Home » AI มาแล้ว! 5 ทักษะ ‘กันตกงาน’ ที่ต้องรีบ Reskill ด่วน

AI มาแล้ว! 5 ทักษะ ‘กันตกงาน’ ที่ต้องรีบ Reskill ด่วน

สารบัญ

บทความนี้สำรวจหัวข้อ AI มาแล้ว! 5 ทักษะ ‘กันตกงาน’ ที่ต้องรีบ Reskill ด่วน ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับตลาดแรงงานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นความจริงในปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจและพัฒนาทักษะที่จำเป็นจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ

สรุปทักษะสำคัญที่จำเป็นในยุค AI

AI มาแล้ว! 5 ทักษะ 'กันตกงาน' ที่ต้องรีบ Reskill ด่วน - ai-job-skills-reskill-2026

  • การสั่งงานและใช้งาน AI: ความสามารถในการใช้เครื่องมือ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเขียนคำสั่ง (Prompt Engineering) ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เป็นผู้ช่วยในการทำงาน
  • การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหา: ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล แยกแยะข้อเท็จจริง และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์
  • ความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล: การมีทักษะดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่การทำงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ไปจนถึงความเข้าใจพื้นฐานด้านข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • ทักษะด้านสังคมและอารมณ์: ความสามารถในการสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ การเจรจาต่อรอง และความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความเข้าใจในมนุษย์ด้วยกัน
  • การวางแผนและการบริหารจัดการ: ความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย วางแผนงาน และบริหารโครงการ ซึ่งเป็นงานส่วน “ต้นน้ำ” ที่ต้องใช้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ความจำเป็นของการปรับตัวในโลกการทำงานยุคใหม่

การปฏิวัติทางเทคโนโลยีโดยมีปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ได้สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้กับตลาดแรงงาน งานที่มีลักษณะซ้ำซากและเป็นกิจวัตร (Routine Tasks) กำลังถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติและความสามารถของ AI มากขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้บุคลากรในทุกสายอาชีพจำเป็นต้องปรับตัวผ่านกระบวนการ Reskill (การเรียนรู้ทักษะใหม่) และ Upskill (การยกระดับทักษะเดิม) เพื่อให้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในปี 2026 และหลังจากนั้น การเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถูกแทนที่ ในขณะที่ผู้ที่เปิดรับและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จะสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือทรงพลังเพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าให้กับองค์กรได้อย่างมหาศาล

ทักษะที่ 1: การสั่งงานและใช้งาน AI อย่างเชี่ยวชาญ

ทักษะที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดและมีความสำคัญเร่งด่วนใน 3-5 ปีข้างหน้า คือความสามารถในการสั่งงานและใช้งานปัญญาประดิษฐ์อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงแค่การรับรู้ว่า AI คืออะไร แต่ต้องสามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วเสมือนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายในการทำงาน บุคลากรที่ไม่สามารถใช้งาน AI ได้มีความเสี่ยงสูงที่จะตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลง ในทางกลับกัน ผู้ที่สั่งงาน AI ได้อย่างเชี่ยวชาญจะกลายเป็นบุคลากรที่มีมูลค่าสูง สามารถบริหารจัดการ “ทีมงาน AI” ที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่า

ในอนาคตอันใกล้ ความแตกต่างระหว่างพนักงานทั่วไปและพนักงานที่มีประสิทธิภาพสูง อาจวัดกันที่ความสามารถในการ “ตั้งคำถาม” และ “สั่งงาน” ปัญญาประดิษฐ์

องค์ประกอบหลักของทักษะการใช้งาน AI

ทักษะนี้ประกอบด้วยความสามารถย่อยหลายด้านที่ทำงานร่วมกัน:

  • Prompt Engineering: ความสามารถในการออกแบบคำสั่งเพื่อให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งรวมถึงการตั้งคำถามที่ชัดเจน, การกำหนดบริบท, การระบุเป้าหมาย และรูปแบบของคำตอบที่คาดหวัง รวมถึงการปรับแก้คำสั่งวนซ้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
  • การใช้ AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัว: การประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อลดเวลางานประจำวัน เช่น การสร้าง สรุป หรือตรวจสอบรายงาน, การเตรียมสไลด์นำเสนอ, การเขียนคอนเทนต์ทางการตลาด หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อเพิ่มผลิตภาพและเวลาให้กับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจที่ซับซ้อน
  • ความเข้าใจใน AI (AI Literacy): ความสามารถในการประเมินและวิจารณ์ผลลัพธ์ที่ได้จาก AI อย่างมีเหตุผล สามารถตรวจสอบความถูกต้อง และนำข้อมูลไปต่อยอดใช้งานได้อย่างเหมาะสม
  • การวางกรอบปัญหา (Problem Framing): ทักษะในการระบุและนิยามปัญหาให้ชัดเจนก่อนที่จะนำไปสั่งงาน AI เพื่อให้แน่ใจว่ากำลังใช้ AI แก้ปัญหาที่ถูกต้อง

ทักษะที่ 2: การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

ในขณะที่ AI เก่งกาจในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลและค้นหารูปแบบ แต่ “สมอง” ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งยังคงเป็นจุดแข็งของมนุษย์ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบจึงกลายเป็นแกนหลักของการ Reskill ที่จะสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน แม้ในสายงานที่ดูเหมือนจะถูกระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทสูง เช่น งานบัญชี คุณค่าหลักของมนุษย์ได้เปลี่ยนจากการบันทึกข้อมูลไปสู่การวิเคราะห์ ตรวจสอบ และให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ซึ่งต้องอาศัยทักษะการคิดขั้นสูงเหล่านี้

แกนหลักของทักษะการคิดที่ AI ทดแทนได้ยาก

  • การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking): ความสามารถในการแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น, การประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล (รวมถึงข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น) และการตั้งคำถามต่อข้อสมมติฐานต่างๆ
  • การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structured Problem Solving): ทักษะในการย่อยปัญหาใหญ่ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นส่วนเล็กๆ ที่จัดการได้, การตั้งสมมติฐาน และวางแผนการแก้ไขอย่างเป็นขั้นตอน
  • การให้เหตุผลเชิงตรรกะ (Logical Reasoning): ความสามารถในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล, การประเมินทางเลือกต่างๆ และคาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
  • ความคิดสร้างสรรค์และความยืดหยุ่นทางความคิด: การคิดนอกกรอบ, การมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลที่หลากหลาย และการประยุกต์ใช้ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ เพื่อสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาใหม่ๆ

ทักษะที่ 3: ความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล

การปรับตัวในยุค AI ไม่ได้หมายถึงการหลีกหนีจากเทคโนโลยี แต่คือการโอบรับและใช้งานเทคโนโลยีให้เก่งกาจยิ่งขึ้น ทักษะด้านดิจิทัล (Digital Skills) จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับทุกคน การมีทักษะเหล่านี้จะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับ AI และระบบอัตโนมัติต่างๆ ได้อย่างราบรื่น แทนที่จะถูกระบบเหล่านั้นเข้ามาแทนที่ การขาดความเข้าใจในระบบดิจิทัลอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงานยุคใหม่

ทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในตลาดแรงงาน

  • ความเข้าใจในระบบดิจิทัล (Understanding Digital Systems): การมองเห็นภาพรวมว่าข้อมูลไหลเวียนในองค์กรอย่างไร และระบบต่างๆ เชื่อมต่อกันแบบไหน เพื่อให้สามารถทำงานข้ามสายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การทำงานร่วมกันผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Collaboration): ความสามารถในการใช้เครื่องมือออนไลน์ต่างๆ เช่น แพลตฟอร์มประชุม, ระบบบริหารจัดการโครงการ (Project Management Tools) และระบบคลาวด์ เพื่อทำงานเป็นทีมได้อย่างคล่องตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
  • ความรู้พื้นฐานการเขียนโปรแกรม (Programming Literacy): ไม่จำเป็นต้องเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์เต็มตัว แต่การเข้าใจตรรกะเบื้องหลังการเขียนโค้ด, โครงสร้างข้อมูล และกระบวนการทำงานของระบบ จะช่วยให้สื่อสารกับทีมเทคนิคและเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยีได้ดีขึ้น
  • การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis): ทักษะในการอ่าน, ตีความ และนำเสนอข้อมูลเชิงลึก เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจโดยอิงจากหลักฐาน แทนการใช้ความรู้สึกหรือสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว
  • ความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Literacy): การตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล, การรู้จักป้องกันตัวเองจากการหลอกลวง (Phishing) และการตั้งค่าความปลอดภัยขั้นพื้นฐานเพื่อปกป้องข้อมูลของตนเองและองค์กร

ทักษะที่ 4: ทักษะด้านสังคมและอารมณ์

รายงานด้านตลาดแรงงานหลายฉบับชี้ตรงกันว่า ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง “มนุษย์กับมนุษย์” เป็นกลุ่มทักษะที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดที่จะถูกแทนที่โดย AI เนื่องจากความสามารถเหล่านี้ฝังรากลึกอยู่ในความฉลาดทางสังคมและอารมณ์ (Social & Emotional Intelligence) ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ในปัจจุบันยังไม่สามารถเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์ งานที่ต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจ, การสร้างแรงจูงใจ และการจัดการความขัดแย้ง ยังคงต้องพึ่งพามนุษย์เป็นหลัก

ทักษะด้านมนุษย์ที่สร้างความได้เปรียบ

  • การช่วยเหลือและดูแลผู้อื่น (Assisting and Caring Skills): งานที่ต้องการความใส่ใจในความรู้สึกและความต้องการที่ซับซ้อนของบุคคลอื่น เช่น งานด้านการดูแลสุขภาพ, การให้คำปรึกษา
  • การเจรจาต่อรอง (Negotiation): ความสามารถในการอ่านสถานการณ์, การทำความเข้าใจผลประโยชน์ของคู่เจรจา และการใช้วาทศิลป์เพื่อหาข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับ
  • ความเป็นผู้นำ (Leadership): การสร้างวิสัยทัศน์, การนำทีม, การแก้ไขความขัดแย้ง, การสร้างแรงบันดาลใจ และการตัดสินใจในสภาวะที่ไม่แน่นอน
  • การโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring): การสนทนาเชิงลึกเพื่อช่วยให้ผู้อื่นค้นพบศักยภาพของตนเองและวางแผนการเติบโตในสายอาชีพ
  • การสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ (Communication & Relationship Building): ทักษะการรับฟังอย่างตั้งใจ, การปรับรูปแบบการสื่อสารให้เข้ากับผู้ฟัง และการสร้างความไว้วางใจในความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ

ทักษะที่ 5: การวางแผน บริหารจัดการ และการตั้งคำถามที่เฉียบคม

ทักษะกลุ่มสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่งคือความสามารถในการ “กำหนดทิศทาง” และ “ตั้งโจทย์” ซึ่งเป็นงานในส่วนต้นน้ำของกระบวนการทำงานทั้งหมด AI อาจช่วยทำงานตามคำสั่งได้ดี แต่การตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไร, ทำเพื่ออะไร และทำอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย ยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ ทักษะการวางแผนเชิงระบบและการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อให้ทั้งทีมงานและเทคโนโลยีทำงานสอดประสานกันไปในทิศทางเดียวจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

องค์ประกอบของทักษะการกำหนดทิศทาง

  • การวางแผนและวิธีการทำงาน (Planning & Ways of Working): การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน, การจัดลำดับความสำคัญของงาน และการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม โดยรู้ว่าจุดไหนควรใช้ AI ช่วย และจุดไหนที่ต้องอาศัยการตัดสินใจของมนุษย์
  • การพัฒนาแผนงาน (Work-Plan Development): ความสามารถในการออกแบบแผนการดำเนินงาน (Roadmap), การกำหนดหมุดหมาย (Milestones) และตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) ที่วัดผลได้จริง
  • การตั้งคำถามที่เหมาะสม (Asking the Right Questions): ทักษะการตั้งคำถามที่เฉียบคม ทั้งต่อทีมงานเพื่อกระตุ้นความคิด และต่อ AI เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้
  • การสื่อสาร (Communication): ความสามารถในการถ่ายทอดเป้าหมาย, แผนงาน และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจให้ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกันและทำงานไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

แนวทางการ Reskill และ Upskill เพื่อพัฒนา 5 ทักษะแห่งอนาคต

การพัฒนาทักษะเหล่านี้สามารถเริ่มต้นได้ทันทีผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในงานประจำวัน โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้

การฝึกฝนทักษะด้าน AI และดิจิทัล

เลือกเครื่องมือ AI ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน 1-2 ชนิด (เช่น AI ช่วยเขียน, สรุป, แปลภาษา หรือสร้างสไลด์) และนำมาใช้กับงานจริงทุกวัน ฝึกเขียน Prompt ในรูปแบบต่างๆ และบันทึกรูปแบบคำสั่งที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีไว้เป็นคลังส่วนตัว พร้อมกันนั้นอาจศึกษาพื้นฐานด้านข้อมูลหรือการเขียนโค้ดในระดับแนวคิด เพื่อทำความเข้าใจตรรกะการทำงานของระบบ

การพัฒนาทักษะการคิดและแก้ปัญหา

ฝึกสรุปปัญหาในทุกๆ งานที่ได้รับมอบหมายให้เหลือเพียง 1-2 ประโยค จากนั้นแตกประเด็นออกเป็นสาเหตุและทางเลือกในการแก้ไข ลองนำกรอบความคิด (Framework) เช่น 5 Whys (การถามว่าทำไม 5 ครั้ง) หรือ Logic Tree (แผนภูมิตรรกะ) มาประยุกต์ใช้กับงานประจำเพื่อฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ

การเสริมสร้างทักษะทางสังคม อารมณ์ และภาวะผู้นำ

เริ่มต้นด้วยการขอความคิดเห็น (Feedback) จากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอย่างสม่ำเสมอ ฝึกการฟังเชิงลึกโดยเน้นการตั้งคำถามมากกว่าการพูด และสะท้อนความเข้าใจกลับไปให้คู่สนทนาฟัง อาจอาสาลองรับผิดชอบโครงการเล็กๆ เพื่อฝึกทักษะการนำทีม การสื่อสาร และการโค้ชเพื่อนร่วมงาน

การฝึกฝนทักษะการวางแผนและตั้งโจทย์

ก่อนเริ่มงานทุกชิ้น ให้ฝึกเขียนเป้าหมาย, ตัวชี้วัด, ทรัพยากรที่ต้องใช้ และกำหนดเวลาให้ชัดเจน ลองใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการวางแผน เช่น ให้ AI ช่วยแตกขั้นตอนย่อยๆ หรือเสนอไทม์ไลน์ จากนั้นใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ของตนเองในการตรวจสอบและปรับปรุงแผนให้สมบูรณ์

บทสรุป: ก้าวต่อไปในโลกการทำงานยุคใหม่

การมาถึงของปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของตลาดแรงงานอย่างถาวร ทักษะที่เคยเป็นที่ต้องการอาจมีความสำคัญลดลง ในขณะที่ทักษะใหม่ๆ ที่ผสมผสานระหว่างความสามารถของมนุษย์และเทคโนโลยีกำลังทวีความสำคัญขึ้น การพัฒนาทักษะทั้ง 5 ประการที่กล่าวมา ได้แก่ การใช้งาน AI อย่างเชี่ยวชาญ, การคิดเชิงวิพากษ์, ความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล, ทักษะทางสังคมและอารมณ์ และการวางแผนบริหารจัดการ คือแนวทางที่ชัดเจนในการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต บุคลากรที่ประสบความสำเร็จในยุค AI จะไม่ใช่ผู้ที่ต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือผู้ที่สามารถควบคุมและใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อขยายขีดความสามารถของตนเอง การเริ่มต้น Reskill และ Upskill ตั้งแต่วันนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อความมั่นคงและความก้าวหน้าในอาชีพการงานระยะยาว