Home » 22 ก.ย. Car Free Day: ปิดถนนไหนบ้าง เช็คเลย!

22 ก.ย. Car Free Day: ปิดถนนไหนบ้าง เช็คเลย!

สารบัญ

ในวันที่ 22 กันยายนของทุกปี หลายประเทศทั่วโลกจะร่วมกันจัดกิจกรรม “World Car Free Day” หรือวันปลอดรถสากล เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะหรือการเดินทางรูปแบบอื่นแทน สำหรับประเทศไทยก็มีการจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่เช่นกัน บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกิจกรรม 22 ก.ย. Car Free Day: ปิดถนนไหนบ้าง เช็คเลย! เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างสะดวก

  • วันที่ 22 กันยายน เป็นวันปลอดรถสากล (World Car Free Day) มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
  • พื้นที่หลักในการจัดกิจกรรม ได้แก่ ย่านบรรทัดทอง กรุงเทพมหานคร และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
  • มีการปิดถนนและจัดการจราจรในพื้นที่จัดกิจกรรม โดยกรุงเทพฯ จะจัดในช่วงเย็นวันที่ 21-22 ก.ย. 2567 และเขาใหญ่จะจัดในช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ย. 2568
  • กิจกรรมมุ่งเน้นการส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดปัญหามลพิษและการจราจรติดขัด
  • แนวคิดหลักคือการเปลี่ยนพื้นที่ถนนให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับผู้คน เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน

ภาพรวมกิจกรรม Car Free Day 2568

กิจกรรม 22 ก.ย. Car Free Day: ปิดถนนไหนบ้าง เช็คเลย! เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวระดับโลกที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของรถยนต์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในเมือง โดยเฉพาะปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 และการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสประสบการณ์เมืองที่แตกต่างออกไป เมืองที่มีเสียงรบกวนน้อยลง อากาศสะอาดขึ้น และมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมสันทนาการมากขึ้น โดยในปีนี้ พื้นที่จัดงานหลักในประเทศไทยจะมีความหลากหลายทั้งในเมืองและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเดินทางอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

สำหรับประเทศไทย การรณรงค์ในวันปลอดรถไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการต่อเนื่องต่างๆ ที่มุ่งหวังจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของผู้คนในระยะยาว เช่น โครงการ “Bangkok Car Free Everyday” ของกรุงเทพมหานคร ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาทางเท้าและส่งเสริมการใช้จักรยานให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจัดกิจกรรมในพื้นที่สำคัญจึงเป็นกลไกหนึ่งในการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญและร่วมมือกันผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการเดินทางที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

รายละเอียดกิจกรรมและเส้นทางปิดถนนในกรุงเทพฯ (ย่านบรรทัดทอง)

กรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักที่จัดกิจกรรม Car Free Day 2025 อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 นี้ ได้เลือกย่านบรรทัดทอง ซึ่งเป็นย่านที่คึกคักและเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดัง ให้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการเปลี่ยนถนนให้เป็นลานกิจกรรมสำหรับคนเดิน ภายใต้แนวคิด “Connecting For Life” ที่ต้องการเชื่อมโยงผู้คนและสร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตชีวา

การเปลี่ยนถนนสำหรับรถยนต์ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับผู้คน คือการคืนชีวิตและลมหายใจให้กับเมือง ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

กำหนดการและช่วงเวลา

กิจกรรม Car Free Day ณ ถนนบรรทัดทอง จะจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน คือในวันเสาร์ที่ 21 และวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2567 โดยจะเริ่มมีการจัดระเบียบการจราจรและเปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรมตั้งแต่เวลา 16:00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน (24:00 น.) ของทั้งสองวัน การเลือกช่วงเวลาเย็นถึงค่ำทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปสามารถเดินทางมาเข้าร่วมงานได้สะดวกหลังเลิกงานหรือในวันหยุด และยังสอดคล้องกับบรรยากาศของย่านบรรทัดทองที่เป็นที่นิยมในช่วงเย็น

การจัดการจราจรและพื้นที่กิจกรรม

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาร่วมงานและลดผลกระทบต่อการจราจรโดยรวม จะมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถบนถนนบรรทัดทองชั่วคราว ดังนี้

  • พื้นที่จัดกิจกรรมหลัก: ถนนบรรทัดทอง ตั้งแต่บริเวณซอยจุฬาฯ 12 ถึง ซอยจุฬาฯ 20
  • การจัดการจราจร: ถนนบรรทัดทองจะถูกปรับให้รถยนต์สามารถวิ่งได้เพียง 1 ช่องจราจร และเป็นการเดินรถทางเดียว (One Way) จากฝั่งถนนพระราม 4 มุ่งหน้าไปยังถนนพระราม 1 เท่านั้น
  • การส่งเสริมการเดิน: พื้นที่ที่เหลือจะถูกเปลี่ยนเป็นทางเดินเท้าขนาดใหญ่ เปิดให้ผู้คนสามารถเดินข้ามถนนได้อย่างอิสระทุกทิศทาง พร้อมจัดวางที่นั่งพักผ่อนและพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ
  • กิจกรรมภายในงาน: ตลอดเส้นทางจะมีการจัดแสดงงานศิลปะ การแสดงดนตรีเปิดหมวก และกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสนุกสนาน

ทั้งนี้ มีการขอความร่วมมือจากประชาชนให้หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมายังพื้นที่จัดงาน และแนะนำให้ใช้บริการขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า BTS (สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ) หรือ MRT (สถานีสามย่าน) ซึ่งจะสะดวกและรวดเร็วกว่า

กิจกรรม Car Free Day ที่เขาใหญ่

กิจกรรม Car Free Day ที่เขาใหญ่

นอกเหนือจากพื้นที่ในเมืองหลวงแล้ว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็ได้จัดกิจกรรม “KhaoYai Car Free Day 2025” ขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 เพื่อส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

พื้นที่และเวลาปิดถนนธนะรัชต์

กิจกรรมที่เขาใหญ่จะเน้นการปิดถนนเส้นหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่อุทยานฯ เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • วันและเวลา: วันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 05:00 น. ถึง 10:00 น.
  • เส้นทางที่ปิด: ถนนธนะรัชต์ ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้น-ลงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะปิดการจราจรทั้งสองฝั่ง ได้แก่ ฝั่งด่านเก็บเงินปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และฝั่งด่านเก็บเงินเนินหอม จังหวัดปราจีนบุรี

การปิดถนนในช่วงเช้าตรู่จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้รักธรรมชาติได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์ของผืนป่าเขาใหญ่ได้อย่างเต็มที่

ไฮไลท์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

กิจกรรมหลักในวัน KhaoYai Car Free Day จะเน้นไปที่การออกกำลังกายและสันทนาการท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและเห็นความสำคัญของการลดการปล่อยคาร์บอน กิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย:

  • การเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ: เปิดเส้นทางถนนธนะรัชต์ให้กลายเป็นลู่วิ่งและทางเดินทอดยาวท่ามกลางแมกไม้และขุนเขา
  • การปั่นจักรยาน: นักปั่นจักรยานสามารถใช้เส้นทางที่ปิดการจราจรนี้ในการปั่นชมทัศนียภาพสองข้างทางได้อย่างปลอดภัย
  • กิจกรรมดูดาว: อาจมีการจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงค่ำคืนก่อนวันงาน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางแสงน้อย

สรุปข้อมูลสำคัญ: Bangkok vs KhaoYai Car Free Day

เพื่อให้เห็นภาพรวมของกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถเปรียบเทียบรายละเอียดของกิจกรรม Car Free Day ระหว่างย่านบรรทัดทอง (กรุงเทพฯ) และเขาใหญ่ ได้ดังตารางต่อไปนี้

ตารางเปรียบเทียบกิจกรรม Car Free Day ในกรุงเทพฯ และเขาใหญ่
หัวข้อ กรุงเทพฯ (ย่านบรรทัดทอง) เขาใหญ่ (อุทยานแห่งชาติ)
วันที่จัดกิจกรรม 21-22 กันยายน 2567 22 กันยายน 2568
ช่วงเวลา 16:00 – 24:00 น. 05:00 – 10:00 น.
พื้นที่ปิดถนน ถนนบรรทัดทอง (ซอยจุฬาฯ 12 – 20) ถนนธนะรัชต์ (ทั้งฝั่งปากช่องและเนินหอม)
ลักษณะกิจกรรม กิจกรรมในเมือง, ศิลปะ, ดนตรี, พื้นที่คนเดิน กิจกรรมเชิงธรรมชาติ, เดิน, วิ่ง, ปั่นจักรยาน
เป้าหมายหลัก สร้างพื้นที่สาธารณะในเมือง, ลดการใช้รถ ส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ, อนุรักษ์ธรรมชาติ

ความสำคัญและเป้าหมายของวันปลอดรถสากล

วันปลอดรถสากล หรือ World Car Free Day ถือกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตที่เกิดจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากเกินไปในเขตเมืองทั่วโลก เป้าหมายหลักของวันสำคัญนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรณรงค์ให้คนจอดรถไว้ที่บ้านเพียงวันเดียว แต่มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น ซึ่งประกอบด้วย:

  1. การลดมลพิษทางอากาศและเสียง: การลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนแม้เพียงหนึ่งวันสามารถช่วยให้อากาศในเมืองสะอาดขึ้นและลดระดับเสียงรบกวนได้อย่างมีนัยสำคัญ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย
  2. การแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด: การจราจรเป็นปัญหาเรื้อรังของเมืองใหญ่ทั่วโลก การส่งเสริมให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน, จักรยาน หรือการเดินเท้า จะช่วยลดความหนาแน่นบนท้องถนนและทำให้การเดินทางมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. การส่งเสริมสุขภาพ: การเดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถเป็นการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่เกิดจากการขาดการเคลื่อนไหว
  4. การทบทวนการใช้พื้นที่เมือง: กิจกรรม Car Free Day ทำให้ผู้คนและผู้กำหนดนโยบายได้เห็นว่าพื้นที่ถนนที่เคยเต็มไปด้วยรถยนต์ สามารถเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะชั่วคราว ลานกิจกรรม หรือทางเดินที่กว้างขวางได้ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการคิดทบทวนเรื่องการวางผังเมืองในระยะยาวที่ให้ความสำคัญกับผู้คนมากกว่ารถยนต์

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

กิจกรรม 22 ก.ย. Car Free Day ในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของสังคมไทยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจราจร ไม่ว่าจะเป็นการปรับพื้นที่ย่านบรรทัดทองในกรุงเทพฯ ให้เป็นสวรรค์ของคนเดิน หรือการเปิดพื้นที่ธรรมชาติที่เขาใหญ่ให้ผู้คนได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ล้วนเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและความยั่งยืน

การตรวจสอบข้อมูลเส้นทางปิดถนนและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมหรือต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวในวันและเวลาที่กำหนด การเข้าร่วมกิจกรรมหรือเพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางในวันนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เพื่อเมืองที่น่าอยู่และโลกที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคต