บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2025: ธีม-ศิลปิน-พิกัดห้ามพลาด
- สรุปข้อมูลสำคัญของ Bangkok Art Biennale 2025
- ทำความรู้จัก Bangkok Art Biennale: มหกรรมศิลปะที่เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นผืนผ้าใบ
- เจาะลึกแนวคิด “Nurture Gaia” ธีมหลักที่สะท้อนยุคสมัย
- ศิลปินที่เข้าร่วม: การรวมตัวของนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก
- พิกัดจัดแสดงที่ไม่ควรพลาด: การเดินทางสำรวจศิลปะทั่วกรุง
- เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับประสบการณ์ศิลปะสุดพิเศษ
มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2025: ธีม-ศิลปิน-พิกัดห้ามพลาด กำลังจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ทางศิลปะครั้งสำคัญอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 เทศกาลจะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Nurture Gaia” ที่มุ่งเน้นการดูแลและให้ความเคารพต่อโลกและธรรมชาติ ผ่านการจัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินทั่วโลกในหลากหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2567 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2568
สรุปข้อมูลสำคัญของ Bangkok Art Biennale 2025
- ชื่องาน: Bangkok Art Biennale 2025 (BAB 2025)
- ธีมหลัก: Nurture Gaia (การดูแล โอบอุ้ม และเคารพต่อโลก)
- ระยะเวลาจัดแสดง: 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568
- ศิลปิน: ศิลปินนานาชาติกว่า 45 ราย จากทั่วโลก ทั้งศิลปินที่มีชื่อเสียงและศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง
- สถานที่จัดแสดง: ทั่วกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เช่น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC), ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), วัด, แกลเลอรี และพื้นที่สาธารณะต่างๆ
ทำความรู้จัก Bangkok Art Biennale: มหกรรมศิลปะที่เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นผืนผ้าใบ
Bangkok Art Biennale หรือ BAB คือเทศกาลศิลปะร่วมสมัยที่จัดขึ้นทุกๆ สองปี โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะร่วมสมัยที่ผู้คนจากทั่วโลกต่างจับตามอง เทศกาลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่หอศิลป์หรือแกลเลอรี แต่กระจายผลงานศิลปะไปตามสถานที่ต่างๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสังคมของเมือง ทำให้เกิดบทสนทนาที่น่าสนใจระหว่างผลงานศิลปะร่วมสมัยกับภูมิทัศน์เมืองและมรดกทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ
ความโดดเด่นของ BAB คือการสร้างประสบการณ์การชมงานศิลปะที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่สนใจศิลปะอยู่แล้ว หรือประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีโอกาสได้เข้าชมงานในแกลเลอรีบ่อยนัก การนำศิลปะออกมาสู่พื้นที่สาธารณะและสถานที่สำคัญต่างๆ ทำให้ศิลปะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ ต่อเมืองที่คุ้นเคย นอกจากนี้ เทศกาลยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับศิลปินไทยในการแสดงผลงานเคียงข้างศิลปินระดับโลก และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประเทศ
เจาะลึกแนวคิด “Nurture Gaia” ธีมหลักที่สะท้อนยุคสมัย
ในครั้งที่ 4 นี้ Bangkok Art Biennale 2025 มาพร้อมกับธีมหลักที่ชื่อว่า “Nurture Gaia” ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับประเด็นเร่งด่วนของโลกในปัจจุบันอย่างยิ่ง โดยมุ่งเน้นไปที่การดูแลเอาใจใส่ การให้เกียรติ และการฟื้นฟูโลกและธรรมชาติ
ความหมายและความสำคัญของ “Nurture Gaia”
คำว่า “Gaia” (ไกอา) ในตำนานเทพปกรณัมกรีกคือเทพีผู้เป็นบุคลาธิษฐานของโลก เป็นเสมือนมารดาแห่งสรรพสิ่ง การเลือกใช้คำนี้จึงเป็นการย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกในฐานะผู้พึ่งพิงและผู้ที่ควรปกป้องดูแล ส่วนคำว่า “Nurture” หมายถึงการบำรุงเลี้ยงดู การโอบอุ้ม และการส่งเสริมให้เติบโต ดังนั้น ธีม “Nurture Gaia” จึงเป็นการเรียกร้องให้มนุษยชาติหันกลับมาทบทวนบทบาทของตนเอง และร่วมมือกันในการเยียวยาโลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหน่วง
แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น ภาวะโลกร้อน หรือความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังครอบคลุมไปถึงมิติทางสังคมและจิตวิญญาณ การดูแลโลกยังหมายถึงการดูแลซึ่งกันและกัน การสร้างสังคมที่เท่าเทียม และการฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
“Nurture Gaia” ไม่ใช่เป็นเพียงหัวข้อการจัดแสดง แต่เป็นปรัชญาที่เชิญชวนให้ศิลปินและผู้ชมร่วมกันสำรวจ ค้นหา และสร้างสรรค์แนวทางการเยียวยาโลกและสังคมผ่านมุมมองของศิลปะร่วมสมัย
การตีความผ่านผลงานศิลปะ
ภายใต้ธีมนี้ ศิลปินที่เข้าร่วมจะสร้างสรรค์ผลงานที่ตีความแนวคิด “Nurture Gaia” ในหลากหลายรูปแบบ ผู้ชมอาจจะได้เห็นผลงานที่นำเสนอภาพความงดงามของธรรมชาติเพื่อกระตุ้นจิตสำนึก, ผลงานที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, ผลงานที่เสนอทางออกหรือนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน, หรือแม้กระทั่งผลงานที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในระดับเล็กๆ ศิลปะจึงกลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสื่อสารประเด็นที่ซับซ้อนและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ศิลปินที่เข้าร่วม: การรวมตัวของนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเทศกาล BAB ทุกครั้ง คือรายชื่อศิลปินที่เข้าร่วม ซึ่งเป็นการรวมตัวของศิลปินร่วมสมัยจากทั่วทุกมุมโลก สำหรับ BAB 2025 (ซึ่งจัดขึ้นระหว่างปี 2024-2025) ได้มีการประกาศรายชื่อศิลปินนานาชาติจำนวน 45 ราย ที่จะมานำเสนอผลงานศิลปะซึ่งสร้างบทสนทนากับบริบทของเมืองกรุงเทพฯ
ความหลากหลายของศิลปินและผลงาน
เทศกาลนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการคัดเลือกศิลปินที่มีความหลากหลาย ทั้งศิลปินระดับตำนานที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก และศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงและมีผลงานที่น่าจับตามอง ความหลากหลายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เชื้อชาติหรือวัย แต่ยังรวมถึงรูปแบบการทำงานศิลปะที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย วิดีโออาร์ต ไปจนถึงศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ (Large-scale Installation) และศิลปะการแสดงสด (Performance Art)
แม้ว่ารายชื่อศิลปินทั้งหมดจะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการครบถ้วน แต่จากแนวทางของเทศกาลที่ผ่านมา สามารถคาดการณ์ได้ว่าผลงานที่จะจัดแสดงจะมีความน่าตื่นตาตื่นใจและกระตุ้นความคิด ผู้ชมจะได้สัมผัสกับมุมมองที่แตกต่างต่อประเด็น “Nurture Gaia” ผ่านเลนส์ทางวัฒนธรรมและประสบการณ์ส่วนตัวของศิลปินแต่ละคน ซึ่งจะทำให้เทศกาลนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง
พิกัดจัดแสดงที่ไม่ควรพลาด: การเดินทางสำรวจศิลปะทั่วกรุง
เสน่ห์ของ Bangkok Art Biennale คือการที่ผู้ชมต้องออกเดินทางไปตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อชมงานศิลปะ เปรียบเสมือนการผจญภัยในเมืองที่คุ้นเคยผ่านมุมมองใหม่ การเลือกสถานที่จัดแสดงนั้นมีความพิถีพิถัน โดยผสมผสานระหว่างพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ พื้นที่ร่วมสมัย และพื้นที่ทางประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
ในฐานะศูนย์กลางหลักของงาน BACC มักจะเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานชิ้นสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสำรวจเทศกาล พื้นที่ภายในหอศิลป์จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนเสมอ ด้วยสถาปัตยกรรมทรงกลมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้การชมงานศิลปะที่นี่มีมิติที่น่าสนใจและเป็นที่จดจำ
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
หลังจากเปิดตัวในฐานะสถานที่จัดแสดงครั้งแรกใน BAB 2022 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของเทศกาล ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย ทำให้สามารถรองรับผลงานศิลปะขนาดใหญ่พิเศษที่ไม่สามารถจัดแสดงในพื้นที่อื่นได้ การผสมผสานระหว่างอีเวนต์ศิลปะกับพื้นที่จัดงานระดับนานาชาติสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกรุงเทพฯ ในการเป็นเมืองแห่งศิลปะและความคิดสร้างสรรค์
วัด และพื้นที่ทางประวัติศาสตร์
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของ BAB คือการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยไปจัดแสดงในพื้นที่วัดและโบราณสถาน เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) หรือวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่เคยเป็นสถานที่จัดแสดงในครั้งก่อนๆ การติดตั้งงานศิลปะสมัยใหม่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมและบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ ได้สร้างบทสนทนาที่ทรงพลังระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ความเชื่อกับความคิดสร้างสรรค์ และศิลปะตะวันออกกับตะวันตก เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากเบียนนาเล่ที่อื่นในโลก
แกลเลอรีและพื้นที่สาธารณะอื่นๆ
นอกจากสถานที่หลักๆ แล้ว เทศกาลยังขยายเครือข่ายไปยังแกลเลอรีเอกชนและพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ทั่วเมือง ซึ่งอาจรวมถึงสวนสาธารณะ อาคารเก่า หรือแม้กระทั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา การกระจายตัวของงานศิลปะเช่นนี้ทำให้ผู้ชมได้สำรวจย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ ที่อาจไม่เคยไปมาก่อน และเป็นการนำศิลปะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง
| ประเภทสถานที่ | ลักษณะเด่น | ตัวอย่างผลงานที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรม (BACC) | ศูนย์กลางของงาน, เข้าถึงง่าย, พื้นที่จัดแสดงหลากหลาย, สถาปัตยกรรมร่วมสมัย | ศิลปะจัดวางขนาดใหญ่, นิทรรศการกลุ่มของศิลปินหลัก, งานอินเทอร์แอคทีฟ |
| ศูนย์ประชุม (QSNCC) | พื้นที่กว้างขวาง, ทันสมัย, รองรับงานขนาดใหญ่พิเศษได้ | ประติมากรรมขนาดมหึมา, งานศิลปะที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน |
| วัดและโบราณสถาน | สร้างบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน, บริบททางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เข้มข้น | ผลงานที่ตีความเรื่องจิตวิญญาณ, ประวัติศาสตร์, และความเชื่อในมุมมองร่วมสมัย |
| พื้นที่สาธารณะและแกลเลอรี | นำศิลปะเข้าถึงผู้คนในชีวิตประจำวัน, กระจายตัวทั่วเมือง, ส่งเสริมการสำรวจย่านต่างๆ | ประติมากรรมกลางแจ้ง, Street Art, นิทรรศการเดี่ยวในแกลเลอรีพันธมิตร |
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับประสบการณ์ศิลปะสุดพิเศษ
Bangkok Art Biennale 2025 ภายใต้ธีม “Nurture Gaia” ถือเป็นอีเวนต์ศิลปะที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจในศิลปะ วัฒนธรรม และประเด็นสิ่งแวดล้อม ตลอดระยะเวลา 4 เดือนเต็ม กรุงเทพมหานครจะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชีวิตชีวา เชื้อเชิญให้ทุกคนออกเดินทางสำรวจ ค้นพบ และไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ศิลปะ และโลกที่เราอาศัยอยู่
การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำสถานะของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงแห่งศิลปะของภูมิภาค แต่ยังเป็นการส่งสารที่สำคัญไปยังประชาคมโลกเกี่ยวกับความจำเป็นในการร่วมมือกันดูแลรักษาโลกใบนี้ การเตรียมตัววางแผนการเดินทางเพื่อชมงานศิลปะตามพิกัดต่างๆ จึงเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเที่ยวกรุงเทพฯ ในมิติที่ลึกซึ้งและแตกต่างออกไป ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารและประกาศรายชื่อศิลปินและสถานที่จัดแสดงอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้พลาดชมผลงานชิ้นเอกและกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดเทศกาล