เปิดวาร์ป 5 เส้นทางสายรอง หนีรถติดเที่ยวปีใหม่ 2569
- สรุปข้อมูลสำคัญสำหรับการเดินทางปีใหม่ 2569
- ภาพรวมสถานการณ์จราจรและช่วงเวลาที่ควรเลี่ยง
-
5 เส้นทางหลักเลี่ยงรถติดจากกรุงเทพฯ สู่ภาคเหนือและอีสาน
- เส้นทางที่ 1: ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) – เส้นทางยอดนิยมสู่ภาคเหนือ
- เส้นทางที่ 2: ทางหลวงหมายเลข 340 (สุพรรณบุรี-ชัยนาท) – ตัวเลือกสำรองเลี่ยงสายเอเชีย
- เส้นทางที่ 3: มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) – เส้นทางด่วนพิเศษสู่อีสาน
- เส้นทางที่ 4: ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) – เส้นทางหลักพร้อมทางเลี่ยงเฉพาะจุด
- เส้นทางที่ 5: ทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) – ประตูสู่อีสานตะวันออก
- ตารางเปรียบเทียบ 5 เส้นทางสายรองหลัก
- เจาะลึกเส้นทางเลี่ยงเฉพาะจุด: เทคนิคสำหรับนักเดินทาง
- คำแนะนำเพิ่มเติมและข้อควรปฏิบัติในการเดินทาง
- บทสรุป: การเดินทางอย่างชาญฉลาดในเทศกาลปีใหม่
เมื่อเทศกาลปีใหม่ใกล้เข้ามาถึง การวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายคน แต่ปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือสภาพการจราจรที่หนาแน่นบนถนนสายหลัก บทความนี้จะทำการ เปิดวาร์ป 5 เส้นทางสายรอง หนีรถติดเที่ยวปีใหม่ 2569 โดยรวบรวมข้อมูลจากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาบนท้องถนน และเริ่มต้นวันหยุดยาวได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
สรุปข้อมูลสำคัญสำหรับการเดินทางปีใหม่ 2569

- ช่วงเวลาเฝ้าระวัง: กรมทางหลวงคาดการณ์ว่าการจราจรจะหนาแน่นเป็นพิเศษระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 โดยช่วงที่ปริมาณรถสูงสุดคือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 3 มกราคม 2569
- เส้นทางหลักเลี่ยงรถติด: มีการแนะนำ 5 เส้นทางหลักที่กระจายตัวออกจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก เพื่อลดความแออัดบนทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) และทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย)
- มอเตอร์เวย์ M6: ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) เปิดให้ใช้บริการฟรีตลอดช่วงเทศกาล ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการย่นระยะเวลาเดินทางไปภาคอีสานอย่างมาก
- ทางเลี่ยงเฉพาะจุด: กรมทางหลวงชนบทได้จัดเตรียมเส้นทางลัดเลาะในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท และตลอดแนวถนนมิตรภาพ เพื่อใช้เป็นทางเลือกเมื่อการจราจรบนเส้นทางหลักติดขัดอย่างหนัก
- การวางแผนคือหัวใจสำคัญ: การศึกษาเส้นทางล่วงหน้าและติดตามข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันนำทาง จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกใช้เส้นทางมีความแม่นยำและเหมาะสมกับสถานการณ์จริงมากที่สุด
ภาพรวมสถานการณ์จราจรและช่วงเวลาที่ควรเลี่ยง
เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งการเดินทางครั้งใหญ่ของปี ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าออกจากกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเส้นทางสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ คาดการณ์ว่าช่วงเวลาที่การจราจรจะหนาแน่นที่สุดจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 และจะต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569
สำหรับช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 3 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ถนนสายหลักที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ตั้งแต่ช่วงรังสิตไปจนถึงต่างระดับบางปะอิน และทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ตลอดเส้นทางผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี รวมถึงทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่มีการจราจรสะสมเป็นประจำบริเวณเนินเขากลางดงและลำตะคอง การทำความเข้าใจภาพรวมของสถานการณ์และวางแผนออกเดินทางในช่วงเวลาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เส้นทางเลือกที่แนะนำ จะช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้อย่างมีนัยสำคัญ
5 เส้นทางหลักเลี่ยงรถติดจากกรุงเทพฯ สู่ภาคเหนือและอีสาน
เพื่ออำนวยความสะดวกและกระจายปริมาณรถยนต์ในช่วงเทศกาล กรมทางหลวงได้แนะนำ 5 เส้นทางหลักสำหรับผู้ที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นไปที่จุดหมายปลายทางในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งแต่ละเส้นทางมีข้อดีและเหมาะกับแผนการเดินทางที่แตกต่างกันไป
เส้นทางที่ 1: ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) – เส้นทางยอดนิยมสู่ภาคเหนือ
แม้ว่าจะเป็นเส้นทางสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น แต่ทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ยังคงเป็นเส้นทางที่ตรงและสะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่มุ่งหน้าสู่จังหวัดในภาคเหนือตอนล่างและตอนบน เส้นทางนี้เริ่มต้นจากต่างระดับบางปะอิน เชื่อมต่อกับถนนพหลโยธิน วิ่งผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี และไปบรรจบกับถนนพหลโยธินอีกครั้งที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคเหนือ จุดเด่นของเส้นทางนี้คือเป็นถนนขนาดใหญ่ มีช่องจราจรหลายเลนและมีจุดพักรถครบครัน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง หากพบว่ามีการสะสมของรถจำนวนมาก อาจพิจารณาใช้เส้นทางสำรองอื่น ๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไป
เส้นทางที่ 2: ทางหลวงหมายเลข 340 (สุพรรณบุรี-ชัยนาท) – ตัวเลือกสำรองเลี่ยงสายเอเชีย
สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดบนถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 340 ถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม เส้นทางนี้เริ่มต้นจากแยกบางบัวทองในจังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีและชัยนาท ก่อนจะไปเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ที่จังหวัดชัยนาท เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดนครสวรรค์ได้เช่นกัน แม้ว่าระยะทางอาจจะไกลกว่าเล็กน้อย แต่สภาพการจราจรโดยรวมมักจะคล่องตัวกว่าถนนสายเอเชียในช่วงเทศกาล ทำให้สามารถควบคุมเวลาการเดินทางได้ดีกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการเดินทางที่สบายๆ ไม่เร่งรีบ และยังได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองรองตลอดเส้นทาง
เส้นทางที่ 3: มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) – เส้นทางด่วนพิเศษสู่อีสาน
นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 หรือ M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) ระยะทาง 196 กิโลเมตร จะเปิดให้บริการฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เส้นทางนี้เป็นตัวช่วยสำคัญในการเลี่ยงปัญหารถติดสะสมบนถนนพหลโยธินช่วงรังสิต-สระบุรี และถนนมิตรภาพช่วงกลางดง-ลำตะคอง ผู้เดินทางสามารถเข้าสู่มอเตอร์เวย์ M6 ได้จากหลายจุด เช่น จุดเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนตะวันออก (ทล.9) ที่บางปะอิน, ด่านสระบุรี, และด่านหินกอง การใช้เส้นทางนี้จะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางไปยังจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานได้อย่างมหาศาล ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการเดินทางสู่อีสานในปีนี้
เส้นทางที่ 4: ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) – เส้นทางหลักพร้อมทางเลี่ยงเฉพาะจุด
ถนนมิตรภาพเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้จะเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดในช่วงเทศกาล แต่ก็ยังคงเป็นเส้นทางที่ผู้คนนิยมใช้มากที่สุด เส้นทางเริ่มต้นจากจังหวัดสระบุรี ผ่านอำเภอปากช่อง, สีคิ้ว, เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา และต่อไปยังจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน ความพิเศษของเส้นทางนี้คือ กรมทางหลวงชนบทได้เตรียมเส้นทางเลี่ยงเฉพาะจุดไว้หลายแห่ง เพื่อใช้เป็นทางลัดเมื่อการจราจรบนถนนมิตรภาพติดขัดอย่างหนัก ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป ดังนั้น ผู้ที่เลือกใช้เส้นทางนี้ควรศึกษาข้อมูลทางเลี่ยงต่างๆ ไว้ล่วงหน้า
เส้นทางที่ 5: ทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) – ประตูสู่อีสานตะวันออก
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังจังหวัดในภาคอีสานตอนใต้หรือตะวันออก เช่น บุรีรัมย์, สุรินทร์, หรืออุบลราชธานี การใช้ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เส้นทางนี้เริ่มต้นจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านอำเภอพนมสารคาม, กบินทร์บุรี, วังน้ำเขียว, และปักธงชัย ก่อนจะเชื่อมต่อกับเส้นทางหลักในภาคอีสานต่อไป จุดเด่นของเส้นทางนี้คือสามารถหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นบริเวณสระบุรีและปากช่องได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ผู้เดินทางยังได้ขับรถผ่านผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่ควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เนื่องจากเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวและมีสัตว์ป่าข้ามถนนในบางช่วง
ตารางเปรียบเทียบ 5 เส้นทางสายรองหลัก
| เส้นทาง | จุดหมายปลายทางหลัก | ลักษณะเด่นและข้อดี |
|---|---|---|
| 1. ทล. 32 (สายเอเชีย) | ภาคเหนือ | เส้นทางตรง, สะดวก, มีจุดพักรถครบครัน แต่การจราจรหนาแน่นสูง |
| 2. ทล. 340 (สุพรรณบุรี) | ภาคเหนือ (นครสวรรค์) | เป็นทางเลี่ยงสายเอเชียที่ดี การจราจรคล่องตัวกว่า |
| 3. มอเตอร์เวย์ M6 | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โคราช) | เร็วที่สุด, เปิดใช้ฟรี, เลี่ยงจุดรถติดหนักบนถนนมิตรภาพได้สมบูรณ์ |
| 4. ทล. 2 (ถนนมิตรภาพ) | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | เส้นทางหลักยอดนิยม มีทางเลี่ยงย่อยที่กรมทางหลวงชนบทแนะนำ |
| 5. ทล. 304 (ฉะเชิงเทรา) | ภาคอีสานตะวันออก/ใต้ | เลี่ยงรถติดช่วงสระบุรี-ปากช่อง, ผ่านพื้นที่ธรรมชาติสวยงาม |
เจาะลึกเส้นทางเลี่ยงเฉพาะจุด: เทคนิคสำหรับนักเดินทาง
นอกเหนือจากเส้นทางสายหลัก 5 เส้นทางแล้ว กรมทางหลวงชนบทได้เตรียมเส้นทางลัดเลาะขนาดเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอและจังหวัด เพื่อใช้เป็นทางเลือกในกรณีที่การจราจรบนถนนสายหลักติดขัดจนไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ การทราบข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่มีความยืดหยุ่นในการวางแผนและปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ตามสถานการณ์จริง
วิธีเลี่ยงรถติดช่วงสิงห์บุรี-ชัยนาท บนสายเอเชีย
หนึ่งในจุดที่มีการจราจรสะสมตัวมากบนถนนสายเอเชียคือช่วงรอยต่อระหว่างจังหวัดสิงห์บุรีและชัยนาท หากพบว่าการจราจรติดขัด สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงดังนี้:
- เริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ที่กิโลเมตร 87+800 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 335
- ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 335 และเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 369 เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
- จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 3030 ที่กิโลเมตร 1+000 และขับต่อไปอีกประมาณ 9.8 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะนำท่านกลับเข้าสู่เส้นทางหลักโดยข้ามช่วงที่มีรถติดไปได้
ทางลัดเลี่ยงถนนมิตรภาพช่วงการจราจรหนาแน่น
ถนนมิตรภาพมีจุดวิกฤตหลายแห่ง โดยเฉพาะช่วงขึ้นเขาและทางแคบ กรมทางหลวงชนบทได้แนะนำทางเลี่ยงไว้ 2 รูปแบบหลัก:
- ทางเลี่ยงที่ 1: จากทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่กิโลเมตร 36+000 ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบท นม.1016 ขับไปเป็นระยะทาง 27 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2090 ที่กิโลเมตร 20+340 และขับต่อไปอีก 2.9 กิโลเมตรเพื่อกลับสู่เส้นทางปกติ
- ทางเลี่ยงที่ 2: จากทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่กิโลเมตร 102+135 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ขับไปเป็นระยะทาง 41 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2148 และขับต่อไปอีก 3.4 กิโลเมตร
เส้นทางยาวเชื่อมต่อโคราชสู่ขอนแก่น
สำหรับผู้ที่เดินทางต่อไปยังจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ในอีสานตอนบน หลังจากผ่านช่วงนครราชสีมาไปแล้ว อาจพบการจราจรหนาแน่นอีกครั้ง สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงระยะยาวที่เชื่อมต่อกันได้ดังนี้:
เริ่มต้นจากจุดเชื่อมทางหลวงหมายเลข 2369 ขับเข้าสู่ทางหลวงชนบท นม.4008 เป็นระยะทาง 23.1 กิโลเมตร จากนั้นเชื่อมต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 2246 และขับต่อไปอีก 65.5 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะนำท่านไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) อีกครั้งที่กิโลเมตร 257+650 ใกล้กับจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะช่วยเลี่ยงการจราจรในเขตเมืองของจังหวัดนครราชสีมาได้
คำแนะนำเพิ่มเติมและข้อควรปฏิบัติในการเดินทาง
การเดินทางในช่วงเทศกาลให้ราบรื่นและปลอดภัยนั้น นอกจากการรู้จักเส้นทางเลี่ยงแล้ว การเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
เส้นทางเสริมอื่นๆ ที่น่าสนใจ
นอกเหนือจาก 5 เส้นทางหลัก ยังมีเส้นทางอื่นๆ ที่สามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม เช่น
- เส้นทางนครนายก (ทล.305): สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปภาคอีสาน สามารถใช้เส้นทางรังสิต-นครนายก (ทล.305) ผ่านอำเภอบ้านนา ไปยังอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี หรือต่อไปยังกบินทร์บุรีเพื่อเชื่อมกับ ทล.304 ได้
- มอเตอร์เวย์หมายเลข 9: ผู้ที่เดินทางจากโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ สามารถใช้วงแหวนกาญจนาภิเษก (มอเตอร์เวย์หมายเลข 9) บางปะอิน-บางพลี เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ที่วังน้อยได้อย่างรวดเร็ว
- เส้นทางสู่ภาคใต้: แม้บทความนี้จะเน้นภาคเหนือและอีสาน แต่สำหรับผู้เดินทางลงใต้ เส้นทางหลักยังคงเป็นถนนพระราม 2 และถนนเพชรเกษม ซึ่งควรวางแผนการเดินทางให้ดีเพื่อเลี่ยงช่วงเวลาที่รถหนาแน่นบริเวณสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี
การเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางได้:
- ตรวจสภาพรถยนต์: ควรตรวจสอบระบบเบรก ยาง ลมยาง และของเหลวต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ผู้ขับขี่ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันอาการหลับใน
- ศึกษาเส้นทางและวางแผนจุดพัก: วางแผนว่าจะใช้เส้นทางใดเป็นหลักและเส้นทางใดเป็นสำรอง รวมถึงกำหนดจุดแวะพักทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเพื่อผ่อนคลายอิริยาบถ
- ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์: เปิดใช้งานแอปพลิเคชันนำทาง เช่น Google Maps หรือ Waze เพื่อตรวจสอบสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์และรับคำแนะนำเส้นทางที่รวดเร็วที่สุด ณ เวลานั้น
หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินสำหรับนักเดินทาง
ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือระหว่างการเดินทาง สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามหมายเลขโทรศัพท์ดังนี้:
- สายด่วนกรมทางหลวง: 1586
- สายด่วนกรมทางหลวงชนบท: 1146
- สายด่วนมอเตอร์เวย์/ทางด่วน: 1543
- ตำรวจทางหลวง: 1193
บทสรุป: การเดินทางอย่างชาญฉลาดในเทศกาลปีใหม่
การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ไม่จำเป็นต้องเผชิญกับปัญหารถติดเสมอไป หากมีการวางแผนที่ดีและศึกษาข้อมูลเส้นทางล่วงหน้า การเลือกใช้ 1 ใน 5 เส้นทางสายรองที่กรมทางหลวงแนะนำ หรือการใช้ทางเลี่ยงเฉพาะจุดของกรมทางหลวงชนบท จะช่วยกระจายปริมาณรถและทำให้การเดินทางคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ M6 ที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญสำหรับการเดินทางสู่ภาคอีสาน
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมของทั้งคนและรถ การติดตามข่าวสารด้านการจราจรอย่างใกล้ชิด และการขับขี่ด้วยความไม่ประมาท มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวครั้งนี้ก็จะเต็มไปด้วยความสุขและความปลอดภัย ถึงที่หมายได้ทันเวลาเพื่อเฉลิมฉลองกับครอบครัวและคนที่รักได้อย่างมีความสุข