Home » Fin-fluencer AI: หุ่นยนต์แนะนำลงทุน เทรนด์ใหม่ 2026?

Fin-fluencer AI: หุ่นยนต์แนะนำลงทุน เทรนด์ใหม่ 2026?

สารบัญ

โลกของการลงทุนกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยการมาถึงของ Fin-fluencer AI: หุ่นยนต์แนะนำลงทุน เทรนด์ใหม่ 2026? ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผสมผสานระหว่าง “Financial Influencer” หรือผู้มีอิทธิพลด้านการเงิน เข้ากับความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง เพื่อสร้างเครื่องมือให้คำแนะนำการลงทุนแบบอัตโนมัติที่มีความเฉพาะบุคคลและทรงประสิทธิภาพ เทรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพัฒนาต่อยอดจาก โรบอทแอดไวเซอร์ ที่มีอยู่เดิม แต่เป็นการปฏิวัติรูปแบบการตัดสินใจลงทุนที่อาจสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญให้กับนักลงทุนในอนาคตอันใกล้นี้

ภาพรวมของ Fin-fluencer AI ในปี 2026

Fin-fluencer AI: หุ่นยนต์แนะนำลงทุน เทรนด์ใหม่ 2026? - ai-finfluencer-investment-trend-2026

  • นิยามใหม่ของคำแนะนำการลงทุน: Fin-fluencer AI คือการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงปฏิบัติการ (Agentic AI) ที่สามารถดำเนินการซับซ้อนได้ด้วยตนเอง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำการลงทุนที่ปรับให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
  • การยอมรับในวงกว้าง: คาดการณ์ว่าภายในปี 2026 สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปใช้โมเดล “AI-first” โดย 90% ของหน่วยงานด้านการเงินจะมีการปรับใช้โซลูชัน AI ในการดำเนินงาน
  • ระบบอัตโนมัติขั้นสูง: เทคโนโลยี Agentic AI จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนและการซื้อขายสินทรัพย์เป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความแตกต่างด้านผลตอบแทนอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการลงทุนด้วยตนเอง
  • ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: การพัฒนาที่ก้าวกระโดดนี้มาพร้อมกับความท้าทายในด้านความโปร่งใสของ AI (Explainable AI) การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (RegTech) และการพิสูจน์ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่จับต้องได้

ทำความรู้จัก Fin-fluencer AI: เมื่อ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม

แนวคิดของ Fin-fluencer AI หรือ AI แนะนำลงทุน เกิดขึ้นจากการสังเกตการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีการเงินที่กำลังจะมาถึงในปี 2026 ซึ่งเป็นปีที่คาดการณ์ว่าปัญญาประดิษฐ์จะไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงผู้ช่วยตอบคำถามพื้นฐานอีกต่อไป แต่จะพัฒนาไปสู่การเป็น “ตัวแทน” หรือ Agent ที่สามารถดำเนินการและตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อนได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในแวดวงการเงินและการลงทุนในหุ้น

ความสำคัญของเทรนด์นี้อยู่ที่การเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการให้ข้อมูล (Information Provider) ไปสู่การเป็นผู้ดำเนินการ (Action Taker) AI จะสามารถวิเคราะห์สภาวะตลาดแบบเรียลไทม์ ประเมินความเสี่ยง สร้างกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละราย และลงมือซื้อขายสินทรัพย์ตามกลยุทธ์นั้นๆ ได้โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอคติทางอารมณ์ที่มักเกิดขึ้นกับการตัดสินใจของมนุษย์ แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าในตลาดที่มีความผันผวนสูง

กลุ่มที่ควรให้ความสนใจกับเทรนด์นี้ครอบคลุมตั้งแต่ นักลงทุนรายย่อยที่ต้องการเครื่องมือช่วยตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำเสนอบริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า การมาถึงของ Fin-fluencer AI จึงเปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนสำคัญที่บ่งชี้ว่าอนาคตของการเงิน 2026 จะขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ

เบื้องหลังความฉลาด: Agentic AI คืออะไร?

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Fin-fluencer AI คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Agentic AI” หรือปัญญาประดิษฐ์เชิงปฏิบัติการ ซึ่งเป็น AI เจเนอเรชันถัดไปที่มีความสามารถมากกว่าแค่การสนทนาหรือสร้างเนื้อหา แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ “ปฏิบัติการ” และทำงานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนให้สำเร็จลุล่วงได้โดยอัตโนมัติ

นิยามและความสามารถของ Agentic AI

Agentic AI คือระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems) ที่สามารถรับเป้าหมายหรือคำสั่งที่ซับซ้อน จากนั้นวางแผน แบ่งงานออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ และดำเนินการตามแผนจนบรรลุเป้าหมายได้ด้วยตนเอง ในบริบทของการลงทุน ความสามารถของมันอาจรวมถึง:

  • การจัดการพอร์ตการลงทุนอัตโนมัติ: รับเป้าหมายจากผู้ใช้ เช่น “ต้องการสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณ โดยเน้นหุ้นเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด” จากนั้น AI จะทำการวิเคราะห์ จัดสรรสินทรัพย์ และปรับสมดุลพอร์ต (Rebalance) ตามสภาวะตลาดโดยอัตโนมัติ
  • การสร้างข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์: วิเคราะห์กระแสเงินสดของบริษัทต่างๆ จากรายงานทางการเงินและข่าวสารล่าสุด เพื่อให้คำแนะนำเชิงรุกแก่นักลงทุน
  • การดำเนินการซื้อขายตามกลยุทธ์: เมื่อตรวจพบสัญญาณหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า AI สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ทันที ซึ่งเร็วกว่าการดำเนินการด้วยมนุษย์อย่างมหาศาล

Agentic AI ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่จะสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างผู้ที่นำ AI มาใช้กับนักลงทุนที่ยังคงใช้วิธีการแบบดั้งเดิมภายในปี 2026

ความแตกต่างจาก AI ทั่วไปในปัจจุบัน

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Agentic AI กับ Chatbot หรือ Generative AI ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย คือความสามารถในการ “ลงมือทำ” Chatbot สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับราคาหุ้นหรือสรุปข่าวการเงินได้ แต่ไม่สามารถนำข้อมูลนั้นไปวิเคราะห์ต่อเพื่อปรับพอร์ตการลงทุนหรือส่งคำสั่งซื้อขายได้ด้วยตัวเอง ในทางกลับกัน Agentic AI ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงระหว่าง “ข้อมูล” และ “การกระทำ” มันจึงมีลักษณะเป็นระบบที่ทำงานเชิงรุก (Proactive) มากกว่าจะเป็นเพียงระบบที่รอรับคำสั่ง (Reactive)

ตัวอย่างเช่น หากมีข่าวสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นในพอร์ตของคุณ Chatbot อาจทำได้เพียงแจ้งเตือนคุณ แต่ Agentic AI สามารถประเมินผลกระทบของข่าวนั้นต่อมูลค่าพอร์ตทั้งหมด เปรียบเทียบกับระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ และเสนอทางเลือกในการปรับพอร์ต หรือแม้กระทั่งดำเนินการขายหุ้นบางส่วนออกไปเพื่อจำกัดความเสียหายได้ทันทีหากได้รับอนุญาต นี่คือระดับของระบบอัตโนมัติที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในโลกของเทคโนโลยีการเงิน

พยากรณ์อนาคต: โลกการเงินในปี 2026 จะเปลี่ยนไปอย่างไร?

การมาถึงของ Fin-fluencer AI ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการเงิน รายงานการวิจัยจากสถาบันชั้นนำอย่าง Gartner ได้ฉายภาพอนาคตในปี 2026 ไว้อย่างน่าสนใจในหลายมิติ

การปรับใช้ในวงกว้าง (Widespread Adoption)

ในปี 2026 เราจะได้เห็นการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้อย่างแพร่หลายจนกลายเป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรมการเงิน Gartner คาดการณ์ว่า 90% ของหน่วยงานด้านการเงินจะมีการปรับใช้โซลูชัน AI ในกระบวนการทำงาน และกว่า 80% ขององค์กรธุรกิจโดยรวมจะใช้งาน Generative AI ในระดับปฏิบัติการจริง (In Production) สถาบันการเงินจะเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมไปสู่โมเดล “AI-first” ซึ่งหมายความว่า AI จะกลายเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การให้คำแนะนำการลงทุน การตรวจจับการฉ้อโกง ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ธนาคารแบบเฉพาะบุคคลขั้นสูง (Hyper-personalized banking) ที่สามารถออกแบบเส้นทางการลงทุน (Investment Journey) ที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้าแต่ละรายได้

ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Investment Automation)

Agentic AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการกระบวนการที่ซับซ้อนโดยอัตโนมัติ เช่น การชำระเงินแบบไร้ความน่าเชื่อถือ (Trustless Payment Settling) ผ่านโปรโตคอลอย่าง x402 และที่สำคัญที่สุดคือการซื้อขายหลักทรัพย์อัตโนมัติ (Automated Trading) ความสามารถนี้จะสร้างความแตกต่างของผลตอบแทนที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มนักลงทุนที่ใช้ AI Agent กับกลุ่มที่ยังคงใช้กลยุทธ์แบบเดิมๆ นอกจากนี้ บริษัทฟินเทคที่กำลังพัฒนา “ผู้จัดการความสัมพันธ์ที่เสริมด้วย AI” (AI-augmented relationship managers) ซึ่งสามารถให้คำเตือนล่วงหน้าและคำแนะนำเชิงรุกได้ คาดว่าจะเป็นผู้ครองตลาดในอนาคต

การขยายผลในระดับองค์กร (Enterprise Scaling)

ภาคบริการทางการเงินจะก้าวข้ามขั้นของการทดลองใช้ AI ในโครงการนำร่อง (Pilots) ไปสู่การผนวกรวม AI เข้ากับระบบงานหลักอย่างเต็มรูปแบบ (Full Integration) Agentic AI จะถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน (Workflow Optimization), การตัดสินใจให้สินเชื่อ, การสร้างแบบจำลองความเสี่ยง และการเทรดในระดับองค์กร การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จำเป็นต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งก็คือแพลตฟอร์มข้อมูลที่ทันสมัย, การกำกับดูแลข้อมูลที่ดี และความสามารถในการทำงานร่วมกันของระบบต่างๆ โดยคาดว่า 60% ของโครงการริเริ่มด้าน AI ที่ประสบความสำเร็จภายในปี 2026 จะต้องพึ่งพาข้อมูลที่ผ่านการปรับปรุงให้ทันสมัยแล้ว

กฎระเบียบและผลตอบแทน (Regulatory and ROI Focus)

เมื่อ AI ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ประเด็นด้านกฎระเบียบและความคุ้มค่าจะกลายเป็นจุดสนใจหลัก แนวคิดเรื่อง AI ที่อธิบายได้ (Explainable AI) จะมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลและผู้ใช้สามารถเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของ AI ได้ เทคโนโลยีเพื่อการกำกับดูแล (RegTech) จะเติบโตควบคู่กันไป ขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆ จะมุ่งเน้นการวัดมูลค่าและผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ใน AI อย่างจริงจังมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทเพียง 11% เท่านั้นที่เห็น ROI จาก AI อย่างชัดเจน ระบบ Agentic AI จะเข้ามาช่วยลดต้นทุนในส่วนของการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการป้องกันการฉ้อโกง ขณะเดียวกันก็จะมีการผนวกการวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้าไปในกระบวนการลงทุนเพื่อการลงทุนที่ยั่งยืน

เทรนด์ AI ที่เกี่ยวข้องและผลกระทบต่อการลงทุน

การเกิดขึ้นของ Fin-fluencer AI ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์เดี่ยวๆ แต่เป็นผลพวงจากเทรนด์ AI อื่นๆ ที่เติบโตควบคู่กันไปและส่งผลกระทบโดยตรงต่อโลกของการลงทุน ดังนี้

ตารางสรุปเทรนด์ AI ที่เกี่ยวข้องกับ Fin-fluencer AI และผลกระทบต่อการลงทุนในปี 2026
เทรนด์ (Trend) คำอธิบาย ผลกระทบต่อการลงทุนในปี 2026
บริการเฉพาะบุคคลขั้นสูง (Hyper-Personalized Services) AI สร้างเส้นทางการเงินที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้ลึกซึ้งกว่าคำแนะนำพื้นฐาน เกิดเป็น โรบอทแอดไวเซอร์ ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ทำหน้าที่เสมือน Fin-fluencer ส่วนตัวสำหรับพอร์ตของแต่ละคน
วุฒิภาวะของ Agentic AI (Agentic AI Maturity) AI ที่เน้นการปฏิบัติการ สามารถประสานงานต่างๆ โดยใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และอยู่ภายใต้การควบคุม บอทอัตโนมัติที่สามารถดำเนินการซื้อขายและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมได้ทั่วทั้งองค์กร
การป้องกันความเสี่ยงและการฉ้อโกง (Fraud & Risk Prevention) เทคโนโลยีการตรวจจับขั้นสูงมีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้นสามเท่า และคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ แพลตฟอร์มให้คำแนะนำที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะมีความปลอดภัยสูงขึ้น สร้างความไว้วางใจสำหรับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง
การบูรณาการปัจจัย ESG (ESG Integration) AI สามารถประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการให้สินเชื่อและการลงทุนได้ เกิดเป็น “Green Robo-advisors” หรือโรบอทแอดไวเซอร์สายรักษ์โลก ที่ช่วยจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนที่ยั่งยืนและปรับความเสี่ยงแล้ว

ความท้าทายและข้อควรพิจารณาของ Fin-fluencer AI

แม้ว่าศักยภาพของ Fin-fluencer AI จะดูสดใส แต่การเดินทางไปสู่จุดนั้นยังเต็มไปด้วยความท้าทายและประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในมุมของนักพัฒนา ผู้ให้บริการ และผู้ใช้งาน

ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ (Explainable AI)

หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือ “กล่องดำ” ของ AI การที่ระบบสามารถให้คำแนะนำการลงทุนที่แม่นยำอาจยังไม่เพียงพอ หากผู้ใช้ไม่สามารถเข้าใจได้ว่า “ทำไม” AI ถึงตัดสินใจเช่นนั้น การพัฒนา “AI ที่อธิบายได้” (Explainable AI หรือ XAI) จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความไว้วางใจ นักลงทุนจำเป็นต้องเห็นตรรกะเบื้องหลังคำแนะนำ เพื่อที่จะสามารถประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ การขาดความโปร่งใสอาจนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นและเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับเทคโนโลยีในวงกว้าง

การกำกับดูแลและกฎหมาย (Compliance and RegTech)

อุตสาหกรรมการเงินเป็นอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวด การนำ AI มาใช้ในการให้คำแนะนำการลงทุนจึงต้องเผชิญกับคำถามด้านกฎหมายและความรับผิดชอบ เช่น หาก AI ให้คำแนะนำที่ผิดพลาดและสร้างความเสียหาย ใครคือผู้รับผิดชอบ? ผู้พัฒนา, ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม, หรือผู้ใช้งาน? ดังนั้น เทคโนโลยีเพื่อการกำกับดูแล (RegTech) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะต้องพัฒนาควบคู่กันไป เพื่อให้แน่ใจว่าทุกการตัดสินใจของ Fin-fluencer AI เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure)

ความฉลาดของ AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพและปริมาณของข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน การจะสร้าง Fin-fluencer AI ที่มีประสิทธิภาพได้นั้น องค์กรจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ทันสมัยและแข็งแกร่ง ข้อมูลต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าถึงได้ง่าย ภายใต้การกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) ที่ดี ข้อมูลระบุว่าความสำเร็จของโครงการ AI กว่า 60% ขึ้นอยู่กับรากฐานข้อมูลที่ทันสมัย ซึ่งหมายความว่าองค์กรที่ต้องการเป็นผู้นำในด้านนี้ต้องลงทุนอย่างมากในการปรับปรุงระบบข้อมูลของตนเอง

การวัดผลตอบแทนที่แท้จริง (Measuring ROI)

แม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่การพิสูจน์ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment – ROI) ยังคงเป็นเรื่องท้าทาย ข้อมูลชี้ว่ามีบริษัทเพียง 11% เท่านั้นที่เห็น ROI จากการลงทุนใน AI อย่างชัดเจนในปัจจุบัน การลงทุนใน Fin-fluencer AI นั้นมีต้นทุนสูง ทั้งในด้านเทคโนโลยี บุคลากร และข้อมูล องค์กรจึงต้องมีวิธีการวัดผลที่ชัดเจนว่า AI ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ หรือปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างไร การสร้างกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จและสามารถแสดงผลลัพธ์เป็นตัวเลขที่จับต้องได้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันให้เกิดการลงทุนและการยอมรับในระดับที่กว้างขึ้น

บทสรุป: เตรียมพร้อมรับมือยุคใหม่ของการลงทุน

Fin-fluencer AI: หุ่นยนต์แนะนำลงทุน เทรนด์ใหม่ 2026? ไม่ใช่เพียงคำถาม แต่เป็นภาพอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่ช้า การผสานพลังของ Agentic AI เข้ากับโลกการเงินกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของการลงทุนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ของมนุษย์ ไปสู่ยุคที่ระบบอัตโนมัติสามารถให้คำแนะนำเชิงรุก จัดการพอร์ต และดำเนินการซื้อขายได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็ว

ภายในปี 2026 เราจะได้เห็นการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้อย่างแพร่หลายในสถาบันการเงิน เกิดเป็นบริการเฉพาะบุคคลขั้นสูงที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงกลยุทธ์ที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือการสร้างความแตกต่างที่วัดผลได้ในด้านผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความโปร่งใส กฎระเบียบ และการพิสูจน์ความคุ้มค่า ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันแก้ไข

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่อยู่ในแวดวงการเงิน การทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง อนาคตของการลงทุนจะถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และผู้ที่สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือใหม่อย่าง Fin-fluencer AI ได้ก่อน ย่อมเป็นผู้ที่ได้เปรียบในการแข่งขันในสนามการลงทุนยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง