Home » AI ช่วยวางแผนการเงิน? รู้ก่อนใคร สิ้นปีนี้รวยแน่

AI ช่วยวางแผนการเงิน? รู้ก่อนใคร สิ้นปีนี้รวยแน่

สารบัญ

เมื่อเข้าสู่ปี 2025 คำถามที่ว่า AI ช่วยวางแผนการเงิน? รู้ก่อนใคร สิ้นปีนี้รวยแน่ กำลังจะกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้สำหรับทุกคน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาปฏิวัติวงการการเงินส่วนบุคคล ทำให้การบริหารจัดการเงิน การออม และการลงทุนเป็นเรื่องที่ง่าย มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้มากกว่าที่เคยเป็นมา

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • การวางแผนเฉพาะบุคคล: AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน พฤติกรรมการใช้จ่าย และเป้าหมายชีวิต เพื่อสร้างแผนการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากคำแนะนำทางการเงินแบบทั่วไปในอดีต
  • การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น: เทคโนโลยีการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้คำแนะนำด้านการลงทุนและการวางแผนการเงินมีต้นทุนที่ต่ำลง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้ปานกลางสามารถเข้าถึงบริการระดับมืออาชีพได้
  • ประสิทธิภาพการลงทุนที่สูงขึ้น: ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดการเงินจำนวนมหาศาลแบบเรียลไทม์ AI จึงช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น
  • เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง: ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มจำนวนมากที่นำ AI มาใช้ ตั้งแต่การบันทึกรายรับ-จ่ายอัตโนมัติ ไปจนถึงการจัดพอร์ตการลงทุนและการให้คำปรึกษาเชิงโต้ตอบ
  • ความสำคัญของการลงมือทำ: แม้ AI จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ความสำเร็จทางการเงินยังคงขึ้นอยู่กับการที่ผู้ใช้งานต้องป้อนข้อมูลที่ถูกต้อง หมั่นตรวจสอบ และลงมือปฏิบัติตามแผนอย่างสม่ำเสมอ

การมาถึงของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างก้าวกระโดด และหนึ่งในวงการที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกมากที่สุดคือ “การวางแผนการเงินส่วนบุคคล” ในอดีต การเข้าถึงที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพอาจจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง แต่ในปี 2025 สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง คำถามที่ว่า AI ช่วยวางแผนการเงิน? รู้ก่อนใคร สิ้นปีนี้รวยแน่ ไม่ใช่คำกล่าวอ้างเกินจริง แต่สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีที่พร้อมจะมอบเครื่องมือบริหารความมั่งคั่งให้แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม

เทคโนโลยี AI กำลังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทางการเงินอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตั้งแต่รายรับ-รายจ่ายในแต่ละวัน พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต รูปแบบการออม ไปจนถึงเป้าหมายระยะยาว เช่น การซื้อบ้าน การวางแผนเกษียณ หรือแม้กระทั่งการวางแผนลดหย่อนภาษี 2568 ที่กำลังจะมาถึง ความสามารถเหล่านี้ทำให้การวางแผนการเงินไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อหรือซับซ้อนอีกต่อไป แต่กลายเป็นกระบวนการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง

ภาพรวมของ AI กับการวางแผนการเงินแห่งปี 2025

ในปี 2025 เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเพียงส่วนเสริม แต่ได้กลายเป็นแกนหลักของการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลมหาศาล (Big Data) แบบเรียลไทม์ ทำให้ AI สามารถนำเสนอคำแนะนำและแผนการลงทุนที่มีความแม่นยำสูง สร้างแผนการเงินที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่การวิเคราะห์โดยมนุษย์เพียงอย่างเดียวอาจต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง

ทำไมเทคโนโลยี AI จึงกลายเป็นผู้ช่วยทางการเงินที่สำคัญ

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ขาดไม่ได้ คือความสามารถในการสร้างบริการแบบ “Hyper-personalization” หรือการปรับแต่งบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลในระดับที่ลึกซึ้งที่สุด ระบบ AI จะไม่ใช้สูตรสำเร็จเดียวกับทุกคน แต่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะตัว เช่น รายได้ที่ไม่สม่ำเสมอของฟรีแลนซ์, พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ที่เน้นประสบการณ์, หรือเป้าหมายการออมเพื่อการศึกษาบุตรของครอบครัว สิ่งนี้ทำให้คำแนะนำที่ได้รับไม่ใช่แค่การโฆษณาผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบเหมารวม แต่เป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและเงื่อนไขชีวิตของผู้ใช้คนนั้นจริง ๆ

ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักที่ได้ประโยชน์

การมาถึงของ AI ได้ทลายกำแพงและสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) กลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์โดยตรงและเห็นได้ชัดที่สุด ได้แก่:

  • คนรุ่นใหม่ (Generation Z & Millennials): กลุ่มนี้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและต้องการความรวดเร็ว ความโปร่งใส และบริการที่ปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล แอปการเงินที่ใช้ AI สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • ผู้มีรายได้ปานกลาง: ในอดีต กลุ่มนี้อาจมองว่าการจ้างที่ปรึกษาทางการเงินเป็นเรื่องไกลตัวและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ AI ทำให้คำแนะนำคุณภาพสูงมีราคาที่จับต้องได้และเข้าถึงง่ายผ่านสมาร์ทโฟน
  • ผู้หญิงและกลุ่มที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ยาก: ผลการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่า AI ช่วยลดอคติและเพิ่มโอกาสให้กลุ่มที่อาจเคยถูกมองข้าม สามารถเข้าถึงคำแนะนำการลงทุนและการวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
  • ผู้เริ่มต้นลงทุน: สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านการเงินมากนัก AI สามารถทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว ช่วยแนะนำตั้งแต่พื้นฐาน เช่น การสร้างเงินออมฉุกเฉิน ไปจนถึงการจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

เทคโนโลยี AI พลิกโฉมการเงินส่วนบุคคลได้อย่างไร

การเปลี่ยนแปลงที่ AI นำมาสู่วงการการเงินส่วนบุคคลนั้นเกิดขึ้นในหลายมิติ ตั้งแต่ระดับการวางแผนรายวันไปจนถึงกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว โดยมีกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังนี้

การวางแผนการเงินเฉพาะบุคคลขั้นสูง (Hyper-personalization)

หัวใจของการปฏิวัติโดย AI คือการเปลี่ยนจากการให้คำแนะนำแบบ “หนึ่งขนาดเหมาะกับทุกคน” (One-size-fits-all) ไปสู่การสร้างสรรค์แผนการเงินที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ระบบ AI จะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นประวัติการทำธุรกรรม, รูปแบบการใช้จ่าย, ระดับหนี้สิน, แหล่งรายได้, และเป้าหมายที่ผู้ใช้กำหนดไว้ จากนั้นจึงสังเคราะห์ออกมาเป็นคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจง เช่น การออกแบบแผนการออมที่ปรับเปลี่ยนได้ตามรายได้ที่ผันผวน, การแนะนำผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีที่ให้ประโยชน์สูงสุดตามฐานภาษี, หรือการแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมการใช้จ่ายที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายระยะยาว

การเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระบบการเงิน

ในฝั่งของผู้ให้บริการทางการเงินและแพลตฟอร์มการลงทุน การนำ AI มาใช้ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล กระบวนการที่เคยต้องใช้มนุษย์ในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน สามารถทำได้โดยอัตโนมัติและปราศจากข้อผิดพลาด (Human Error) สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทสามารถเสนอบริการในราคาที่ถูกลงแก่ผู้บริโภค แต่ยังช่วยให้ที่ปรึกษาทางการเงินที่เป็นมนุษย์มีเวลามากขึ้นในการให้คำปรึกษาเชิงลึกและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในด้านที่ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้

การเปิดประตูสู่การเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion)

ผลกระทบที่สำคัญที่สุดของ AI คือการทำให้ความรู้และเครื่องมือทางการเงินเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทุกคนที่มีสมาร์ทโฟนสามารถเข้าถึงคำแนะนำที่ครั้งหนึ่งเคยจำกัดอยู่แค่ในห้องประชุมของธนาคารส่วนบุคคลได้ ตั้งแต่การแนะนำวิธีการจัดการหนี้บัตรเครดิต, การสร้างวินัยในการออม, ไปจนถึงการแนะนำการลงทุนในกองทุนรวมแบบ Dollar-Cost Averaging (DCA) ด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนสามารถสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีและวางรากฐานสู่ความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนเริ่มต้นจำนวนมาก

สำรวจเครื่องมือ AI วางแผนการเงินที่ใช้งานได้จริง

ในปี 2025 มีเครื่องมือและบริการที่ใช้ AI ช่วยในการวางแผนการเงินหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการและระดับความเชี่ยวชาญของตนเอง เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยบันทึกข้อมูล แต่ก้าวไปสู่การเป็น “ผู้ออกแบบชีวิตการเงิน” ที่สามารถวิเคราะห์, ให้คำแนะนำ, และช่วยในการตัดสินใจได้จริง

ตารางเปรียบเทียบเครื่องมือและบริการ AI ทางการเงินที่น่าสนใจในปี 2025
ชื่อเครื่องมือ/บริการ ลักษณะเด่น ตัวอย่างการใช้งาน
ChatGPT, Copilot สนทนาเป็นธรรมชาติ, ตอบสนองทันที, ให้ข้อมูลรอบด้าน วางแผนงบประมาณรายเดือน, ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น, ให้คำแนะนำการออมและการลงทุนแบบโต้ตอบ
Finnomena Charlie AI วิเคราะห์พอร์ตการลงทุน, แนะนำกองทุน, ลงทุนอัตโนมัติ ช่วยจัดพอร์ตการลงทุนตามเป้าหมาย, วิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงลึก, และแนะนำกองทุนที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล
OmUp AI (ผ่าน Line) บันทึกรายรับ-จ่ายอัตโนมัติด้วยเสียง, จัดหมวดหมู่อัจฉริยะ บันทึกข้อมูลการเงินได้อย่างรวดเร็ว, จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายเอง, พร้อมสรุปและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้เงิน
Vic.ai, Dext จัดการบัญชีและภาษีอัตโนมัติสำหรับธุรกิจและฟรีแลนซ์ ช่วยผู้ประกอบการและฟรีแลนซ์จัดการใบแจ้งหนี้, ค่าใช้จ่าย, และเตรียมข้อมูลสำหรับการยื่นภาษีโดยอัตโนมัติ

บริการเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีการเงินได้พัฒนาไปไกลเพียงใด AI สามารถทำหน้าที่ได้หลากหลาย ตั้งแต่การเตือนให้ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น, การแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สอดคล้องกับช่วงวัยและเป้าหมาย, ไปจนถึงการวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์จากสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด

เจาะลึกเทรนด์และนวัตกรรม AI ทางการเงินที่น่าจับตา

นอกเหนือจากเครื่องมือที่กล่าวมาข้างต้น กระแสการพัฒนา AI ในภาคการเงินยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีเทรนด์ที่น่าจับตามองซึ่งจะส่งผลต่อวิธีที่ผู้คนจัดการการเงินในอนาคตอันใกล้นี้

การลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งด้วย AI

การลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-based Investing) ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในตลาดโลกและประเทศไทย แพลตฟอร์มการลงทุนชั้นนำใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของกองทุนรวมเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี, ติดตามสภาวะตลาดแบบเรียลไทม์, และวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค เพื่อสร้างแบบจำลองและนำเสนอแผนการลงทุนที่มีความแม่นยำสูงขึ้น ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึก แทนที่จะอาศัยเพียงสัญชาตญาณหรือข่าวสารทั่วไป

AI กับการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่

ผลสำรวจล่าสุดชี้ให้เห็นว่ากว่า 85% ของที่ปรึกษาทางการเงินที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ สามารถดึงดูดและรักษาฐานลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ขณะเดียวกัน AI ก็กำลังสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้กับคนรุ่นใหม่ที่อาจยังไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน ให้สามารถเริ่มต้นวางแผนอนาคตทางการเงินได้อย่างมั่นใจและมีทิศทางที่ชัดเจน

การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และการตลาดที่ตรงจุด

สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง JPMorgan ได้นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าแบบเรียลไทม์เพื่อคาดการณ์ความต้องการในอนาคต (Predictive Analytics) และนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตรงกับความสนใจ ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ระบบอาจวิเคราะห์พบว่าลูกค้ากำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อบ้าน และจะส่งข้อเสนอสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมไปให้โดยอัตโนมัติ วิธีการนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการตลาด แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่รู้สึกว่าผู้ให้บริการเข้าใจความต้องการของตนเองอย่างแท้จริง

ข้อดีและความท้าทายของการใช้ AI ช่วยวางแผนการเงิน

เช่นเดียวกับทุกเทคโนโลยี การใช้ AI ในการวางแผนการเงินมีทั้งประโยชน์และข้อควรพิจารณา การทำความเข้าใจทั้งสองด้านจะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างเต็มศักยภาพและปลอดภัย

ประโยชน์ที่ได้รับจากการนำ AI มาปรับใช้

  • แผนการเงินที่ตรงจุด: ได้รับแผนการเงินที่ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายและสถานการณ์ชีวิตของตนเองโดยเฉพาะ ทำให้มีแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติตาม
  • ต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่าย: ลดการพึ่งพาที่ปรึกษาที่เป็นมนุษย์ในทุกขั้นตอน ทำให้บริการมีราคาถูกลงและสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชันการเงิน
  • ประสิทธิภาพการลงทุนสูงขึ้น: การตัดสินใจที่อิงตามข้อมูลการวิเคราะห์ช่วยลดความเสี่ยงจากอคติทางอารมณ์ และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
  • สร้างความยั่งยืนทางการเงิน: AI สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบพฤติกรรมทางการเงิน คอยแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้จ่ายเกินตัว, การลงทุนที่ขาดการกระจายความเสี่ยง, หรือการขาดเงินออมฉุกเฉิน ซึ่งช่วยสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง

ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องพิจารณา

  • AI คือเครื่องมือ ไม่ใช่ผู้วิเศษ: AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ ไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนหรือทำให้ร่ำรวยได้โดยปราศจากการวางแผนและความเข้าใจของผู้ใช้เอง
  • ความถูกต้องของข้อมูล: คุณภาพของคำแนะนำจาก AI ขึ้นอยู่กับความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลที่ป้อนเข้าไป หากข้อมูลไม่เป็นจริง แผนการเงินที่ได้ก็จะไม่มีประสิทธิภาพ
  • ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว: การให้ข้อมูลทางการเงินแก่แพลตฟอร์มใด ๆ จำเป็นต้องตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลและการปกป้องความเป็นส่วนตัวอย่างเข้มงวด
  • กฎระเบียบที่กำกับดูแล: เทคโนโลยี AI พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนกฎหมายและข้อบังคับที่กำกับดูแลอาจยังตามไม่ทัน ผู้ใช้จึงควรใช้วิจารณญาณและติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

บทสรุป: เริ่มต้นวันนี้เพื่อความมั่งคั่งในอนาคต

การวางแผนการเงินด้วย AI ในปี 2025 ได้กลายเป็นความจริงที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้แล้ว ไม่ใช่เป็นเพียงเทรนด์หรือคำโฆษณาอีกต่อไป การเริ่มต้นศึกษาและนำเครื่องมือ AI มาปรับใช้ในการบริหารจัดการเงินอย่างเข้าใจ ควบคู่ไปกับการอัปเดตข้อมูลทางการเงินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินและสร้างสุขภาพการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่มาช่วยให้มนุษย์ตัดสินใจเกี่ยวกับเงินได้ดีขึ้น มีเวลาในชีวิตมากขึ้น และประสบความสำเร็จทางการเงินได้เร็วขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ลงมือทำ” ไม่ใช่เพียงแค่วางแผนหรือรับรู้ข้อมูลเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจจะเริ่มต้น อาจลองใช้เครื่องมืออย่าง ChatGPT โดยตั้งคำถามง่าย ๆ เกี่ยวกับการวางแผนการเงิน เช่น “อายุ 30 ปี รายได้ 35,000 บาทต่อเดือน ควรมีเงินออมฉุกเฉินเท่าไหร่และควรเริ่มต้นลงทุนอย่างไร?” หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบริหารการเงินที่รองรับ AI เพื่อบันทึกรายรับ-จ่ายและรับคำแนะนำเบื้องต้นโดยอัตโนมัติ

เมื่อถึงสิ้นปี 2025 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าหลักการ “รู้ก่อน…ใช้ก่อน…รวยก่อนใคร” นั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วในยุคดิจิทัลนี้