Home » กฎใหม่คุม Fin-fluencer! นักลงทุน-Youtuber ต้องรู้อะไร?

กฎใหม่คุม Fin-fluencer! นักลงทุน-Youtuber ต้องรู้อะไร?

สารบัญ

ในปี 2025 เป็นต้นไป ภูมิทัศน์การให้ข้อมูลด้านการเงินและการลงทุนในประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อจัดระเบียบกลุ่มบุคคลที่เรียกว่า ‘Fin-fluencer’ (Financial Influencer) หรือผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ด้านการเงิน การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือและปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความเสียหายทางการเงิน

ประเด็นสำคัญของการกำกับดูแล Fin-fluencer

  • การจัดตั้งโครงการรับรอง: หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน ตลาดการเงิน และประกันภัยของไทย ได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการอบรมและให้การรับรอง Fin-fluencer เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ให้ข้อมูลมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบ
  • ข้อบังคับด้านความโปร่งใส: ผู้ให้คำแนะนำการลงทุนออนไลน์จะต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์กับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่กล่าวถึง เช่น การได้รับการว่าจ้างหรือสปอนเซอร์ เพื่อให้ผู้ติดตามได้รับข้อมูลครบถ้วนประกอบการตัดสินใจ
  • ข้อกำหนดสำหรับผู้สร้างคอนเทนต์: Youtuber และผู้สร้างคอนเทนต์ด้านการเงินจำเป็นต้องเข้าร่วมโครงการอบรมและได้รับใบประกาศนียบัตร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดำเนินกิจกรรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก.ล.ต.
  • การคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย: กฎเกณฑ์ใหม่นี้มุ่งเน้นการป้องกันนักลงทุนจากการถูกหลอกลงทุนออนไลน์ โดยส่งเสริมให้นักลงทุนตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ให้ข้อมูลและศึกษาหาความรู้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นที่มีความผันผวนสูง

กฎใหม่คุม Fin-fluencer! นักลงทุน-Youtuber ต้องรู้อะไร? กลายเป็นคำถามสำคัญในยุคที่ข้อมูลข่าวสารด้านการลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านปลายนิ้ว การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเงิน ทั้งการลงทุนหุ้น, สินทรัพย์ดิจิทัล, และการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ได้สร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงให้กับนักลงทุนรายย่อย เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว หน่วยงานกำกับดูแลของประเทศไทยจึงได้ออกมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและปลอดภัยสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับมาตรฐานการสื่อสารในตลาดทุนและคุ้มครองผลประโยชน์ของสาธารณชนเป็นสำคัญ

เหตุผลและความจำเป็นในการควบคุม Fin-fluencer

การเข้ามามีบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มา แต่เป็นผลพวงจากแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังจะช่วยให้เห็นภาพรวมของความสำคัญในการจัดระเบียบครั้งนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การเติบโตของอิทธิพลบนโลกออนไลน์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นช่องทางหลักในการค้นหาข้อมูลของผู้คนจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลด้านการเงินและการลงทุน Fin-fluencer หรือ Youtuber การเงิน สามารถสร้างฐานผู้ติดตามจำนวนมหาศาล และมีอิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากขึ้น เนื่องจากคำแนะนำเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดและพอร์ตการลงทุนของบุคคลจำนวนมาก

ความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ปัญหาหลักที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญคือความเสี่ยงจากการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ขาดการตรวจสอบ หรือมีเจตนาแอบแผลในการชี้นำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ผลสำรวจชิ้นหนึ่งชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่ากังวลว่า

คำแนะนำทางการเงินจาก Fin-fluencer มากถึง 71% อาจมีข้อผิดพลาดหรืออาจส่งผลเสียต่อนักลงทุน

ข้อมูลที่ผิดพลาดเหล่านี้อาจมีตั้งแต่การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ไม่สมเหตุสมผล การแนะนำสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่นักลงทุนจะรับไหวโดยไม่มีคำเตือนที่เพียงพอ ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในกลโกงหลอกลงทุนออนไลน์ เช่น การปั่นราคา (Pump and Dump) ในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อนักลงทุนที่ไม่ทันระวังตัว

เจาะลึกโครงการสำคัญเพื่อยกระดับมาตรฐาน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ หน่วยงานกำกับดูแลได้ริเริ่มโครงการที่เป็นรูปธรรมขึ้นมาสองโครงการหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างและส่งเสริมกลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

โครงการ Responsible Voices: สร้างเสียงที่รับผิดชอบ

โครงการ “Responsible Voices” เป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานกำกับดูแลหลักของประเทศ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โครงการนี้เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจจะเป็น Fin-fluencer ที่มีคุณภาพตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ

  • จัดการอบรมโดยตรง: ผู้เข้าร่วมจะได้รับการอบรมความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานกำกับดูแล
  • มอบประกาศนียบัตร: ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าบุคคลนั้นมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเข้าใจในบทบาทความรับผิดชอบของตนเอง
  • สร้างเครือข่ายที่มีคุณภาพ: โครงการนี้มุ่งหวังที่จะสร้างสังคมของ Fin-fluencer ที่มีความรับผิดชอบ ช่วยกันยกระดับมาตรฐานและเป็นแบบอย่างที่ดีในการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน

โครงการ The Influencer: Financial & Investment

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ “The Influencer: Financial & Investment” ซึ่งถือเป็นเวทีแรกในประเทศไทยที่มีการพัฒนาและสร้างระบบสำหรับ Fin-fluencer อย่างเป็นทางการ โครงการนี้ดำเนินการคัดเลือกผู้เข้าร่วมอย่างเข้มข้น โดยแบ่งออกเป็นบุคคลทั่วไป 23 คน และ Micro Influencer ที่มีผู้ติดตามอยู่แล้ว 6 คน ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเข้าสู่กระบวนการอบรมเชิงลึก ไม่เพียงแต่ในด้านความรู้ทางการเงินการลงทุน แต่ยังรวมถึงทักษะการสร้างสรรค์เนื้อหา (Content Creation) อย่างมีคุณภาพและจรรยาบรรณ เป้าหมายของโครงการนี้คือการ “ปั้น” นักสื่อสารตลาดทุนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งความถูกต้องและครบถ้วน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กฎเกณฑ์ใหม่ที่ผู้ให้คำแนะนำการลงทุนต้องปฏิบัติตาม

นอกเหนือจากโครงการส่งเสริมแล้ว ยังมีกฎระเบียบและข้อบังคับที่เป็นแกนหลักซึ่ง Fin-fluencer ทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยกฎเกณฑ์เหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่คุณสมบัติส่วนบุคคลไปจนถึงแนวทางการนำเสนอเนื้อหา

คุณสมบัติด้านความรู้และความเข้าใจ

ผู้ที่ต้องการให้คำแนะนำด้านการลงทุนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และตลาดที่ตนเองนำเสนออย่างถ่องแท้ ไม่ใช่เพียงการอ่านข้อมูลมาจากแหล่งอื่นแล้วนำมาพูดต่อเท่านั้น แต่ต้องสามารถอธิบายที่มาที่ไปของข้อมูล หลักการเบื้องหลัง และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน ซึ่งการเข้าร่วมอบรมตามโครงการต่างๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นฐานความรู้นี้

หลักการความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล

นี่คือหนึ่งในข้อกำหนดที่สำคัญที่สุด Fin-fluencer มีหน้าที่ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจมีกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทที่กล่าวถึง ตัวอย่างเช่น หากได้รับการว่าจ้างให้รีวิวหุ้นหรือกองทุนใดกองทุนหนึ่ง หรือได้รับผลิตภัณฑ์มาทดลองใช้ฟรี จะต้องแจ้งให้ผู้ติดตามทราบอย่างชัดเจนและเปิดเผย เพื่อให้ผู้รับสารสามารถใช้ดุลยพินิจตัดสินได้ว่าข้อมูลที่ได้รับอาจมีอคติหรือไม่

ข้อห้ามในการชี้นำการลงทุน

กฎใหม่ได้กำหนดข้อห้ามที่ชัดเจนในการให้ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งรวมถึงการชี้นำหรือการันตีผลตอบแทนเกินจริง การแนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงโดยไม่อธิบายข้อมูลความเสี่ยงให้ครบถ้วน หรือการสร้างเรื่องราวที่ทำให้ผู้คนเกิดความโลภ (Greed) หรือความกลัวที่จะตกขบวน (FOMO – Fear of Missing Out) จนนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่ขาดความยั้งคิด

กระบวนการตรวจสอบและรับรอง

ในอนาคต การจะเรียกตนเองว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน” หรือ “Fin-fluencer ที่ได้รับการรับรอง” จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเสียก่อน ซึ่งหมายความว่านักลงทุนจะสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือได้จากฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดกรองเบื้องต้น

ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวสำหรับนักลงทุนและผู้สร้างคอนเทนต์

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งฝั่งผู้รับสาร (นักลงทุน) และผู้ส่งสาร (ผู้สร้างคอนเทนต์) ซึ่งแต่ละฝ่ายจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานใหม่

ข้อควรปฏิบัตสำหรับนักลงทุนรายย่อย

สำหรับนักลงทุน การมีกฎเกณฑ์เหล่านี้ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดี แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองด้วยความรู้และการตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

  1. ตรวจสอบสถานะของผู้ให้ข้อมูล: ก่อนจะเชื่อถือคำแนะนำจากใคร ควรตรวจสอบก่อนว่าบุคคลนั้นมีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  2. มองหาความโปร่งใส: สังเกตการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้สนับสนุน หาก Fin-fluencer คนใดไม่เคยเปิดเผยความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
  3. ศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง: อย่าเชื่อข้อมูลจากแหล่งเดียว ควรนำข้อมูลที่ได้รับไปเปรียบเทียบกับแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางอื่นๆ เช่น บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หรือข้อมูลจากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์โดยตรง
  4. ตระหนักถึงความเสี่ยงเสมอ: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ไม่มีผู้ใดสามารถการันตีผลตอบแทนได้ 100% หากคำแนะนำใดฟังดูดีเกินจริง ก็มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นไปไม่ได้จริง

แนวทางสำหรับ Youtuber การเงินและผู้สร้างคอนเทนต์

สำหรับผู้ที่อยู่ในสายอาชีพนี้ กฎระเบียบใหม่อาจดูเหมือนเป็นความท้าทาย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนในระยะยาว การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดจะช่วยยกระดับโปรไฟล์ของตนเองให้โดดเด่นจากผู้สร้างคอนเทนต์ที่ไม่มีคุณภาพ สิ่งที่ต้องทำคือการเข้าร่วมโครงการอบรมต่างๆ เพื่อขอรับใบประกาศนียบัตร, การปรับปรุงแนวทางการนำเสนอเนื้อหาให้มีความโปร่งใส, และการยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ การไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมาย ตั้งแต่การถูกเพิกถอนสิทธิ์ในการให้ข้อมูล ไปจนถึงการถูกดำเนินคดีหากพบว่ามีส่วนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

บทบาทของ 3 หน่วยงานกำกับดูแลหลัก

ความสำเร็จของการจัดระเบียบครั้งนี้อาศัยการทำงานร่วมกันของ 3 หน่วยงานหลัก ซึ่งแต่ละแห่งมีขอบเขตความรับผิดชอบที่แตกต่างกันไป แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่โปร่งใสและปลอดภัย

สรุปบทบาทหน้าที่ของ 3 หน่วยงานกำกับดูแลหลักที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบ Fin-fluencer
หน่วยงานกำกับดูแล บทบาทหลัก ขอบเขตความรับผิดชอบต่อ Fin-fluencer
สำนักงาน ก.ล.ต. กำกับดูแลตลาดทุน เช่น หุ้น, กองทุนรวม, ตราสารหนี้, และสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นหน่วยงานหลักในการออกกฎเกณฑ์โดยตรง จัดอบรม และให้การรับรองผู้แนะนำการลงทุนในผลิตภัณฑ์ใต้การกำกับดูแล
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลสถาบันการเงิน เสถียรภาพระบบการเงินโดยรวม และผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น เงินฝาก, สินเชื่อ ร่วมให้ความรู้และกำหนดกรอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินในขอบเขตของธนาคารพาณิชย์
สำนักงาน คปภ. กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและผลิตภัณฑ์ประกันต่างๆ ดูแลและให้ความรู้ในส่วนของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประกันชีวิต ประกันวินาศภัย และการลงทุนในกรมธรรม์ Unit-linked

สรุป: ทิศทางใหม่ของวงการลงทุนออนไลน์ไทย

การออกกฎใหม่เพื่อควบคุม Fin-fluencer และผู้ให้คำแนะนำการลงทุนออนไลน์ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับวงการการเงินของประเทศไทยให้มีความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือมากขึ้น แม้ในช่วงแรกอาจสร้างความท้าทายให้กับผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องปรับตัว แต่ในระยะยาวแล้ว มาตรการเหล่านี้จะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย ทั้งการสร้างมาตรฐานที่ชัดเจน, การลดปัญหาการหลอกลงทุนออนไลน์, และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนรายย่อย

ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบและการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุน ในขณะเดียวกัน ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาควรปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่นี้อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาวและส่งเสริมระบบนิเวศทางการเงินที่โปร่งใสและปลอดภัยสำหรับทุกคน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่การปิดกั้น แต่เป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการให้ความรู้ทางการเงินที่มีคุณภาพและยั่งยืนอย่างแท้จริง