Home » เทรนด์ ‘Fin-fluencer’ เสี่ยงแค่ไหน? ส่องกฎหมายใหม่คุม

เทรนด์ ‘Fin-fluencer’ เสี่ยงแค่ไหน? ส่องกฎหมายใหม่คุม

สารบัญ

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารทางการเงินสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านปลายนิ้ว ปรากฏการณ์ ‘Fin-fluencer’ หรือผู้มีอิทธิพลด้านการเงินบนโซเชียลมีเดียได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว บุคคลเหล่านี้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials อย่างไรก็ตาม อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นนี้มาพร้อมกับความกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล ความโปร่งใส และความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียทางการเงิน ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของไทย จึงได้เริ่มออกมาตรการเพื่อควบคุมและสร้างมาตรฐานให้กับวงการนี้ บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึง เทรนด์ ‘Fin-fluencer’ เสี่ยงแค่ไหน? ส่องกฎหมายใหม่คุม เพื่อสร้างความเข้าใจที่ครอบคลุมสำหรับนักลงทุนรายย่อยและผู้ที่สนใจ

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง

  • Fin-fluencer คือใคร: Fin-fluencer หรือ Financial Influencer คือบุคคลที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการแบ่งปันความรู้ คำแนะนำ และความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเงินและการลงทุน ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการตัดสินใจของนักลงทุนรุ่นใหม่
  • ความเสี่ยงที่ต้องระวัง: คำแนะนำจาก Fin-fluencer อาจมีความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การขาดความโปร่งใสในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป และอาจเป็นช่องทางของการหลอกลงทุน
  • กฎหมายใหม่เพื่อการกำกับดูแล: ก.ล.ต. ของไทยและหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศกำลังออกกฎระเบียบใหม่เพื่อควบคุม Fin-fluencer โดยกำหนดให้ต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อปกป้องนักลงทุน
  • แนวทางป้องกันสำหรับนักลงทุน: นักลงทุนควรตรวจสอบคุณสมบัติของ Fin-fluencer เสมอ ศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง และระมัดระวังคำแนะนำที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงโดยไม่กล่าวถึงความเสี่ยง

ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ Fin-fluencer

การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อส่งผลให้วิธีการรับข้อมูลข่าวสารด้านการเงินและการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญผ่านช่องทางดั้งเดิม ปัจจุบันโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่ให้กำเนิดกลุ่มบุคคลที่เรียกว่า ‘Fin-fluencer’ ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้และชี้นำการตัดสินใจของนักลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล

นิยามและความหมายของ Fin-fluencer

Fin-fluencer เป็นคำผสมระหว่าง “Financial” (การเงิน) และ “Influencer” (ผู้มีอิทธิพล) หมายถึง บุคคลที่สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การออม การลงทุน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียยอดนิยม เช่น TikTok, YouTube, Facebook, และ Instagram เนื้อหาของพวกเขามีความหลากหลาย ตั้งแต่การให้ความรู้พื้นฐานทางการเงิน การวิเคราะห์หุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงการรีวิวผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อ หรือแอปพลิเคชันการลงทุน ด้วยวิธีการนำเสนอที่เข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย และมีความเป็นกันเอง ทำให้พวกเขาสามารถสร้างฐานผู้ติดตามจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

เหตุใด Fin-fluencer จึงมีอิทธิพลต่อนักลงทุนรุ่นใหม่

อิทธิพลของ Fin-fluencer ต่อกลุ่มนักลงทุน Gen Z และ Millennials มีรากฐานมาจากหลายปัจจัย ประการแรกคือ การใช้ภาษาและรูปแบบการสื่อสาร ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมักจะเสพข้อมูลสั้นๆ กระชับ และเห็นภาพได้ชัดเจน ประการที่สองคือ ความรู้สึกเข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกเหมือนได้รับคำแนะนำจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ มากกว่าผู้เชี่ยวชาญที่ดูห่างไกล นอกจากนี้ การที่พวกเขาสามารถสร้างชุมชน (Community) ของผู้ติดตามที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น ซึ่งยิ่งเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความผูกพันระหว่าง Fin-fluencer กับผู้ติดตามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้คำแนะนำของ Fin-fluencer มีน้ำหนักและส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก

ดาบสองคม: ความเสี่ยงที่แฝงมากับคำแนะนำการลงทุนออนไลน์

แม้ว่า Fin-fluencer จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเรื่องการเงินและการลงทุนมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีความเสี่ยงซ่อนอยู่ไม่น้อย การรับข้อมูลโดยขาดการไตร่ตรองอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดและสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างรุนแรงได้ ความเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนต้องตระหนักและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

การลงทุนตามคำแนะนำบนโซเชียลมีเดียโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม อาจเปรียบเสมือนการเดินทางโดยใช้แผนที่ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ความถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่ปลายทางที่ไม่คาดคิด

ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและขาดความน่าเชื่อถือ

ความเสี่ยงประการแรกและสำคัญที่สุดคือ คุณภาพของข้อมูล ผู้ให้คำแนะนำบางรายอาจไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเงินอย่างแท้จริง หรืออาจขาดคุณวุฒิและใบอนุญาตที่จำเป็นในการให้คำแนะนำการลงทุน เนื้อหาที่นำเสนออาจเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว หรือเป็นการสรุปข้อมูลมาอย่างผิวเผิน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน การตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายและทำให้เกิดการสูญเสียเงินลงทุนได้

การโปรโมทผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงสูงโดยไม่เปิดเผยข้อมูล

Fin-fluencer บางรายอาจมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การเทรดฟอเร็กซ์ หรือการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภท เพื่อดึงดูดความสนใจด้วยผลตอบแทนที่ดูน่าดึงดูดใจ ปัญหาคือ การนำเสนอมักจะเน้นย้ำแต่ด้านดีหรือโอกาสในการทำกำไรมหาศาล แต่กลับละเลยหรือกล่าวถึงความเสี่ยงเพียงเล็กน้อย ทำให้นักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไปและนำเงินไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับตนเอง

ปัญหาความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อน

อีกหนึ่งความเสี่ยงที่สำคัญคือการขาดความโปร่งใส ในหลายกรณี Fin-fluencer อาจได้รับผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่พวกเขากล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างในการโปรโมท ค่าคอมมิชชัน หรือผลประโยชน์อื่นใด หากไม่มีการเปิดเผยความสัมพันธ์เหล่านี้อย่างชัดเจน ผู้ติดตามอาจถูกชักจูงให้ลงทุนโดยไม่รู้ว่าคำแนะนำนั้นมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้ความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือของคำแนะนำลดลง

ช่องทางสู่การหลอกลงทุนและสแกม

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด แพลตฟอร์มของ Fin-fluencer อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลงทุน หรือส่งเสริมโครงการที่ไม่ได้รับอนุญาต (Scam) มิจฉาชีพอาจสร้างตัวตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ชักชวนให้ผู้ติดตามเข้าร่วมลงทุนในโครงการที่อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูงในเวลาอันสั้น แต่สุดท้ายกลับเป็นการฉ้อโกงและหลอกลวงเอาเงินไป ความน่าเชื่อถือและฐานผู้ติดตามจำนวนมากของ Fin-fluencer ทำให้การหลอกลวงในลักษณะนี้สามารถสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว

ส่องกฎหมายใหม่คุม Fin-fluencer ทั้งในไทยและต่างประเทศ

จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินทั่วโลกต่างตระหนักถึงความจำเป็นในการเข้ามาจัดระเบียบและควบคุมการดำเนินงานของ Fin-fluencer เพื่อปกป้องนักลงทุนรายย่อยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนโดยรวม การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ในระดับสากล

มาตรการกำกับดูแลในประเทศไทย

ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกมาตรการเพื่อกำกับดูแล Fin-fluencer ที่ให้คำแนะนำการลงทุนออนไลน์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันความเสี่ยงและการหลอกลงทุน กฎระเบียบใหม่ที่ออกมาได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญดังนี้:

  • คุณสมบัติและคุณวุฒิ: กำหนดให้ผู้ที่ให้คำแนะนำการลงทุนต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เช่น ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุน หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ให้ข้อมูลมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
  • ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล: บังคับให้ Fin-fluencer ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโปรโมทผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ติดตามได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนประกอบการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ยังได้ริเริ่มโครงการ Happy Money Content Creator ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งให้ความรู้และอบรม Fin-fluencer ให้มีความเข้าใจในเรื่องการเงินอย่างถูกต้องตามหลักการ และส่งเสริมการสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคมการลงทุนโดยรวม

แนวทางปฏิบัติในระดับสากล

การกำกับดูแล Fin-fluencer ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก หลายประเทศได้เริ่มพัฒนากฎหมายดิจิทัลและแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้

  • อินโดนีเซีย: หน่วยงานกำกับดูแลการเงิน (OJK) กำลังอยู่ในขั้นตอนการหารือเพื่อกำหนดกฎระเบียบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดยจะเน้นการกำหนดคุณสมบัติและมาตรฐานความโปร่งใส
  • สิงคโปร์: หน่วยงานกำกับดูแลการเงิน (MAS) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ Fin-fluencer เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025 และได้ดำเนินการตอบสนองต่อทุกกรณี พร้อมทั้งพิจารณามาตรการควบคุมเพิ่มเติมในอนาคต
  • สหรัฐอเมริกา: หน่วยงานอย่าง FINRA และ SEC ได้ปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อควบคุมการสื่อสารและการโฆษณาผ่านช่องทางดิจิทัล โดยกำหนดให้ต้องมีการเปิดเผยความเสี่ยงอย่างชัดเจน ขณะที่ FTC ได้อัปเดตแนวทางการให้คำแนะนำ (Endorsement Guidelines) เพื่อให้ครอบคลุมการโปรโมทผลิตภัณฑ์ทางการเงินบนโซเชียลมีเดียด้วย
ตารางเปรียบเทียบแนวทางการกำกับดูแล Fin-fluencer ในแต่ละประเทศ
ประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลหลัก สถานะกฎหมาย ประเด็นสำคัญที่มุ่งเน้น
ประเทศไทย ก.ล.ต. / ตลท. มีผลบังคับใช้และกำลังพัฒนา การกำหนดคุณสมบัติ, ใบอนุญาต, ความโปร่งใส, และการให้ความรู้
อินโดนีเซีย OJK กำลังอยู่ในขั้นตอนการร่าง การกำหนดคุณสมบัติและมาตรฐานความโปร่งใส (คาดว่า H2 2025)
สิงคโปร์ MAS ตอบสนองเป็นกรณีและพิจารณามาตรการเพิ่ม การจัดการข้อร้องเรียนและการให้คำแนะนำที่ไม่เหมาะสม
สหรัฐอเมริกา FINRA / SEC / FTC มีการปรับปรุงกฎระเบียบเดิม การเปิดเผยความเสี่ยง, การบันทึกข้อมูล, และแนวทางการโฆษณา

เกราะป้องกันสำหรับนักลงทุนรายย่อย

แม้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเริ่มมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่เกราะป้องกันที่ดีที่สุดก็คือตัวของนักลงทุนรายย่อยเอง การมีความรู้ความเข้าใจและหลักการในการพิจารณาข้อมูลจะช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้

การตรวจสอบคุณสมบัติและความน่าเชื่อถือ

ก่อนที่จะเชื่อถือคำแนะนำจาก Fin-fluencer คนใด ควรเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของบุคคลนั้นเสียก่อน ลองตรวจสอบว่าพวกเขามีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการแนะนำการลงทุนหรือไม่ มีประสบการณ์ในแวดวงการเงินมายาวนานเพียงใด หรือมีคุณวุฒิทางการศึกษาที่สนับสนุนความเชี่ยวชาญของตนเองหรือไม่ การเลือกติดตามผู้ที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในวงกว้างย่อมมีความเสี่ยงน้อยกว่า

การแสวงหาข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง

ไม่ควรใช้ข้อมูลจาก Fin-fluencer เพียงแหล่งเดียวในการตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออื่นๆ เช่น รายงานบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ข้อมูลจากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต. และข่าวสารจากสำนักข่าวที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการเงิน การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ แหล่งจะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและครบถ้วนยิ่งขึ้น

สังเกตสัญญาณเตือนภัย

นักลงทุนควรเรียนรู้ที่จะสังเกตสัญญาณเตือนที่อาจบ่งชี้ถึงคำแนะนำที่มีความเสี่ยงสูงหรืออาจเป็นการหลอกลวง สัญญาณเหล่านี้ได้แก่:

  • การการันตีผลตอบแทนที่สูงเกินจริง: โลกของการลงทุนไม่มีอะไรที่แน่นอน การการันตีผลตอบแทนเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และมักเป็นสัญญาณของการหลอกลวง
  • การเร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน: การสร้างแรงกดดันให้รีบตัดสินใจลงทุนโดยไม่มีเวลาให้ศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอเป็นกลยุทธ์ที่มิจฉาชีพนิยมใช้
  • การไม่เปิดเผยความเสี่ยง: การให้แนะนำการลงทุนที่เน้นแต่ด้านบวกโดยไม่กล่าวถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผล เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง
  • ขาดความโปร่งใส: หาก Fin-fluencer ไม่เปิดเผยว่าได้รับผลตอบแทนจากการแนะนำผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือไม่ ก็ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน

อนาคตของ Fin-fluencer ภายใต้การกำกับดูแล

แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นว่าวงการ Fin-fluencer จะต้องปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานและความเป็นมืออาชีพมากขึ้น การกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้นจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ คาดการณ์ได้ว่าประเทศต่างๆ จะยังคงออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อปิดช่องว่างและปกป้องผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง การใช้เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจสอบและติดตามกิจกรรมที่น่าสงสัยของ Fin-fluencer บนโลกออนไลน์จะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้ามาเป็น Fin-fluencer ในอนาคต การมีเพียงความสามารถในการสื่อสารอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างลึกซึ้ง และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการผ่านการอบรมและการได้รับใบอนุญาตที่จำเป็น สิ่งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานของวงการและสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

บทสรุป: สร้างสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยง

ปรากฏการณ์ Fin-fluencer ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินและการลงทุนอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านการเงินในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม อิทธิพลดังกล่าวก็นำมาซึ่งความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเผชิญ ตั้งแต่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไปจนถึงการหลอกลวง การเกิดขึ้นของกฎหมายใหม่และมาตรการกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. และหน่วยงานสากล ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานและความโปร่งใส เพื่อปกป้องนักลงทุนรายย่อย

ท้ายที่สุดแล้ว แม้กฎระเบียบจะเข้มแข็งเพียงใด ความรับผิดชอบสูงสุดยังคงอยู่ที่ตัวนักลงทุน การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ และการมีวิจารณญาณในการเลือกรับสาร คือเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงิน การสร้างสมดุลระหว่างการเปิดรับโอกาสใหม่ๆ และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ คือหัวใจสำคัญของการลงทุนที่ยั่งยืนในระยะยาว