“`html
ล้ำจัด! รัฐบังคับใช้วีซ่า AR เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์
- ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- ไขข้อเท็จจริง: นโยบายวีซ่า AR กับอนาคตการท่องเที่ยวไทย
- เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คืออะไร?
- ศักยภาพของ AR ในการพลิกโฉมอุทยานประวัติศาสตร์
- วิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบของการใช้ AR ท่องเที่ยว
- อนาคตการท่องเที่ยวไทย 2568 และทิศทางของเทคโนโลยี
- บทสรุป: วีซ่า AR ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
แนวคิดเรื่องการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในภาคการท่องเที่ยวกลายเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกระแสข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอที่ดูล้ำสมัยอย่างการที่ ล้ำจัด! รัฐบังคับใช้วีซ่า AR เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งกระตุ้นความสนใจและสร้างคำถามมากมายถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีการประกาศนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่แนวคิดนี้ก็ได้จุดประกายให้เกิดการสำรวจถึงศักยภาพของเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ไปอย่างสิ้นเชิง
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- สถานะของนโยบาย “วีซ่า AR”: ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการบังคับใช้วีซ่า AR สำหรับการเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ในประเทศไทย แนวคิดนี้จึงยังคงเป็นเพียงแนวคิดเชิงคอนเซ็ปต์ที่สะท้อนถึงทิศทางการนำเทคโนโลยีมาใช้ในอนาคต
- นิยามของ “วีซ่า AR”: คำนี้ไม่ได้หมายถึงเอกสารการเดินทาง แต่หมายถึงการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality เป็นเครื่องมือหรือ “ใบเบิกทาง” เพื่อเข้าถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่สมบูรณ์และลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- ศักยภาพของเทคโนโลยี AR: AR สามารถซ้อนทับภาพกราฟิก 3 มิติ, วิดีโอ, และข้อมูลดิจิทัลลงบนสภาพแวดล้อมจริงผ่านสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์สวมใส่ ทำให้สามารถจำลองภาพโบราณสถานในอดีตให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
- ประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว: การนำ AR มาใช้ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชม สร้างความน่าสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ และเป็นเครื่องมือในการให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและน่าตื่นเต้น
- ความท้าทายในการนำมาใช้: การพัฒนาระบบ AR สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น งบประมาณในการพัฒนาที่สูง, การบำรุงรักษาอุปกรณ์, ความจำเป็นในการสร้างเนื้อหาที่ถูกต้องตามหลักประวัติศาสตร์ และการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีของนักท่องเที่ยวทุกคน
ไขข้อเท็จจริง: นโยบายวีซ่า AR กับอนาคตการท่องเที่ยวไทย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกต่างมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป แนวคิดเรื่อง ล้ำจัด! รัฐบังคับใช้วีซ่า AR เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ จึงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและสะท้อนถึงความพยายามในการแสวงหารูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวและเพิ่มมูลค่าให้กับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม
แม้ว่านโยบาย “วีซ่า AR” จะยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่การถกเถียงถึงแนวคิดนี้ได้เปิดประตูสู่การสำรวจความเป็นไปได้ในการผสานโลกแห่งประวัติศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนให้แก่นักท่องเที่ยว
แนวคิดเบื้องหลังคำว่า “วีซ่า AR”
คำว่า “วีซ่า AR” ในบริบทนี้ ไม่ได้หมายถึงเอกสารตรวจลงตราเพื่อเข้าประเทศตามความหมายปกติ แต่เป็นการใช้คำเชิงเปรียบเทียบที่สื่อถึง “ใบอนุญาต” หรือ “กุญแจ” ในการเข้าถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหนือกว่ารูปแบบเดิม โดยกุญแจที่ว่านี้คือเทคโนโลยี Augmented Reality นั่นเอง แนวคิดหลักคือการให้นักท่องเที่ยวใช้สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์พิเศษส่องไปยังโบราณสถานหรือพื้นที่ว่างเปล่า แล้วเห็นภาพจำลองสามมิติของสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ในอดีตปรากฏซ้อนทับขึ้นมา พร้อมข้อมูลประกอบและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเปรียบเสมือนการได้รับ “วีซ่า” เพื่อเดินทางข้ามเวลาไปสัมผัสกับอดีต
สถานะปัจจุบันของนโยบาย
จากการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นผู้ดูแลอุทยานประวัติศาสตร์โดยตรง พบว่า ณ ปัจจุบัน (กันยายน 2568) ยังไม่มีการประกาศหรือการยืนยันถึงนโยบายบังคับใช้วีซ่า AR ในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งใดในประเทศไทย ข้อมูลที่ปรากฏเป็นเพียงการพูดคุยถึงแนวโน้มและการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยี AR มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการของรัฐบาลเพื่อความถูกต้องและชัดเจนต่อไป
เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คืออะไร?
เพื่อทำความเข้าใจแนวคิด “วีซ่า AR” อย่างลึกซึ้ง จำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจสำคัญเสียก่อน Augmented Reality หรือ AR คือเทคโนโลยีที่ผสานโลกแห่งความเป็นจริง (Real World) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual World) โดยการซ้อนทับองค์ประกอบดิจิทัล เช่น ภาพสามมิติ, วิดีโอ, เสียง หรือข้อความ ลงบนสภาพแวดล้อมจริงที่ผู้ใช้มองเห็นผ่านอุปกรณ์ต่างๆ
คำจำกัดความและหลักการทำงาน
หลักการทำงานของ AR เริ่มต้นจากการที่กล้องบนอุปกรณ์ (เช่น สมาร์ทโฟนหรือแว่นตาอัจฉริยะ) จับภาพสภาพแวดล้อมจริง จากนั้นซอฟต์แวร์จะทำการวิเคราะห์ภาพนั้นเพื่อระบุตำแหน่งและพื้นผิวต่างๆ (Object Recognition and Tracking) เมื่อระบบเข้าใจบริบทของพื้นที่แล้ว ก็จะแสดงผลกราฟิกหรือข้อมูลดิจิทัลที่ถูกตั้งค่าไว้ให้ปรากฏซ้อนทับบนภาพจริงได้อย่างแม่นยำและสมจริง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกับว่าวัตถุเสมือนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริง
ความแตกต่างระหว่าง AR, VR และ MR
เทคโนโลยีโลกเสมือนมักถูกกล่าวถึงร่วมกัน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญซึ่งส่งผลต่อการนำไปใช้งาน การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้ในอุทยานประวัติศาสตร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| คุณสมบัติ | Augmented Reality (AR) | Virtual Reality (VR) | Mixed Reality (MR) |
|---|---|---|---|
| สภาพแวดล้อม | ผสานโลกจริงกับวัตถุเสมือน | แทนที่โลกจริงด้วยโลกเสมือนทั้งหมด | ผสานโลกจริงและโลกเสมือนอย่างสมบูรณ์ |
| การรับรู้ของผู้ใช้ | ยังคงรับรู้สภาพแวดล้อมจริง | ตัดขาดจากโลกจริงโดยสิ้นเชิง | รับรู้ทั้งโลกจริงและโต้ตอบกับวัตถุเสมือนได้ |
| อุปกรณ์ที่ใช้ | สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, แว่นตา AR | ชุดหูฟังสวมศีรษะ (Headset) ที่ปิดทึบ | ชุดหูฟังสวมศีรษะขั้นสูง (Hololens) |
| ตัวอย่างการใช้งาน | เกม Pokémon GO, ฟิลเตอร์ Instagram | เกม VR, การจำลองการฝึกบิน | การออกแบบทางวิศวกรรม, การผ่าตัดทางไกล |
จากตารางจะเห็นว่า AR เหมาะสมที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ เนื่องจากช่วยเพิ่มข้อมูลและความน่าสนใจโดยที่นักท่องเที่ยวยังคงสัมผัสกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมจริงของสถานที่นั้นๆ ได้
ศักยภาพของ AR ในการพลิกโฉมอุทยานประวัติศาสตร์
การนำเทคโนโลยี AR มาปรับใช้ในอุทยานประวัติศาสตร์มีศักยภาพมหาศาลในการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและน่าจดจำยิ่งขึ้น แทนที่จะเป็นการเดินชมซากปรักหักพังพร้อมอ่านป้ายข้อมูลเพียงอย่างเดียว AR จะเข้ามาเติมเต็มจินตนาการและสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
การฟื้นคืนชีวิตให้โบราณสถาน
จุดเด่นที่สุดของ AR คือความสามารถในการจำลองภาพอดีต เมื่อนักท่องเที่ยวส่องอุปกรณ์ไปยังโครงสร้างที่หลงเหลืออยู่ เช่น ฐานเจดีย์ หรือกำแพงเมืองเก่า แอปพลิเคชัน AR สามารถแสดงภาพสามมิติของสถาปัตยกรรมนั้นในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดซ้อนทับลงบนโครงสร้างจริงได้ ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพความยิ่งใหญ่และความสมบูรณ์ของสถานที่นั้นๆ ราวกับได้ย้อนเวลากลับไป นอกจากนี้ยังสามารถแสดงภาพวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต การแต่งกาย หรือกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้นในบริเวณนั้น ซึ่งจะช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์และความเข้าใจในบริบททางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
มัคคุเทศก์เสมือนจริงและข้อมูลเชิงโต้ตอบ
AR สามารถทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ส่วนตัวได้ โดยเมื่อส่องกล้องไปยังโบราณวัตถุหรือจุดที่น่าสนใจ ก็จะมีข้อมูลปรากฏขึ้นมาในรูปแบบของข้อความ, ภาพเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งวิดีโอจำลองเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ สิ่งนี้ช่วยลดข้อจำกัดด้านภาษา โดยสามารถแสดงข้อมูลได้หลายภาษาตามการตั้งค่าของผู้ใช้ และยังช่วยลดความหนาแน่นของการรวมกลุ่มฟังบรรยายจากมัคคุเทศก์จริง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจพื้นที่ได้อย่างอิสระตามความสนใจและจังหวะของตนเอง
การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Gamification)
เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชนและครอบครัว สามารถนำกลไกของเกม (Gamification) เข้ามาผสมผสานกับการเที่ยวชมได้ เช่น การสร้างภารกิจให้นักท่องเที่ยวตามหาวัตถุโบราณเสมือนที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในอุทยาน, การตอบคำถามประวัติศาสตร์เพื่อปลดล็อกเนื้อหาพิเศษ หรือการสะสมไอเท็มดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ วิธีการนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนาน แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในต่างประเทศ
หลายประเทศได้เริ่มนำร่องใช้ AR ในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แล้ว ตัวอย่างเช่น:
- ปอมเปอี ประเทศอิตาลี: มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน AR ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเห็นภาพจำลองของบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ก่อนที่จะถูกทำลายโดยภูเขาไฟวิสุเวียส
- กำแพงเมืองจีน: มีการใช้ AR เพื่อแสดงภาพจำลองของป้อมปราการและกองทหารในสมัยราชวงศ์หมิง ช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจถึงขนาดและความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกำแพงเมืองจีนได้ดียิ่งขึ้น
- พิพิธภัณฑ์หลายแห่งในยุโรป: ใช้ AR เพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุจัดแสดง หรือจำลองภาพการใช้งานวัตถุนั้นๆ ในอดีต
ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่า AR กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วโลก
วิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบของการใช้ AR ท่องเที่ยว
การพิจารณานำเทคโนโลยี AR มาใช้อย่างแพร่หลายในอุทยานประวัติศาสตร์ของไทยจำเป็นต้องวิเคราะห์ถึงประโยชน์ โอกาส รวมถึงความท้าทายและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การลงทุนและการพัฒนานำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
ประโยชน์และโอกาสสำหรับประเทศไทย
- การสร้างมูลค่าเพิ่ม: AR สามารถเปลี่ยนอุทยานประวัติศาสตร์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงขึ้น สามารถกำหนดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับประสบการณ์ AR ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่เพื่อนำกลับมาบำรุงรักษาสถานที่
- การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่: โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Native ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี จะทำให้สถานที่ทางประวัติศาสตร์กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจและทันสมัยมากขึ้น
- การกระจายตัวของนักท่องเที่ยว: สามารถออกแบบเนื้อหา AR เพื่อนำทางนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า หรือแนะนำจุดที่น่าสนใจที่มักถูกมองข้าม ซึ่งเป็นการช่วยลดผลกระทบจากการกระจุกตัวในพื้นที่ยอดนิยม
- การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม: การสร้างแบบจำลองดิจิทัลของโบราณสถานถือเป็นการบันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมในรูปแบบดิจิทัล (Digital Preservation) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีที่โบราณสถานเสื่อมโทรมหรือเสียหายไปตามกาลเวลา
ความท้าทายและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา
- ต้นทุนการพัฒนาและบำรุงรักษา: การพัฒนาแอปพลิเคชัน AR ที่มีคุณภาพสูงและเนื้อหาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมถึงมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องในการบำรุงรักษาระบบและอัปเดตข้อมูล
- ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide): นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจไม่มีสมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี AR หรืออาจไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน การออกแบบนโยบายจึงต้องคำนึงถึงการจัดหาอุปกรณ์ให้เช่าหรือวิธีการเข้าถึงอื่นๆ เพื่อให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
- ความถูกต้องของเนื้อหา: ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่นำเสนอผ่าน AR จะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการบิดเบือนหรือความคลาดเคลื่อนที่อาจสร้างความเข้าใจผิดได้
- ผลกระทบต่อประสบการณ์ดั้งเดิม: ต้องมีการออกแบบอย่างสมดุลเพื่อไม่ให้เทคโนโลยีเข้ามาบดบังหรือลดทอนความสุนทรีย์ของการชื่นชมโบราณสถานด้วยตาเปล่า การมุ่งเน้นที่หน้าจอมากเกินไปอาจทำให้นักท่องเที่ยวพลาดการปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมจริง
อนาคตการท่องเที่ยวไทย 2568 และทิศทางของเทคโนโลยี
แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 และปีต่อๆ ไปจะมุ่งไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและยั่งยืนมากขึ้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น เทคโนโลยีอย่าง AR, VR, และการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว การวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงจุด รวมถึงการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แนวคิดเรื่อง “วีซ่า AR” จึงเป็นภาพสะท้อนของทิศทางดังกล่าว ซึ่งแม้จะยังไม่เป็นรูปธรรมในวันนี้ แต่อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
บทสรุป: วีซ่า AR ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
โดยสรุป ประเด็นเรื่อง ล้ำจัด! รัฐบังคับใช้วีซ่า AR เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ แม้จะยังไม่ใช่นโยบายที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แต่ก็ได้ทำหน้าที่เป็นตัวจุดประกายบทสนทนาที่สำคัญเกี่ยวกับอนาคตของการท่องเที่ยวไทยได้อย่างดีเยี่ยม แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของเทคโนโลยี Augmented Reality ในการเปลี่ยนการเยี่ยมชมโบราณสถานที่เคยเงียบเหงาให้กลายเป็นการเดินทางข้ามเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจ การฟื้นคืนชีพสถาปัตยกรรมในอดีต การนำเสนอข้อมูลเชิงลึกผ่านมัคคุเทศก์เสมือน และการสร้างการเรียนรู้ผ่านเกม ล้วนเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม การจะทำให้แนวคิดนี้เป็นจริงได้นั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อรับมือกับความท้าทาย ทั้งในด้านงบประมาณ การพัฒนาเนื้อหาที่ถูกต้องแม่นยำ และการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยี ทิศทางในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และนักวิชาการ เพื่อผลักดันให้การนำนวัตกรรมมาใช้ในการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเกิดประโยชน์สูงสุดและมีความยั่งยืน การติดตามข่าวสารและประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในความก้าวหน้าของการท่องเที่ยวไทยยุคดิจิทัล