Home » ลงทุนคอนโดหลักร้อย? เจาะเทรนด์ ‘โทเคนอสังหาฯ’ ในไทย






ลงทุนคอนโดหลักร้อย? เจาะเทรนด์ ‘โทเคนอสังหาฯ’ ในไทย


ลงทุนคอนโดหลักร้อย? เจาะเทรนด์ ‘โทเคนอสังหาฯ’ ในไทย

สารบัญ

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านนวัตกรรมที่เรียกว่า “โทเคนอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการที่เปิดโอกาสให้สามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์มูลค่าสูงได้ด้วยเงินลงทุนเพียงเล็กน้อย

  • โทเคนอสังหาริมทรัพย์ หรือ Real Estate Tokenization คือการแปลงสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้กลายเป็นหน่วยลงทุนดิจิทัลขนาดเล็ก ทำให้นักลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย
  • นวัตกรรมนี้ช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง เช่น คอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ซึ่งในอดีตจำกัดอยู่เพียงกลุ่มนักลงทุนที่มีเงินทุนสูงเท่านั้น
  • ผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนสองส่วนหลัก คือ ส่วนแบ่งจากรายได้ค่าเช่า และผลกำไรจากการขายสินทรัพย์ในอนาคต ซึ่งเป็นการสร้างกระแสเงินสดและโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุน
  • การลงทุนในโทเคนดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อสร้างความโปร่งใสและคุ้มครองนักลงทุน

การลงทุนคอนโดหลักร้อย? เจาะเทรนด์ ‘โทเคนอสังหาฯ’ ในไทย กำลังกลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในแวดวงนักลงทุนยุคใหม่ เทรนด์ดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้เพื่อแปลงสินทรัพย์ที่จับต้องได้อย่างอสังหาริมทรัพย์ ให้อยู่ในรูปแบบของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรียกว่า “โทเคน” นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนให้กับบุคคลทั่วไป ที่ก่อนหน้านี้อาจถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของเงินลงทุนจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญกับความท้าทายจากการที่สถาบันการเงินลดการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการต้องมองหาแหล่งเงินทุนทางเลือกใหม่ๆ และโทเคนอสังหาริมทรัพย์ก็ได้เข้ามาตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว

บทความนี้จะเจาะลึกถึงแนวคิดของโทเคนอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ความหมายพื้นฐาน หลักการทำงาน ไปจนถึงการวิเคราะห์โอกาสและผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ รวมถึงความเสี่ยงที่ควรพิจารณา เนื้อหาทั้งหมดจะอ้างอิงจากข้อเท็จจริงเพื่อให้นักลงทุนมีความเข้าใจที่ชัดเจนและสามารถประเมินได้ว่า การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่นี้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองหรือไม่ ท่ามกลางภูมิทัศน์การลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความรู้ความเข้าใจในเทรนด์ใหม่อย่างโทเคนอสังหาฯ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนไม่พลาดโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

ภาพรวมของโทเคนอสังหาริมทรัพย์

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทเคนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเริ่มต้นจากองค์ประกอบพื้นฐานที่สุด นั่นคือ “โทเคน” และเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้มีความแตกต่างจากการลงทุนในรูปแบบดั้งเดิมอย่างไร

นิยามของ ‘โทเคน’ และเทคโนโลยีเบื้องหลัง

โทเคน (Token) คือหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นบนระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้แสดงสิทธิในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการร่วมลงทุน หรือสิทธิในการเข้าถึงบริการตามที่ผู้ออกโทเคนได้กำหนดไว้ โทเคนเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนทางกายภาพ แต่มีตัวตนอยู่ในโลกดิจิทัล โดยมีระบบการจัดเก็บและยืนยันธุรกรรมที่ปลอดภัยและโปร่งใสผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า บล็อกเชน (Blockchain)

เทคโนโลยีบล็อกเชนทำหน้าที่เปรียบเสมือนสมุดบัญชีสาธารณะแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger) ที่บันทึกข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดไว้ใน “บล็อก” ที่เชื่อมต่อกันเป็น “เชน” อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ถูกบันทึกแล้วจะไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้การถือครองและแลกเปลี่ยนโทเคนมีความปลอดภัยสูงและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้โทเคนกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเป็นตัวแทนของสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในโลกจริง

ประเภทของโทเคนดิจิทัลที่นักลงทุนควรรู้จัก

โดยทั่วไป โทเคนดิจิทัลสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการใช้งานและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือจะได้รับ ได้แก่:

  1. Investment Token (โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน): เป็นโทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการต่างๆ และคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น ผลตอบแทนอาจมาในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้ ส่วนแบ่งกำไร หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โทเคนอสังหาริมทรัพย์จัดอยู่ในประเภทนี้ เนื่องจากผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนจากกระแสรายรับของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง
  2. Utility Token (โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์): เป็นโทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการเข้าถึงสินค้า บริการ หรือฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ บนแพลตฟอร์มหรือระบบนิเวศของผู้พัฒนา โดยมูลค่าของโทเคนประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานในระบบนั้นๆ ไม่ได้อ้างอิงกับผลประกอบการของโครงการโดยตรง

สำหรับ Investment Token ยังสามารถแบ่งย่อยตามประเภทของสินทรัพย์หรือโครงการที่อ้างอิงได้อีก เช่น Project-based ICO (ระดมทุนสำหรับโครงการ), Infra-backed ICO (อ้างอิงกับกิจการโครงสร้างพื้นฐาน) และ Real Estate-backed ICO ซึ่งเป็นประเภทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโทเคนอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นการลงทุนเพื่อรับกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

หลักการทำงานของการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization)

Tokenization คือกระบวนการทางเทคโนโลยีในการแปลงสิทธิความเป็นเจ้าของหรือกระแสรายรับจากสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง (Real-World Assets) ให้อยู่ในรูปแบบของโทเคนดิจิทัลบนระบบบล็อกเชน กระบวนการนี้ช่วยให้สินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและมีสภาพคล่องต่ำ เช่น อสังหาริมทรัพย์ งานศิลปะ หรือทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแบ่งหน่วยความเป็นเจ้าของออกเป็นส่วนย่อยๆ ได้ ทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมในการนำมาทำ Tokenization มีความหลากหลาย ตั้งแต่ภาพวาด โฉนดที่ดิน ไปจนถึงผลงานลิขสิทธิ์ต่างๆ เทคโนโลยีที่มักถูกนำมาใช้คือมาตรฐาน ERC-721 บน Ethereum Blockchain ซึ่งช่วยให้โทเคนแต่ละหน่วยมีความเฉพาะตัวและไม่สามารถทดแทนกันได้ (Non-Fungible Token) ทำให้การยืนยันความเป็นเจ้าของมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

Real Estate-Backed Token คืออะไร?

Real Estate-Backed Token หรือ โทเคนอสังหาริมทรัพย์ คือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือกระแสรายรับที่เกิดจากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ โดยผ่านกระบวนการ Tokenization เพื่อแปลงมูลค่าสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Condo-Backed Token ซึ่งเป็นโทเคนที่มีคอนโดมิเนียมเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน

หลักการทำงานคือ ผู้ออกโทเคนจะนำอสังหาริมทรัพย์ (เช่น อาคารคอนโดมิเนียมทั้งโครงการ) มาประเมินมูลค่า จากนั้นจึงแบ่งมูลค่าดังกล่าวออกเป็นโทเคนจำนวนมากในหน่วยย่อยๆ เพื่อเสนอขายแก่นักลงทุน นักลงทุนที่ซื้อโทเคนจะเปรียบเสมือนการเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นร่วมกันตามสัดส่วนที่ถือครอง และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน เช่น ส่วนแบ่งค่าเช่าสุทธิรายเดือนหรือรายไตรมาส และส่วนแบ่งกำไรเมื่อมีการขายอสังหาริมทรัพย์นั้นออกไปในอนาคต

โอกาสใหม่สำหรับนักลงทุนไทย: ทำไมโทเคนอสังหาฯ จึงน่าสนใจ

การเกิดขึ้นของโทเคนอสังหาริมทรัพย์ได้สร้างโอกาสทางการลงทุนที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยในประเทศไทย ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดที่มีมาอย่างยาวนานในการเข้าถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์

ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรไทยเพียงประมาณ 20% ที่มีความสามารถในการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม และมีเพียง 5% เท่านั้นที่สามารถซื้อคอนโดในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคด้านเงินทุนที่เป็นกำแพงสำคัญ

ทลายกำแพงการลงทุนด้วยเงินทุนเริ่มต้นน้อย

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิมมักต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล ตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงหลายสิบล้านบาท ทำให้เป็นสนามการลงทุนที่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง แต่โทเคนอสังหาริมทรัพย์ได้เข้ามาทลายกำแพงนี้ลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยการแบ่งย่อยหน่วยลงทุนให้มีขนาดเล็กมาก นักลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาทต่อหน่วยโทเคน ซึ่งเทียบเท่ากับการเป็นเจ้าของพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ในหน่วยตารางนิ้ว แนวคิดนี้เรียกว่า Fractional Ownership หรือการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ร่วมกันเป็นสัดส่วน

เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพสูง

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบที่สำคัญคือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ระดับพรีเมียม (High-Quality Assets) เช่น คอนโดมิเนียมลักชัวรีในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและมีความต้องการในตลาดสูง แต่ก็มาพร้อมกับราคาที่สูงเกินเอื้อมสำหรับคนส่วนใหญ่ ผ่านกลไกของโทเคน นักลงทุนที่มีเงินทุนจำกัดก็สามารถกระจายการลงทุนและเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของสินทรัพย์คุณภาพเหล่านี้ได้ ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความหลากหลายและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น

ตารางเปรียบเทียบการลงทุนอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิมและการลงทุนผ่านโทเคน
คุณสมบัติ การลงทุนแบบดั้งเดิม การลงทุนผ่านโทเคนอสังหาฯ
เงินลงทุนเริ่มต้น สูงมาก (หลักล้านบาทขึ้นไป) ต่ำมาก (หลักร้อยหรือหลักพันบาท)
สภาพคล่อง ต่ำ (การซื้อขายใช้เวลานาน) สูง (ซื้อขายได้ในตลาดรองสินทรัพย์ดิจิทัล)
การเข้าถึงสินทรัพย์ จำกัดเฉพาะผู้มีทุนสูง เปิดกว้างสำหรับทุกคน
การจัดการดูแล ต้องบริหารจัดการเอง (หาผู้เช่า, ซ่อมบำรุง) มีผู้จัดการสินทรัพย์ (Asset Manager) ดูแลให้
การกระจายความเสี่ยง ทำได้ยาก ต้องใช้เงินทุนสูงเพื่อซื้อหลายยูนิต ทำได้ง่าย สามารถกระจายเงินลงทุนไปยังหลายโครงการ

การวิเคราะห์ผลตอบแทนและความน่าเชื่อถือ

ก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดก็ตาม การทำความเข้าใจโครงสร้างผลตอบแทนและการประเมินความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โทเคนอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกัน นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจ

โครงสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน

โดยทั่วไป ผู้ถือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในคอนโดมิเนียมจะได้รับผลตอบแทนหลัก 2 ส่วน ดังนี้:

  1. ผลตอบแทนจากรายได้ค่าเช่าสุทธิ (Rental Yield): ตลอดอายุของโครงการ (เช่น 10 ปี) ผู้ลงทุนจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่าเช่า หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทั้งหมดแล้ว โดยผลตอบแทนส่วนนี้มักจะจ่ายเป็นรายไตรมาสหรือรายปี จากข้อมูลโครงการที่มีการเสนอขายในไทย อัตราผลตอบแทนในช่วง 5 ปีแรกอาจอยู่ที่ประมาณ 4-5% ต่อปี ซึ่งเป็นกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอสำหรับผู้ลงทุน
  2. ผลตอบแทนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน (Capital Gain): เมื่อสิ้นสุดอายุโครงการ หรือเมื่อผู้จัดการสินทรัพย์เห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม (เช่น ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป) จะมีการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงออกไปในตลาด หากราคาขายสูงกว่าราคาที่ประเมินไว้ตอนแรก ส่วนต่างของกำไรสุทธิจะถูกนำมาจัดสรรให้กับผู้ถือโทเคนตามสัดส่วนที่ถือครอง ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนก้อนใหญ่

การเปรียบเทียบกับสินทรัพย์การลงทุนประเภทอื่น

หากพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ โทเคนอสังหาริมทรัพย์ถือว่ามีความสามารถในการแข่งขันได้ดี เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนในปี 2565 พบว่า หุ้นกู้ภาคเอกชนในระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 1-5% ต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับผลตอบแทนจากค่าเช่าของโทเคนอสังหาฯ อย่างไรก็ตาม โทเคนอสังหาฯ ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมจากส่วนต่างราคาขายสินทรัพย์ในอนาคต ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้การลงทุนประเภทนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น

บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล

ความน่าเชื่อถือของการลงทุนในโทเคนดิจิทัลในประเทศไทยได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมากจากการเข้ามามีบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โครงการที่ผ่านการอนุมัติจาก ก.ล.ต. จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด มีการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส มีผู้ให้บริการระบบเสนอขาย (ICO Portal) ที่น่าเชื่อถือ และมีกลไกในการคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งทำให้การลงทุนในโทเคนดิจิทัลมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานไม่ต่างจากการลงทุนในหลักทรัพย์ทั่วไป เช่น โครงการ SiriHub Token ที่ถือเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนตัวแรกในประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.

กรณีศึกษาและทิศทางในอนาคต

การศึกษาจากตัวอย่างโครงการที่เกิดขึ้นจริงและแนวโน้มในอนาคตจะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นภาพการเติบโตของตลาดโทเคนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ตัวอย่างโครงการโทเคนอสังหาฯ ในประเทศไทย

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ RealX Token ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่อ้างอิงกับคอนโดมิเนียมโครงการ พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin) จำนวน 361 ยูนิต ใน 3 ทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ พร้อมพงษ์, พญาไท และทองหล่อ ซึ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่

จุดเด่นของโครงการนี้คือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 182 บาทต่อ 1 โทเคน (เทียบเท่ากับพื้นที่ประมาณ 1 ตารางนิ้ว) ทำให้การเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของคอนโดหรูใจกลางเมืองเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน โครงการ RealX ถือเป็น Investment Token แบบ Real Estate-backed ที่ได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับและพัฒนาการของสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดทุนไทย

แนวโน้มของ Tokenization ในอนาคต

แนวโน้มของ Tokenization คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเท่านั้น ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นการนำสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อระดมทุนและเปิดโอกาสการลงทุนมากขึ้น เช่น:

  • โรงแรมและรีสอร์ท: เปิดให้นักลงทุนร่วมเป็นเจ้าของและรับส่วนแบ่งจากรายได้การเข้าพัก
  • คลังสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์: สินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
  • อาคารสำนักงาน: การลงทุนในพื้นที่สำนักงานให้เช่าในย่านธุรกิจ
  • พลังงานทางเลือก: โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม

การขยายตัวของ Tokenization ไปยังอุตสาหกรรมที่หลากหลายจะทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการจัดพอร์ตการลงทุนที่กว้างขวางขึ้น และสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investments) ที่น่าสนใจได้อย่างสะดวกสบายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

บทสรุป: มิติใหม่ของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

โทเคนอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Tokenization) ถือเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการทลายข้อจำกัดด้านเงินทุนและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงได้ การลงทุนรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่สร้างทางเลือกใหม่ให้กับนักลงทุนรายย่อย แต่ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

ด้วยโครงสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจจากทั้งค่าเช่าและส่วนต่างราคาขายในอนาคต ประกอบกับการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใส ทำให้โทเคนอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลทางเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสในการสร้างความเติบโตให้กับพอร์ตการลงทุนของตนเองในระยะยาว