Upskill 2026: 5 ทักษะ AI ที่นายจ้างต้องการตัวมากที่สุด
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ภูมิทัศน์ตลาดแรงงานไทยปี 2569 และความจำเป็นของทักษะ AI
-
เจาะลึก 5 ทักษะ AI ที่นายจ้างต้องการตัวมากที่สุด
- 1. ปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI & Machine Learning)
- 2. การวิเคราะห์ข้อมูล และวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Analytics & Big Data Engineering)
- 3. คลาวด์คอมพิวติ้ง และ DevOps (Cloud Computing & DevOps)
- 4. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)
- 5. การทำงานร่วมกับ AI และข้อมูล (AI & Data Collaboration)
- บริบทที่กว้างขึ้น: การเปลี่ยนผ่านสู่การจ้างงานฐานทักษะ
- บทสรุป: การเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคตการทำงาน
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง

- ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ได้กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ทักษะสำหรับอนาคตอีกต่อไป โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้าน Generative AI และ Prompt Engineering
- การวิเคราะห์ข้อมูลและวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซไปจนถึงการดูแลสุขภาพ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ
- Cloud Computing, DevOps และ Cybersecurity ถือเป็นทักษะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ เร่งปรับตัวสู่ระบบคลาวด์และให้ความสำคัญกับการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัล
- ทักษะการทำงานร่วมกับ AI และข้อมูล กำลังกลายเป็นความสามารถสำคัญข้ามสายงาน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่บทบาทการทำงานที่ต้องผสมผสานเครื่องมือ AI และข้อมูลเชิงลึกเข้ากับการทำงานประจำวัน
- ตลาดแรงงานไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ การจ้างงานโดยพิจารณาจากทักษะ (Skills-based hiring) มากกว่าวุฒิการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับทักษะเชิงเทคนิค (Hard Skills) เป็นอันดับแรก
ภูมิทัศน์ตลาดแรงงานไทยปี 2569 และความจำเป็นของทักษะ AI
เมื่อเข้าสู่ปี 2026 การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้เร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ตลาดแรงงานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว หนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดคือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งได้แทรกซึมเข้าไปในทุกอุตสาหกรรมและเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะสำรวจหัวข้อ Upskill 2026: 5 ทักษะ AI ที่นายจ้างต้องการตัวมากที่สุด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทักษะใดกำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูง และทำไมการพัฒนาตนเองในด้านเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความก้าวหน้าในอาชีพการงานยุคใหม่ การทำความเข้าใจทักษะเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้แรงงานสามารถแข่งขันในตลาดได้ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ในเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโต
สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับช่องว่างด้านทักษะดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ประเทศจะต้องการบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลขั้นสูงมากกว่า 1 ล้านคน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเร่งด่วนที่นายจ้างกำลังมองหาผู้สมัครที่มีความสามารถเฉพาะทาง โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวข้องกับ AI และข้อมูล ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การทำระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ดังนั้น บุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความคาดหวังขององค์กรในยุคดิจิทัล
เจาะลึก 5 ทักษะ AI ที่นายจ้างต้องการตัวมากที่สุด
จากการสำรวจแนวโน้มของตลาดแรงงานไทย พบว่านายจ้างกำลังให้ความสำคัญกับ 5 กลุ่มทักษะหลักที่ผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและความสามารถในการปรับตัว เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่รวดเร็ว ทักษะเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปสู่บทบาทหน้าที่อื่น ๆ ในองค์กรด้วย
1. ปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI & Machine Learning)
ในอดีต AI และ Machine Learning อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของอนาคต แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง องค์กรในประเทศไทยกำลังนำ AI มาใช้อย่างจริงจังในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น, การตรวจจับการฉ้อโกงในสถาบันการเงิน, และการขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ
ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้นายจ้างมองหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังนี้:
- เฟรมเวิร์กการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning Frameworks): ความสามารถในการใช้งานเครื่องมือยอดนิยมอย่าง TensorFlow และ PyTorch เพื่อสร้างและฝึกฝนโมเดล AI
- Generative AI และ Prompt Engineering: ทักษะในการใช้งานและสร้างสรรค์ผลงานจาก AI เชิงสร้างสรรค์ รวมถึงความสามารถในการออกแบบคำสั่ง (Prompt) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
- จริยธรรม, ความปลอดภัย และการจัดการอคติของ AI (AI Ethics, Security, and Bias Management): ความเข้าใจในการพัฒนาและใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ สามารถระบุและลดอคติที่อาจเกิดขึ้นในโมเดล และ đảm bảoความปลอดภัยของระบบ AI
ข้อมูลจากตลาดแรงงานทั่วโลกชี้ชัดว่า 41% ของนายจ้างกำลังมองหาพนักงานที่มีทักษะด้าน Generative AI อย่างจริงจัง และ 69% มีแผนที่จะจ้างพนักงานในตำแหน่งดิจิทัลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ นายจ้างยังยินดีจ่ายค่าตอบแทนสูงขึ้นถึง 28% สำหรับบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI โดยเฉพาะ
2. การวิเคราะห์ข้อมูล และวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Analytics & Big Data Engineering)
ข้อมูลได้กลายเป็น “ขุมทรัพย์” ใหม่สำหรับธุรกิจไทยในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซ, การธนาคาร, การผลิต หรือการดูแลสุขภาพ องค์กรเหล่านี้กำลังลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อสร้างขีดความสามารถด้านข้อมูล ดังนั้น ทักษะในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ความเชี่ยวชาญที่เป็นที่ต้องการในตลาด ได้แก่:
- ฐานข้อมูลและไปป์ไลน์ข้อมูล (SQL/NoSQL, ETL, and Data Pipelines): ความสามารถในการจัดการฐานข้อมูลทั้งแบบเชิงสัมพันธ์และไม่เชิงสัมพันธ์ รวมถึงกระบวนการดึง, แปลง และโหลดข้อมูล (ETL) เพื่อเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการวิเคราะห์
- เครื่องมือแสดงผลข้อมูล (Data Visualization Tools): การใช้เครื่องมืออย่าง Power BI หรือ Tableau เพื่อแปลงชุดข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นภาพที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- แพลตฟอร์มข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Data Platforms): ความคุ้นเคยกับบริการด้านข้อมูลบนผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เช่น AWS, Google Cloud Platform (GCP) และ Azure
นอกเหนือจากทักษะทางเทคนิคแล้ว นายจ้างยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา (Analytical Thinking and Problem-Solving) เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลที่แท้จริงต้องสามารถเปลี่ยนตัวเลขดิบให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จริงและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
3. คลาวด์คอมพิวติ้ง และ DevOps (Cloud Computing & DevOps)
ภาคธุรกิจคลาวด์ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเห็นได้จากการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การสร้างศูนย์ข้อมูลมูลค่าหลายพันล้านของ Google ในประเทศ บริษัทไทยจำนวนมากกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านไอทีไปสู่สถาปัตยกรรมแบบไฮบริดคลาวด์ (Hybrid Cloud) และมัลติคลาวด์ (Multi-cloud) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ
การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความต้องการเร่งด่วนสำหรับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์และแนวปฏิบัติ DevOps ซึ่งเป็นปรัชญาที่ผสมผสานระหว่างการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Development) และการดำเนินงานด้านไอที (Operations) เพื่อลดระยะเวลาในการส่งมอบซอฟต์แวร์และเพิ่มความเสถียรของระบบ ทักษะในกลุ่มนี้จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรที่ต้องการปรับตัวและแข่งขันในยุคดิจิทัล
4. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)
เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเร่งตัวขึ้น ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ทักษะด้าน Cybersecurity จึงกลายเป็นสิ่งที่ “ขาดไม่ได้” และไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องปกป้องโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสินทรัพย์ข้อมูลที่มีค่าจากภัยคุกคามที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ดังนั้น องค์กรจึงให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการเฟ้นหาบุคลากรที่มีความสามารถในการออกแบบ, ติดตั้ง และดูแลรักษาระบบความปลอดภัย เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับองค์กรในโลกไซเบอร์
5. การทำงานร่วมกับ AI และข้อมูล (AI & Data Collaboration)
นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเฉพาะด้านแล้ว นายจ้างยังมองหาทักษะที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือ ความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI และข้อมูลทางสถิติได้อย่างคล่องแคล่ว ทักษะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลหรือวิศวกร AI เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นความจำเป็นสำหรับบุคลากรในทุกสายงาน
แนวโน้มนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่บทบาทการทำงานข้ามสายงาน (Cross-functional Roles) ที่พนักงานต้องสามารถบูรณาการเครื่องมือ AI และข้อมูลเชิงลึกเข้ากับกระบวนการทำงานประจำวันของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการตลาด, การเงิน, ทรัพยากรบุคคล หรือฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างสรรค์แนวทางการทำงานใหม่ ๆ
บริบทที่กว้างขึ้น: การเปลี่ยนผ่านสู่การจ้างงานฐานทักษะ
ความต้องการทักษะดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้สร้างความท้าทายที่สำคัญให้กับตลาดแรงงานไทย นั่นคือ “ช่องว่างด้านทักษะ” (Skills Gap) ประเทศไทยต้องการบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลขั้นสูงมากกว่าหนึ่งล้านคนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
ท่ามกลางความท้าทายนี้ นายจ้างได้เริ่มปรับเปลี่ยนกระบวนการสรรหาบุคลากร โดยหันมาให้ความสำคัญกับ การจ้างงานโดยพิจารณาจากทักษะ (Skills-based Hiring) มากขึ้น เป็นการประเมินผู้สมัครจากความสามารถและทักษะที่แสดงให้เห็นจริง มากกว่าการยึดติดกับวุฒิการศึกษาหรือชื่อเสียงของสถาบันเพียงอย่างเดียว สิ่งที่น่าสนใจคือ นายจ้างส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับทักษะเชิงเทคนิค (Hard Skills) เป็นอันดับแรก ซึ่งถูกมองว่ามีคุณค่าสูงกว่าทักษะด้านอารมณ์และสังคม (Soft Skills) ในบริบทของตลาดปัจจุบัน
สารที่ชัดเจนจากผู้นำทางธุรกิจในประเทศไทยคือ การพัฒนาทักษะ (Upskilling) และการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskilling) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแรงงานไทย เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
บทสรุป: การเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคตการทำงาน
ในปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป ภูมิทัศน์ของตลาดแรงงานจะถูกกำหนดโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทักษะ 5 ประการที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง, การวิเคราะห์ข้อมูลและวิศวกรรมข้อมูลขนาดใหญ่, คลาวด์คอมพิวติ้งและ DevOps, ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, และการทำงานร่วมกับ AI และข้อมูล ถือเป็นกลุ่มทักษะที่เป็นที่ต้องการสูงสุดและเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอาชีพ
การเปลี่ยนแปลงไปสู่การจ้างงานที่เน้นทักษะเป็นหลัก เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างความก้าวหน้าได้โดยไม่จำกัดอยู่แค่วุฒิการศึกษา แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถที่จับต้องได้ ดังนั้น การลงทุนเวลาและทรัพยากรในการ Upskill และ Reskill จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นสำหรับทุกคนที่ต้องการเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกการทำงานยุคใหม่ การเริ่มต้นวางแผนเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้ จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตการทำงานที่สดใสและเปี่ยมด้วยโอกาส