วันอนุรักษ์คลอง: ชวนเที่ยว 5 ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ
ในทุกวันที่ 20 กันยายนของทุกปี ประเทศไทยได้กำหนดให้เป็น “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน และกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการดูแลรักษาแหล่งน้ำให้คงอยู่สืบไป หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างคนกับสายน้ำได้ดีที่สุดคือการเยี่ยมชมตลาดน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงมีลมหายใจ
- วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 20 กันยายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ
- การท่องเที่ยวตลาดน้ำเป็นหนทางหนึ่งในการสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตริมน้ำที่ผูกพันกับคนไทยมาตั้งแต่อดีต
- ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ หลายแห่งยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น บรรยากาศธรรมชาติ และเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อย
- การเดินทางไปยังตลาดน้ำเหล่านี้สะดวกสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
- การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมการอนุรักษ์ลำคลองไปพร้อมกัน
กิจกรรมในหัวข้อ วันอนุรักษ์คลอง: ชวนเที่ยว 5 ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เชื่อมโยงกับความสำคัญของวันดังกล่าวผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วันที่ 20 กันยายน หรือ “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าของแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศในหลายมิติ การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำจึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตที่อิงแอบกับธรรมชาติและสายน้ำ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และสร้างความเข้าใจในความจำเป็นของการอนุรักษ์เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้คงอยู่ต่อไป
ความสำคัญและที่มาของวันอนุรักษ์คลอง
ก่อนที่จะออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำ การทำความเข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันอนุรักษ์คลองจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางมากยิ่งขึ้น วันสำคัญนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่มีรากฐานมาจากการเล็งเห็นถึงปัญหาและการรณรงค์เพื่อฟื้นฟูสายน้ำของประเทศอย่างจริงจัง
จุดเริ่มต้นแห่งการรณรงค์
ที่มาของ “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2537 ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งจากท่าน้ำนนทบุรีไปยังประตูน้ำคลองรังสิต รวมระยะทางกว่า 72 กิโลเมตร เหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์ครั้งสำคัญ เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป หันมาให้ความสนใจและตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำลำคลองที่กำลังเสื่อมโทรมลงในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันสำคัญนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์แหล่งน้ำของชาติ
บทบาทของแม่น้ำ คู คลองต่อวิถีชีวิตไทย
ในอดีต ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น “เวนิสแห่งตะวันออก” เนื่องจากมีแม่น้ำลำคลองจำนวนมากเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน สายน้ำเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในหลายมิติ ได้แก่:
- การคมนาคมขนส่ง: คลองเป็นเส้นทางสัญจรหลักสำหรับการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงชุมชนต่างๆ เข้าด้วยกัน
- การเกษตรกรรม: เป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำนาข้าว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย
- การอุปโภคบริโภค: ผู้คนใช้ชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ตั้งแต่การใช้น้ำในชีวิตประจำวันไปจนถึงการเป็นแหล่งอาหาร
- การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม: ระบบคูคลองทำหน้าที่เป็นทางระบายน้ำตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน
- ศูนย์กลางทางวัฒนธรรม: ก่อให้เกิดประเพณีและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์มากมาย เช่น ประเพณีลอยกระทง การแข่งเรือยาว และวิถีชีวิตตลาดน้ำ
แม้ในปัจจุบันบทบาทบางอย่างของลำคลองจะลดน้อยลงตามการพัฒนาของเมือง แต่ความสำคัญในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมยังคงอยู่ การอนุรักษ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์ต่อไป
แนะนำ 5 ตลาดน้ำบรรยากาศดี สืบสานวิถีริมคลอง
เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองและเรียนรู้เนื่องในวันอนุรักษ์คลอง การเดินทางไปเยือนตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการใช้เวลาวันหยุดอย่างมีความหมาย แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกันไป มอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้แก่นักท่องเที่ยว
1. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม: เสน่ห์วิถีชุมชนในสวนเมืองกรุง
ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเป็นหนึ่งในตลาดน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางกรุงเทพฯ ในเขตตลิ่งชัน แต่ยังคงรักษากลิ่นอายของวิถีชีวิตชาวสวนริมคลองไว้ได้อย่างสมบูรณ์ บรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยความร่มรื่นจากสวนผลไม้และต้นไม้นานาพันธุ์ ทำให้การเดินเที่ยวชมเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่แออัดจนเกินไป
ตลาดน้ำคลองลัดมะยมโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างโซนขายอาหารบนบกและเรือพายที่ขายของกินเล่นและผลไม้สดๆ จากสวน เป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตริมน้ำแบบดั้งเดิมที่ปรับเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:
- ลิ้มรสอาหารหลากหลาย: ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารคาวหวาน โดยเฉพาะเมี่ยงคำดอกบัว ปลาเผาเกลือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ และขนมไทยโบราณที่หาทานได้ยาก
- ล่องเรือชมสวน: กิจกรรมยอดนิยมคือการนั่งเรือหางยาวชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน และแวะชมสวนกล้วยไม้ ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่น่าสนใจ
- เลือกซื้อสินค้าพื้นบ้าน: นอกจากอาหารแล้ว ยังมีโซนขายของฝาก งานฝีมือจากชุมชน และพืชผักผลไม้สดๆ จากสวนในราคาย่อมเยา
การเดินทาง: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการรถสาธารณะมาลงที่ถนนบรมราชชนนีแล้วต่อรถสองแถวเข้ามายังตลาดได้
เวลาเปิด-ปิด: วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 08:00 – 17:00 น.
2. ตลาดน้ำตลิ่งชัน: ความคลาสสิกริมคลองที่เข้าถึงง่าย
ตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นตลาดน้ำรุ่นบุกเบิกในเขตกรุงเทพฯ ที่ยังคงรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของที่นี่คือแพอาหารขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ริมน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับประทานอาหารพร้อมชมบรรยากาศพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายของได้อย่างใกล้ชิด เสียงดนตรีไทยที่บรรเลงสดยิ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศให้มีชีวิตชีวามากขึ้น
จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:
- อาหารทะเลสดใหม่: กุ้งเผาและปลาเผาเป็นเมนูเด็ดที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่ง ด้วยความสดใหม่และน้ำจิ้มรสจัดจ้าน
- บริการนวดแผนไทยบนเรือ: เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สร้างความผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศริมคลอง
- ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด: มีบริการเรือนำเที่ยวไปยังวัดต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง เป็นการผสมผสานการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตริมน้ำ
การเดินทาง: ตั้งอยู่หน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางหลายสาย หรือรถยนต์ส่วนตัว
เวลาเปิด-ปิด: วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 08:00 – 17:00 น.
3. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง: สัมผัสธรรมชาติในปอดของกรุงเทพฯ
ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ปอดของกรุงเทพฯ” ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจึงมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและเป็นธรรมชาติสูง ทางเดินในตลาดเป็นทางเดินเล็กๆ ลัดเลาะไปตามสวนและบ้านเรือนของชาวบ้าน ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านเพื่อนมากกว่ามาเที่ยวตลาด
จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:
- สินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ: มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและของกินพื้นบ้านที่เป็นมิตรต่อสุขภาพมากมาย เช่น น้ำลูกยอ มะม่วงน้ำปลาหวานสูตรโบราณ และขนมจาก
- กิจกรรมปั่นจักรยาน: นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานปั่นเที่ยวชมเส้นทางสีเขียวในคุ้งบางกะเจ้า แวะชมสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ ได้
- เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น: มีกิจกรรมเวิร์คช็อป เช่น การทำผ้ามัดย้อม การทำธูปสมุนไพร ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้และอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชุมชน
การเดินทาง: สามารถขับรถมาจอดที่วัดบางน้ำผึ้งนอก หรือข้ามเรือจากฝั่งวัดบางนานอกมายังฝั่งบางกะเจ้า แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือเช่าจักรยาน
เวลาเปิด-ปิด: วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 08:00 – 16:00 น.
4. ตลาดน้ำดอนหวาย: ตำนานความอร่อยริมแม่น้ำท่าจีน
ตลาดน้ำดอนหวาย จังหวัดนครปฐม เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีมานานกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตัวตลาดเป็นอาคารไม้โบราณที่ทอดยาวขนานไปกับแม่น้ำ ให้ความรู้สึกย้อนยุคและคลาสสิก ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง เพราะมีชื่อเสียงด้านอาหารคาวหวานรสชาติต้นตำรับที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น
จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:
- ศูนย์รวมของอร่อยระดับตำนาน: เป็ดพะโล้, ห่อหมก, ขนมตาลป้าไข่, ต้มเค็มปลาทู และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนเป็นของขึ้นชื่อที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน
- ล่องเรือชมทิวทัศน์แม่น้ำท่าจีน: มีบริการเรือนำเที่ยวชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ สัมผัสบ้านเรือนไทยโบราณและบรรยากาศที่เงียบสงบ
- บรรยากาศตลาดโบราณ: การเดินชมตลาดในอาคารไม้เก่าให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
การเดินทาง: เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครปฐม
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลาประมาณ 07:00 – 18:00 น. (คึกคักเป็นพิเศษในวันหยุด)
5. ตลาดน้ำอัมพวา: สีสันยามเย็นและมนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ
แม้จะอยู่ไกลกว่าที่อื่นเล็กน้อยในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ตลาดน้ำอัมพวาก็เป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าแก่การเดินทาง เอกลักษณ์ของที่นี่คือเป็น “ตลาดน้ำยามเย็น” ที่จะเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงค่ำคืน บรรยากาศริมคลองอัมพวาที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่และแสงไฟสลัวในยามค่ำคืนสร้างมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล
จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:
- อาหารทะเลปิ้งย่างบนเรือ: ภาพของพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังปิ้งย่างกุ้ง หอย ปู ปลาหมึกสดๆ บนเรือ เป็นภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ของอัมพวา
- ล่องเรือชมหิ่งห้อย: ในยามค่ำคืน กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือการนั่งเรือไปชมแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยตามต้นลำพู ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
- ที่พักโฮมสเตย์ริมน้ำ: การพักค้างคืนในโฮมสเตย์ริมคลองจะทำให้ได้ซึมซับบรรยากาศและวิถีชีวิตของชาวอัมพวาได้อย่างเต็มที่
การเดินทาง: สามารถเดินทางโดยรถตู้สาธารณะจากกรุงเทพฯ หรือขับรถยนต์ส่วนตัวมายังอำเภออัมพวา
เวลาเปิด-ปิด: วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 12:00 – 20:00 น.
เปรียบเทียบจุดเด่นของตลาดน้ำแต่ละแห่ง
เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับวันหยุดพักผ่อนที่กำลังจะมาถึง ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปและเปรียบเทียบจุดเด่นของตลาดน้ำทั้ง 5 แห่งไว้อย่างชัดเจน
| ตลาดน้ำ | บรรยากาศ | จุดเด่น | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| คลองลัดมะยม | วิถีชาวสวน ร่มรื่น เป็นกันเอง | อาหารหลากหลาย, ล่องเรือชมสวน, สินค้าพื้นบ้าน | ครอบครัว, ผู้ที่ชอบความสงบและธรรมชาติ |
| ตลิ่งชัน | คลาสสิก มีชีวิตชีวา ใจกลางกรุง | แพอาหารริมน้ำ, ดนตรีไทยสด, นวดบนเรือ | นักท่องเที่ยวที่เวลาจำกัด, ชอบความสะดวกสบาย |
| บางน้ำผึ้ง | ธรรมชาติสูง ลัดเลาะในสวน | ปั่นจักรยาน, สินค้าเพื่อสุขภาพ, กิจกรรมเวิร์คช็อป | สายสุขภาพ, นักปั่นจักรยาน, ผู้รักกิจกรรม |
| ดอนหวาย | ตลาดเก่าโบราณริมแม่น้ำ | อาหารรสชาติตำนาน (เป็ดพะโล้), บรรยากาศย้อนยุค | นักชิม, ผู้ที่ชื่นชอบของอร่อยและของฝาก |
| อัมพวา | ตลาดน้ำยามเย็น โรแมนติก | อาหารทะเลบนเรือ, ล่องเรือชมหิ่งห้อย, โฮมสเตย์ | คู่รัก, กลุ่มเพื่อน, ผู้ที่ต้องการพักค้างคืน |
เที่ยวตลาดน้ำอย่างไรให้ยั่งยืนและสร้างสรรค์
การไปเที่ยวตลาดน้ำในวันอนุรักษ์คลองสามารถเป็นมากกว่าการพักผ่อนหย่อนใจ หากนักท่องเที่ยวใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนทริปธรรมดาให้เป็นการท่องเที่ยวที่ช่วยส่งเสริมทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้อย่างแท้จริง
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อแม่น้ำลำคลอง
การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเป็นหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของตลาดน้ำและลำคลองได้ง่ายๆ ดังนี้:
- ลดการสร้างขยะ: พกพาภาชนะส่วนตัว เช่น กล่องข้าว กระบอกน้ำ หรือถุงผ้า เพื่อลดการใช้พลาสติกและโฟมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
- ทิ้งขยะให้เป็นที่: ช่วยกันรักษาความสะอาดโดยทิ้งขยะลงในถังที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันขยะตกลงสู่แหล่งน้ำ
- ไม่ให้อาหารปลาด้วยขนม: หากต้องการให้อาหารปลา ควรเลือกใช้อาหารปลาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้คุณภาพน้ำเสีย
- เลือกใช้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: สนับสนุนผู้ประกอบการเรือที่ใช้เครื่องยนต์ที่ไม่ก่อมลพิษทางเสียงหรือทางน้ำมากเกินไป
สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยว
ตลาดน้ำเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของคนในชุมชน การเลือกซื้อสินค้าและบริการจากคนท้องถิ่นโดยตรงเป็นการกระจายรายได้และช่วยให้พวกเขาสามารถรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้
- อุดหนุนสินค้าท้องถิ่น: เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อาหารแปรรูป และงานหัตถกรรมที่ผลิตโดยชาวบ้านในชุมชน
- พูดคุยและเรียนรู้: การพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าจะทำให้ได้เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของสินค้าและวิถีชีวิตของพวกเขา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากกว่าการซื้อของเพียงอย่างเดียว
- ให้คุณค่ากับภูมิปัญญา: ชื่นชมและสนับสนุนสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
บทสรุป: ร่วมสืบสานวิถีชีวิตริมน้ำในวันอนุรักษ์คลอง
วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ในวันที่ 20 กันยายน เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงคุณค่าของสายน้ำที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน การเลือกใช้เวลาในวันหยุดเพื่อออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ ทั้ง 5 แห่งที่ได้แนะนำไป ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำคลองลัดมะยม, ตลิ่งชัน, บางน้ำผึ้ง, ดอนหวาย หรืออัมพวา ล้วนเป็นการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า
การท่องเที่ยวในสถานที่เหล่านี้ไม่ได้มอบเพียงความเพลิดเพลินจากอาหารอร่อยและบรรยากาศที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชนโดยตรง และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความตระหนักรู้และความรักในสายน้ำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ดังนั้น การวางแผนเดินทางไปเยือนตลาดน้ำในโอกาสนี้ จึงเป็นการร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป