Home » ลูกหลานอุ่นใจ! AI ‘ห่วงใย’ เฝ้าผู้สูงวัย 24 ชม.

ลูกหลานอุ่นใจ! AI ‘ห่วงใย’ เฝ้าผู้สูงวัย 24 ชม.

สารบัญ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย เทรนด์ที่น่าจับตามองคือการพัฒนาโซลูชันเพื่อให้ลูกหลานอุ่นใจ! AI ‘ห่วงใย’ เฝ้าผู้สูงวัย 24 ชม. ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อลดความกังวลของครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ตามลำพัง โดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัวของท่าน

ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยี AI ดูแลผู้สูงอายุ

  • การเฝ้าระวังเชิงรุก: ระบบ AI สามารถเรียนรู้กิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุและตรวจจับความผิดปกติ เช่น การหกล้ม การไม่รับประทานอาหาร หรือการไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เพื่อแจ้งเตือนผู้ดูแลได้ทันท่วงที
  • เคารพความเป็นส่วนตัว: นวัตกรรมส่วนใหญ่มุ่งเน้นการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือเสียงแทนการใช้กล้องวงจรปิด เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและลดความรู้สึกถูกจับตามองของผู้สูงอายุ
  • ใช้งานง่าย: อุปกรณ์และแอปพลิเคชันถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ มีปุ่มฉุกเฉินขนาดใหญ่ หรือสามารถสั่งการด้วยเสียง เพื่อให้สามารถขอความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
  • ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ: เทคโนโลยีบางชนิดสามารถช่วยเตือนเรื่องการรับประทานยา ติดตามพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำ และให้ข้อมูลด้านสุขภาพเบื้องต้น เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี
  • ลดช่องว่างทางระยะทาง: สำหรับครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยดูแลที่คอยส่งข่าวและแจ้งเตือนสถานการณ์ต่างๆ ทำให้ลูกหลานรู้สึกอุ่นใจเหมือนได้อยู่ใกล้ชิด

ความท้าทายของสังคมสูงวัยและบทบาทของเทคโนโลยี

ความท้าทายของสังคมสูงวัยและบทบาทของเทคโนโลยี

ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 และกำลังมุ่งหน้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่นี้นำมาซึ่งความท้าทายหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการดูแลผู้สูงอายุ สมาชิกในครอบครัววัยทำงานจำนวนมากต้องเผชิญกับความกังวลในการดูแลบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามลำพัง ขณะที่ต้องรับผิดชอบภาระหน้าที่การงานของตนเอง ระยะทางและเวลาที่จำกัดกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นไปได้ยาก

ในบริบทนี้ เทคโนโลยีจึงก้าวเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างระบบ Smart Home และเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech) สำหรับการดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ แนวคิดหลักคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและชาญฉลาด ซึ่งสามารถเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และช่วยเหลือผู้สูงอายุได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระและความวิตกกังวลของผู้ดูแลได้อย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่ 12 กันยายน 2568 จะเห็นได้ว่านวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น

นวัตกรรม AI เพื่อการดูแลผู้สูงวัยในประเทศไทย

ปัจจุบันมีผู้พัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยได้สร้างสรรค์แพลตฟอร์มและอุปกรณ์ AI ดูแลผู้สูงอายุที่น่าสนใจหลายรูปแบบ โดยแต่ละแบบมีจุดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของแต่ละครอบครัว

เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่ความผูกพันของครอบครัว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างความอุ่นใจและลดช่องว่างทางระยะทาง ทำให้การดูแลคนที่รักเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แพลตฟอร์มอุ่นใจวัยสุข: ระบบอัจฉริยะที่ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

หนึ่งในระบบที่โดดเด่นคือ “แพลตฟอร์มอุ่นใจวัยสุข” ซึ่งเป็นระบบดูแลผู้สูงอายุอัจฉริยะที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างยิ่ง ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อติดตามพฤติกรรมและสุขภาพของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวโดยไม่ต้องใช้กล้อง ทำให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกอึดอัดหรือถูกรบกวน

ส่วนประกอบและฟีเจอร์หลัก:

  • ToiletSense: อุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในห้องน้ำเพื่อตรวจจับความถี่และระยะเวลาในการใช้งาน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สามารถบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพเบื้องต้นได้ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย
  • MediAlarm: กล่องยาอัจฉริยะที่ทำหน้าที่เตือนให้ผู้สูงอายุรับประทานยาตามเวลาที่กำหนด หากไม่มีการหยิบยาออกจากกล่องตามเวลา ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชันของผู้ดูแลทันที
  • การเรียนรู้ของ AI: หัวใจของระบบคือ AI ที่เรียนรู้และวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมปกติของผู้สูงอายุ เช่น เวลานอน เวลาตื่น เวลาเข้าห้องน้ำ และเวลารับประทานอาหาร เมื่อใดก็ตามที่ตรวจพบพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากปกติอย่างมีนัยสำคัญ เช่น นอนนานเกินไป ไม่ลุกจากเตียง หรือเข้าห้องน้ำบ่อยผิดปกติ ระบบจะประเมินว่าเป็นสัญญาณความเสี่ยงและแจ้งเตือนลูกหลาน
  • การแจ้งเตือนผ่าน Line: ระบบเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Line ซึ่งเป็นที่นิยมและใช้งานง่าย ทำให้ผู้ดูแลสามารถรับการแจ้งเตือนสถานการณ์ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนเรื่องยา การตรวจจับความผิดปกติ หรือการกดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • ปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน: อุปกรณ์มีปุ่ม SOS สำหรับให้ผู้สูงอายุกดขอความช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เมื่อกดปุ่ม ระบบจะแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลทันที พร้อมเปิดระบบสื่อสารด้วยเสียง (Two-way Communication) ให้ลูกหลานสามารถพูดคุยเพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที

จุดแข็งของแพลตฟอร์มนี้คือการสร้างสมดุลระหว่างการเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยและการเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้สูงอายุได้อย่างลงตัว

Well-Living Systems และ LANAH AI: การดูแลแบบไร้กล้อง

อีกหนึ่งระบบที่น่าสนใจคือ Well-Living Systems ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี LANAH AI ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของระบบดูแลผู้สูงอายุที่บ้านโดยไม่พึ่งพากล้อง ระบบนี้ใช้เทคโนโลยี AI และ IoT ผสานกับการทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่ายการดูแลที่ครอบคลุมและแม่นยำ

หลักการทำงานและฟีเจอร์เด่น:

  • LANAH (Learning and Need-Anticipating Hub): ฮับกลางทำหน้าที่เป็นสมองของระบบ คอยรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในบ้าน เพื่อเรียนรู้กิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ เช่น เส้นทางการเดินภายในบ้าน ระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละห้อง และรูปแบบการนอนหลับ
  • การตรวจจับเหตุการณ์ฉุกเฉิน: ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ ระบบสามารถตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น การหกล้ม (จากการเปลี่ยนแปลงระดับการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว) หรือการไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานานในสถานที่ที่ไม่ควร เช่น ห้องน้ำ
  • แอปพลิเคชัน LANAH: ผู้ดูแลสามารถติดตามสถานะและรับการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ซึ่งจะแสดงข้อมูลสรุปกิจกรรมประจำวันและแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น
  • การสื่อสารด้วยเสียง: ฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์คือความสามารถในการส่งข้อความเสียงจากแอปของผู้ดูแลไปยังลำโพงไร้สายที่ติดตั้งในบ้านของผู้สูงอายุได้โดยตรง ช่วยให้ลูกหลานสามารถพูดคุย ทักทาย หรือเตือนความจำในเรื่องต่างๆ ได้ แม้จะอยู่ห่างไกลกัน

ระบบ Well-Living Systems และ LANAH AI เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกสบายใจของผู้สูงอายุ

หุ่นยนต์ดินสอ (Dinsaw Mini Home AI): เพื่อนคู่ใจในบ้าน

นอกเหนือจากระบบที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในบ้านแล้ว เทคโนโลยีในรูปแบบของหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม “หุ่นยนต์ดินสอ” เป็นหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุสัญชาติไทยที่ได้รับการยอมรับและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หุ่นยนต์ดินสอไม่ได้ทำหน้าที่แค่เฝ้าระวัง แต่ยังเป็นเพื่อนคู่คิดและผู้ช่วยส่วนตัวในบ้านอีกด้วย

ความสามารถของหุ่นยนต์ดินสอ:

  • การสื่อสารและปฏิสัมพันธ์: ผู้สูงอายุสามารถพูดคุยโต้ตอบกับหุ่นยนต์ได้ ช่วยคลายความเหงา นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นอุปกรณ์วิดีโอคอลเพื่อให้ลูกหลานติดต่อพูดคุยกับผู้สูงอายุได้ง่ายขึ้น
  • การแจ้งเตือนและเตือนความจำ: หุ่นยนต์สามารถตั้งเวลาเพื่อเตือนให้รับประทานยา ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ ตามตารางเวลา
  • การตรวจจับความปลอดภัย: บางรุ่นมีฟังก์ชันตรวจจับการหกล้ม และสามารถส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ดูแลได้โดยอัตโนมัติ
  • ความบันเทิง: หุ่นยนต์สามารถเปิดเพลง เล่านิทาน หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้สูงอายุ
  • การต่อยอดสู่ภาคการแพทย์: หุ่นยนต์ดินสอได้รับการพัฒนาต่อยอดเพื่อช่วยงานบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล เช่น การเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ที่ไปได้ไกลกว่าแค่การใช้งานในบ้าน

หุ่นยนต์ดินสอเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี AI และการออกแบบที่เป็นมิตร เพื่อสร้างโซลูชันที่ให้ทั้งความปลอดภัยและความสุขทางใจแก่ผู้สูงอายุ

เปรียบเทียบเทคโนโลยี AI ดูแลผู้สูงอายุ

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเด่นของเทคโนโลยี AI เพื่อการดูแลผู้สูงวัยประเภทต่างๆ ที่มีให้บริการในปัจจุบัน
เทคโนโลยี ฟีเจอร์เด่น จุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัว กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสม
แพลตฟอร์มอุ่นใจวัยสุข ToiletSense, MediAlarm, แจ้งเตือนผ่าน Line, ปุ่มฉุกเฉินพร้อมเสียง ใช้เซ็นเซอร์ ไม่ใช้กล้อง ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูง ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวและต้องการระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง
Well-Living Systems (LANAH AI) เรียนรู้กิจวัตรจากเซ็นเซอร์เคลื่อนไหว, ส่งข้อความเสียง, แจ้งเตือนผ่านแอป ระบบไร้กล้องโดยสมบูรณ์ ตรวจจับการเคลื่อนไหวโดยไม่ระบุตัวตน ครอบครัวที่ต้องการระบบเฝ้าระวังกิจกรรมทั่วไปในบ้านและต้องการสื่อสารทางเดียว
หุ่นยนต์ดินสอ (Dinsaw Mini) โต้ตอบด้วยเสียง, วิดีโอคอล, เตือนความจำ, ตรวจจับการหกล้ม, ให้ความบันเทิง มีกล้องสำหรับวิดีโอคอล (ใช้งานเมื่อเปิด) สร้างปฏิสัมพันธ์มากกว่าเฝ้าระวัง ผู้สูงอายุที่ต้องการเพื่อนคู่คิด ช่วยคลายเหงา และต้องการฟังก์ชันการสื่อสารสองทาง

แอปพลิเคชัน AI: ผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับทุกคน

นอกเหนือจากอุปกรณ์และระบบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะแล้ว การเติบโตของแอปพลิเคชัน AI ทั่วไป เช่น ChatGPT ก็มีส่วนช่วยในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ดูแลเช่นกัน แอปพลิเคชันเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถให้ข้อมูลความรู้ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจง่าย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชินกับการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

ประโยชน์ของแอปพลิเคชัน AI:

  • การให้ข้อมูลสุขภาพ: ผู้ดูแลหรือผู้สูงอายุสามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโรค อาการของยา หรือแนวทางการดูแลสุขภาพทั่วไปได้
  • การวางแผนกิจกรรม: สามารถช่วยวางแผนเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ หรือแนะนำกิจกรรมออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย
  • การแปลภาษาและลดอุปสรรคทางภาษา: สำหรับครอบครัวที่มีผู้ดูแลเป็นชาวต่างชาติ AI สามารถช่วยแปลภาษาเพื่อการสื่อสารที่ราบรื่นขึ้น
  • การเข้าถึงที่ง่าย: การใช้งานผ่านการพิมพ์หรือการสั่งด้วยเสียงทำให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้สะดวกกว่าการใช้งานเว็บไซต์ที่ซับซ้อน

แม้ว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้จะไม่สามารถแทนที่คำแนะนำจากแพทย์ได้ แต่ก็เป็นเครื่องมือเสริมที่มีประสิทธิภาพในการให้ข้อมูลเบื้องต้นและช่วยให้ผู้ดูแลสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น

ความท้าทายด้านความเป็นส่วนตัวและการยอมรับเทคโนโลยี

ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจำนวนมากอาจรู้สึกไม่สบายใจกับการถูกเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง แม้ว่าจะเป็นไปเพื่อความปลอดภัยก็ตาม นี่คือเหตุผลที่ผู้พัฒนาส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแบบไร้กล้อง (Camera-less) โดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว คลื่นความร้อน หรือเสียงแทน เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรมโดยไม่ระบุตัวตนและไม่ละเมิดพื้นที่ส่วนตัว

นอกจากนี้ การยอมรับเทคโนโลยี (Technology Adoption) จากผู้สูงอายุก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ อุปกรณ์ที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อนหรือใช้งานยากอาจกลายเป็นภาระมากกว่าผู้ช่วย ดังนั้น การออกแบบที่เรียบง่าย (User-friendly Design) เช่น มีปุ่มขนาดใหญ่ หน้าจอที่ชัดเจน หรือสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานจริงและเกิดประโยชน์สูงสุด การสร้างความเข้าใจและให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีจะช่วยลดความกังวลและเพิ่มความเต็มใจในการใช้งานได้

อนาคตของการดูแลผู้สูงวัยด้วย AI

เทคโนโลยี AI สำหรับการดูแลผู้สูงอายุกำลังพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบเฝ้าระวังเชิงพฤติกรรมที่เคารพความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงหุ่นยนต์ที่เป็นเพื่อนคู่ใจในบ้าน นวัตกรรมเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ลูกหลานสามารถมอบการดูแลและความปลอดภัยให้กับบุคคลอันเป็นที่รักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีระยะทางเป็นอุปสรรค

การมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความกังวลของครอบครัว แต่ยังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้อย่างอิสระและปลอดภัยยาวนานขึ้น เป็นการตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมสูงวัยได้อย่างตรงจุด สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลผู้สูงอายุ การศึกษาและเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของครอบครัว อาจเป็นก้าวที่สำคัญที่สุดในการมอบความอุ่นใจและความสุขให้กับคนที่คุณรักในยุคดิจิทัล