เปิดโผ! รายการลดหย่อนภาษี 2568 ตัวใหม่ที่คุณอาจไม่รู้
การวางแผนภาษีเป็นส่วนสำคัญของการบริหารการเงินส่วนบุคคล สำหรับปีภาษี 2568 ซึ่งมีกำหนดยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมสิทธิลดหย่อนหลายรายการ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเปิดโผ! รายการลดหย่อนภาษี 2568 ตัวใหม่ที่คุณอาจไม่รู้ จะช่วยให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่และบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภาพรวมสิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568

สำหรับปีภาษี 2568 รายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว, กลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน, กลุ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และกลุ่มเงินบริจาค การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปีนี้คือการมาถึงของกองทุน Thai ESG ที่มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง
- กองทุน Thai ESG: เป็นเครื่องมือการลงทุนใหม่ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 300,000 บาท เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืน
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: โครงการ Easy E-Receipt 2.0 ขยายวงเงินและเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองรอง
- ค่าลดหย่อนครอบครัว: มีการปรับปรุงเงื่อนไขบางรายการเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายที่แท้จริง เช่น ค่าอุปการะบิดามารดา
- การลงทุนระยะยาว: ยังคงมีกองทุน RMF และ PVD เป็นตัวเลือกหลักในการวางแผนเกษียณและลดหย่อนภาษีควบคู่กันไป
การวางแผนภาษี: ทำไมจึงสำคัญ
การวางแผนภาษีล่วงหน้าตลอดทั้งปีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือนักลงทุน การทำความเข้าใจเงื่อนไขและวงเงินของแต่ละรายการลดหย่อนจะช่วยให้สามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างเหมาะสม เช่น การเลือกลงทุนในกองทุนรวม การทำประกันชีวิต หรือการวางแผนค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ภาครัฐประกาศออกมา การเตรียมตัวที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดภาษี แต่ยังเป็นการสร้างวินัยทางการเงินและส่งเสริมความมั่นคงในระยะยาวอีกด้วย
ผู้มีเงินได้ควรเริ่มรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิลดหย่อนตั้งแต่ต้นปีภาษี เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกัน, หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน, หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เพื่อให้กระบวนการยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2569 เป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องครบถ้วน
กลุ่มค่าลดหย่อนพื้นฐาน: สิทธิประโยชน์ส่วนตัวและครอบครัว
ค่าลดหย่อนกลุ่มนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้มีเงินได้ทุกคนสามารถใช้ได้ตามสถานะส่วนบุคคลและภาระการดูแลครอบครัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการคำนวณภาษี
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและคู่สมรส
สิทธิลดหย่อนพื้นฐานที่มอบให้กับผู้เสียภาษีทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข และสิทธิสำหรับคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้เพื่อช่วยลดภาระภาษีของครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว: ผู้มีเงินได้ทุกคนสามารถหักลดหย่อนได้ 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส: สามารถหักลดหย่อนสำหรับคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ (จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย) ได้อีก 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนบุตรและการอุปการะเลี้ยงดู
เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาระในการดูแลบุตรและบิดามารดา ซึ่งมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป
- ค่าลดหย่อนบุตร: สำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป จะสามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยบุตรต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปีและยังศึกษาอยู่ หรือเป็นผู้เยาว์ หรือเป็นบุคคลไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถ
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา: สามารถลดหย่อนค่าอุปการะบิดามารดาของตนเองและของคู่สมรสได้คนละ 30,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท
ข้อควรทราบ: การใช้สิทธิลดหย่อนบิดามารดาจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกันระหว่างพี่น้อง กล่าวคือ บุตรคนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนสำหรับบิดาหรือมารดาคนเดียวกันได้
กลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน
เป็นกลุ่มค่าลดหย่อนที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยทั้งสร้างความคุ้มครองทางการเงิน วางแผนเพื่อการเกษียณ และประหยัดภาษีไปพร้อมกัน วงเงินลดหย่อนในกลุ่มนี้มักมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนและมีเพดานรวมกัน จึงต้องวางแผนอย่างรอบคอบ
ค่าลดหย่อนจากเบี้ยประกัน
การทำประกันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบริหารความเสี่ยงและสามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
- เบี้ยประกันสังคม: สามารถลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท (สำหรับปี 2568)
- เบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ:
- เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท
- เบี้ยประกันชีวิต/สะสมทรัพย์: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- วงเงินรวม: เมื่อรวมเบี้ยประกันสุขภาพตนเองและเบี้ยประกันชีวิต/สะสมทรัพย์แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อท่าน
- เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
กองทุนลดหย่อนภาษี: Thai ESG, RMF และอื่นๆ
การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมและการเลี้ยงชีพเป็นทางเลือกที่สำคัญในการวางแผนการเงินระยะยาว โดยมีกองทุน Thai ESG เป็นตัวเลือกใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจ
| รายการ | วงเงินลดหย่อนสูงสุด | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| กองทุน Thai ESG | 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท | เป็นวงเงินใหม่ แยกต่างหากจากกลุ่มบำนาญ |
| กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) | 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท | ต้องรวมกับ PVD/กบข./กอช./ประกันบำนาญแล้วไม่เกิน 500,000 บาท |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)/กบข. | 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท | ต้องรวมกับกลุ่มวางแผนเกษียณอื่นๆ ไม่เกิน 500,000 บาท |
| กองทุน SSF (Super Savings Fund) | 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท (สำหรับเงินลงทุนใหม่) | อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการสับเปลี่ยนจาก LTF ที่ครบกำหนด |
| กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) | ตามจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท | ต้องรวมกับกลุ่มวางแผนเกษียณอื่นๆ ไม่เกิน 500,000 บาท |
| ลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม | ตามจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท | เป็นการลงทุนในหุ้นหรือการจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม |
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ
ภาครัฐมักออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นระยะๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของค่าลดหย่อนภาษีที่มีกำหนดเวลาชัดเจน ผู้เสียภาษีควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์เหล่านี้
โครงการ Easy E-Receipt 2.0
เป็นโครงการที่ต่อยอดจากปีก่อนหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศและสนับสนุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์
- ระยะเวลา: 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568
- วงเงิน: ลดหย่อนค่าซื้อสินค้าและบริการได้ตามจริง สูงสุด 50,000 บาท โดยต้องได้รับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)
- เงื่อนไขพิเศษ: มีการให้สิทธิประโยชน์เพิ่ม 1.5 เท่า สำหรับค่าใช้จ่ายในหมวดที่พักและร้านอาหารใน 55 จังหวัดเมืองรอง และบางอำเภอใน 15 จังหวัดหลัก
ค่าลดหย่อนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและการท่องเที่ยว
เป็นมาตรการที่มุ่งส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวภายในประเทศ
- ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับการกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย
- ค่าสร้างบ้านใหม่: สามารถลดหย่อนได้ 10,000 บาทต่อทุกๆ ค่าก่อสร้าง 1 ล้านบาท และสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยสัญญาจ้างต้องทำขึ้นระหว่างวันที่ 9 เม.ย. 2567 – 31 ธ.ค. 2568 และใช้สิทธิในปีที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
- ค่าท่องเที่ยว: สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 2568 สามารถลดหย่อนได้ 1 เท่าสำหรับเมืองหลัก และ 1.5 เท่าสำหรับเมืองรอง (สูงสุด 30,000 บาท)
- Solar Rooftop: มีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา แต่รายละเอียดและเงื่อนไขอาจต้องรอการประกาศที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มเงินบริจาค: สร้างบุญพร้อมลดหย่อนภาษี
การบริจาคเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์ นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการบริจาค
- เงินบริจาคทั่วไป: สามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา และสาธารณประโยชน์: สามารถนำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
- เงินบริจาคให้พรรคการเมือง: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
คำแนะนำ: เนื่องจากมาตรการทางภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีรายละเอียดเพิ่มเติม ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของกรมสรรพากรโดยตรงก่อนทำการตัดสินใจทางการเงินใดๆ เพื่อความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูล
บทสรุปและการเตรียมตัวยื่นภาษี
การทำความเข้าใจรายการลดหย่อนภาษีปี 2568 เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้มีเงินได้ควรพิจารณาสิทธิประโยชน์ในแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่ค่าลดหย่อนพื้นฐานส่วนตัวและครอบครัว ไปจนถึงการเลือกลงทุนในกองทุน Thai ESG หรือ RMF รวมถึงการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เช่น Easy E-Receipt 2.0
การเตรียมความพร้อมโดยการรวบรวมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด การวางแผนที่ดีไม่เพียงช่วยลดภาระภาษี แต่ยังเป็นการสร้างความมั่งคั่งและบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย