AI ล้างบางสตรีทฟู้ด! เจ้าดังเจ๊งระนาว
บทความนี้จะสำรวจข้อเท็จจริงเบื้องหลังหัวข้อที่น่ากังวลว่า AI ล้างบางสตรีทฟู้ด! เจ้าดังเจ๊งระนาว โดยจะวิเคราะห์ว่าปัญญาประดิษฐ์ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมอาหารริมทางของไทยอย่างไร พร้อมทั้งตรวจสอบว่าเทคโนโลยีนี้เป็นภัยคุกคามหรือเป็นโอกาสในการพัฒนาสำหรับผู้ประกอบการ
- สถานการณ์ปัจจุบัน: ข้อมูลที่มีอยู่ชี้ให้เห็นว่า AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการยกระดับและปรับปรุงมาตรฐานสตรีทฟู้ดไทยมากกว่าจะเป็นสาเหตุของการปิดกิจการจำนวนมาก
- การปรับตัวของผู้ประกอบการ: ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแนะนำให้ผู้ค้าสตรีทฟู้ดนำ AI และกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมาใช้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและสร้างความโดดเด่นในตลาด
- โอกาสทางเศรษฐกิจ: ภาคส่วนต่างๆ ในไทยมองว่า AI เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ รวมถึงในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ
- นวัตกรรมและการพัฒนา: มีโครงการนำร่อง เช่น “Street Food Chumphon” ที่ใช้ AI เพื่อปรับปรุงรสชาติและมาตรฐานการบริการ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอาหารสตรีทฟู้ดไทยสู่ตลาดสากล
- ข้อเท็จจริงแย้งกระแส: ปัจจุบันยังไม่มีรายงานหรือหลักฐานที่ชัดเจนว่า AI เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก เรื่องราวส่วนใหญ่เน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงและโอกาสมากกว่าการถูกทำลาย
ไขความจริง: AI ตัวทำลายหรือผู้สร้างสรรค์วงการสตรีทฟู้ดไทย?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างแรงกระเพื่อมในหลากหลายอุตสาหกรรม และล่าสุดได้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า AI ล้างบางสตรีทฟู้ด! เจ้าดังเจ๊งระนาว ได้จริงหรือไม่ แนวคิดเกี่ยวกับรถเข็นอัตโนมัติที่สามารถผลิตอาหารรสชาติเดียวกับร้านดังได้อย่างแม่นยำได้จุดประกายความกังวลถึงอนาคตของผู้ประกอบการรายย่อยและวัฒนธรรมอาหารริมทางที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อมูลและมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในปัจจุบัน พบว่าภาพความเป็นจริงอาจแตกต่างจากความกังวลดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่า AI จะสร้างแรงกดดันให้เกิดการปรับตัว แต่สถานการณ์ปัจจุบันชี้ว่าเทคโนโลยีนี้เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ช่วยในการยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสตรีทฟู้ดไทยมากกว่าจะเป็นผู้ทำลาย
กระแสความกังวลและความเข้าใจผิด
ความกลัวว่า AI จะเข้ามาแทนที่อาชีพของมนุษย์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหลายวงการ และสำหรับสตรีทฟู้ดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของไทย ความกังวลนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ภาพของหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติที่เข้ามาปรุงอาหารแทนพ่อค้าแม่ค้าเจ้าของสูตรลับ ทำให้เกิดจินตนาการถึงวันที่เสน่ห์และเอกลักษณ์ของอาหารริมทางจะสูญหายไป พร้อมกับการสูญเสียอาชีพของคนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจผิดนี้มักเกิดจากการมอง AI ในมุมของการเข้ามา “แทนที่” อย่างสมบูรณ์แบบเพียงด้านเดียว แต่ในความเป็นจริง การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอาหารมีหลากหลายมิติ ตั้งแต่การจัดการหลังบ้าน การตลาด ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ ซึ่งไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกำจัดบทบาทของมนุษย์ออกไปทั้งหมด แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลเชิงลึก: AI ในฐานะเครื่องมือยกระดับ
ข้อมูลจากแวดวงวิชาการและธุรกิจชี้ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับกระแสความกังวล โดยมองว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วย “เสริมพลัง” และ “ยกระดับ” ธุรกิจสตรีทฟู้ดไทยให้ก้าวไปอีกขั้น แทนที่จะเป็นการทำลายล้าง วงการสตรีทฟู้ดกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น การรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่, การจัดการสุขอนามัย, และการแข่งขันที่สูงขึ้นในยุคดิจิทัล ซึ่ง AI สามารถเข้ามาเป็นคำตอบสำหรับปัญหาเหล่านี้ได้
แนวคิดหลักคือการผสานนวัตกรรมเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้สตรีทฟู้ดไทยไม่เพียงแต่เป็นที่ชื่นชอบของคนในประเทศ แต่ยังสามารถแข่งขันและเติบโตในตลาดโลกได้อีกด้วย ดังนั้น บทบาทของ AI ในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างโอกาสและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกมากกว่าการเป็นภัยคุกคาม
นวัตกรรมสู่ครัวโลก: กรณีศึกษาการใช้ AI พลิกโฉมสตรีทฟู้ด
แนวคิดการนำ AI มาใช้ในวงการสตรีทฟู้ดไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีอีกต่อไป แต่ได้เริ่มมีการนำไปปฏิบัติจริงแล้วผ่านโครงการวิจัยและพัฒนานำร่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอาหารริมทางของไทย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความพยายามของสถาบันการศึกษาชั้นนำที่ต้องการผลักดันให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในมาตรฐานระดับโลก
โครงการต้นแบบ “Street Food Chumphon” โดย สจล.
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยผ่านโครงการต้นแบบ “Street Food Chumphon” ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการผสานนวัตกรรม AI เข้ากับธุรกิจอาหารริมทาง โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานของสตรีทGฟู้ดไทยให้พร้อมสำหรับตลาดสากล
แนวทางของโครงการไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างหุ่นยนต์ทำอาหารเพื่อมาแทนที่คน แต่เป็นการใช้ AI เพื่อ:
- ควบคุมคุณภาพและรสชาติ (Taste and Quality Control): AI สามารถช่วยวิเคราะห์ส่วนผสมและกระบวนการปรุงอาหารเพื่อสร้างสูตรมาตรฐานที่ทำให้รสชาติคงที่ทุกล็อตการผลิต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขยายสาขาหรือส่งออก
- ปรับปรุงมาตรฐานการบริการ (Service Standardization): ระบบ AI สามารถนำมาใช้ในการจัดการคิว, การรับออเดอร์, และการชำระเงินให้เป็นระบบและรวดเร็วขึ้น ลดความผิดพลาดและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
- ส่งเสริมและผลักดันสู่ตลาดโลก (Global Promotion): การมีมาตรฐานที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยีจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในต่างประเทศ และเป็นใบเบิกทางสำคัญในการนำสตรีทฟู้ดไทยไปสู่เวทีโลก
โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อ “เสริมสร้าง” ไม่ใช่ “ทดแทน” โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งหัวใจสำคัญคือสูตรอาหารและเสน่ห์ของผู้ประกอบการ แต่เพิ่มความแม่นยำและมาตรฐานเข้าไป
AI ทำอะไรได้บ้างในร้านสตรีทฟู้ด?
นอกเหนือจากโครงการขนาดใหญ่ การประยุกต์ใช้ AI ในระดับร้านค้าย่อยก็มีความเป็นไปได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง:
- ระบบจัดการวัตถุดิบ (Inventory Management): AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายย้อนหลังเพื่อพยากรณ์ปริมาณวัตถุดิบที่ต้องสั่งซื้อในแต่ละวัน ช่วยลดปัญหาสินค้าขาดหรือของเหลือทิ้งได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า (Customer Analytics): การรวบรวมข้อมูลจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรีหรือระบบสมาชิก สามารถนำมาให้ AI วิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า เช่น เมนูยอดนิยม, ช่วงเวลาที่มีลูกค้ามากที่สุด, หรือโปรโมชั่นที่ได้ผลดี เพื่อนำไปวางแผนการตลาดต่อไป
- แชทบอทตอบคำถาม (AI Chatbot): สำหรับร้านที่มีช่องทางออนไลน์ แชทบอทสามารถช่วยตอบคำถามพื้นฐานของลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น เมนู, ราคา, เวลาเปิด-ปิด, หรือตำแหน่งร้านค้า ทำให้เจ้าของร้านมีเวลาไปโฟกัสกับการทำอาหารมากขึ้น
- การสร้างคอนเทนต์การตลาด (Marketing Content Generation): AI สามารถช่วยร่างแคปชั่นสำหรับโซเชียลมีเดีย, คิดไอเดียโปรโมชั่น, หรือแม้แต่ช่วยออกแบบภาพกราฟิกง่ายๆ เพื่อโปรโมทร้านค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
กลยุทธ์ปรับตัวสำหรับผู้ประกอบการในสงครามสตรีทฟู้ด
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น สมรภูมิของธุรกิจสตรีทฟู้ดไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแข่งขันด้านรสชาติและทำเลที่ตั้งอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การแข่งขันในโลกออนไลน์และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดได้ให้คำแนะนำว่าการปรับตัวโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตในยุคนี้
การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
การเปลี่ยนจากการตัดสินใจโดยใช้สัญชาตญาณเพียงอย่างเดียวมาเป็นการใช้ข้อมูล (Data-Driven) คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดในยุค AI แทนที่จะคาดเดาว่าลูกค้าต้องการอะไร ผู้ค้าสามารถใช้ข้อมูลจริงมาประกอบการตัดสินใจได้
- ทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค: ข้อมูลจากแอปพลิเคชันเดลิเวอรีเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า สามารถบอกได้ว่าเมนูไหนขายดีในวันธรรมดาเทียบกับวันหยุด, พื้นที่ใดมีคำสั่งซื้อเข้ามามากที่สุด, หรือลูกค้ามักจะสั่งอาหารคู่กับเครื่องดื่มประเภทใด ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปสู่การจัดเซ็ตเมนูที่ตรงใจลูกค้าหรือการทำโปรโมชั่นที่ถูกที่ถูกเวลา
- การตลาดเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing): ระบบสมาชิกหรือการใช้ AI วิเคราะห์ประวัติการสั่งซื้อ สามารถช่วยให้ร้านค้าเสนอโปรโมชั่นที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายได้ เช่น การมอบส่วนลดสำหรับเมนูโปรดในวันเกิด หรือการแนะนำเมนูใหม่ที่คาดว่าลูกค้าจะชื่นชอบ
- สร้างความโดดเด่นในโลกออนไลน์: การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เทรนด์บนโซเชียลมีเดีย หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับอาหารประเภทนั้นๆ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น การมีตัวตนที่แข็งแกร่งในโลกดิจิทัลถือเป็นสิ่งจำเป็นในสงครามสตรีทฟู้ดสมัยใหม่
การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นอกจากการตลาดแล้ว AI ยังสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหลังร้าน ลดต้นทุน และลดความผิดพลาด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรและความยั่งยืนของธุรกิจ
- การจัดการสต็อกอัจฉริยะ: ดังที่กล่าวไปข้างต้น AI ช่วยให้การสั่งซื้อวัตถุดิบแม่นยำขึ้น ลดต้นทุนจากของเสีย และทำให้มั่นใจว่ามีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับเมนูขายดีเสมอ
- การปรับราคาแบบไดนามิก (Dynamic Pricing): ในบางกรณี AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่งและอุปสงค์เพื่อแนะนำราคาที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เช่น การทำโปรโมชั่นลดราคาในช่วงที่ลูกค้าน้อยเพื่อกระตุ้นยอดขาย
- การวางแผนเส้นทางเดลิเวอรี: สำหรับร้านที่มีบริการจัดส่งเอง อัลกอริทึม AI สามารถช่วยวางแผนเส้นทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
การปรับตัวเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการต้องลงทุนมหาศาลกับเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่เป็นการเริ่มต้นจากการใช้เครื่องมือดิจิทัลที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด และค่อยๆ นำระบบอัตโนมัติหรือ AI เข้ามาเสริมในส่วนที่จำเป็น เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน
| มิติการดำเนินงาน | แนวทางดั้งเดิม | แนวทางที่ผสานเทคโนโลยี AI |
|---|---|---|
| การควบคุมคุณภาพ | อาศัยประสบการณ์และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ปรุง | ใช้เซ็นเซอร์และ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ |
| การตลาดและเข้าถึงลูกค้า | อาศัยทำเลที่ตั้งและการบอกต่อแบบปากต่อปาก | ใช้ข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ทำการตลาดออนไลน์ และโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล |
| การจัดการวัตถุดิบ | สั่งซื้อตามการคาดการณ์และประสบการณ์ | ใช้ AI พยากรณ์ยอดขายเพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบอย่างแม่นยำ ลดของเหลือทิ้ง |
| การบริการลูกค้า | รับออเดอร์และจัดการคิวด้วยตนเอง | ใช้ระบบรับออเดอร์อัตโนมัติ, แชทบอท, และการชำระเงินดิจิทัลเพื่อความรวดเร็ว |
| โอกาสทางธุรกิจ | จำกัดอยู่ที่การขายหน้าร้านเป็นหลัก | ขยายสู่ตลาดเดลิเวอรี, แฟรนไชส์, และการส่งออกผลิตภัณฑ์ด้วยมาตรฐานที่ AI ช่วยควบคุม |
อนาคตเศรษฐกิจไทยกับ AI ในอุตสาหกรรมอาหาร
มุมมองต่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระดับผู้ประกอบการรายย่อย แต่ยังขยายไปสู่ภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้กำหนดนโยบายในไทยต่างมองว่า AI คือกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศ
มุมมองจากเวที Bangkok AI Week 2025
การหารือในเวทีสำคัญอย่าง Bangkok AI Week 2025 ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในเทคโนโลยี AI ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ในภาคส่วนอุตสาหกรรมอาหาร AI ถูกมองว่าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้อย่างมหาศาล
การลงทุนใน AI ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการลงทุนในอนาคตและความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
มุมมองนี้สะท้อนว่า รัฐบาลและภาคเอกชนขนาดใหญ่เล็งเห็นว่าการส่งเสริมให้ธุรกิจต่างๆ รวมถึงสตรีทฟู้ด สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI ได้ จะช่วยยกระดับทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ, การแปรรูป, ไปจนถึงการส่งออก ซึ่งจะสร้างรายได้เข้าประเทศและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของไทย
โอกาสใหม่ที่มากกว่าแค่การขายหน้าร้าน
การนำ AI มาใช้เปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน:
- ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ควบคุมคุณภาพได้: การมีสูตรมาตรฐานที่ควบคุมด้วย AI ทำให้การขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์เป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับรสชาติและคุณภาพเดียวกันทุกสาขา
- ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมทาน: รสชาติที่คงที่และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น เปิดโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สตรีทฟู้ดในรูปแบบอาหารแช่แข็งหรืออาหารพร้อมทานเพื่อจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและส่งออกไปยังต่างประเทศ
- ครัวกลาง (Cloud Kitchen): ผู้ประกอบการสามารถใช้ครัวกลางที่เน้นการทำอาหารเพื่อเดลิเวอรีโดยเฉพาะ โดยใช้ AI ช่วยจัดการออเดอร์และบริหารจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดต้นทุนค่าเช่าหน้าร้าน
ดังนั้น AI ในบริบทของอุตสาหกรรมอาหารไทยจึงไม่ใช่ศัตรูที่จะมาทำลายล้างธุรกิจดั้งเดิม แต่เป็นพันธมิตรที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพและนำพาสตรีทฟู้ดไทยไปสู่โอกาสใหม่ๆ ที่กว้างไกลกว่าเดิม
บทสรุป: สตรีทฟู้ดไทยในวันที่ AI ไม่ใช่ภัยคุกคาม
จากข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ สามารถสรุปได้ว่าหัวข้อ AI ล้างบางสตรีทฟู้ด! เจ้าดังเจ๊งระนาว เป็นเพียงภาพสะท้อนความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี มากกว่าจะเป็นภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ข้อเท็จจริงชี้ให้เห็นว่าวงการสตรีทฟู้ดไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน โดยมี AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่ยุคใหม่
แทนที่จะเป็นผู้ทำลายล้าง AI กลับเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้สร้างโอกาส ช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพ, เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน, และเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ โครงการนำร่องต่างๆ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญล้วนมีทิศทางเดียวกันคือ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
อนาคตของสตรีทฟู้ดไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการต่อต้านเทคโนโลยี แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว สำหรับผู้ประกอบการที่พร้อมจะปรับตัวและเปิดรับการเปลี่ยนแปลง AI จะไม่ได้เป็นภัยคุกคาม แต่จะเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่นำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จและความยั่งยืนในระยะยาว