ชี้เป้า 5 จังหวัดน่า Workation ปลายปี 68 งบไม่บานปลาย
กระแสการทำงานพร้อมท่องเที่ยว หรือ Workation กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่หลายคนมองหาสถานที่เปลี่ยนบรรยากาศเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน บทความนี้จะทำการ ชี้เป้า 5 จังหวัดน่า Workation ปลายปี 68 งบไม่บานปลาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของไทย
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- 5 จังหวัดทางเลือก: ค้นพบ 5 จังหวัดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการ Workation ทั้งในเมืองใหญ่ ชายทะเล และท่ามกลางธรรมชาติ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, นครราชสีมา, เชียงใหม่, และสุราษฎร์ธานี
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: ทำความเข้าใจโครงการ “Workation Paradise Throughout Thailand Season 2” ที่มีการจัดตั้ง Pop-up Workspace และมอบสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นการเดินทางในวันธรรมดา
- งบประมาณที่ควบคุมได้: แนวทางการท่องเที่ยวพร้อมทำงานในราคาประหยัด ด้วยที่พักราคาหลักร้อยแต่มอบประสบการณ์ที่คุ้มค่า
- ตอบโจทย์ Digital Nomad: ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับกลุ่ม Digital Nomad ทั่วโลก ด้วยปัจจัยสนับสนุนที่ครบครันทั้งด้านค่าครองชีพและโครงสร้างพื้นฐาน
- กระตุ้นเศรษฐกิจ: เทรนด์ Workation มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มระยะเวลาการพำนัก (Long stay) และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
ภาพรวมของเทรนด์ Workation ในประเทศไทย
การทำงานทางไกล (Remote Work) ได้กลายเป็นรูปแบบการทำงานที่แพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้เกิดเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Workation ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการทำงาน (Work) และการพักผ่อน (Vacation) เข้าด้วยกัน รูปแบบนี้เปิดโอกาสให้คนทำงานสามารถย้ายสถานที่ทำงานไปยังเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ลดความเครียด และสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประเทศไทยซึ่งมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เทรนด์นี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomad ที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและพำนักระยะยาว
ในช่วงปลายปี 2568 รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดนี้ จึงได้ริเริ่มโครงการ “Workation Paradise Throughout Thailand Season 2” เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับ Workation โครงการนี้มุ่งเน้นไปยังกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และชาวต่างชาติที่สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพิ่มอัตราการเข้าพัก และกระจายรายได้สู่ชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างรายได้รวมจากการท่องเที่ยวให้บรรลุเป้าหมาย 3 ล้านล้านบาท
เจาะลึก 5 จังหวัดเป้าหมายสำหรับ Workation ฉบับประหยัด
โครงการฯ ได้คัดเลือก 5 จังหวัดที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นสถานที่ที่สามารถเดินทางได้สะดวก มีที่พักราคาถูก และมีกิจกรรมให้ทำหลังเลิกงาน
กรุงเทพมหานคร (ใจกลางสยาม): ชีวิตเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
แม้จะเป็นเมืองหลวงที่วุ่นวาย แต่กรุงเทพฯ ก็เป็นศูนย์กลางของ Co-working space คาเฟ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย การเลือกย่านสยามเป็นจุดหมายสำหรับ Workation ทำให้สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบาย มีร้านอาหารหลากหลายระดับราคา และแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ หลังเลิกงานสามารถเดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรมในย่านเมืองเก่า หรือผ่อนคลายในสวนสาธารณะใจกลางเมืองได้ง่ายดาย ที่พักในบริเวณใกล้เคียงมีให้เลือกตั้งแต่โฮสเทลราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมระดับกลาง ทำให้สามารถควบคุมงบประมาณได้ไม่ยาก
ชลบุรี (พัทยา): เปลี่ยนบรรยากาศริมทะเล
สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานพร้อมชมวิวทะเล พัทยาคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเปลี่ยนบรรยากาศในช่วงสั้นๆ ปัจจุบันพัทยามีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและกลุ่ม Digital Nomad มากขึ้น เช่น คาเฟ่ริมหาดที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และพื้นที่ทำงานส่วนกลางในโรงแรมหลายแห่ง การเลือกพื้นที่บริเวณเซ็นทรัล พัทยา ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงร้านค้าและบริการต่างๆ ขณะที่ยังคงสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำและแสงสียามค่ำคืนได้
นครราชสีมา (เขาใหญ่): ทำงานท่ามกลางธรรมชาติ
หากต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและทำงานท่ามกลางความสงบของธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยที่พักหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รีสอร์ตหรูไปจนถึงบ้านพักและจุดกางเต็นท์ราคาประหยัด บรรยากาศที่เย็นสบายและทิวทัศน์ของภูเขาช่วยสร้างสมาธิในการทำงานได้เป็นอย่างดี ช่วงเวลาว่างสามารถออกไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือเยี่ยมชมไร่องุ่นและคาเฟ่สวยๆ ที่มีอยู่มากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบเพื่อชาร์จพลังกายและใจไปพร้อมกับการทำงาน
เชียงใหม่ (อ่างแก้ว): เสน่ห์เมืองเหนือและวัฒนธรรมล้านนา
เชียงใหม่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ “เมืองหลวงของ Digital Nomad” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยค่าครองชีพที่ไม่สูง ชุมชนชาวต่างชาติที่เข้มแข็ง และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ การเลือกพื้นที่บริเวณอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นจุดตั้งต้นทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่สดชื่นและมีชีวิตชีวา รายล้อมไปด้วยร้านกาแฟและร้านอาหารราคานักศึกษา อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีให้บริการอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ เชียงใหม่ยังมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการเดินชมเมืองเก่า เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น และการเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติบนดอยต่างๆ ทำให้การ ทำงานต่างจังหวัด ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
สุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน): สวรรค์ของชาวเกาะและ Digital Nomad
เกาะพะงันไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่ฟูลมูนปาร์ตี้ แต่ยังเป็นชุมชนขนาดใหญ่ของกลุ่มคนที่รักสุขภาพ โยคะ และการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ ปัจจุบันเกาะพะงันได้กลายเป็นศูนย์รวมของ Digital Nomad ที่มองหาสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต มี Co-working space หลายแห่งที่ตั้งอยู่ริมหาด ทำให้สามารถทำงานไปพร้อมกับฟังเสียงคลื่นได้ ที่พักบนเกาะมีราคาหลากหลายตั้งแต่บังกะโลหลักร้อยไปจนถึงวิลล่าสุดหรู ทำให้ตอบโจทย์งบประมาณที่แตกต่างกัน การได้ทำงานในบรรยากาศที่ผ่อนคลายเช่นนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
โครงการสนับสนุนจากภาครัฐและประโยชน์ที่ได้รับ
โครงการ “Workation Paradise Throughout Thailand Season 2” ไม่เพียงแค่ชี้เป้าหมายปลายทาง แต่ยังมอบการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สนใจ โดยมีการติดตั้ง Pop-up Workspace หรือออฟฟิศขนาดเล็กในพื้นที่เป้าหมายทั้ง 5 แห่ง เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้คนทำงานทางไกลสามารถเข้ามาใช้บริการได้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดโปรโมชันพิเศษ เช่น “Voucher 100 เดียวเที่ยวได้งาน” เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายและทำให้การเดินทางคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้เข้าร่วม แต่ยังส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย การส่งเสริมให้คนเดินทางและทำงานในวันธรรมดาช่วยลดความหนาแน่นของการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว
| จังหวัด | บรรยากาศ/จุดเด่น | ทำเลหลัก | เหมาะสำหรับ | ระดับงบประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| กรุงเทพมหานคร | ชีวิตเมืองทันสมัย, เดินทางสะดวก, สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน | สยาม | ผู้ที่ชอบความวุ่นวายและต้องการความสะดวกสบายสูงสุด | ประหยัด – ปานกลาง |
| ชลบุรี | บรรยากาศริมทะเล, ใกล้กรุงเทพฯ, มีกิจกรรมหลากหลาย | เซ็นทรัล พัทยา | ผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมหาดและทำงานไปพร้อมกัน | ประหยัด – ปานกลาง |
| นครราชสีมา | ธรรมชาติสงบ, อากาศบริสุทธิ์, เหมาะกับการพักผ่อน | อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ | ผู้ที่รักธรรมชาติและต้องการความเงียบสงบในการทำงาน | ประหยัด – สูง |
| เชียงใหม่ | วัฒนธรรมล้านนา, ชุมชน Digital Nomad, ค่าครองชีพต่ำ | อ่างแก้ว มช. | Digital Nomad และผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมท้องถิ่น | ประหยัด |
| สุราษฎร์ธานี | วิถีชีวิตชาวเกาะ, บรรยากาศผ่อนคลาย, ชุมชนคนรักสุขภาพ | เกาะพะงัน | ผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว | ประหยัด – ปานกลาง |
ศักยภาพของประเทศไทยในตลาด Workation ระดับโลก
ศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับ Workation ไม่ได้เป็นที่ยอมรับแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลอีกด้วย จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ Holidu ในปี 2021 พบว่ามีเมืองของไทยถึง 3 แห่งที่ติดอันดับเมืองที่เหมาะสมสำหรับ Workation มากที่สุดในโลก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่ และภูเก็ต
การจัดอันดับดังกล่าวพิจารณาจากปัจจัยสำคัญหลายด้าน เช่น ค่าเช่าที่พักรายเดือน, ความเร็วของสัญญาณอินเทอร์เน็ต, จำนวนกิจกรรมน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว, และค่าครองชีพโดยรวม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งที่ทำให้ประเทศไทยโดดเด่นและดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad จากทั่วทุกมุมโลก
ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ประกอบกับค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งแต่เมืองใหญ่ที่ทันสมัยไปจนถึงชายหาดที่งดงามและภูเขาที่เงียบสงบ ทำให้ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันในตลาด Workation ระดับโลก และสามารถตอบสนองความต้องการของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม
สรุปแนวทางการเลือกสถานที่สำหรับ Workation ปลายปี
การเลือกสถานที่สำหรับ Workation ในช่วงปลายปี 2568 นั้นขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละบุคคล จังหวัดทั้ง 5 ที่ถูกคัดเลือกมาในโครงการของ ททท. นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจ ตั้งแต่ความคึกคักของกรุงเทพฯ ความผ่อนคลายริมทะเลที่พัทยา ความสงบท่ามกลางขุนเขาที่เขาใหญ่ เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ ไปจนถึงวิถีชีวิตเรียบง่ายบนเกาะพะงัน
ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐที่ช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้การวางแผน Workation ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป การออกไปทำงานในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์และสร้างความทรงจำที่ดีไปพร้อมกัน จึงอาจพิจารณาจังหวัดเหล่านี้เป็นตัวเลือกหลักสำหรับการวางแผนการทำงานและท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่กำลังจะมาถึง