดน การสร้างอิทธิพลและการยอมรับไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอำนาจทางการทหารหรือเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่กลับขยายขอบเขตไปสู่มิติทางวัฒนธรรมและค่านิยม ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด “Soft Power” แนวคิดนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั่วโลก และกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่หลายประเทศนำมาใช้เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงประเทศไทยที่กำลังให้ความสำคัญกับการผลักดันนโยบายด้านนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความได้เปรียบในเวทีโลกและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ
นิยามและความหมายของ Soft Power
Soft Power หรือ “อำนาจละมุน” เป็นแนวคิดที่ถูกนิยามขึ้นโดยศาสตราจารย์โจเซฟ ไนย์ (Joseph Nye) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยให้คำจำกัดความว่าเป็น “ความสามารถในการสร้างอิทธิพลเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ผ่านการสร้างแรงดึงดูดใจแทนที่จะใช้การบังคับหรือจ่ายเงิน” แก่นแท้ของ Soft Power คือการทำให้ผู้อื่นต้องการหรือชื่นชอบในสิ่งเดียวกับที่เราต้องการด้วยความเต็มใจ โดยอาศัยพลังจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ วัฒนธรรม (Culture), ค่านิยมทางการเมือง (Political Values), และนโยบายต่างประเทศ (Foreign Policies)
ในบริบททั่วไป Soft Power มักถูกแสดงออกผ่านสื่อต่างๆ เช่น อาหาร, ดนตรี, ภาพยนตร์, ศิลปะ, กีฬา, แฟชั่น และการท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก และสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อประเทศต้นกำเนิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
| คุณลักษณะ | Soft Power (อำนาจละมุน) | Hard Power (อำนาจแข็ง) |
|---|---|---|
| วิธีการ | การโน้มน้าว, สร้างแรงดึงดูดใจ, การชักจูง | การบังคับ, การข่มขู่, การให้สินบน |
| เครื่องมือหลัก | วัฒนธรรม, ค่านิยม, นโยบายต่างประเทศ, การทูต | กำลังทหาร, มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ |
| ลักษณะผลลัพธ์ | การยอมรับโดยสมัครใจ, ความร่วมมือระยะยาว | การปฏิบัติตามเพราะความกลัวหรือผลประโยชน์ |
| ตัวอย่าง | ความนิยมของ K-Pop, อาหารไทย, ภาพยนตร์ฮอลลีวูด | การแทรกแซงทางทหาร, การตั้งกำแพงภาษี |
ความสำคัญของ Soft Power ในบริบทโลกปัจจุบัน
ในยุคเศรษฐกิจ 5.0 ที่เทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสารไร้พรมแดนมีบทบาทสำคัญ Soft Power ได้ทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างยิ่ง ข้อมูลข่าวสารและวัฒนธรรมสามารถแพร่กระจายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ทำให้ประเทศที่มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งสามารถสร้างการรับรู้และอิทธิพลได้โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณมหาศาลเหมือนในอดีต สิ่งนี้เปิดโอกาสให้ประเทศขนาดกลางและเล็กสามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้มากขึ้น การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีผ่าน Soft Power ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ เช่น การดึงดูดนักท่องเที่ยว, การเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการที่มีอัตลักษณ์, และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
นโยบายรัฐบาลไทยกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย Soft Power
รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของ Soft Power ในการเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อการฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน
ยุทธศาสตร์ One Family One Soft Power (OFOS)
หนึ่งในนโยบายเรือธงที่สำคัญคือ “One Family One Soft Power” (OFOS) หรือ “หนึ่งครอบครัว หนึ่งซอฟต์พาวเวอร์” ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพและทักษะของคนไทยให้เป็นแรงงานทักษะสูงจำนวน 20 ล้านคน โครงการนี้มุ่งเน้นการ “เฟ้นหา-พัฒนา-ส่งเสริม” บุคลากรที่มีความสามารถในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นำไปสู่การสร้างงานและรายได้ที่มั่นคง
นโยบายนี้ครอบคลุมการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 8 แขนงหลัก ได้แก่:
- อาหาร: การยกระดับอาหารไทยสู่ครัวโลก
- ดนตรี: การส่งเสริมศิลปินและเทศกาลดนตรีไทยสู่เวทีนานาชาติ
- ภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์: การผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก
- หนังสือ: การสนับสนุนนักเขียนและผลงานวรรณกรรมไทย
- ศิลปะ: การส่งเสริมศิลปินและงานศิลปะร่วมสมัย
- การออกแบบและแฟชั่น: การนำเสนอเอกลักษณ์ผ้าไทยและดีไซน์เนอร์ไทย
- กีฬา: การผลักดันมวยไทยและกีฬาอื่นๆ ที่มีเอกลักษณ์
- การท่องเที่ยว: การนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประสบการณ์
กลไกการสนับสนุนจากภาครัฐสู่ภาคธุรกิจ
เพื่อให้นโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม รัฐบาลได้วางแผนกลไกการสนับสนุนที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น การจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะทักษะ, พื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Space), และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และแสดงผลงาน นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง “กองทุนร่วมลงทุน” เพื่อสนับสนุนธุรกิจด้าน Soft Power โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการและธุรกิจ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และขยายตลาดต่อไป การสนับสนุนเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และให้อิสระทางความคิดแก่ผู้สร้างสรรค์ในการผลิตผลงานที่มีคุณภาพ
Soft Power ไม่ใช่แค่การนำวัฒนธรรมมาจัดแสดงเพื่อความสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่รัฐบาลไทยนำมาใช้เป็นนโยบายหลักเพื่อส่งเสริมภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอิทธิพลเชิงบวกทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
เจาะลึก 5 โอกาสธุรกิจจากนโยบายรัฐบาลด้าน Soft Power
นโยบายการผลักดัน Soft Power ของรัฐบาลได้เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ มากมาย โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ SME และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจจากความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรม นี่คือ 5 โอกาสสำคัญที่เกิดขึ้นจากนโยบายนี้
1. การสร้างภาพลักษณ์และแบรนด์ที่ทรงคุณค่า
Soft Power เป็นเครื่องมือชั้นยอดในการสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดีให้กับธุรกิจและประเทศ การนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว, ศิลปะ, หรือวิถีชีวิต เข้าไปในผลิตภัณฑ์และบริการ จะช่วยสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้ ธุรกิจสามารถใช้เรื่องราวของวัตถุดิบท้องถิ่น, ตำนานพื้นบ้าน, หรือลวดลายผ้าไทย มาสร้างเป็นสตอรี่ของแบรนด์ที่น่าจดจำและเข้าถึงใจผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีเรื่องราวจะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่และสร้างความภักดีในกลุ่มลูกค้าเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้:
- ธุรกิจร้านอาหาร: ไม่เพียงแค่ขายอาหารไทย แต่ยังนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละเมนู การตกแต่งร้านด้วยศิลปะไทยร่วมสมัย หรือการจัดเวิร์กช็อปทำอาหาร
- ธุรกิจแฟชั่นและเครื่องประดับ: การนำผ้าทอมือจากชุมชนต่างๆ มาออกแบบเป็นเสื้อผ้าที่ทันสมัย หรือการนำลวดลายไทยโบราณมาประยุกต์ใช้ในเครื่องประดับ
- ธุรกิจสปาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ: การชูจุดเด่นเรื่องสมุนไพรไทยและการนวดแผนไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก สร้างแบรนด์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติและภูมิปัญญาดั้งเดิม
2. การเติบโตในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry)
นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้ง 8 แขนงโดยตรง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนและขยายธุรกิจในสาขาเหล่านี้อย่างกว้างขวาง การสนับสนุนจากภาครัฐไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวศิลปินหรือผู้สร้างสรรค์ แต่ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ, นักออกแบบ, ผู้ผลิตคอนเทนต์, บริษัทโปรดักชัน, ไปจนถึงแพลตฟอร์มการจัดจำหน่าย ทำให้เกิดการจ้างงานและกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น
ตัวอย่างโอกาสในแต่ละอุตสาหกรรม:
- อุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์: เกิดธุรกิจใหม่ๆ เช่น บริการจัดหาสถานที่ถ่ายทำ (Location Scouting), บริการ Post-production, หรือสตูดิโอสร้างเทคนิคพิเศษ (Visual Effects)
- อุตสาหกรรมดนตรี: ธุรกิจจัดเทศกาลดนตรี (Music Festival), ค่ายเพลงอินดี้, โรงเรียนสอนดนตรีเฉพาะทาง, หรือธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าของศิลปิน (Merchandise)
- อุตสาหกรรมการออกแบบ: ธุรกิจรับออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ, ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่ผสมผสานความเป็นไทย, หรือสตูดิโอออกแบบกราฟิกสำหรับแบรนด์ต่างๆ
3. การเข้าถึงแหล่งทุนและโครงสร้างพื้นฐานใหม่
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นโยบายการจัดตั้งกองทุน Soft Power จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้โดยตรง กองทุนนี้จะทำหน้าที่เป็นแหล่งทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) สำหรับธุรกิจที่มีศักยภาพ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและสตาร์ทอัพที่มีไอเดียดีๆ แต่ขาดเงินทุน สามารถเริ่มต้นและขยายธุรกิจได้จริง นอกจากนี้ การลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC), Co-working Space, หรือโรงละครและสถานที่จัดแสดงผลงาน จะช่วยลดต้นทุนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของผู้ประกอบการอีกด้วย
4. การขยายตลาดสู่สากลด้วยวัฒนธรรมไทย
Soft Power เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเปิดตลาดต่างประเทศ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกระแสความนิยมของ “ข้าวเหนียวมะม่วง” หลังจากศิลปินไทยนำไปแสดงบนเวทีระดับโลก ซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจในอาหารไทยและสินค้าเกษตรของไทยอย่างมหาศาล ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมสามารถเป็น “ทูต” ที่ช่วยแนะนำสินค้าและบริการของไทยให้เป็นที่รู้จักและต้องการในตลาดโลกได้ ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากกระแสความนิยมนี้ในการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ไทยไปยังต่างประเทศ
ตัวอย่างกลยุทธ์การส่งออก:
- สินค้าอาหารแปรรูป: พัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวรสชาติต้มยำกุ้ง, ผลไม้อบแห้งคุณภาพพรีเมียม, หรือชุดเครื่องปรุงอาหารไทยพร้อมปรุง (Ready-to-cook) สำหรับตลาดต่างประเทศ
- สินค้าแฟชั่นและหัตถกรรม: ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศเพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ หรือเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ
- คอนเทนต์ดิจิทัล: ผลิตเกม, แอนิเมชัน, หรือซีรีส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย พร้อมคำบรรยายหลายภาษาเพื่อเจาะตลาดผู้ชมทั่วโลก
5. การเชื่อมโยงธุรกิจกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
การท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนที่ได้รับประโยชน์จาก Soft Power โดยตรง นักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่สถานที่สวยงาม แต่ต้องการประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง การโปรโมตวิถีชีวิต, เทศกาล, และศิลปะของไทยผ่านสื่อต่างๆ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและสนใจในวัฒนธรรมให้เดินทางมายังประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการอย่างมหาศาล
ตัวอย่างธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว:
- ธุรกิจที่พัก: โรงแรมบูทีคหรือโฮมสเตย์ที่ตกแต่งโดยใช้ศิลปะท้องถิ่นและนำเสนอประสบการณ์แบบไทย เช่น การใส่บาตรตอนเช้า หรือการเรียนทำอาหาร
- ธุรกิจนำเที่ยว: จัดทัวร์เฉพาะทาง เช่น ทัวร์ชิมอาหารสตรีทฟู้ด, ทัวร์เรียนมวยไทย, หรือทัวร์เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรม
- ธุรกิจจัดอีเวนต์: จัดเวิร์กช็อปสอนทำงานฝีมือ เช่น การร้อยมาลัย, การทำผ้าบาติก หรือการจัดแสดงทางวัฒนธรรมสำหรับนักท่องเที่ยว
ความท้าทายและข้อควรพิจารณาสำหรับผู้ประกอบการ
แม้ว่านโยบาย Soft Power จะสร้างโอกาสมากมาย แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญเช่นกัน ประการแรกคือ การรักษาสมดุลระหว่างความเป็นของแท้ (Authenticity) กับการค้า (Commercialization) การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อให้ถูกใจตลาดมากเกินไปอาจทำให้สูญเสียเสน่ห์และคุณค่าดั้งเดิมไปได้ ประการที่สองคือ การแข่งขันที่สูงขึ้น เมื่อมีผู้เล่นเข้ามาในตลาดมากขึ้น การสร้างความแตกต่างและคุณภาพที่โดดเด่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ประการสุดท้ายคือ ความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามและปรับตัวให้ทันกับทิศทางและมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การเตรียมพร้อมและวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบจะช่วยให้สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
บทสรุป และก้าวต่อไปของธุรกิจไทย
โดยสรุปแล้ว Soft Power คืออะไร? 5 โอกาสธุรกิจจากนโยบายรัฐบาล สามารถอธิบายได้ว่า Soft Power เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่เปลี่ยนสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ นโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งส่งเสริม Soft Power อย่างจริงจังได้สร้างระบบนิเวศใหม่ที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสร้างสรรค์ และเปิดโอกาสสำคัญ 5 ด้านให้กับผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่การสร้างแบรนด์, การขยายตัวในอุตสาหกรรมเป้าหมาย, การเข้าถึงเงินทุน, การเจาะตลาดโลก, ไปจนถึงการยกระดับการท่องเที่ยว
สำหรับผู้ประกอบการและธุรกิจ SME การทำความเข้าใจในแนวคิดนี้และติดตามนโยบายของภาครัฐอย่างใกล้ชิด ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการคว้าโอกาสทางธุรกิจที่กำลังมาถึง การนำความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลงตัว จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและบนเวทีโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ แต่ยังเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยให้ปรากฏสู่สายตาชาวโลกต่อไป