Home » เจาะกองทุน ‘Silver Gen’ รับสังคมสูงวัย น่าลงทุนไหม?

เจาะกองทุน ‘Silver Gen’ รับสังคมสูงวัย น่าลงทุนไหม?

สารบัญ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยเป็นเมกะเทรนด์สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้เกิดแนวคิดการลงทุนที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือคำถามที่ว่าการ เจาะกองทุน ‘Silver Gen’ รับสังคมสูงวัย น่าลงทุนไหม? บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงศักยภาพของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้สูงวัย หรือ Silver Economy และสำรวจโอกาสการลงทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะยาว

ประเด็นสำคัญของการลงทุนในธีมสังคมสูงวัย

เจาะกองทุน 'Silver Gen' รับสังคมสูงวัย น่าลงทุนไหม? - silver-gen-fund-investment-thailand

  • ‘Silver Generation’ คือคำนิยามของกลุ่มผู้บริโภควัย 50-60 ปีขึ้นไป ที่มีกำลังซื้อสูง มีความมั่นคงทางการเงิน และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ไม่ใช่ชื่อของกองทุนรวมโดยตรง
  • Silver Economy หรือเศรษฐกิจผู้สูงวัย เป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงมาก โดยในประเทศไทยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาทภายในปี 2573
  • โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจไม่ได้จำกัดอยู่แค่กองทุนใดกองทุนหนึ่ง แต่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มธุรกิจสุขภาพ, การดูแลส่วนบุคคล, อสังหาริมทรัพย์เพื่อวัยเกษียณ, การท่องเที่ยว และบริการทางการเงิน
  • นักลงทุนควรพิจารณากองทุนรวมที่มีธีมการลงทุนสอดคล้องกับสังคมสูงวัย เช่น กองทุนกลุ่ม Healthcare หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อของกลุ่ม Silver Gen
  • การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง RMF/SSF เป็นอีกทางเลือกที่สอดคล้องกับการวางแผนเกษียณและเมกะเทรนด์สังคมสูงวัย

บทนำสู่เมกะเทรนด์สังคมสูงวัย

สังคมไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) และกำลังจะกลายเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ในอนาคตอันใกล้ โดยคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2572 ประเทศไทยจะมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลที่เรียกว่า “Silver Economy”

ความสำคัญของเทรนด์นี้ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาโอกาสจากการเติบโตของกลุ่มประชากรสูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางการเงินและมีความต้องการสินค้าและบริการที่เฉพาะเจาะจง คำว่า “กองทุน Silver Gen” จึงเริ่มเป็นที่สนใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่ากลุ่ม “Silver Generation” คือใคร และโอกาสการลงทุนที่แท้จริงนั้นอยู่ในรูปแบบใด เพื่อให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว

ทำความรู้จัก Silver Generation: กลุ่มผู้บริโภคทรงพลัง

ก่อนจะวิเคราะห์ถึงโอกาสการลงทุน จำเป็นต้องทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจนี้ นั่นคือกลุ่ม Silver Generation ซึ่งมีความแตกต่างจากภาพจำของผู้สูงอายุในอดีตอย่างสิ้นเชิง

นิยามและความหมายของ Silver Gen

Silver Generation หรือ “กลุ่มวัยสีเงิน” เป็นคำที่ใช้นิยามกลุ่มบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 50 หรือ 55 ปีขึ้นไป โดยคำว่า “สีเงิน” มาจากสีผมที่เปลี่ยนไปตามวัย แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์และการตลาด คำนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น โดยหมายถึงกลุ่มคนที่มั่งคั่ง มีอิสระทางการเงินสูง มีเงินเก็บจากการทำงานมาตลอดชีวิต และบางส่วนยังมีรายได้ต่อเนื่องจากเงินบำนาญหรือผลตอบแทนจากการลงทุน พวกเขาจึงไม่ใช่กลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ลักษณะและพฤติกรรมที่โดดเด่น

พฤติกรรมของกลุ่ม Silver Gen มีความซับซ้อนและน่าสนใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่างๆ:

  • ใส่ใจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: ให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การดูแลตัวเอง การชะลอวัย และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม (Silver Gen Beauty) แม้กิจกรรมการออกกำลังกายอาจลดลง แต่การใช้จ่ายเพื่อสุขภาพกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • คุณภาพเหนือราคา: มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง และมองว่าการใช้จ่ายคือการให้รางวัลกับชีวิตที่ทำงานหนักมาตลอด พวกเขายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อความน่าเชื่อถือ ความทนทาน และบริการที่เป็นเลิศ
  • รักการเดินทางและแสวงหาประสบการณ์: กลุ่ม Silver Gen จำนวนมากยังคงกระฉับกระเฉง (Active) และมีอิสระในการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ
  • ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ยึดติดกับวัย: มีความสนใจในแฟชั่น เทคโนโลยี และกล้าที่จะใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัว ซึ่งแตกต่างจากผู้สูงอายุในรุ่นก่อนๆ

เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นักการตลาดมักแบ่งกลุ่ม Silver Gen ย่อยลงไปอีก เช่น กลุ่ม PREPARE (50-59 ปี) ที่ยังคงแอคทีฟและมีไลฟ์สไตล์คล้ายวัยรุ่น, กลุ่ม REPAIR YOLD (60-69 ปี) ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมสุขภาพมากขึ้น และกลุ่ม REPAIR LOLD (70 ปีขึ้นไป) ซึ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

Silver Economy: คลื่นเศรษฐกิจลูกใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยผู้สูงวัย

การเพิ่มขึ้นของประชากรกลุ่ม Silver Generation ได้ก่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Silver Economy ซึ่งหมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองความต้องการของประชากรสูงวัย

ขนาดและศักยภาพการเติบโตของตลาด

Silver Economy ไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็นเมกะเทรนด์ที่มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลคาดการณ์ชี้ว่าเศรษฐกิจผู้สูงวัยทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 880-900 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 26% ของ GDP โลก

สำหรับประเทศไทย ศักยภาพการเติบโตก็สูงไม่แพ้กัน โดยคาดว่า Silver Economy ในไทยจะเติบโตเฉลี่ย 4.4% ต่อปี และมีมูลค่าสูงถึง 2.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 12% ของ GDP ประเทศภายในปี พ.ศ. 2573 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสมหาศาลสำหรับธุรกิจและนักลงทุนที่สามารถเข้ามาตอบสนองความต้องการของตลาดนี้ได้

อุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์โดยตรง

ค่าใช้จ่ายหลักของกลุ่ม Silver Gen มุ่งเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งเปิดโอกาสให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการพื้นฐานและความปรารถนาของคนวัยนี้

สรุปโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Silver Economy
ด้านโอกาสลงทุน รายละเอียด ศักยภาพ
สุขภาพและอาหาร ความต้องการสินค้ากลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ, อาหารเสริม, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและร่างกาย (Anti-aging) และบริการทางการแพทย์เฉพาะทางมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สูงมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพและผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ
อสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับวัยเกษียณ (Senior Living), บ้านพักคนชราแบบครบวงจร (Nursing Home), และการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยและสะดวกสบาย (Universal Design) เติบโตต่อเนื่อง ตามจำนวนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น และความต้องการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
การท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ ธุรกิจทัวร์สำหรับผู้สูงอายุ, โรงแรมและรีสอร์ตที่อำนวยความสะดวก, สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของวัยนี้โดยเฉพาะ เติบโตสูง เนื่องจากกลุ่ม Silver Gen มีเวลาและอิสระทางการเงินในการเดินทางและใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงมากกว่าในอดีต
บำนาญและการประกัน ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, และแผนการเงินเพื่อการเกษียณ จะมีความต้องการสูงขึ้น นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนกองทุนบำนาญและประกันสังคมจะช่วยขยายตลาดนี้ มีโอกาสเติบโต จากนโยบายภาครัฐและการตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินในระยะยาว

เจาะลึกโอกาสการลงทุนในธีมสังคมสูงวัย

เมื่อเข้าใจถึงศักยภาพของ Silver Economy แล้ว คำถามถัดมาคือ นักลงทุนจะสามารถเข้าถึงโอกาสเหล่านี้ได้อย่างไร และ “กองทุน Silver Gen” เป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่

‘กองทุน Silver Gen’ มีอยู่จริงหรือไม่?

จากการตรวจสอบข้อมูลในปัจจุบัน ยังไม่พบกองทุนรวมที่จัดตั้งในประเทศไทยที่ใช้ชื่อว่า “กองทุน Silver Gen” โดยตรง คำนี้มักถูกใช้ในเชิงการตลาดเพื่ออธิบายถึง “ธีมการลงทุน” ที่มุ่งเน้นไปยังธุรกิจซึ่งได้รับประโยชน์จากสังคมสูงวัยมากกว่าจะเป็นชื่อของผลิตภัณฑ์การลงทุนโดยเฉพาะ

ดังนั้น แทนที่จะมองหากองทุนชื่อนี้โดยตรง นักลงทุนควรเปลี่ยนมุมมองไปที่การค้นหากองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งบริษัทจัดการหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หลายแห่งได้มีการจัดตั้งกองทุนประเภทนี้ขึ้นมาภายใต้ชื่อที่แตกต่างกันไป เช่น กองทุนธีมสุขภาพ (Healthcare Fund) หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตทั่วโลกซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจเหล่านี้

กลุ่มธุรกิจน่าสนใจที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์

การลงทุนในธีมสังคมสูงวัยสามารถทำได้ผ่านการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่ม Silver Gen ตัวอย่างเช่น:

  • กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ (Healthcare): บริษัทผลิตยา, ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์, โรงพยาบาล, และบริการดูแลผู้สูงอายุ
  • กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Staples/Discretionary): บริษัทผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล, และสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ใหญ่
  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate): บริษัทพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อวัยเกษียณ
  • กลุ่มการเงิน (Financials): บริษัทประกันชีวิตและสุขภาพ, บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ให้บริการวางแผนเกษียณ

กองทุนรวมที่เกี่ยวข้อง: RMF/SSF และกองทุนธีมสุขภาพ

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนผ่านกองทุนรวม มีทางเลือกที่น่าสนใจดังนี้:

  1. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และ กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF): แม้จะไม่ได้ลงทุนในธีม Silver Gen โดยตรง แต่กองทุนเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อการวางแผนเกษียณ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของเมกะเทรนด์นี้ และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  2. กองทุนรวมตราสารทุนที่มีธีมเฉพาะทาง (Thematic Funds): นักลงทุนสามารถมองหากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare, Wellness, หรือ Global Brands ที่ได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อของผู้สูงวัย ซึ่ง บลจ. หลายแห่งมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้บริการ

วิเคราะห์ความเสี่ยงและข้อควรพิจารณาก่อนลงทุน

แม้ว่าเมกะเทรนด์สังคมสูงวัยจะมีศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจ แต่การลงทุนทุกประเภทย่อมมีความเสี่ยง นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ:

  • ความผันผวนทางเศรษฐกิจ: ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงกลุ่ม Silver Gen ซึ่งอาจกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
  • การคัดเลือกกองทุน: การเลือกกองทุนที่มีธีมการลงทุนที่เหมาะสมต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลเชิงลึก ควรพิจารณานโยบายการลงทุน, สัดส่วนสินทรัพย์ที่ลงทุน, และปรัชญาการลงทุนของผู้จัดการกองทุน
  • ค่าธรรมเนียม: กองทุนรวมมีค่าธรรมเนียมในการจัดการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาว ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของแต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจ
  • ผลตอบแทนในอดีต: แม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตจะไม่ใช่เครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต แต่ก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่ช่วยในการประเมินความสามารถของผู้จัดการกองทุนได้

บทสรุป: การลงทุนในเมกะเทรนด์สังคมสูงวัย คุ้มค่าหรือไม่

โดยสรุปแล้ว การตั้งคำถามว่า เจาะกองทุน ‘Silver Gen’ รับสังคมสูงวัย น่าลงทุนไหม? นำไปสู่คำตอบที่ชัดเจนว่า “ธีมการลงทุน” ในสังคมสูงวัยนั้นมีศักยภาพและน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนในระยะยาว แม้จะไม่มีกองทุนที่ใช้ชื่อนี้โดยตรง แต่โอกาสนั้นเปิดกว้างอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่ม Silver Generation ซึ่งเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่มีอำนาจซื้อสูงและกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ, ความเป็นอยู่ที่ดี, การท่องเที่ยว, และการเงินสำหรับวัยเกษียณ ผ่านกองทุนรวมที่มีธีมเฉพาะทาง หรือการคัดเลือกหุ้นรายตัว ถือเป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างการเติบโตไปพร้อมกับเมกะเทรนด์ที่สำคัญนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของแต่ละผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ละเอียด เปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยง รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตนเอง และอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจให้รอบคอบที่สุด