ตรวจ DNA ที่บ้าน: รู้เสี่ยงโรคก่อนใครในราคาหลักพัน
เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงรุกกำลังได้รับความสนใจอย่างสูงในปัจจุบัน และหนึ่งในเครื่องมือที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญคือการตรวจ DNA ที่บ้าน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลทางพันธุกรรมของตนเองได้อย่างสะดวกสบาย ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ และวางแผนการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ภาพรวมของการตรวจ DNA ที่บ้าน
- ความสะดวกสบาย: สามารถเก็บตัวอย่างได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไปสถานพยาบาล และไม่ต้องเจาะเลือด
- ข้อมูลเชิงลึก: ให้ข้อมูลความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม การตอบสนองต่อยาและอาหาร รวมถึงข้อมูลไลฟ์สไตล์
- ราคาที่เข้าถึงได้: มีแพ็กเกจหลากหลายตั้งแต่ราคาหลักพันบาท ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
- การวางแผนสุขภาพ: ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) และการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine)
- ข้อควรระวัง: ผลการตรวจเป็นเพียงการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อการตีความที่ถูกต้อง
บริการ ตรวจ DNA ที่บ้าน: รู้เสี่ยงโรคก่อนใครในราคาหลักพัน กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลรหัสพันธุกรรมของตนเองเป็นเรื่องง่าย สะดวก และไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการเจาะเลือด โดยใช้เพียงตัวอย่างน้ำลายหรือเซลล์จากกระพุ้งแก้ม ทำให้สามารถค้นพบความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ของโรคทางพันธุกรรมต่างๆ และนำข้อมูลนั้นมาปรับใช้เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสมที่สุด
ความสำคัญของการตรวจ DNA ที่บ้านไม่ได้จำกัดอยู่แค่การค้นหาความเสี่ยงโรคเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงการทำความเข้าใจร่างกายในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การตอบสนองต่อสารอาหารบางชนิด การเผาผลาญพลังงาน หรือแม้กระทั่งความไวต่อมลภาวะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล แทนที่การใช้แนวทางเดียวสำหรับทุกคน การตรวจ DNA ที่บ้านจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
การตรวจ DNA ที่บ้านคืออะไร และทำงานอย่างไร
การตรวจ DNA ที่บ้าน หรือที่เรียกว่า Direct-to-Consumer (DTC) Genetic Testing คือบริการที่อนุญาตให้ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อชุดตรวจทางพันธุกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ และทำการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองที่บ้าน ก่อนจะส่งกลับไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการวิเคราะห์ ถือเป็นการปฏิวัติวงการสุขภาพที่ทำให้ข้อมูลทางพันธุกรรมซึ่งเคยจำกัดอยู่แค่ในวงการแพทย์ กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
นิยามและความสำคัญในยุคสุขภาพเชิงรุก
ในอดีต การตรวจทางพันธุกรรมมักเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยโรคที่แสดงอาการแล้ว หรือการตรวจเพื่อยืนยันความเป็นพ่อแม่ลูก แต่ในปัจจุบัน การตรวจ DNA ที่บ้านได้เปลี่ยนมุมมองไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) นั่นคือการค้นหา “ความเสี่ยง” หรือ “แนวโน้ม” ที่จะเกิดโรคต่างๆ ก่อนที่โรคจะเกิดขึ้นจริง เพื่อให้สามารถวางแผนป้องกันหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างทันท่วงที
ความสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการมอบอำนาจในการจัดการสุขภาพให้กับตัวบุคคลเอง เมื่อทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สูงกว่าคนทั่วไป ก็สามารถหันมาควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างจริงจัง หรือหากพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิด ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจคัดกรองที่ถี่ขึ้นได้ สิ่งนี้ช่วยเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “รอป่วยแล้วรักษา” ไปสู่การ “ป้องกันก่อนเกิดโรค”
ขั้นตอนการตรวจที่ง่ายและไม่เจ็บตัว
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้การตรวจ DNA ที่บ้านได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วคือขั้นตอนที่ง่ายดายและสะดวกสบาย ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนหลักดังนี้:
- การสั่งซื้อและรับชุดตรวจ: ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อชุดตรวจ (DNA Test Kit) จากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง ชุดตรวจจะถูกจัดส่งมาถึงบ้านภายในไม่กี่วัน
- การเก็บตัวอย่าง: ภายในชุดตรวจจะประกอบด้วยอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นไม้พันสำลี (Swab) ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ วิธีการเก็บคือการใช้ไม้พันสำลีขูดเบาๆ ที่บริเวณกระพุ้งแก้มด้านใน เพื่อเก็บเซลล์เยื่อบุผิวและน้ำลายซึ่งมี DNA อยู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ กระบวนการนี้ไม่สร้างความเจ็บปวดใดๆ และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
- การลงทะเบียนและจัดส่ง: หลังจากเก็บตัวอย่างแล้ว ผู้ใช้จะต้องลงทะเบียนรหัสของชุดตรวจผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เพื่อเชื่อมโยงตัวอย่างเข้ากับบัญชีส่วนตัว จากนั้นบรรจุตัวอย่างลงในซองที่จัดเตรียมไว้ให้และส่งกลับไปยังห้องปฏิบัติการตามที่ระบุ
- การวิเคราะห์และรอรับผล: เมื่อตัวอย่างไปถึงห้องปฏิบัติการ ผู้เชี่ยวชาญจะทำการสกัด DNA และวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง กระบวนการนี้อาจใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย
- การรับผลตรวจ: ผลการวิเคราะห์จะถูกส่งผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น อีเมล หรือแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน ผู้ใช้สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อดูรายงานผลการตรวจฉบับสมบูรณ์ ซึ่งมักจะนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย มีการอธิบายรายละเอียดของแต่ละรายการอย่างชัดเจน
การตรวจ DNA ที่บ้านได้ทลายข้อจำกัดด้านการเดินทาง เวลา และความกลัวเข็ม ทำให้การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพเชิงลึกเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับทุกคน
ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการวิเคราะห์ DNA
ผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจ DNA ที่บ้านนั้นมีความหลากหลายและครอบคลุมมิติต่างๆ ของสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลักๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น รายงานผลตรวจจากผู้ให้บริการแต่ละรายอาจมีจำนวนรายการวิเคราะห์แตกต่างกันไป ตั้งแต่ 250 รายการไปจนถึงมากกว่า 500 รายการ
ความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดและเป็นเหตุผลหลักที่หลายคนตัดสินใจตรวจ DNA โดยรายงานจะระบุถึงความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรทั่วไปต่อโรคต่างๆ ที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมหลายอย่าง (Polygenic Risk Score) ตัวอย่างของโรคที่มักจะอยู่ในการวิเคราะห์ ได้แก่:
- กลุ่มโรคมะเร็ง: เช่น มะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งต่อมลูกหมาก
- กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด: เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ, ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว, ความดันโลหิตสูง
- กลุ่มโรคทางเมตาบอลิซึม: เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2, ภาวะคอเลสเตอรอลสูง
- กลุ่มโรคทางระบบประสาท: เช่น โรคอัลไซเมอร์, โรคพาร์กินสัน, โรคสมองเสื่อม
การทราบความเสี่ยงเหล่านี้ช่วยให้สามารถวางแผนการตรวจสุขภาพประจำปีได้อย่างจำเพาะเจาะจงมากขึ้น และปรึกษาแพทย์เพื่อหามาตรการป้องกันที่เหมาะสมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ข้อมูลสุขภาพและการตอบสนองของร่างกาย
นอกเหนือจากโรคภัยไข้เจ็บ รหัสพันธุกรรมยังเป็นตัวกำหนดการทำงานพื้นฐานของร่างกายในหลายๆ ด้าน ข้อมูลในส่วนนี้ช่วยให้เข้าใจร่างกายของตนเองได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมกับตัวเองโดยเฉพาะ
- ความไวต่ออาหารและสารอาหาร: การตอบสนองต่อคาเฟอีน, แอลกอฮอล์, แลคโตสในนม, หรือกลูเตน รวมถึงความต้องการวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดที่อาจสูงกว่าปกติ
- การตอบสนองต่อยา: ข้อมูลทางเภสัชพันธุศาสตร์ (Pharmacogenomics) ที่บ่งชี้ว่าร่างกายมีการเผาผลาญยาบางชนิดอย่างไร ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของยา
- สุขภาพผิว: แนวโน้มการเกิดสิว, ริ้วรอย, จุดด่างดำ หรือความไวต่อแสงแดด
- การนอนหลับ: รูปแบบการนอนตามนาฬิกาชีวภาพ (Chronotype) ว่าเป็นคนตื่นเช้าหรือนอนดึก, แนวโน้มการนอนหลับลึก หรือความเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- การจัดการความเครียด: การตอบสนองของร่างกายต่อความเครียดในระดับพันธุกรรม
ข้อมูลด้านไลฟ์สไตล์และปัจจัยแวดล้อม
ข้อมูลส่วนนี้มุ่งเน้นไปที่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนกับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการออกกำลังกายและโภชนาการ
- ความเสี่ยงต่อภาวะอ้วน: แนวโน้มทางพันธุกรรมที่ทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายหรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) สูง
- ศักยภาพการออกกำลังกาย: ร่างกายตอบสนองต่อการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Endurance) หรือแบบใช้พละกำลัง (Power) ได้ดีกว่ากัน รวมถึงความเร็วในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
- ความไวต่อมลภาวะ: การตอบสนองของร่างกายเมื่อได้รับมลพิษทางอากาศหรือสารเคมีบางชนิด
ข้อมูลเสริมด้านพรสวรรค์และเชื้อสายบรรพบุรุษ
ในบางแพ็กเกจพรีเมียม อาจมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมในด้านที่น่าสนใจอื่นๆ ซึ่งแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง แต่ก็ช่วยให้รู้จักตัวเองในมุมที่แตกต่างออกไป
- พรสวรรค์และบุคลิกภาพ: แนวโน้มทางพันธุกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับความสามารถทางดนตรี, ภาษา, คณิตศาสตร์ หรือลักษณะนิสัยบางอย่าง
- เชื้อสายบรรพบุรุษ (Ancestry): การวิเคราะห์ DNA เพื่อสืบย้อนไปว่าบรรพบุรุษมาจากภูมิภาคใดของโลก ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ
วิเคราะห์ราคาและแพ็กเกจชุดตรวจ DNA ในตลาด
ราคาของการตรวจ DNA ที่บ้านในประเทศไทยมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความละเอียดของข้อมูล จำนวนรายการที่วิเคราะห์ และชื่อเสียงของผู้ให้บริการ โดยทั่วไปสามารถแบ่งช่วงราคาออกเป็นหลายระดับ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความต้องการ
ปัจจัยที่กำหนดราคาของชุดตรวจ DNA
ราคาที่แตกต่างกันของแต่ละแพ็กเกจมักขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ดังนี้:
- จำนวนรายการที่วิเคราะห์: แพ็กเกจพื้นฐานอาจวิเคราะห์ประมาณ 250 รายการ ขณะที่แพ็กเกจพรีเมียมสามารถวิเคราะห์ได้มากกว่า 500 รายการ ซึ่งครอบคลุมโรคและความเสี่ยงที่ซับซ้อนกว่า
- เทคโนโลยีการวิเคราะห์: เทคโนโลยีที่ใช้ในการถอดรหัสพันธุกรรมมีความซับซ้อนและต้นทุนที่แตกต่างกัน
- ความลึกของข้อมูล: บางแพ็กเกจให้ข้อมูลเชิงลึกในด้านเภสัชพันธุศาสตร์ หรือการวิเคราะห์ความเสี่ยงโรคที่หายาก ซึ่งต้องใช้ฐานข้อมูลและการประมวลผลที่ซับซ้อนกว่า
- บริการเสริม: บริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือนักพันธุศาสตร์เพื่ออธิบายผลตรวจอาจรวมอยู่ในแพ็กเกจราคาสูง
ราคาเริ่มต้นสำหรับแพ็กเกจพื้นฐานมักอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 9,500 บาท ซึ่งเน้นการวิเคราะห์ความเสี่ยงโรคทั่วไปและข้อมูลไลฟ์สไตล์ ส่วนแพ็กเกจพรีเมียมที่มีการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมมากขึ้น อาจมีราคาตั้งแต่ 9,500 บาท ไปจนถึง 20,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจที่เน้นเฉพาะทาง เช่น การตรวจความเสี่ยงโรคร้ายแรงโดยเฉพาะ ซึ่งอาจมีราคาสูงขึ้นไปอีก
เปรียบเทียบแพ็กเกจจากผู้ให้บริการชั้นนำ
ปัจจุบันมีผู้ให้บริการตรวจ DNA ที่บ้านหลายรายในประเทศไทย ทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างชาติที่มีตัวแทนจำหน่าย การเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมควรพิจารณาจากข้อมูลที่ต้องการทราบและงบประมาณที่มี
| ผู้ให้บริการ | ชื่อแพ็กเกจ (ตัวอย่าง) | คุณสมบัติเด่น/จำนวนรายการ | ช่วงราคาโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|---|
| Geneus DNA | Standard | วิเคราะห์ประมาณ 250 รายการ เน้นสุขภาพและไลฟ์สไตล์พื้นฐาน | 5,790 – 6,500 |
| Geneus DNA | Premium | วิเคราะห์มากกว่า 500 รายการ ครอบคลุมโรคและความเสี่ยงเชิงลึก | 9,400 – 11,500 |
| Circle DNA | Premium | วิเคราะห์มากกว่า 500 รายการ มีข้อมูลเชื้อสายบรรพบุรุษ | 6,000 – 9,500 (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น) |
| GenePlanet by BIZGenes | MyLifeStyle DNA | เน้นด้านไลฟ์สไตล์ โภชนาการ และการออกกำลังกาย | ~ 15,900 |
| GenePlanet by BIZGenes | MyHealth DNA | เน้นความเสี่ยงโรคร้ายแรงและเภสัชพันธุศาสตร์ | ~ 19,900 |
| N Health | DNA Circle Premium | วิเคราะห์สุขภาพครอบคลุมกว่า 500 เรื่อง | ~ 15,900 |
ข้อดีและความท้าทายของการตรวจ DNA ที่บ้าน
แม้ว่าการตรวจ DNA ที่บ้านจะมีประโยชน์มากมายในการวางแผนสุขภาพ แต่ก็มาพร้อมกับข้อควรพิจารณาและข้อจำกัดที่ผู้บริโภคควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจใช้บริการ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด
ประโยชน์ของการเข้าถึงข้อมูลพันธุกรรมส่วนบุคคล
การตรวจ DNA ที่บ้านมอบข้อดีหลายประการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่:
- ความสะดวกสบายสูงสุด: ทุกขั้นตอนตั้งแต่การสั่งซื้อจนถึงการเก็บตัวอย่างสามารถทำได้จากที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือรอคิวที่โรงพยาบาล
- กระบวนการที่ไม่เจ็บตัว: การใช้ตัวอย่างจากน้ำลายหรือกระพุ้งแก้มเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่กลัวเข็มหรือการเจาะเลือด
- ราคาที่เข้าถึงได้: เมื่อเทียบกับการตรวจทางพันธุกรรมในโรงพยาบาลในอดีต การตรวจที่บ้านมีราคาที่ย่อมเยากว่ามาก ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
- ข้อมูลสุขภาพแบบองค์รวม: ให้ภาพรวมของสุขภาพในหลายมิติ ตั้งแต่ความเสี่ยงโรคไปจนถึงการตอบสนองต่ออาหารและการออกกำลังกาย
- ผลตรวจใช้ได้ตลอดชีวิต: ข้อมูล DNA ของคนเราไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นการตรวจเพียงครั้งเดียวสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปได้ตลอดชีวิต
- ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน: เป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดโรค
ข้อควรพิจารณาและข้อจำกัดที่ต้องทราบ
เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากผลตรวจเป็นไปอย่างถูกต้อง ควรตระหนักถึงข้อจำกัดดังต่อไปนี้:
- ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค: สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจคือ ผลการตรวจ DNA ที่บ้านเป็นการ “ประเมินความเสี่ยง” (Risk Assessment) ไม่ใช่ “การวินิจฉัย” (Diagnosis) ผลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าจะต้องป่วยเป็นโรคนั้น 100% และในทางกลับกัน ผลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสป่วยเลย
- ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์: โรคส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัจจัยที่ซับซ้อน ทั้งพันธุกรรม (Nature) และสิ่งแวดล้อมรวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Nurture) การมีสุขภาพดีจึงต้องอาศัยการดูแลตัวเองในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่พึ่งพาข้อมูลทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว
- ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ: ควรเลือกบริษัทที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ มีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง และมีนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม
- ความจำเป็นในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากผลตรวจพบความเสี่ยงที่น่ากังวล โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง ควรนำผลดังกล่าวไปปรึกษาแพทย์หรือนักให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์ (Genetic Counselor) เพื่อรับคำแนะนำในการตรวจเพิ่มเติมหรือวางแผนการดูแลที่ถูกต้อง ไม่ควรตีความผลและตัดสินใจทางการแพทย์ด้วยตนเอง
เริ่มต้นวางแผนสุขภาพเชิงรุกด้วยข้อมูล DNA
โดยสรุป การตรวจ DNA ที่บ้านถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจร่างกายของตนเองในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เป็นประตูบานแรกที่นำไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุกและการแพทย์เฉพาะบุคคล ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงหลักพันบาท ทำให้การค้นพบความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรมและการวางแผนโภชนาการที่เหมาะสมกับยีนของตัวเองไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางพันธุกรรมควรเป็นไปอย่างชาญฉลาด โดยมองว่าผลลัพธ์ที่ได้คือแนวทางเพื่อการปรับปรุงวิถีชีวิต ไม่ใช่คำตัดสินชี้ขาดด้านสุขภาพ การนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบกับการดูแลสุขภาพในด้านอื่นๆ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพประจำปี จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการมีสุขภาพที่ดีและยืนยาวได้อย่างเต็มศักยภาพ การลงทุนในการทำความรู้จักรหัสพันธุกรรมของตนเองในวันนี้ อาจเป็นก้าวที่สำคัญที่สุดในการป้องกันโรคภัยในอนาคต