Home » โปรตีนจากอากาศ อาหารอนาคตที่คนไทยต้องจับตา

โปรตีนจากอากาศ อาหารอนาคตที่คนไทยต้องจับตา

สารบัญ

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความท้าทายเรื่องความมั่นคงทางอาหารของโลก นวัตกรรม “โปรตีนจากอากาศ” ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะเทคโนโลยีที่จะมาปฏิวัติวิธีการผลิตและบริโภคอาหารของมนุษยชาติ โดยนำเสนอทางเลือกที่ยั่งยืนและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ภาพรวมของโปรตีนจากอากาศ

ประเด็นสำคัญที่ทำให้โปรตีนจากอากาศกลายเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Food Tech) มีดังนี้:

  • กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน: โปรตีนจากอากาศผลิตขึ้นโดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากอากาศ น้ำ และพลังงานหมุนเวียนเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอย่างที่ดินและน้ำได้อย่างมหาศาล
  • คุณค่าทางโภชนาการสูง: ผลผลิตที่ได้คือโปรตีนเซลล์เดียว (Single Cell Protein) ที่มีองค์ประกอบของโปรตีนสูงถึง 65–80% พร้อมกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน ซึ่งเทียบเคียงได้กับโปรตีนจากเนื้อสัตว์
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการทำปศุสัตว์หรือเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม และยังปราศจากสารปนเปื้อน เช่น ฮอร์โมนหรือยาปฏิชีวนะ
  • ศักยภาพสำหรับประเทศไทย: ด้วยทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนและความหลากหลายทางชีวภาพ ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาและผลิตโปรตีนจากอากาศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม

โปรตีนจากอากาศ อาหารอนาคตที่คนไทยต้องจับตา คือนวัตกรรมทางเทคโนโลยีชีวภาพที่เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลายเป็นโปรตีนที่บริโภคได้ แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นความเป็นจริงที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารโลก เทคโนโลยีนี้ถือเป็นหนึ่งในโปรตีนทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่เพียงแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาวิกฤตอาหารที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ความสำคัญของโปรตีนจากอากาศทวีความสำคัญมากขึ้นเมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่ระบบอาหารทั่วโลกกำลังเผชิญ การผลิตอาหารแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะการทำปศุสัตว์ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ที่ดินและน้ำในปริมาณมหาศาล ดังนั้น การมีแหล่งโปรตีนทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรเหล่านี้จึงเป็นคำตอบที่สำคัญต่อความยั่งยืน สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของโลก การทำความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ในอนาคต

เจาะลึกนวัตกรรมโปรตีนจากอากาศ

การทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของเทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าอากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวัน สามารถเปลี่ยนเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร

คำจำกัดความและหลักการทำงาน

โปรตีนจากอากาศ คือ โปรตีนเซลล์เดียว (Single Cell Protein – SCP) ที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการหมักทางชีวภาพ (Fermentation) โดยมีหัวใจสำคัญคือการใช้จุลินทรีย์ชนิดพิเศษเป็น “โรงงานชีวภาพ” ขนาดจิ๋ว จุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการใช้พลังงานจากไฮโดรเจน (ที่ได้จากการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า) และดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศมาเป็นแหล่งคาร์บอน เพื่อสังเคราะห์สารอาหารและเติบโตเป็นเซลล์ที่อุดมไปด้วยโปรตีน

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) ซึ่งเป็นระบบปิดที่สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่าง และปริมาณสารอาหารได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและปราศจากการปนเปื้อนจากภายนอก ผลลัพธ์สุดท้ายคือผงโปรตีนที่มีความละเอียดสูง มีคุณสมบัติทางโภชนาการครบถ้วนและสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารได้ทันที

Solein: ผลิตภัณฑ์ปฏิวัติวงการอาหาร

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดและเป็นที่รู้จักในระดับสากลคือ “Solein” (โซลีน) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทสตาร์ทอัพด้าน Food Tech จากประเทศฟินแลนด์ชื่อ Solar Foods โดย Solein คือชื่อแบรนด์ของผงโปรตีนที่ผลิตจากกระบวนการดังกล่าว มีลักษณะเป็นผงสีขาวอมเหลือง ละเอียด และที่สำคัญคือไม่มีรสชาติและกลิ่น ทำให้มันมีความยืดหยุ่นสูงในการนำไปประยุกต์ใช้

คุณสมบัติความเป็นกลางทางรสชาติของ Solein ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในอุตสาหกรรมอาหาร เพราะสามารถนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายประเภทโดยไม่กระทบต่อรสชาติดั้งเดิม ตั้งแต่การเติมลงในโปรตีนเชค ขนมปัง พาสต้า ไปจนถึงการใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตเนื้อสัตว์เทียม (Plant-based meat) หรือผลิตภัณฑ์นมทางเลือก ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์เมนูอาหารแห่งอนาคต

กระบวนการผลิต: จากอากาศสู่โปรตีนบริสุทธิ์

แม้จะฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่กระบวนการผลิตโปรตีนจากอากาศนั้นตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถทำซ้ำและขยายขนาดสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ โดยมีรากฐานมาจากกระบวนการหมักที่มนุษย์คุ้นเคยกันดี เช่น การทำเบียร์ ไวน์ หรือโยเกิร์ต

ขั้นตอนการสร้างโปรตีนแห่งอนาคต

กระบวนการผลิตสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้:

  1. การเตรียมวัตถุดิบ: ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมวัตถุดิบที่จำเป็น ซึ่งประกอบด้วย 1) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดักจับโดยตรงจากอากาศ 2) น้ำ และ 3) พลังงานไฟฟ้า ซึ่งโดยหลักการแล้วจะมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
  2. การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (Electrolysis): พลังงานไฟฟ้าจะถูกนำมาใช้ในกระบวนการแยกโมเลกุลของน้ำ (H₂O) ออกเป็นก๊าซไฮโดรเจน (H₂) และออกซิเจน (O₂) ก๊าซไฮโดรเจนที่ได้นี้จะทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับจุลินทรีย์
  3. กระบวนการหมักในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ: ก๊าซไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกป้อนเข้าไปในถังหมักที่มีน้ำ สารอาหารแร่ธาตุที่จำเป็น (เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส) และหัวเชื้อจุลินทรีย์ชนิดพิเศษอยู่ภายใน
  4. การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์: ภายในถังหมัก จุลินทรีย์จะเริ่มกระบวนการทางชีวภาพ โดยใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงาน และใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นแหล่งคาร์บอน เพื่อสร้างเซลล์ใหม่และแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว กระบวนการนี้คล้ายกับการที่พืชใช้แสงแดดในการสังเคราะห์แสง แต่เปลี่ยนมาใช้พลังงานเคมีจากไฮโดรเจนแทน
  5. การเก็บเกี่ยวและแปรรูป: เมื่อจุลินทรีย์เติบโตจนได้ปริมาณที่ต้องการแล้ว ส่วนผสมในถังจะถูกนำออกมาเพื่อแยกเซลล์จุลินทรีย์ออกจากน้ำ จากนั้นจะนำเซลล์ที่ได้ไปผ่านกระบวนการอบแห้ง เพื่อกำจัดความชื้นและทำให้กลายเป็นผงโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูง พร้อมสำหรับนำไปใช้งาน

คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่า

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของโปรตีนจากอากาศไม่ได้มีเพียงแค่ความยั่งยืน แต่ยังรวมถึงคุณค่าทางโภชนาการที่น่าประทับใจ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพได้เป็นอย่างดี องค์ประกอบทางโภชนาการโดยเฉลี่ยของโปรตีนจากอากาศประกอบด้วย:

  • โปรตีนสูง: มีสัดส่วนของโปรตีนสูงถึง 65–80% ของน้ำหนักแห้ง ซึ่งสูงกว่าโปรตีนจากแหล่งอื่นๆ หลายชนิด
  • กรดอะมิโนครบถ้วน: ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 9 ชนิด ซึ่งมีองค์ประกอบใกล้เคียงกับโปรตีนที่พบในเนื้อวัวหรือถั่วเหลือง ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนที่สมบูรณ์
  • คาร์โบไฮเดรตและไขมัน: มีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 20–25% และไขมัน 5–10% ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • วิตามินและแร่ธาตุ: เป็นแหล่งของวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามิน B12 ซึ่งมักเป็นสารอาหารที่ขาดแคลนในกลุ่มผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติและวีแกน
  • ความสะอาดและปลอดภัย: เนื่องจากผลิตในระบบปิดที่ควบคุมได้ทั้งหมด โปรตีนจากอากาศจึงปราศจากสารปนเปื้อนที่มักพบในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เช่น ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ยาปฏิชีวนะ หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของโปรตีนจากอากาศกับแหล่งโปรตีนอื่น
คุณสมบัติ โปรตีนจากอากาศ (Solein) โปรตีนจากเนื้อวัว โปรตีนจากถั่วเหลือง
สัดส่วนโปรตีน 65–80% ~26% (ในเนื้อดิบ) ~36% (ในเมล็ดแห้ง)
กรดอะมิโนจำเป็น ครบถ้วน ครบถ้วน ครบถ้วน
วิตามิน B12 มี มี ไม่มี (ต้องเสริม)
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่ำมาก สูงมาก (การปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การใช้ที่ดินและน้ำ) ปานกลาง (การใช้ที่ดินและน้ำ)
ความปลอดภัยจากสารปนเปื้อน สูง (ไม่มีฮอร์โมน/ยาปฏิชีวนะ) มีความเสี่ยง มีความเสี่ยงจากยาฆ่าแมลง

เหตุผลที่โปรตีนจากอากาศคือทางออกของโลก

การถือกำเนิดของโปรตีนจากอากาศไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมด้านอาหาร แต่ยังเป็นคำตอบที่สำคัญต่อปัญหาระดับโลกหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยีการผลิตโปรตีนจากอากาศถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการผลิตอาหารที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตโปรตีนจากสัตว์หรือแม้กระทั่งพืชบางชนิด โปรตีนจากอากาศมีความได้เปรียบอย่างชัดเจนในหลายด้าน:

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: กระบวนการผลิตแทบไม่ปล่อยก๊าซมีเทนหรือไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรงและเป็นผลพลอยได้หลักจากการทำปศุสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการนี้ยังใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นวัตถุดิบ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการลดปริมาณ CO₂ ในบรรยากาศได้ในทางอ้อม
  • ใช้น้ำน้อยลงอย่างมหาศาล: การผลิตโปรตีนจากอากาศใช้น้ำน้อยกว่าการผลิตเนื้อวัวถึง 100 เท่า และน้อยกว่าการปลูกถั่วเหลืองถึง 10 เท่า เนื่องจากน้ำส่วนใหญ่ในระบบสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร: การผลิตสามารถทำได้ในโรงงานแนวตั้ง (Vertical Farming) ในทุกสภาพพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือแม้กระทั่งในทะเลทราย ซึ่งเป็นการปลดแอกระบบอาหารออกจากการพึ่งพาที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งกำลังลดน้อยลงทุกวัน

ความปลอดภัยและความยืดหยุ่นในการบริโภค

นอกเหนือจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โปรตีนจากอากาศยังมอบความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ด้วยกระบวนการผลิตในระบบปิดที่ควบคุมได้ 100% ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค สารเคมี หรือสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความยืดหยุ่นในการนำไปใช้งานก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญ ผงโปรตีนที่ได้สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเป็นส่วนผสมเพิ่มคุณค่าทางอาหารในผลิตภัณฑ์เดิม ไปจนถึงการสร้างสรรค์อาหารรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น นักเก็ตไก่เทียมที่ทำจากอากาศ พาสต้าโปรตีนสูง หรือแม้กระทั่งไอศกรีมและเบเกอรี่ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งสุขภาพที่ดีและความยั่งยืน

ศักยภาพของโปรตีนจากอากาศในบริบทของประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย นวัตกรรมโปรตีนจากอากาศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวความสำเร็จในต่างประเทศ แต่เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

โอกาสสู่การเป็น “ครัวแห่งอนาคต”

ประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World) การนำเทคโนโลยี Food Tech ขั้นสูงอย่างโปรตีนจากอากาศเข้ามาปรับใช้ จะเป็นการต่อยอดและยกระดับสถานะดังกล่าวไปสู่การเป็น “ครัวแห่งอนาคต” (Kitchen of the Future) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ:

  • ศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียน: ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่จำเป็นสำหรับกระบวนการผลิตโปรตีนจากอากาศที่ยั่งยืน
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ: ประเทศไทยเป็นแหล่งของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจเป็นขุมทรัพย์ในการค้นคว้าและพัฒนาจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตโปรตีน
  • โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมอาหาร: ประเทศมีอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารที่แข็งแกร่ง ซึ่งพร้อมที่จะนำวัตถุดิบใหม่ๆ อย่างโปรตีนจากอากาศไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้ทันที

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมอาหาร

การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาโปรตีนจากอากาศ จะเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น กากถั่วเหลือง และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหารในอนาคต รองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลต่อภาคเกษตรกรรมดั้งเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาครัฐและเอกชนจึงควรให้ความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ตั้งแต่การจัดสรรทุนวิจัย การสร้างนโยบายที่เอื้ออำนวย ไปจนถึงการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้บริโภค

ความท้าทายบนเส้นทางสู่อนาคต

แม้ว่าศักยภาพของโปรตีนจากอากาศจะดูสดใส แต่การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายยังคงมีความท้าทายที่ต้องเผชิญและก้าวข้ามไปให้ได้

ต้นทุนการผลิตและการยอมรับจากผู้บริโภค

ในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตโปรตีนจากอากาศยังคงค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโปรตีนจากแหล่งดั้งเดิม เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่อยู่และต้องใช้เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสูง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้นและมีการผลิตในระดับที่ใหญ่ขึ้น (Economy of Scale) ต้นทุนจะลดลงจนสามารถแข่งขันในตลาดได้

อีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญคือการยอมรับของผู้บริโภค คำว่า “โปรตีนจากอากาศ” หรือ “อาหารที่ผลิตโดยจุลินทรีย์” อาจสร้างความลังเลใจให้กับผู้บริโภคบางกลุ่ม ดังนั้น การสื่อสารที่โปร่งใสและให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการผลิต ความปลอดภัย และประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่น

กฎระเบียบและมาตรฐานที่ต้องพัฒนา

ในฐานะที่เป็นอาหารประเภทใหม่ (Novel Food) โปรตีนจากอากาศจำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและมีขั้นตอนที่ซับซ้อน การพัฒนากฎระเบียบและมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับอาหารแห่งอนาคตเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเร่งให้เกิดการนำนวัตกรรมมาสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรม Food Tech ระดับโลก

ปัจจุบันมีบริษัทสตาร์ทอัพหลายแห่งทั่วโลกที่กำลังแข่งขันกันพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์โปรตีนจากอากาศออกสู่ตลาด โดยมีผู้เล่นที่โดดเด่นอยู่ 2 รายหลัก ได้แก่:

  • Solar Foods (ฟินแลนด์): ผู้พัฒนา Solein ที่กล่าวถึงข้างต้น ถือเป็นผู้บุกเบิกและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการ พวกเขาได้รับอนุญาตให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศสิงคโปร์เป็นที่แรก และกำลังขยายการผลิตเพื่อรองรับตลาดในยุโรปและเอเชีย
  • Air Protein (สหรัฐอเมริกา): สตาร์ทอัพจากสหรัฐฯ ที่ใช้เทคโนโลยีคล้ายคลึงกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานวิจัยของ NASA ในช่วงทศวรรษ 1960s ที่ต้องการหาวิธีผลิตอาหารให้นักบินอวกาศในภารกิจระยะยาว บริษัทนี้มุ่งเน้นการพัฒนา “เนื้อเทียมจากอากาศ” (Air-based meat) เช่น เนื้อไก่ และมีแผนที่จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกเช่นกัน

การเคลื่อนไหวของบริษัทเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่าโปรตีนจากอากาศกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบอาหารโลกในอนาคตอันใกล้นี้ และมีโอกาสสูงที่จะขยายตลาดเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

บทสรุป และก้าวต่อไปของอาหารไทย

โปรตีนจากอากาศ อาหารอนาคตที่คนไทยต้องจับตา ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น แต่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีที่มนุษย์จะผลิตอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงประชากรโลกอย่างยั่งยืน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในด้านคุณค่าทางโภชนาการ ความปลอดภัย และผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมนี้จึงมีศักยภาพที่จะกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของความมั่นคงทางอาหารในทศวรรษหน้า

สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสทองในการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอาหาร การเริ่มต้นศึกษา วิจัย และวางรากฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ตั้งแต่วันนี้ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสและก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเวทีอาหารแห่งอนาคตได้อย่างเต็มภาคภูมิ การจับตามองและสนับสนุนเทคโนโลยีโปรตีนจากอากาศจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นภารกิจสำคัญเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน