Home » เที่ยวทิพย์หลบไป! ส่องเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ 2569 ไม่แย่งกินแย่งใช้

เที่ยวทิพย์หลบไป! ส่องเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ 2569 ไม่แย่งกินแย่งใช้

สารบัญ

ในยุคที่ความแออัดและวุ่นวายกลายเป็นเรื่องปกติของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม กระแสการเดินทางกำลังเปลี่ยนทิศทางไปสู่ประสบการณ์ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์จิตใจมากขึ้น เทรนด์ เที่ยวทิพย์หลบไป! ส่องเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ 2569 ไม่แย่งกินแย่งใช้ จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ที่โหยหาความสงบ การพักผ่อนอย่างแท้จริง และการเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกจุดหมายปลายทางที่ไม่เป็นที่รู้จัก แต่ยังครอบคลุมถึงทัศนคติและวิธีการเดินทางที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าและความยั่งยืน

ภาพรวมของเทรนด์ท่องเที่ยวแห่งอนาคต

เทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2569 กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะบุคคลและความต้องการด้านจิตใจมากขึ้น ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองประกอบด้วย:

  • การเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ: นักท่องเที่ยวหันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า เน้นความสงบ และการพักผ่อนอย่างแท้จริง แทนที่การเดินทางแบบเร่งรีบเพื่อเก็บแต้มตามสถานที่ยอดนิยม
  • เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเสริมประสบการณ์: การนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยวางแผนและอำนวยความสะดวก ทำให้นักเดินทางสามารถเข้าถึงประสบการณ์ที่สงบและปลอดภัยได้อย่างชาญฉลาด
  • สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีคือหัวใจสำคัญ: การท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดอยู่แค่การชมทิวทัศน์ แต่ยังรวมถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ เช่น การทำดีท็อกซ์จิตใจ และการพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ
  • การแสวงหาความหมายผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น: นักเดินทางยุคใหม่ต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างความทรงจำที่แตกต่างและมีความหมาย

นิยามและความสำคัญของ ‘เที่ยวสงบ’

การทำความเข้าใจแนวคิด “เที่ยวสงบ” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการมองเห็นภาพอนาคตของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งกำลังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

‘เที่ยวสงบ’ คืออะไร?

‘เที่ยวสงบ’ หรือ Quiet Travel คือรูปแบบการเดินทางที่เน้นการแสวงหาความเงียบสงบ ความเป็นส่วนตัว และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยหลีกเลี่ยงความแออัดและวุ่นวายของแหล่งท่องเที่ยวหลัก หัวใจของเทรนด์นี้คือการ “ไม่แย่งกินแย่งใช้” ซึ่งหมายถึงการเลือกเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่ใช่กระแสหลัก หรือเลือกเดินทางในช่วงเวลาที่คนน้อย เพื่อให้สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศและวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเลือกที่พักและกิจกรรมที่ส่งเสริมความผ่อนคลาย เช่น การเข้าพักในรีสอร์ทเชิงสุขภาพ การเข้าร่วมกิจกรรมโยคะหรือทำสมาธิ และการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังผลักดันทิศทางการท่องเที่ยวไปสู่การสร้าง Values over Volume หรือการเน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ ซึ่งเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ตอบโจทย์กลยุทธ์ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แนวทางนี้ช่วยลดผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยวที่หนาแน่นเกินไป (Overtourism) และยังช่วยกระจายรายได้ไปยังชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อีกด้วย นับเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

จาก ‘เที่ยวทิพย์’ สู่การเดินทางที่แท้จริง

ในช่วงที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง ‘เที่ยวทิพย์’ หรือการท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์เคยเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพื่อระบายความต้องการเดินทางและสำรวจโลกกว้างจากที่บ้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติและผู้คนสามารถเดินทางได้อีกครั้ง พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็ได้พัฒนาไปอีกขั้น จากความต้องการเพียงแค่ “ได้ไป” สู่ความต้องการ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย”

เทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ จึงเปรียบเสมือนวิวัฒนาการขั้นต่อไปของความต้องการเดินทาง เป็นการตอบสนองความโหยหาการพักผ่อนที่แท้จริง หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเครียดและความไม่แน่นอนมาเป็นเวลานาน ผู้คนไม่ได้มองหาเพียงแค่การถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลมีเดีย แต่ต้องการการเดินทางที่สามารถฟื้นฟูร่างกายและจิตใจได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ ‘เที่ยวทิพย์’ ไม่สามารถมอบให้ได้

ปัจจัยขับเคลื่อนเทรนด์เที่ยวสงบในปี 2569

การเติบโตของเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล แต่มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ร่วมกันผลักดันให้แนวคิดนี้กลายเป็นกระแสหลักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

นักท่องเที่ยวในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 20-40 ปี มีความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น ปัจจัยด้านพฤติกรรมที่ส่งผลโดยตรงต่อเทรนด์นี้ ได้แก่:

  • ความเหนื่อยล้าจากชีวิตในเมือง: การทำงานที่เร่งรีบและความเครียดสะสมทำให้ผู้คนต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายไปสู่สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ
  • การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต: มีความเข้าใจเพิ่มขึ้นว่าการพักผ่อนไม่ใช่แค่การหยุดทำงาน แต่คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจ การเดินทางไปยังสถานที่สงบจึงเป็นเหมือนการทำ “ดีท็อกซ์ใจ” (Mental Detox)
  • แนวคิด ‘WhyCation’: นักท่องเที่ยวเริ่มตั้งคำถามกับ “เหตุผล” ของการเดินทางมากขึ้น โดยเน้นการท่องเที่ยวที่ตระหนักรู้และคุ้มค่าในเชิงประสบการณ์มากกว่าการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอย่างไร้จุดหมาย
  • ความต้องการความแปลกใหม่: การไปเยือนสถานที่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายมอบความรู้สึกของการเป็นผู้ค้นพบและประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร

นโยบายภาครัฐและการสนับสนุน

ทิศทางนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ ได้รับการยอมรับและเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม กลยุทธ์ที่น่าสนใจประกอบด้วย:

  • การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง: นโยบายสนับสนุนให้เกิดการเดินทางไปยังจังหวัดและเมืองต่างๆ ที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ช่วยกระจายนักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลักที่แออัด
  • การพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง: การยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแบบลักชัวรี่ (Luxury Destination) ผ่านการพัฒนาเขตปลอดอากรในเมืองท่องเที่ยว และการส่งเสริมเศรษฐกิจภาคกลางคืน (Night Economy) ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงและมองหาประสบการณ์พิเศษ
  • การพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล: การสร้างระบบการชำระเงินที่ปลอดภัยและรองรับสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

แก่นแท้ของเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ 2569

เทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ ในปี 2569 มีองค์ประกอบที่ชัดเจนซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม

ประสบการณ์ส่วนตัวและการหลีกหนีความวุ่นวาย

หัวใจหลักคือการสร้างสรรค์การเดินทางที่เป็นส่วนตัวและปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล นักท่องเที่ยวไม่ต้องการเดินตามโปรแกรมทัวร์สำเร็จรูป แต่ต้องการออกแบบการเดินทางที่ยืดหยุ่นและเป็นอิสระ การเลือกที่พักขนาดเล็ก เช่น บูทีคโฮเทล หรือวิลล่าส่วนตัว กลายเป็นที่นิยมมากกว่าโรงแรมขนาดใหญ่ การทำกิจกรรมในกลุ่มเล็กๆ หรือแบบส่วนตัวช่วยเพิ่มความพิเศษและทำให้สามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งรบกวน

เทคโนโลยีเสริมประสบการณ์ท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Experience)

แม้จะเน้นความสงบและเป็นธรรมชาติ แต่เทคโนโลยีกลับเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างประสบการณ์ให้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวลับเฉพาะบุคคล หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยวางแผนการเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ทั้งหมดนี้ช่วยลดความกังวลและทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจดจ่อกับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลยังช่วยในเรื่องความปลอดภัย เช่น การตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ หรือระบบแจ้งเตือนต่างๆ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness)

สุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของร่างกายอีกต่อไป แต่ครอบคลุมถึงสุขภาพจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม จากข้อมูลพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับแนวทางนี้ การเดินทางจึงถูกออกแบบมาเพื่อการฟื้นฟูอย่างแท้จริง กิจกรรมต่างๆ เช่น สปาธรรมชาติ การแช่น้ำแร่ การฝึกสมาธิกลางป่า การเข้าร่วมคอร์สโยคะ หรือแม้แต่การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่น ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ช่วยเติมเต็มพลังชีวิตและสร้างสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ

การเชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

การ ‘เที่ยวสงบ’ เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง แทนที่จะเป็นการชมการแสดงที่จัดฉากขึ้นเพื่อนักท่องเที่ยว การเดินทางในรูปแบบนี้เน้นการมีส่วนร่วม เช่น การเรียนทำอาหารพื้นเมืองกับคนในชุมชน การทดลองทำงานหัตถกรรม หรือการเข้าร่วมประเพณีท้องถิ่นเล็กๆ ประสบการณ์เหล่านี้สร้างความผูกพันและความเข้าใจอันดีระหว่างนักท่องเที่ยวและเจ้าของพื้นที่ ทำให้การเดินทางมีความหมายและน่าจดจำยิ่งขึ้น เป็นการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่ม (Segmentation) ที่เน้นความลึกซึ้งมากกว่าความฉาบฉวย

เปรียบเทียบแนวคิดการท่องเที่ยว: ‘เที่ยวสงบ’ vs. ท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และรูปแบบดั้งเดิม สามารถเปรียบเทียบในมิติต่างๆ ได้ดังนี้

ตารางเปรียบเทียบระหว่างเทรนด์เที่ยวสงบและการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม (Mass Tourism) ในมิติต่างๆ
มิติการเปรียบเทียบ เทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ (Quiet Travel) การท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม (Mass Tourism)
เป้าหมายหลัก การพักผ่อน ฟื้นฟูจิตใจ และหาประสบการณ์ที่มีความหมาย การเยี่ยมชมสถานที่สำคัญให้ได้มากที่สุด (Check-in)
ลักษณะของจุดหมาย เมืองรอง, แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์, ที่พักส่วนตัว เมืองหลัก, แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม, แลนด์มาร์กชื่อดัง
ระดับความแออัด ต่ำ หลีกเลี่ยงฝูงชน สูงมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว
รูปแบบกิจกรรม กิจกรรมเชิงสุขภาพ, เรียนรู้วัฒนธรรม, Slow Life, เป็นส่วนตัว กิจกรรมกลุ่มใหญ่, ช้อปปิ้ง, ชมการแสดง, ตามโปรแกรมทัวร์
ปฏิสัมพันธ์กับท้องถิ่น ลึกซึ้ง มีส่วนร่วมกับชุมชน ผิวเผิน เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์
การใช้เทคโนโลยี ใช้เพื่อวางแผนและอำนวยความสะดวกอย่างชาญฉลาด ใช้เพื่อการจองพื้นฐานและค้นหาข้อมูลทั่วไป
ผลกระทบ กระจายรายได้สู่ชุมชน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รายได้กระจุกตัวในพื้นที่หลัก อาจก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม

อนาคตการท่องเที่ยวไทยในยุคแห่งความสงบ

ภาพรวมตลาดการท่องเที่ยวในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวระยะไกลเดินทางเข้ามาประมาณ 11.66 ล้านคน การเติบโตของเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดนี้ การปรับตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเพื่อรองรับความต้องการใหม่ๆ นี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับประเทศ จากเดิมที่เป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่มอบประสบการณ์พิเศษและน่าจดจำ

การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก จะช่วยลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในพื้นที่เดิมๆ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างทั่วถึงมากขึ้น นอกจากนี้ การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและยินดีที่จะใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเช่นในอดีต

เตรียมพร้อมรับมือเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’

เทรนด์ เที่ยวทิพย์หลบไป! ส่องเทรนด์ ‘เที่ยวสงบ’ 2569 ไม่แย่งกินแย่งใช้ ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้คนในยุคปัจจุบัน เป็นการเปลี่ยนผ่านจากการเดินทางเพื่อ “เห็น” ไปสู่การเดินทางเพื่อ “รู้สึก” โดยให้ความสำคัญกับความสงบ สุขภาพที่ดี ประสบการณ์เฉพาะตัว และการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอย่างมีความหมาย

สำหรับนักเดินทาง การเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ และมองหาจุดหมายปลายทางที่นอกเหนือไปจากที่คุ้นเคย จะเป็นการเปิดประตูสู่การพักผ่อนที่แท้จริงและสร้างความทรงจำที่ประทับใจไปอีกนาน การวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปโดยคำนึงถึงแนวคิด ‘เที่ยวสงบ’ อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างสมบูรณ์แบบ