Home » วันอนุรักษ์คลอง: ชวนเที่ยว 5 ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ

วันอนุรักษ์คลอง: ชวนเที่ยว 5 ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ

สารบัญ

ในทุกวันที่ 20 กันยายนของทุกปี ประเทศไทยได้กำหนดให้เป็น “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน และกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการดูแลรักษาแหล่งน้ำให้คงอยู่สืบไป หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างคนกับสายน้ำได้ดีที่สุดคือการเยี่ยมชมตลาดน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงมีลมหายใจ

  • วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 20 กันยายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ
  • การท่องเที่ยวตลาดน้ำเป็นหนทางหนึ่งในการสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตริมน้ำที่ผูกพันกับคนไทยมาตั้งแต่อดีต
  • ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ หลายแห่งยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น บรรยากาศธรรมชาติ และเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อย
  • การเดินทางไปยังตลาดน้ำเหล่านี้สะดวกสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
  • การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมการอนุรักษ์ลำคลองไปพร้อมกัน

กิจกรรมในหัวข้อ วันอนุรักษ์คลอง: ชวนเที่ยว 5 ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เชื่อมโยงกับความสำคัญของวันดังกล่าวผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วันที่ 20 กันยายน หรือ “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าของแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศในหลายมิติ การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำจึงไม่ใช่เพียงการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตที่อิงแอบกับธรรมชาติและสายน้ำ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และสร้างความเข้าใจในความจำเป็นของการอนุรักษ์เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้คงอยู่ต่อไป

ความสำคัญและที่มาของวันอนุรักษ์คลอง

ก่อนที่จะออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำ การทำความเข้าใจถึงที่มาและความสำคัญของวันอนุรักษ์คลองจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางมากยิ่งขึ้น วันสำคัญนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่มีรากฐานมาจากการเล็งเห็นถึงปัญหาและการรณรงค์เพื่อฟื้นฟูสายน้ำของประเทศอย่างจริงจัง

จุดเริ่มต้นแห่งการรณรงค์

ที่มาของ “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2537 ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งจากท่าน้ำนนทบุรีไปยังประตูน้ำคลองรังสิต รวมระยะทางกว่า 72 กิโลเมตร เหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์ครั้งสำคัญ เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป หันมาให้ความสนใจและตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำลำคลองที่กำลังเสื่อมโทรมลงในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันสำคัญนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์แหล่งน้ำของชาติ

บทบาทของแม่น้ำ คู คลองต่อวิถีชีวิตไทย

ในอดีต ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น “เวนิสแห่งตะวันออก” เนื่องจากมีแม่น้ำลำคลองจำนวนมากเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน สายน้ำเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในหลายมิติ ได้แก่:

  • การคมนาคมขนส่ง: คลองเป็นเส้นทางสัญจรหลักสำหรับการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงชุมชนต่างๆ เข้าด้วยกัน
  • การเกษตรกรรม: เป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำนาข้าว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย
  • การอุปโภคบริโภค: ผู้คนใช้ชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ตั้งแต่การใช้น้ำในชีวิตประจำวันไปจนถึงการเป็นแหล่งอาหาร
  • การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม: ระบบคูคลองทำหน้าที่เป็นทางระบายน้ำตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน
  • ศูนย์กลางทางวัฒนธรรม: ก่อให้เกิดประเพณีและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์มากมาย เช่น ประเพณีลอยกระทง การแข่งเรือยาว และวิถีชีวิตตลาดน้ำ

แม้ในปัจจุบันบทบาทบางอย่างของลำคลองจะลดน้อยลงตามการพัฒนาของเมือง แต่ความสำคัญในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมยังคงอยู่ การอนุรักษ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์ต่อไป

แนะนำ 5 ตลาดน้ำบรรยากาศดี สืบสานวิถีริมคลอง

แนะนำ 5 ตลาดน้ำบรรยากาศดี สืบสานวิถีริมคลอง

เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองและเรียนรู้เนื่องในวันอนุรักษ์คลอง การเดินทางไปเยือนตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการใช้เวลาวันหยุดอย่างมีความหมาย แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกันไป มอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้แก่นักท่องเที่ยว

1. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม: เสน่ห์วิถีชุมชนในสวนเมืองกรุง

ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเป็นหนึ่งในตลาดน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางกรุงเทพฯ ในเขตตลิ่งชัน แต่ยังคงรักษากลิ่นอายของวิถีชีวิตชาวสวนริมคลองไว้ได้อย่างสมบูรณ์ บรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยความร่มรื่นจากสวนผลไม้และต้นไม้นานาพันธุ์ ทำให้การเดินเที่ยวชมเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่แออัดจนเกินไป

ตลาดน้ำคลองลัดมะยมโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างโซนขายอาหารบนบกและเรือพายที่ขายของกินเล่นและผลไม้สดๆ จากสวน เป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตริมน้ำแบบดั้งเดิมที่ปรับเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:

  • ลิ้มรสอาหารหลากหลาย: ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารคาวหวาน โดยเฉพาะเมี่ยงคำดอกบัว ปลาเผาเกลือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ และขนมไทยโบราณที่หาทานได้ยาก
  • ล่องเรือชมสวน: กิจกรรมยอดนิยมคือการนั่งเรือหางยาวชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน และแวะชมสวนกล้วยไม้ ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่น่าสนใจ
  • เลือกซื้อสินค้าพื้นบ้าน: นอกจากอาหารแล้ว ยังมีโซนขายของฝาก งานฝีมือจากชุมชน และพืชผักผลไม้สดๆ จากสวนในราคาย่อมเยา

การเดินทาง: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการรถสาธารณะมาลงที่ถนนบรมราชชนนีแล้วต่อรถสองแถวเข้ามายังตลาดได้
เวลาเปิด-ปิด: วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 08:00 – 17:00 น.

2. ตลาดน้ำตลิ่งชัน: ความคลาสสิกริมคลองที่เข้าถึงง่าย

ตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นตลาดน้ำรุ่นบุกเบิกในเขตกรุงเทพฯ ที่ยังคงรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของที่นี่คือแพอาหารขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ริมน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับประทานอาหารพร้อมชมบรรยากาศพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายของได้อย่างใกล้ชิด เสียงดนตรีไทยที่บรรเลงสดยิ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศให้มีชีวิตชีวามากขึ้น

จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:

  • อาหารทะเลสดใหม่: กุ้งเผาและปลาเผาเป็นเมนูเด็ดที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่ง ด้วยความสดใหม่และน้ำจิ้มรสจัดจ้าน
  • บริการนวดแผนไทยบนเรือ: เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สร้างความผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศริมคลอง
  • ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด: มีบริการเรือนำเที่ยวไปยังวัดต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง เป็นการผสมผสานการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตริมน้ำ

การเดินทาง: ตั้งอยู่หน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางหลายสาย หรือรถยนต์ส่วนตัว
เวลาเปิด-ปิด: วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 08:00 – 17:00 น.

3. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง: สัมผัสธรรมชาติในปอดของกรุงเทพฯ

ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ปอดของกรุงเทพฯ” ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจึงมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและเป็นธรรมชาติสูง ทางเดินในตลาดเป็นทางเดินเล็กๆ ลัดเลาะไปตามสวนและบ้านเรือนของชาวบ้าน ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านเพื่อนมากกว่ามาเที่ยวตลาด

จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:

  • สินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ: มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและของกินพื้นบ้านที่เป็นมิตรต่อสุขภาพมากมาย เช่น น้ำลูกยอ มะม่วงน้ำปลาหวานสูตรโบราณ และขนมจาก
  • กิจกรรมปั่นจักรยาน: นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานปั่นเที่ยวชมเส้นทางสีเขียวในคุ้งบางกะเจ้า แวะชมสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ ได้
  • เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น: มีกิจกรรมเวิร์คช็อป เช่น การทำผ้ามัดย้อม การทำธูปสมุนไพร ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้และอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชุมชน

การเดินทาง: สามารถขับรถมาจอดที่วัดบางน้ำผึ้งนอก หรือข้ามเรือจากฝั่งวัดบางนานอกมายังฝั่งบางกะเจ้า แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือเช่าจักรยาน
เวลาเปิด-ปิด: วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 08:00 – 16:00 น.

4. ตลาดน้ำดอนหวาย: ตำนานความอร่อยริมแม่น้ำท่าจีน

ตลาดน้ำดอนหวาย จังหวัดนครปฐม เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีมานานกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตัวตลาดเป็นอาคารไม้โบราณที่ทอดยาวขนานไปกับแม่น้ำ ให้ความรู้สึกย้อนยุคและคลาสสิก ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง เพราะมีชื่อเสียงด้านอาหารคาวหวานรสชาติต้นตำรับที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น

จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:

  • ศูนย์รวมของอร่อยระดับตำนาน: เป็ดพะโล้, ห่อหมก, ขนมตาลป้าไข่, ต้มเค็มปลาทู และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนเป็นของขึ้นชื่อที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน
  • ล่องเรือชมทิวทัศน์แม่น้ำท่าจีน: มีบริการเรือนำเที่ยวชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ สัมผัสบ้านเรือนไทยโบราณและบรรยากาศที่เงียบสงบ
  • บรรยากาศตลาดโบราณ: การเดินชมตลาดในอาคารไม้เก่าให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต

การเดินทาง: เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครปฐม
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลาประมาณ 07:00 – 18:00 น. (คึกคักเป็นพิเศษในวันหยุด)

5. ตลาดน้ำอัมพวา: สีสันยามเย็นและมนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ

แม้จะอยู่ไกลกว่าที่อื่นเล็กน้อยในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ตลาดน้ำอัมพวาก็เป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าแก่การเดินทาง เอกลักษณ์ของที่นี่คือเป็น “ตลาดน้ำยามเย็น” ที่จะเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงค่ำคืน บรรยากาศริมคลองอัมพวาที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่และแสงไฟสลัวในยามค่ำคืนสร้างมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล

จุดเด่นและกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:

  • อาหารทะเลปิ้งย่างบนเรือ: ภาพของพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังปิ้งย่างกุ้ง หอย ปู ปลาหมึกสดๆ บนเรือ เป็นภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ของอัมพวา
  • ล่องเรือชมหิ่งห้อย: ในยามค่ำคืน กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือการนั่งเรือไปชมแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยตามต้นลำพู ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
  • ที่พักโฮมสเตย์ริมน้ำ: การพักค้างคืนในโฮมสเตย์ริมคลองจะทำให้ได้ซึมซับบรรยากาศและวิถีชีวิตของชาวอัมพวาได้อย่างเต็มที่

การเดินทาง: สามารถเดินทางโดยรถตู้สาธารณะจากกรุงเทพฯ หรือขับรถยนต์ส่วนตัวมายังอำเภออัมพวา
เวลาเปิด-ปิด: วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 12:00 – 20:00 น.

เปรียบเทียบจุดเด่นของตลาดน้ำแต่ละแห่ง

เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับวันหยุดพักผ่อนที่กำลังจะมาถึง ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปและเปรียบเทียบจุดเด่นของตลาดน้ำทั้ง 5 แห่งไว้อย่างชัดเจน

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลสำคัญของ 5 ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ
ตลาดน้ำ บรรยากาศ จุดเด่น เหมาะสำหรับ
คลองลัดมะยม วิถีชาวสวน ร่มรื่น เป็นกันเอง อาหารหลากหลาย, ล่องเรือชมสวน, สินค้าพื้นบ้าน ครอบครัว, ผู้ที่ชอบความสงบและธรรมชาติ
ตลิ่งชัน คลาสสิก มีชีวิตชีวา ใจกลางกรุง แพอาหารริมน้ำ, ดนตรีไทยสด, นวดบนเรือ นักท่องเที่ยวที่เวลาจำกัด, ชอบความสะดวกสบาย
บางน้ำผึ้ง ธรรมชาติสูง ลัดเลาะในสวน ปั่นจักรยาน, สินค้าเพื่อสุขภาพ, กิจกรรมเวิร์คช็อป สายสุขภาพ, นักปั่นจักรยาน, ผู้รักกิจกรรม
ดอนหวาย ตลาดเก่าโบราณริมแม่น้ำ อาหารรสชาติตำนาน (เป็ดพะโล้), บรรยากาศย้อนยุค นักชิม, ผู้ที่ชื่นชอบของอร่อยและของฝาก
อัมพวา ตลาดน้ำยามเย็น โรแมนติก อาหารทะเลบนเรือ, ล่องเรือชมหิ่งห้อย, โฮมสเตย์ คู่รัก, กลุ่มเพื่อน, ผู้ที่ต้องการพักค้างคืน

เที่ยวตลาดน้ำอย่างไรให้ยั่งยืนและสร้างสรรค์

การไปเที่ยวตลาดน้ำในวันอนุรักษ์คลองสามารถเป็นมากกว่าการพักผ่อนหย่อนใจ หากนักท่องเที่ยวใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนทริปธรรมดาให้เป็นการท่องเที่ยวที่ช่วยส่งเสริมทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้อย่างแท้จริง

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อแม่น้ำลำคลอง

การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเป็นหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของตลาดน้ำและลำคลองได้ง่ายๆ ดังนี้:

  • ลดการสร้างขยะ: พกพาภาชนะส่วนตัว เช่น กล่องข้าว กระบอกน้ำ หรือถุงผ้า เพื่อลดการใช้พลาสติกและโฟมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  • ทิ้งขยะให้เป็นที่: ช่วยกันรักษาความสะอาดโดยทิ้งขยะลงในถังที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันขยะตกลงสู่แหล่งน้ำ
  • ไม่ให้อาหารปลาด้วยขนม: หากต้องการให้อาหารปลา ควรเลือกใช้อาหารปลาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้คุณภาพน้ำเสีย
  • เลือกใช้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: สนับสนุนผู้ประกอบการเรือที่ใช้เครื่องยนต์ที่ไม่ก่อมลพิษทางเสียงหรือทางน้ำมากเกินไป

สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยว

ตลาดน้ำเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของคนในชุมชน การเลือกซื้อสินค้าและบริการจากคนท้องถิ่นโดยตรงเป็นการกระจายรายได้และช่วยให้พวกเขาสามารถรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้

  • อุดหนุนสินค้าท้องถิ่น: เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อาหารแปรรูป และงานหัตถกรรมที่ผลิตโดยชาวบ้านในชุมชน
  • พูดคุยและเรียนรู้: การพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าจะทำให้ได้เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของสินค้าและวิถีชีวิตของพวกเขา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากกว่าการซื้อของเพียงอย่างเดียว
  • ให้คุณค่ากับภูมิปัญญา: ชื่นชมและสนับสนุนสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

บทสรุป: ร่วมสืบสานวิถีชีวิตริมน้ำในวันอนุรักษ์คลอง

วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ในวันที่ 20 กันยายน เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงคุณค่าของสายน้ำที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน การเลือกใช้เวลาในวันหยุดเพื่อออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ ทั้ง 5 แห่งที่ได้แนะนำไป ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำคลองลัดมะยม, ตลิ่งชัน, บางน้ำผึ้ง, ดอนหวาย หรืออัมพวา ล้วนเป็นการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า

การท่องเที่ยวในสถานที่เหล่านี้ไม่ได้มอบเพียงความเพลิดเพลินจากอาหารอร่อยและบรรยากาศที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชนโดยตรง และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความตระหนักรู้และความรักในสายน้ำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ดังนั้น การวางแผนเดินทางไปเยือนตลาดน้ำในโอกาสนี้ จึงเป็นการร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป