Home » เปิดวาร์ป 5 เส้นทางสายรอง หนีรถติดเที่ยวปีใหม่ 2569

เปิดวาร์ป 5 เส้นทางสายรอง หนีรถติดเที่ยวปีใหม่ 2569

สารบัญ

เมื่อเทศกาลปีใหม่ใกล้เข้ามาถึง การวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายคน แต่ปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือสภาพการจราจรที่หนาแน่นบนถนนสายหลัก บทความนี้จะทำการ เปิดวาร์ป 5 เส้นทางสายรอง หนีรถติดเที่ยวปีใหม่ 2569 โดยรวบรวมข้อมูลจากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาบนท้องถนน และเริ่มต้นวันหยุดยาวได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

สรุปข้อมูลสำคัญสำหรับการเดินทางปีใหม่ 2569

เปิดวาร์ป 5 เส้นทางสายรอง หนีรถติดเที่ยวปีใหม่ 2569 - thailand-secondary-road-trip-new-year

  • ช่วงเวลาเฝ้าระวัง: กรมทางหลวงคาดการณ์ว่าการจราจรจะหนาแน่นเป็นพิเศษระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 โดยช่วงที่ปริมาณรถสูงสุดคือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 3 มกราคม 2569
  • เส้นทางหลักเลี่ยงรถติด: มีการแนะนำ 5 เส้นทางหลักที่กระจายตัวออกจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก เพื่อลดความแออัดบนทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) และทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย)
  • มอเตอร์เวย์ M6: ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) เปิดให้ใช้บริการฟรีตลอดช่วงเทศกาล ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการย่นระยะเวลาเดินทางไปภาคอีสานอย่างมาก
  • ทางเลี่ยงเฉพาะจุด: กรมทางหลวงชนบทได้จัดเตรียมเส้นทางลัดเลาะในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท และตลอดแนวถนนมิตรภาพ เพื่อใช้เป็นทางเลือกเมื่อการจราจรบนเส้นทางหลักติดขัดอย่างหนัก
  • การวางแผนคือหัวใจสำคัญ: การศึกษาเส้นทางล่วงหน้าและติดตามข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันนำทาง จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกใช้เส้นทางมีความแม่นยำและเหมาะสมกับสถานการณ์จริงมากที่สุด

ภาพรวมสถานการณ์จราจรและช่วงเวลาที่ควรเลี่ยง

เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งการเดินทางครั้งใหญ่ของปี ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าออกจากกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเส้นทางสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ คาดการณ์ว่าช่วงเวลาที่การจราจรจะหนาแน่นที่สุดจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 และจะต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569

สำหรับช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 3 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ถนนสายหลักที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ตั้งแต่ช่วงรังสิตไปจนถึงต่างระดับบางปะอิน และทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ตลอดเส้นทางผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี รวมถึงทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่มีการจราจรสะสมเป็นประจำบริเวณเนินเขากลางดงและลำตะคอง การทำความเข้าใจภาพรวมของสถานการณ์และวางแผนออกเดินทางในช่วงเวลาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เส้นทางเลือกที่แนะนำ จะช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้อย่างมีนัยสำคัญ

5 เส้นทางหลักเลี่ยงรถติดจากกรุงเทพฯ สู่ภาคเหนือและอีสาน

เพื่ออำนวยความสะดวกและกระจายปริมาณรถยนต์ในช่วงเทศกาล กรมทางหลวงได้แนะนำ 5 เส้นทางหลักสำหรับผู้ที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นไปที่จุดหมายปลายทางในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งแต่ละเส้นทางมีข้อดีและเหมาะกับแผนการเดินทางที่แตกต่างกันไป

เส้นทางที่ 1: ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) – เส้นทางยอดนิยมสู่ภาคเหนือ

แม้ว่าจะเป็นเส้นทางสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น แต่ทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ยังคงเป็นเส้นทางที่ตรงและสะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่มุ่งหน้าสู่จังหวัดในภาคเหนือตอนล่างและตอนบน เส้นทางนี้เริ่มต้นจากต่างระดับบางปะอิน เชื่อมต่อกับถนนพหลโยธิน วิ่งผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี และไปบรรจบกับถนนพหลโยธินอีกครั้งที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคเหนือ จุดเด่นของเส้นทางนี้คือเป็นถนนขนาดใหญ่ มีช่องจราจรหลายเลนและมีจุดพักรถครบครัน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง หากพบว่ามีการสะสมของรถจำนวนมาก อาจพิจารณาใช้เส้นทางสำรองอื่น ๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไป

เส้นทางที่ 2: ทางหลวงหมายเลข 340 (สุพรรณบุรี-ชัยนาท) – ตัวเลือกสำรองเลี่ยงสายเอเชีย

สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดบนถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 340 ถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม เส้นทางนี้เริ่มต้นจากแยกบางบัวทองในจังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีและชัยนาท ก่อนจะไปเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ที่จังหวัดชัยนาท เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดนครสวรรค์ได้เช่นกัน แม้ว่าระยะทางอาจจะไกลกว่าเล็กน้อย แต่สภาพการจราจรโดยรวมมักจะคล่องตัวกว่าถนนสายเอเชียในช่วงเทศกาล ทำให้สามารถควบคุมเวลาการเดินทางได้ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการเดินทางที่สบายๆ ไม่เร่งรีบ และยังได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองรองตลอดเส้นทาง

เส้นทางที่ 3: มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) – เส้นทางด่วนพิเศษสู่อีสาน

นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 หรือ M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) ระยะทาง 196 กิโลเมตร จะเปิดให้บริการฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เส้นทางนี้เป็นตัวช่วยสำคัญในการเลี่ยงปัญหารถติดสะสมบนถนนพหลโยธินช่วงรังสิต-สระบุรี และถนนมิตรภาพช่วงกลางดง-ลำตะคอง ผู้เดินทางสามารถเข้าสู่มอเตอร์เวย์ M6 ได้จากหลายจุด เช่น จุดเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนตะวันออก (ทล.9) ที่บางปะอิน, ด่านสระบุรี, และด่านหินกอง การใช้เส้นทางนี้จะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางไปยังจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานได้อย่างมหาศาล ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการเดินทางสู่อีสานในปีนี้

เส้นทางที่ 4: ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) – เส้นทางหลักพร้อมทางเลี่ยงเฉพาะจุด

ถนนมิตรภาพเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้จะเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดในช่วงเทศกาล แต่ก็ยังคงเป็นเส้นทางที่ผู้คนนิยมใช้มากที่สุด เส้นทางเริ่มต้นจากจังหวัดสระบุรี ผ่านอำเภอปากช่อง, สีคิ้ว, เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา และต่อไปยังจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน ความพิเศษของเส้นทางนี้คือ กรมทางหลวงชนบทได้เตรียมเส้นทางเลี่ยงเฉพาะจุดไว้หลายแห่ง เพื่อใช้เป็นทางลัดเมื่อการจราจรบนถนนมิตรภาพติดขัดอย่างหนัก ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป ดังนั้น ผู้ที่เลือกใช้เส้นทางนี้ควรศึกษาข้อมูลทางเลี่ยงต่างๆ ไว้ล่วงหน้า

เส้นทางที่ 5: ทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) – ประตูสู่อีสานตะวันออก

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังจังหวัดในภาคอีสานตอนใต้หรือตะวันออก เช่น บุรีรัมย์, สุรินทร์, หรืออุบลราชธานี การใช้ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เส้นทางนี้เริ่มต้นจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านอำเภอพนมสารคาม, กบินทร์บุรี, วังน้ำเขียว, และปักธงชัย ก่อนจะเชื่อมต่อกับเส้นทางหลักในภาคอีสานต่อไป จุดเด่นของเส้นทางนี้คือสามารถหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นบริเวณสระบุรีและปากช่องได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ผู้เดินทางยังได้ขับรถผ่านผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่ควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เนื่องจากเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวและมีสัตว์ป่าข้ามถนนในบางช่วง

ตารางเปรียบเทียบ 5 เส้นทางสายรองหลัก

ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะเด่นของ 5 เส้นทางเลี่ยงรถติดหลักช่วงปีใหม่ 2569
เส้นทาง จุดหมายปลายทางหลัก ลักษณะเด่นและข้อดี
1. ทล. 32 (สายเอเชีย) ภาคเหนือ เส้นทางตรง, สะดวก, มีจุดพักรถครบครัน แต่การจราจรหนาแน่นสูง
2. ทล. 340 (สุพรรณบุรี) ภาคเหนือ (นครสวรรค์) เป็นทางเลี่ยงสายเอเชียที่ดี การจราจรคล่องตัวกว่า
3. มอเตอร์เวย์ M6 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โคราช) เร็วที่สุด, เปิดใช้ฟรี, เลี่ยงจุดรถติดหนักบนถนนมิตรภาพได้สมบูรณ์
4. ทล. 2 (ถนนมิตรภาพ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางหลักยอดนิยม มีทางเลี่ยงย่อยที่กรมทางหลวงชนบทแนะนำ
5. ทล. 304 (ฉะเชิงเทรา) ภาคอีสานตะวันออก/ใต้ เลี่ยงรถติดช่วงสระบุรี-ปากช่อง, ผ่านพื้นที่ธรรมชาติสวยงาม

เจาะลึกเส้นทางเลี่ยงเฉพาะจุด: เทคนิคสำหรับนักเดินทาง

นอกเหนือจากเส้นทางสายหลัก 5 เส้นทางแล้ว กรมทางหลวงชนบทได้เตรียมเส้นทางลัดเลาะขนาดเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอและจังหวัด เพื่อใช้เป็นทางเลือกในกรณีที่การจราจรบนถนนสายหลักติดขัดจนไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ การทราบข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่มีความยืดหยุ่นในการวางแผนและปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ตามสถานการณ์จริง

วิธีเลี่ยงรถติดช่วงสิงห์บุรี-ชัยนาท บนสายเอเชีย

หนึ่งในจุดที่มีการจราจรสะสมตัวมากบนถนนสายเอเชียคือช่วงรอยต่อระหว่างจังหวัดสิงห์บุรีและชัยนาท หากพบว่าการจราจรติดขัด สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงดังนี้:

  1. เริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ที่กิโลเมตร 87+800 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 335
  2. ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 335 และเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 369 เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
  3. จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 3030 ที่กิโลเมตร 1+000 และขับต่อไปอีกประมาณ 9.8 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะนำท่านกลับเข้าสู่เส้นทางหลักโดยข้ามช่วงที่มีรถติดไปได้

ทางลัดเลี่ยงถนนมิตรภาพช่วงการจราจรหนาแน่น

ถนนมิตรภาพมีจุดวิกฤตหลายแห่ง โดยเฉพาะช่วงขึ้นเขาและทางแคบ กรมทางหลวงชนบทได้แนะนำทางเลี่ยงไว้ 2 รูปแบบหลัก:

  • ทางเลี่ยงที่ 1: จากทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่กิโลเมตร 36+000 ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบท นม.1016 ขับไปเป็นระยะทาง 27 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2090 ที่กิโลเมตร 20+340 และขับต่อไปอีก 2.9 กิโลเมตรเพื่อกลับสู่เส้นทางปกติ
  • ทางเลี่ยงที่ 2: จากทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่กิโลเมตร 102+135 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ขับไปเป็นระยะทาง 41 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2148 และขับต่อไปอีก 3.4 กิโลเมตร

เส้นทางยาวเชื่อมต่อโคราชสู่ขอนแก่น

สำหรับผู้ที่เดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ในอีสานตอนบน หลังจากผ่านช่วงนครราชสีมาไปแล้ว อาจพบการจราจรหนาแน่นอีกครั้ง สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงระยะยาวที่เชื่อมต่อกันได้ดังนี้:

เริ่มต้นจากจุดเชื่อมทางหลวงหมายเลข 2369 ขับเข้าสู่ทางหลวงชนบท นม.4008 เป็นระยะทาง 23.1 กิโลเมตร จากนั้นเชื่อมต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 2246 และขับต่อไปอีก 65.5 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะนำท่านไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) อีกครั้งที่กิโลเมตร 257+650 ใกล้กับจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะช่วยเลี่ยงการจราจรในเขตเมืองของจังหวัดนครราชสีมาได้

คำแนะนำเพิ่มเติมและข้อควรปฏิบัติในการเดินทาง

การเดินทางในช่วงเทศกาลให้ราบรื่นและปลอดภัยนั้น นอกจากการรู้จักเส้นทางเลี่ยงแล้ว การเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

เส้นทางเสริมอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกเหนือจาก 5 เส้นทางหลัก ยังมีเส้นทางอื่นๆ ที่สามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม เช่น

  • เส้นทางนครนายก (ทล.305): สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปภาคอีสาน สามารถใช้เส้นทางรังสิต-นครนายก (ทล.305) ผ่านอำเภอบ้านนา ไปยังอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี หรือต่อไปยังกบินทร์บุรีเพื่อเชื่อมกับ ทล.304 ได้
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 9: ผู้ที่เดินทางจากโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ สามารถใช้วงแหวนกาญจนาภิเษก (มอเตอร์เวย์หมายเลข 9) บางปะอิน-บางพลี เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ที่วังน้อยได้อย่างรวดเร็ว
  • เส้นทางสู่ภาคใต้: แม้บทความนี้จะเน้นภาคเหนือและอีสาน แต่สำหรับผู้เดินทางลงใต้ เส้นทางหลักยังคงเป็นถนนพระราม 2 และถนนเพชรเกษม ซึ่งควรวางแผนการเดินทางให้ดีเพื่อเลี่ยงช่วงเวลาที่รถหนาแน่นบริเวณสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี

การเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางได้:

  • ตรวจสภาพรถยนต์: ควรตรวจสอบระบบเบรก ยาง ลมยาง และของเหลวต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ผู้ขับขี่ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันอาการหลับใน
  • ศึกษาเส้นทางและวางแผนจุดพัก: วางแผนว่าจะใช้เส้นทางใดเป็นหลักและเส้นทางใดเป็นสำรอง รวมถึงกำหนดจุดแวะพักทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเพื่อผ่อนคลายอิริยาบถ
  • ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์: เปิดใช้งานแอปพลิเคชันนำทาง เช่น Google Maps หรือ Waze เพื่อตรวจสอบสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์และรับคำแนะนำเส้นทางที่รวดเร็วที่สุด ณ เวลานั้น

หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินสำหรับนักเดินทาง

ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือระหว่างการเดินทาง สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามหมายเลขโทรศัพท์ดังนี้:

  • สายด่วนกรมทางหลวง: 1586
  • สายด่วนกรมทางหลวงชนบท: 1146
  • สายด่วนมอเตอร์เวย์/ทางด่วน: 1543
  • ตำรวจทางหลวง: 1193

บทสรุป: การเดินทางอย่างชาญฉลาดในเทศกาลปีใหม่

การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ไม่จำเป็นต้องเผชิญกับปัญหารถติดเสมอไป หากมีการวางแผนที่ดีและศึกษาข้อมูลเส้นทางล่วงหน้า การเลือกใช้ 1 ใน 5 เส้นทางสายรองที่กรมทางหลวงแนะนำ หรือการใช้ทางเลี่ยงเฉพาะจุดของกรมทางหลวงชนบท จะช่วยกระจายปริมาณรถและทำให้การเดินทางคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ M6 ที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญสำหรับการเดินทางสู่ภาคอีสาน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมของทั้งคนและรถ การติดตามข่าวสารด้านการจราจรอย่างใกล้ชิด และการขับขี่ด้วยความไม่ประมาท มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวครั้งนี้ก็จะเต็มไปด้วยความสุขและความปลอดภัย ถึงที่หมายได้ทันเวลาเพื่อเฉลิมฉลองกับครอบครัวและคนที่รักได้อย่างมีความสุข