Home » ลุ้น! ‘เงินขวัญถุงดิจิทัล’ ของขวัญปีใหม่ 2569 จากรัฐ

ลุ้น! ‘เงินขวัญถุงดิจิทัล’ ของขวัญปีใหม่ 2569 จากรัฐ

สารบัญ

โครงการ เงินขวัญถุงดิจิทัล กลายเป็นหนึ่งในนโยบายที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลมุ่งหวังจะมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 ให้แก่ประชาชนผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โครงการนี้คือการแจกเงินดิจิทัลมูลค่า 10,000 บาทต่อคน ผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น แม้ว่าจะมีการเลื่อนกรอบเวลาจากแผนเดิม แต่รัฐบาลยังคงยืนยันที่จะผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริงโดยใช้งบประมาณปี 2569 เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการเงินขวัญถุงดิจิทัล

ลุ้น! 'เงินขวัญถุงดิจิทัล' ของขวัญปีใหม่ 2569 จากรัฐ - digital-new-year-gift-2026

  • สถานะโครงการ: รัฐบาลยืนยันไม่ล้มเลิกโครงการ แต่มีการปรับเลื่อนกรอบเวลาการดำเนินงานไปเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • คุณสมบัติผู้รับสิทธิ์ (เบื้องต้น): ผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสัญชาติไทย รายได้ทั้งปีไม่เกิน 840,000 บาท และมีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท โดยอ้างอิงจากเกณฑ์ในเฟสก่อนหน้า
  • วงเงินและรูปแบบการใช้จ่าย: ผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งคาดว่าจะใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นช่องทางหลักในการทำธุรกรรม
  • เงื่อนไขการใช้จ่าย: กำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าภายในอำเภอตามที่ระบุในทะเบียนบ้านเท่านั้น และจำกัดการซื้อเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่สามารถใช้กับบริการบางประเภทหรือสินค้าต้องห้าม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ หรือการชำระหนี้ได้
  • เป้าหมายหลัก: เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก เพิ่มสภาพคล่องในระบบ และสร้างความเสมอภาคทางสังคมผ่านการกระจายรายได้ไปยังประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยตรง

ภาพรวมโครงการเงินขวัญถุงดิจิทัล 10,000 บาท

แนวคิดริเริ่มของโครงการเงินขวัญถุงดิจิทัลมีรากฐานมาจากการต้องการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างเร่งด่วน นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 10,000 บาทให้กับประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูง การดำเนินโครงการผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ตไม่เพียงแต่ช่วยให้การกระจายเงินเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนและร้านค้าปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะสร้างความเสมอภาคทางสังคม โดยการกำหนดเกณฑ์รายได้และเงินฝากเพื่อให้ความช่วยเหลือมุ่งตรงไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มอื่น นอกจากนี้ การจำกัดพื้นที่การใช้จ่ายให้อยู่ในอำเภอตามทะเบียนบ้านยังเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้เม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจระดับชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่นโดยตรง

สถานะล่าสุดและความชัดเจนของนโยบาย

แม้จะมีความกังวลและคำถามมากมายเกี่ยวกับความต่อเนื่องของโครงการ แต่ข้อมูลล่าสุดจากภาครัฐได้สร้างความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท

การยืนยันจากภาครัฐ

ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีและข้อมูลที่เปิดเผย ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2567 รัฐบาลได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ล้มเลิกโครงการนี้ แต่ได้ตัดสินใจเลื่อนการดำเนินงานออกไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ภายใต้งบประมาณประจำปี 2569 การตัดสินใจดังกล่าวมีเหตุผลมาจากการต้องการทบทวนและวางแผนการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนทางการคลัง การเลื่อนโครงการจึงเป็นการปรับยุทธศาสตร์เพื่อให้แน่ใจว่าเม็ดเงินที่ใช้ไปจะสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างเต็มศักยภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนั้น

การบรรจุในแผนงบประมาณปี 2569

เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบาย โครงการเงินขวัญถุงดิจิทัลได้ถูกบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจัดอยู่ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมองโครงการนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีการระบุว่าจะใช้งบประมาณปี 2569 สำหรับการแจกจ่ายให้กับผู้ที่ลงทะเบียนในเฟสที่ 3 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ใครมีสิทธิ์ได้รับ? เปิดเงื่อนไขคุณสมบัติเบื้องต้น

เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โครงการได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าร่วม โดยอ้างอิงจากหลักเกณฑ์ที่เคยใช้ในการพิจารณาในเฟสก่อนหน้า ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตตามความเหมาะสม

ข้อควรทราบ: คุณสมบัติที่ระบุต่อไปนี้เป็นเกณฑ์เบื้องต้นที่อ้างอิงจากข้อมูลโครงการในระยะก่อนหน้า รายละเอียดและเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขอให้รอประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอีกครั้ง

เกณฑ์ด้านอายุและสัญชาติ

ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในโครงการต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในประเทศไทย และต้องมีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่กำหนด ซึ่งในเฟสก่อนหน้าได้กำหนดไว้เป็นวันที่ 30 กันยายน 2567 เกณฑ์ด้านอายุนี้มีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้รับสิทธิ์เป็นผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานและสามารถบริหารจัดการการใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง

เกณฑ์ด้านรายได้

หนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่สุดคือเรื่องของรายได้ โดยกำหนดว่าผู้มีสิทธิ์ต้องมีรายได้พึงประเมินจากข้อมูลของกรมสรรพากรในปีภาษี 2566 ไม่เกิน 840,000 บาท หรือเฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 70,000 บาท หลักเกณฑ์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองให้ความช่วยเหลือมุ่งไปยังกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุนทางการเงินเพื่อเพิ่มกำลังซื้อมากที่สุด สำหรับการลงทะเบียนในรอบก่อนหน้าได้สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2566

เกณฑ์ด้านเงินฝาก

นอกจากเกณฑ์รายได้แล้ว ยังมีเกณฑ์เกี่ยวกับจำนวนเงินฝากในบัญชีธนาคาร โดยกำหนดว่าผู้มีสิทธิ์จะต้องมีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่กำหนด เกณฑ์นี้ถูกนำมาใช้เพื่อพิจารณาสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงินส่วนบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือเป็นผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง และไม่ใช่ผู้ที่มีสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอยู่แล้ว

ขอบเขตและข้อจำกัดการใช้จ่าย

เพื่อให้เม็ดเงินจากโครงการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ จึงมีการกำหนดขอบเขตและข้อจำกัดในการใช้จ่ายไว้อย่างชัดเจน

ข้อกำหนดด้านพื้นที่การใช้งาน

เงื่อนไขที่สำคัญประการหนึ่งคือการจำกัดพื้นที่การใช้จ่าย โดยผู้ได้รับสิทธิ์จะสามารถใช้เงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้เฉพาะกับร้านค้าที่ตั้งอยู่ในอำเภอตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของตนเองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้จ่ายข้ามอำเภอ ข้อกำหนดนี้มีเป้าหมายเพื่อกระจายรายได้และกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง เป็นการส่งเสริมให้เกิดการอุดหนุนร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และตลาดในพื้นที่โดยตรง

ประเภทสินค้าและบริการที่จำกัด

เงินดิจิทัลที่ได้รับสามารถใช้ได้กับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเท่านั้น และไม่สามารถนำไปใช้กับบริการบางประเภทหรือสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มต้องห้ามได้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปรายการสินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้จ่ายได้ดังตารางต่อไปนี้

ตารางสรุปรายการสินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้เงินดิจิทัล 10,000 บาทได้
หมวดหมู่ รายการที่ไม่สามารถใช้จ่ายได้
เครื่องดื่มและสารเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ, บุหรี่, กัญชา, กระท่อม
สินค้าออนไลน์และบัตรกำนัล สินค้าที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์, บัตรกำนัล (Voucher), บัตรเงินสด
อัญมณีและของมีค่า ทองคำ, เพชร, พลอย, เครื่องประดับมีมูลค่า
การชำระหนี้และบิล การชำระหนี้สินเชื่อ, การจ่ายค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า, ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเทอร์เน็ต, ค่าเทอม
พลังงานและเชื้อเพลิง น้ำมันเชื้อเพลิง, ก๊าซสำหรับยานพาหนะ
บริการ ไม่สามารถใช้กับ ‘ค่าบริการ’ ต่างๆ ได้ โดยเน้นที่การซื้อ ‘สินค้า’ เท่านั้น

ไทม์ไลน์และขั้นตอนที่คาดการณ์สำหรับปี 2569

เนื่องจากโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและจัดสรรงบประมาณปี 2569 ไทม์ไลน์ที่ชัดเจนจึงยังไม่ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม สามารถคาดการณ์ลำดับขั้นตอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดังนี้:

  1. ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ: คาดว่าในช่วงต้นถึงกลางปี 2569 รัฐบาลจะมีการแถลงข่าวเพื่อประกาศรายละเอียดสุดท้ายของโครงการ ทั้งในส่วนของคุณสมบัติผู้รับสิทธิ์ที่อาจมีการปรับปรุง, เงื่อนไขการใช้จ่าย, และกรอบเวลาที่ชัดเจน
  2. ช่วงเวลาการลงทะเบียน: หลังจากประกาศรายละเอียดแล้ว จะมีการเปิดให้ประชาชนผู้มีคุณสมบัติตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือเว็บไซต์ที่กำหนด
  3. การยืนยันตัวตน (KYC): ผู้ที่ลงทะเบียนอาจต้องทำการยืนยันตัวตนตามกระบวนการที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสวมรอย
  4. การโอนเงินเข้าดิจิทัลวอลเล็ต: เมื่อผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว วงเงิน 10,000 บาทจะถูกโอนเข้าสู่ดิจิทัลวอลเล็ตของผู้มีสิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด “ของขวัญปีใหม่”
  5. ระยะเวลาการใช้จ่าย: รัฐบาลจะกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับให้ประชาชนใช้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งอาจมีระยะเวลาจำกัดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

ตลอดกระบวนการนี้ มีเสียงสะท้อนจากภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ที่อาจมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องพิจารณาเพื่อออกแบบกระบวนการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

ผลกระทบที่คาดหวังต่อเศรษฐกิจและสังคม

เป้าหมายหลักของโครงการเงินขวัญถุงดิจิทัลคือการสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม ผลกระทบที่คาดหวังสามารถสรุปได้ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ: การอัดฉีดเม็ดเงิน 10,000 บาทต่อคน ไปยังประชาชนจำนวนหลายล้านคน จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในมือของประชาชนได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เมื่อประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายกับร้านค้าในท้องถิ่น จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ (Money Velocity) ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น

ด้านสังคม: โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางสังคม ผ่านการให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้มากขึ้น นอกจากนี้ การที่ประชาชนและร้านค้าต้องปรับตัวมาใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล ยังเป็นการผลักดันให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลในวงกว้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

บทสรุปและสิ่งที่ต้องติดตาม

โครงการ เงินขวัญถุงดิจิทัล 10,000 บาท ยังคงเป็นนโยบายเรือธงที่รัฐบาลมุ่งมั่นจะผลักดันให้สำเร็จ แม้ว่าจะมีการปรับเลื่อนไทม์ไลน์ไปเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2569 โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม ด้วยการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติที่ชัดเจนและเงื่อนไขการใช้จ่ายที่มุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่ชุมชน

สิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป คือการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล ซึ่งจะให้ความชัดเจนเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้รับสิทธิ์ฉบับสมบูรณ์, กรอบเวลาการลงทะเบียน, ช่องทางการรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือช่องทางอื่น, และระยะเวลาในการใช้จ่าย การเตรียมความพร้อมและติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะช่วยให้ไม่พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการสำคัญนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ได้เป็นอย่างดี