รู้จัก ‘พิชัย ชุณหวชิร’ รมว.คลังคนใหม่ ภารกิจหินรออยู่
การปรับคณะรัฐมนตรี “ครม.เศรษฐา 1/1” ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ นั่นคือตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งนี้คือ นายพิชัย ชุณหวชิร บุคคลผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดทั้งในแวดวงธุรกิจและภาครัฐ การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทำให้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังภารกิจสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า
ภาพรวมตำแหน่งรัฐมนตรีคลังคนใหม่
- ผู้รับตำแหน่ง: นายพิชัย ชุณหวชิร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ในคณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1/1
- ประสบการณ์: มีประวัติการทำงานที่โดดเด่นทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีส่วนร่วมในงานด้านเศรษฐกิจของภาครัฐมาก่อน
- ความท้าทายหลัก: เผชิญกับภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง และการขับเคลื่อนโครงการเรือธงอย่างดิจิทัลวอลเล็ต
- นโยบายสำคัญ: การบริหารจัดการโครงการดิจิทัลวอลเล็ตให้มีประสิทธิภาพและตอบข้อกังวลของทุกภาคส่วน รวมถึงการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของไทย
- ความคาดหวัง: การนำประสบการณ์และความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจมาใช้ในการกำหนดนโยบายการคลัง เพื่อนำพาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามผ่านความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืน
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก ‘พิชัย ชุณหวชิร’ รมว.คลังคนใหม่ ภารกิจหินรออยู่ อย่างละเอียด ตั้งแต่ประวัติและผลงานที่ผ่านมา ไปจนถึงการวิเคราะห์ความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและนโยบายสำคัญที่ต้องขับเคลื่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมของบทบาทและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้การนำของรัฐมนตรีคลังคนใหม่
เปิดประวัติและเส้นทาง ‘พิชัย ชุณหวชิร’
นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงเศรษฐศาสตร์และธุรกิจของประเทศไทย การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากเส้นทางอาชีพที่สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน ทั้งในองค์กรเอกชนขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ประสบการณ์จากภาคเอกชนสู่บทบาทในภาครัฐ
ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร มีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทชั้นนำของประเทศหลายแห่ง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจมหภาค ประสบการณ์ในภาคเอกชนทำให้เขามีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับกลไกตลาด การบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่ การระดมทุน และการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
นอกเหนือจากบทบาทในภาคเอกชนแล้ว นายพิชัยยังมีบทบาทสำคัญในหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนของประเทศ โดยการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจจากภาคส่วนต่างๆ ในตลาดทุน บทบาทนี้ทำให้เขามีความเข้าใจในระบบนิเวศของตลาดเงินและตลาดทุนอย่างถ่องแท้ ตั้งแต่การกำกับดูแล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ไปจนถึงการส่งเสริมบรรยาทการลงทุน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ประสบการณ์ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนหน้านี้ แม้จะเป็นเพียงประมาณ 16 เดือน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจระบบราชการอย่างลึกซึ้ง โดยเน้นการทำงานด้านการประสานงานและผลักดันนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเงินและการคลัง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารประเทศ
การตัดสินใจสละตำแหน่งสำคัญเพื่อภารกิจระดับชาติ
เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างเต็มตัว นายพิชัยได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอุทิศเวลาและสมาธิให้กับภารกิจใหม่นี้อย่างเต็มที่ การลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงตำแหน่งกรรมการในบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ล้วนเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนและพร้อมที่จะทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก
การผสมผสานระหว่างประสบการณ์จากภาคเอกชนที่เน้นประสิทธิภาพและความคล่องตัว กับความเข้าใจในกลไกและกระบวนการของภาครัฐ ทำให้หลายฝ่ายมองว่านายพิชัย ชุณหวชิร เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเป็น “แม่ทัพเศรษฐกิจ” ที่จะนำพานโยบายการคลังของประเทศในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้
ภารกิจหินที่รออยู่: ความท้าทายเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน

การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังคนใหม่ของนายพิชัย ชุณหวชิร เกิดขึ้นในจังหวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่หลายประการที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระยะสั้น แต่ยังมีความซับซ้อนและหยั่งรากลึกในเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องการแนวทางการแก้ไขที่รอบคอบและยั่งยืน
ภารกิจของรัฐมนตรีคลังคนใหม่จึงเปรียบเสมือนการนำทัพฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ โดยต้องเผชิญกับปัญหาที่สั่งสมมานาน ทั้งการเติบโตที่ชะลอตัว ปัญหาหนี้สินที่ถ่วงรั้งกำลังซื้อ และความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
การฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพ
หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดคืออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยที่อยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็นมาเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน แม้จะผ่านพ้นช่วงวิกฤตโควิด-19 มาแล้ว แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร เครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจหลายตัวยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกที่เผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การท่องเที่ยวที่แม้จะฟื้นตัวแต่ก็ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนวิกฤต และการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงชะลอตัว
ภารกิจของกระทรวงการคลังภายใต้การนำของนายพิชัย คือการใช้นโยบายการคลังเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างตรงจุด ซึ่งอาจรวมถึงการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ และการพิจารณามาตรการทางภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและจูงใจให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ๆ
การจัดการปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เรื้อรัง
ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นอีกหนึ่ง “ระเบิดเวลา” ที่บั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนมาอย่างยาวนาน สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ในระดับที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคภายในประเทศ เมื่อรายได้ส่วนใหญ่ของประชาชนต้องถูกนำไปใช้ในการชำระหนี้ ก็จะเหลือเงินสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันน้อยลง ทำให้การบริโภคซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่
การแก้ไขปัญหานี้ต้องการมาตรการที่หลากหลายและบูรณาการ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว กระทรวงการคลังจำเป็นต้องทำงานร่วมกับสถาบันการเงินและธนาคารแห่งประเทศไทยในการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การพักชำระหนี้สำหรับกลุ่มเปราะบาง และการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) เพื่อสร้างวินัยทางการเงินในระยะยาว รวมถึงการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น
การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่ออนาคต
นอกเหนือจากการแก้ปัญหาระยะสั้นแล้ว ความท้าทายในระยะยาวคือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพิงอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมมานาน และกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
กระทรวงการคลังมีบทบาทสำคัญในการใช้นโยบายภาษีและมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อชี้นำทิศทางการพัฒนาของประเทศ การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมสตาร์ทอัพและธุรกิจนวัตกรรม และการลงทุนในทักษะแรงงานแห่งอนาคต ล้วนเป็นภารกิจเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์และการวางแผนที่ชัดเจน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก
นโยบายสำคัญภายใต้การนำของรัฐมนตรีคลังคนใหม่
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รออยู่ มีนโยบายสำคัญหลายประการที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะต้องได้รับการบริหารจัดการและขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ แต่ยังเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง
โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท: เดิมพันครั้งสำคัญ
หนึ่งในนโยบายเรือธงที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง เพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ก็มาพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังวลในหลายมิติ
ภารกิจของนายพิชัย ชุณหวชิร ในฐานะรัฐมนตรีคลัง คือการบริหารจัดการโครงการนี้ให้บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันก็ต้องจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านวินัยการคลัง แหล่งที่มาของเงินทุน และผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ การตัดสินใจเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ เช่น การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และกลไกการใช้จ่ายที่รัดกุม จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญถึงความสามารถในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ
การประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย
โครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังเป็นประเด็นที่ต้องมีการหารือและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านเสถียรภาพของนโยบายการเงิน ธปท. ได้แสดงข้อกังวลในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องความคุ้มค่าของโครงการ และความจำเป็นในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้จำกัดเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ เพื่อลดผลกระทบต่อเสถียรภาพการคลังในระยะยาว
บทบาทของรัฐมนตรีคลังจึงต้องเป็นทั้งผู้ผลักดันนโยบายของรัฐบาลและเป็นผู้ประสานงานที่ดี เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจของนโยบายการคลัง (Fiscal Policy) กับเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพของนโยบายการเงิน (Monetary Policy) การหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของโครงการ
การขับเคลื่อนนโยบายการเงินและการคลังภาพรวม
นอกเหนือจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแล้ว ภารกิจในภาพรวมคือการกำกับดูแลและขับเคลื่อนนโยบายการคลังทั้งหมดของประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการจัดทำงบประมาณแผ่นดินประจำปี การบริหารหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบที่ยั่งยืน และการปฏิรูปโครงสร้างภาษีให้มีความเป็นธรรมและเอื้อต่อการแข่งขัน
การทำงานอย่างสอดประสานกันระหว่างนโยบายการคลังที่ควบคุมโดยกระทรวงการคลัง และนโยบายการเงินที่ควบคุมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย จะเป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป การสื่อสารที่ชัดเจนและการกำหนดเป้าหมายร่วมกันจะช่วยให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
บทบาทบนเวทีการค้าระหว่างประเทศ
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การบริหารเศรษฐกิจภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงการมีส่วนร่วมบนเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านการเจรจาทางการค้าและข้อตกลงทางภาษี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การรับมือผลกระทบด้านภาษีและการค้าโลก
หนึ่งในภารกิจที่สำคัญคือการเจรจาและรับมือกับผลกระทบจากข้อตกลงทางภาษีระหว่างประเทศ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผลต่อต้นทุนและเงื่อนไขการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทย
รัฐมนตรีคลังต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดท่าทีและกลยุทธ์ในการเจรจาต่อรอง การรักษาผลประโยชน์ของชาติ การปกป้องผู้ประกอบการไทย และการหาแนวทางเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายในมิตินี้ การเจรจาอาจครอบคลุมถึงการต่อรองเรื่องอัตราภาษีนำเข้า รายการสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลต่างๆ ซึ่งล้วนต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในกฎกติกาการค้าโลกและทักษะในการเจรจาต่อรองขั้นสูง
ประสบการณ์จากภาคเอกชนของนายพิชัย ชุณหวชิร ซึ่งมีความเข้าใจในมุมมองของผู้ประกอบการและกลไกการค้าขายระหว่างประเทศเป็นอย่างดี จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางการเจรจาที่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับเศรษฐกิจไทยโดยรวม
บทสรุป: ทิศทางเศรษฐกิจไทยในมือ ‘พิชัย ชุณหวชิร’
การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายพิชัย ชุณหวชิร เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยอยู่บนทางแพร่งที่สำคัญ ด้วยประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างความเฉียบคมของภาคธุรกิจและความเข้าใจในระบบราชการ เขาต้องเผชิญกับภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่งในการนำพานโยบายการคลังของประเทศฝ่าฟันปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน และตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน
ตั้งแต่การฟื้นฟูอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การจัดการปัญหาหนี้ครัวเรือน ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และการเจรจาบนเวทีการค้าโลก ล้วนเป็นบททดสอบสำคัญที่จะกำหนดทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจไทย ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายใดนโยบายหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบูรณาการทุกมิติเข้าด้วยกันอย่างสมดุล การตัดสินใจและการดำเนินงานนับจากนี้ไปจึงเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคนในระยะยาว