รู้ทัน Fin-fluencer: ก.ล.ต. คุมเข้ม ปกป้องนักลงทุนรายย่อย
- ภาพรวมของการกำกับดูแล Fin-fluencer
- ความสำคัญและอิทธิพลของ Fin-fluencer ในยุคดิจิทัล
- ความเสี่ยงที่นักลงทุนรายย่อยต้องเผชิญ
- แนวทางการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง
- แผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. ปี 2568–2570: ทิศทางในอนาคต
- สรุป: การสร้างสมดุลในระบบนิเวศการลงทุน
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารทางการเงินและการลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ บุคคลที่มีอิทธิพลด้านการเงินหรือที่เรียกว่า “Fin-fluencer” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานกำกับดูแลจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้างมาตรฐานและปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ภาพรวมของการกำกับดูแล Fin-fluencer
- ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น: อิทธิพลของ Fin-fluencer นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อนักลงทุนรายย่อย เช่น การได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การไม่เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน และการหลอกลวง
- การดำเนินการเชิงรุกของ ก.ล.ต.: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้ออกมาตรการและโครงการต่างๆ เพื่อกำกับดูแลการทำงานของ Fin-fluencer อย่างเป็นระบบ
- การสร้างมาตรฐานและความรับผิดชอบ: เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมให้ Fin-fluencer นำเสนอข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว
- การให้ความรู้แก่นักลงทุน: มาตรการกำกับดูแลมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
การเติบโตอย่างรวดเร็วของสื่อสังคมออนไลน์ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของการสื่อสารด้านการเงินและการลงทุนอย่างสิ้นเชิง การเกิดขึ้นของ Fin-fluencer หรือผู้มีอิทธิพลด้านการเงิน ได้สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้กับตลาดทุน ดังนั้น การทำความเข้าใจและรู้ทัน Fin-fluencer: ก.ล.ต. คุมเข้ม ปกป้องนักลงทุนรายย่อย จึงกลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสนใจ เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับทุกคน โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่อาจตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือการชักจูงที่แฝงด้วยผลประโยชน์
บทความนี้จะเจาะลึกถึงบทบาทของ Fin-fluencer ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง มาตรการกำกับดูแลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวทางปฏิบัติสำหรับนักลงทุนในการรับมือกับข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ เพื่อให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูลและลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง
ความสำคัญและอิทธิพลของ Fin-fluencer ในยุคดิจิทัล
ในอดีต การเข้าถึงข้อมูลการลงทุนมักจำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันการเงิน แต่ปัจจุบัน แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ทลายกำแพงดังกล่าว ทำให้ความรู้ทางการเงินกระจายไปสู่สาธารณชนในวงกว้างผ่านบุคคลที่เรียกว่า “Fin-fluencer” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการตัดสินใจของนักลงทุนจำนวนมาก
นิยามของ Fin-fluencer
Fin-fluencer หรือ Financial Influencer คือบุคคลที่ใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น YouTube, Facebook, TikTok, Instagram หรือ X (Twitter) ในการสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุน เนื้อหาเหล่านี้มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การให้ความรู้พื้นฐานด้านการเงินส่วนบุคคล การวิเคราะห์หุ้น กองทุนรวม ไปจนถึงการรีวิวผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อน เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล หรือตราสารอนุพันธ์ จุดเด่นของ Fin-fluencer คือความสามารถในการย่อยข้อมูลที่ยากและซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และมีความเป็นกันเองมากกว่าผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม
อิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนรุ่นใหม่
กลุ่มเป้าหมายหลักของ Fin-fluencer คือนักลงทุนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัลและใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการค้นหาข้อมูลและเรียนรู้สิ่งต่างๆ อิทธิพลของ Fin-fluencer ต่อคนกลุ่มนี้มีนัยสำคัญหลายประการ:
- เป็นประตูสู่การลงทุน: สำหรับหลายคน Fin-fluencer คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาสนใจเรื่องการลงทุนและเริ่มศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
- สร้างความเชื่อมั่น: การนำเสนอเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม ทำให้ Fin-fluencer สามารถสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนตามคำแนะนำ
- ความรวดเร็วของข้อมูล: ในตลาดที่มีความผันผวนสูง Fin-fluencer สามารถนำเสนอข่าวสารและบทวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนที่ต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์
อย่างไรก็ตาม อิทธิพลที่สูงนี้ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงที่สำคัญ หาก Fin-fluencer ขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ขาดจรรยาบรรณ หรือมีเจตนาที่ไม่สุจริต ก็อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อนักลงทุนรายย่อยที่ติดตามได้
ความเสี่ยงที่นักลงทุนรายย่อยต้องเผชิญ
แม้ว่า Fin-fluencer หลายคนจะมีความตั้งใจที่ดีในการแบ่งปันความรู้ แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่สร้างความเสี่ยงให้กับผู้ติดตาม ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ นักลงทุนรายย่อยจำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้เพื่อป้องกันตนเอง
การไม่เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน
ความเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดคือการที่ Fin-fluencer แนะนำหรือรีวิวผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น หุ้น, คริปโต หรือแอปพลิเคชันการลงทุน โดยได้รับค่าตอบแทนหรือค่าสปอนเซอร์จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ แต่กลับไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ผู้ติดตามทราบ ทำให้ผู้ติดตามเข้าใจผิดว่าคำแนะนำนั้นมาจากความเห็นที่เป็นกลางและไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย การกระทำเช่นนี้เข้าข่ายการโฆษณาแฝงและอาจชักนำให้นักลงทุนตัดสินใจผิดพลาดโดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
การเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข่าวลือ
ในโลกออนไลน์ ข้อมูลสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยขาดการตรวจสอบ Fin-fluencer บางรายอาจเผยแพร่ข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันเพื่อสร้างกระแสหรือหวังผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น การปล่อยข่าวว่าหุ้นตัวหนึ่งจะเติบโต 300% เพื่อปั่นราคา หรือการสร้างความตื่นตระหนกว่าธนาคารจะล้มเพื่อชักจูงให้คนย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง ข้อมูลเหล่านี้มักสร้างความเสียหายในวงกว้างและทำให้นักลงทุนตัดสินใจบนความกลัวหรือความโลภแทนที่จะเป็นเหตุผล
การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือการลงทุนโดยปราศจากความรู้และการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน
การดำเนินงานโดยไม่มีใบอนุญาต
การให้คำแนะนำการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งถือเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Fin-fluencer ที่ไม่มีใบอนุญาตแต่ให้คำแนะนำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการดำเนินงานที่ผิดกฎหมาย ปัญหาที่สำคัญคือหากเกิดความเสียหายขึ้น นักลงทุนที่ปฏิบัติตามคำแนะนำจะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและไม่มีที่พึ่งในการเรียกร้องค่าเสียหาย
การหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ
มีความเสี่ยงที่ Fin-fluencer จะเป็นเพียงฉากหน้าของกลุ่มมิจฉาชีพ (Scammer) ที่สร้างโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อถือ มีผู้ติดตามจำนวนมาก และแสดงผลตอบแทนการลงทุนที่สูงเกินจริง เพื่อหลอกลวงให้นักลงทุนโอนเงินไปร่วมลงทุนในโครงการที่ไม่มีอยู่จริง หรือหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายต่อไป กรณีเช่นนี้มักสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างรุนแรง
| ประเภทความเสี่ยง | ตัวอย่างการกระทำ | มาตรการตอบสนองจากหน่วยงานกำกับ |
|---|---|---|
| ผลประโยชน์ทับซ้อน | รีวิวผลิตภัณฑ์โดยรับค่าสปอนเซอร์แต่ไม่เปิดเผย | ปรับปรุงหลักเกณฑ์โฆษณา, โครงการ Responsible Voices |
| ข้อมูลเท็จ/ข่าวลือ | ปล่อยข่าวลือเพื่อปั่นราคาหุ้นหรือสร้างความตื่นตระหนก | ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน, ใช้เทคโนโลยีตรวจจับ |
| ไม่มีใบอนุญาต | ให้คำแนะนำการลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงโดยไม่มีใบอนุญาต | ให้ความรู้เรื่องการตรวจสอบใบอนุญาต, ดำเนินการตามกฎหมาย |
| การหลอกลวง | สร้างโปรไฟล์ปลอมเพื่อระดมทุนในโครงการที่ไม่มีอยู่จริง | ยกระดับระบบตรวจจับและเตือนภัย, ให้ความรู้ประชาชน |
แนวทางการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการออกมาตรการเชิงรุกเพื่อกำกับดูแล Fin-fluencer อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องนักลงทุนและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตลาดทุน
โครงการ Responsible Voices เพื่อสร้างมาตรฐาน
หนึ่งในมาตรการที่สำคัญคือการจัดทำ “โครงการ Responsible Voices สำหรับ Finfluencer” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานกำกับดูแลหลัก โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและจรรยาบรรณให้กับกลุ่ม Fin-fluencer โดยตรง เนื้อหาการอบรมจะครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น:
- การให้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ: เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนเผยแพร่ และการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกลาง
- การเปิดเผยผลประโยชน์: ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดในการเปิดเผยความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ทับซ้อนกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทที่กล่าวถึง
- ขอบเขตการให้ข้อมูล: ชี้แจงข้อแตกต่างระหว่างการให้ความรู้ทั่วไปกับการให้คำแนะนำการลงทุนที่ต้องมีใบอนุญาต
Fin-fluencer ที่ผ่านการอบรมจากโครงการนี้จะสามารถนำไปอ้างอิงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับช่องของตนเองได้ ซึ่งเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดการกำกับดูแลตนเอง (Self-regulation) ในกลุ่มผู้มีอิทธิพล
การปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณา
ก.ล.ต. ได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้มีความทันสมัยและครอบคลุมถึงการตลาดผ่าน Fin-fluencer หลักเกณฑ์ใหม่นี้จะกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ว่าจ้าง Fin-fluencer ต้องมีหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เผยแพร่ออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่สื่อสารไปยังนักลงทุนนั้นถูกต้อง ไม่เกินจริง และเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้
การส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่นักลงทุน
นอกจากการกำกับดูแลฝั่ง Fin-fluencer แล้ว ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักลงทุน โดยการจัดทำและเผยแพร่สื่อความรู้ด้านการเงินการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่เข้าใจง่ายและไม่เป็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์ เนื้อหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นการสอนให้นักลงทุนรู้จักวิธีตรวจสอบข้อมูล แยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น และตระหนักถึงกลโกงในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้นักลงทุนสามารถป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงได้
ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง
แม้หน่วยงานกำกับดูแลจะมีมาตรการต่างๆ ออกมา แต่เกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือนักลงทุนเอง การมีวิจารณญาณและปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตรวจสอบใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือ
ก่อนที่จะเชื่อหรือทำตามคำแนะนำการลงทุนใดๆ ควรตรวจสอบก่อนว่า Fin-fluencer คนดังกล่าวมีใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุนจาก ก.ล.ต. หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. การมีใบอนุญาตเป็นเครื่องยืนยันว่าบุคคลนั้นมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ทางการเงินและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล
วิเคราะห์ข้อมูลและไม่หลงเชื่อข่าวลือ
นักลงทุนควรฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ดูดีเกินจริง เช่น การการันตีผลตอบแทนที่สูงลิ่ว หรือข่าวลือที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง โดยเฉพาะแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการ เช่น ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือรายงานของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ
ตระหนักถึงผลประโยชน์แอบแฝง
ในขณะที่รับชมเนื้อหา ควรตั้งคำถามเสมอว่า Fin-fluencer คนนั้นอาจมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือไม่ สังเกตการเปิดเผยข้อมูล เช่น การระบุว่าเป็น “Sponsored Content” หรือ “Ad” หากไม่มีการเปิดเผยแต่มีการเชียร์ผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งอย่างชัดเจน นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
พัฒนาความรู้ด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครสามารถดูแลเงินลงทุนได้ดีเท่ากับตัวนักลงทุนเอง การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุน หลักการบริหารความเสี่ยง และทำความเข้าใจในสินทรัพย์ที่ต้องการลงทุนอย่างถ่องแท้ จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจลงทุนอย่างยั่งยืนและปลอดภัยในระยะยาว
แผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. ปี 2568–2570: ทิศทางในอนาคต
ก.ล.ต. ได้มองการณ์ไกลและบรรจุเรื่องการกำกับดูแล Fin-fluencer ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2568–2570) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของประเด็นนี้ในอนาคต โดยมีแนวทางที่ชัดเจนดังนี้:
- กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน: จัดทำรายละเอียดและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าการกระทำใดของ Fin-fluencer สามารถทำได้และทำไม่ได้ เพื่อลดความคลุมเครือและสร้างมาตรฐานเดียวกัน
- สร้างเครือข่ายพันธมิตร: ทำงานร่วมกับ Fin-fluencer, ผู้ประกอบธุรกิจ, และสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการปฏิบัติตามเกณฑ์อย่างถูกต้อง
- กำกับดูแลการว่าจ้าง: วางกฎเกณฑ์สำหรับผู้ประกอบธุรกิจในการว่าจ้าง Fin-fluencer เพื่อให้มั่นใจว่ามีการควบคุมคุณภาพและความถูกต้องของข้อมูล
- ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบ: พัฒนาและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจจับการกระทำที่ผิดปกติ การปั่นหุ้น หรือการหลอกลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
- ยกระดับการให้บริการประชาชน: พัฒนาช่องทางการให้ข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนให้เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ
แผนยุทธศาสตร์นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ก.ล.ต. ในการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการเข้าถึงข้อมูลด้านการลงทุน กับการปกป้องนักลงทุนรายย่อยให้พ้นจากความเสี่ยงในโลกยุคใหม่
สรุป: การสร้างสมดุลในระบบนิเวศการลงทุน
การเข้ามามีบทบาทของ Fin-fluencer ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการสื่อสารด้านการลงทุนไปอย่างสิ้นเชิง และสร้างประโยชน์ในการทำให้ความรู้ทางการเงินเข้าถึงคนหมู่มาก อย่างไรก็ตาม อิทธิพลดังกล่าวก็นำมาซึ่งความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้ามได้ การที่สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานพันธมิตรได้ออกมาตรการคุมเข้มและกำกับดูแลอย่างจริงจัง ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องนักลงทุนรายย่อยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนโดยรวม
มาตรการต่างๆ ตั้งแต่โครงการ Responsible Voices, การปรับปรุงเกณฑ์โฆษณา, ไปจนถึงแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว ล้วนมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ Fin-fluencer สามารถให้ข้อมูลได้อย่างมีความรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้นักลงทุนมีความรู้และวิจารณญาณในการเลือกรับข้อมูล ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่วางกรอบกติกาที่ชัดเจน, Fin-fluencer ที่มีจรรยาบรรณ และนักลงทุนที่มีความรู้เท่าทันและลงทุนอย่างรอบคอบ