Home » AI ติดบ้าน 2026: ส่องเทรนด์จาก CES ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ

AI ติดบ้าน 2026: ส่องเทรนด์จาก CES ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ

สารบัญ

ประเด็นสำคัญจาก CES 2026

AI ติดบ้าน 2026: ส่องเทรนด์จาก CES ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ - ces-2026-smart-home-ai-trends

  • Ecosystem คือหัวใจหลัก: เทรนด์สำคัญคือการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ AI สามารถเชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ทุกชิ้นในบ้านได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ทีวี ตู้เย็น ไปจนถึงระบบความปลอดภัย
  • Edge AI กำลังมาแรง: การประมวลผลบนตัวอุปกรณ์ (Edge AI) ได้รับความนิยมมากขึ้น ช่วยให้ AI ทำงานได้รวดเร็วขึ้น มีความเป็นส่วนตัวสูง และลดการพึ่งพาอินเทอร์เน็ต
  • หุ่นยนต์ผู้ช่วยในบ้านกลายเป็นจริง: หลายบริษัทเปิดตัวหุ่นยนต์สำหรับใช้งานในบ้านจริง ตั้งแต่หุ่นยนต์ทำงานบ้านไปจนถึงหุ่นยนต์ที่เป็นเพื่อนแก้เหงาสำหรับผู้สูงอายุ
  • AI ที่เข้าใจมนุษย์: นวัตกรรมมุ่งเน้นไปที่การทำให้ AI สามารถโต้ตอบและเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผ่านการสนทนาและการจดจำพฤติกรรม
  • เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน: นอกเหนือจากความสะดวกสบาย ยังมีการนำเสนอฮาร์ดแวร์สีเขียว เช่น ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับบ้าน และเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดเรื่อง AI ติดบ้าน 2026: ส่องเทรนด์จาก CES ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ กำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้มากขึ้น จากที่เคยเป็นเพียงจินตนาการในภาพยนตร์ไซไฟ ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้ถูกพัฒนาให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างเต็มรูปแบบ งาน Consumer Electronics Show หรือ CES 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ลาสเวกัส ได้ฉายภาพอนาคตของบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยสั่งงานธรรมดา แต่กลายเป็น “คู่คิด” ที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างชาญฉลาด นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จัดแสดงในงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการดูแลสุขภาพ

งาน CES 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 มกราคม 2569 ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงง่ายและผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว แนวโน้มที่ชัดเจนที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์อัจฉริยะที่ทำงานแยกส่วนกัน ไปสู่ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทุกอย่างเป็นหนึ่งเดียว ทำให้บ้านทั้งหลังสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาไปสำรวจเทรนด์และนวัตกรรม AI สำหรับบ้านที่น่าสนใจจากงาน CES 2026 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในอนาคตอันใกล้นี้

ภาพรวมเทรนด์ AI จากงาน CES 2026: เมื่อปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน

บรรยากาศภายในงาน CES 2026 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จากยุคที่ AI เป็นเพียงแนวคิดหรือตัวเดโมที่น่าตื่นตาตื่นใจ สู่ยุคที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์จริงที่พร้อมใช้งานในครัวเรือน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA, AMD และ Intel ได้จัดแสดงฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผล AI ที่ซับซ้อน ขณะที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสาน AI เข้าไปเป็นฟังก์ชันหลัก ไม่ว่าจะเป็นทีวีอัจฉริยะ แว่นตา AR หรือหุ่นยนต์ภายในบ้าน

หนึ่งในแนวคิดที่โดดเด่นคือ “Ambient AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่แทรกซึมอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวเราอย่างแนบเนียน โดยทำงานเบื้องหลังเพื่ออำนวยความสะดวกโดยไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะต้องสั่งงานทุกครั้ง AI จะเรียนรู้พฤติกรรมและคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า เช่น การปรับแสงสว่างและอุณหภูมิในห้องให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ หรือการแนะนำรายการทีวีที่ผู้ใช้น่าจะชื่นชอบโดยอิงจากประวัติการรับชม สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า AI กำลังพัฒนาจากเครื่องมือที่ต้องสั่งการ (Active Tool) ไปสู่ผู้ช่วยที่ทำงานเชิงรุก (Proactive Assistant)

Samsung กับวิสัยทัศน์ “Your Companion to AI Living”: นิยามใหม่ของบ้านอัจฉริยะ

ในงาน CES 2026, Samsung ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดบ้านอัจฉริยะด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์ “Your Companion to AI Living” ซึ่งเป็นการยกระดับแนวคิดของ Smart Home ไปอีกขั้น โดยเปลี่ยน AI ให้เป็น “คู่คิดอัจฉริยะ” ที่คอยดูแลและจัดการทุกมิติของชีวิตภายในบ้าน ตั้งแต่การทำงานบ้าน การดูแลสุขภาพ ความบันเทิง ไปจนถึงการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ วิสัยทัศน์นี้ไม่ได้มองอุปกรณ์แต่ละชิ้นแยกจากกัน แต่มองเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ทุกอย่างเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์

SmartThings: หัวใจของ Ecosystem อัจฉริยะ

เบื้องหลังวิสัยทัศน์นี้คือแพลตฟอร์ม SmartThings ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะของ Samsung ด้วยฐานผู้ใช้งานกว่า 430 ล้านคนทั่วโลก SmartThings ทำหน้าที่เป็นสมองกลที่ผสานการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่ม Bespoke AI เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมและตั้งค่าการทำงานอัตโนมัติของอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากแอปพลิเคชันเดียว ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเริ่มทำงานทันทีที่ทุกคนออกจากบ้าน หรือให้เครื่องปรับอากาศเปิดทำงานล่วงหน้าก่อนที่ผู้ใช้จะกลับมาถึง โดยอิงจากตำแหน่ง GPS บนสมาร์ทโฟน

นวัตกรรม AI ในเครื่องใช้ไฟฟ้า Bespoke

Samsung ได้สาธิตการทำงานของ AI ผ่านผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Bespoke AI หลายชนิด ซึ่งได้รับรางวัล CES Innovation Award หลายรายการ:

  • Vision AI Companion (VAC): ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ปรากฏบนหน้าจอทีวี ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความบันเทิงและข้อมูลภายในบ้าน สามารถแนะนำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เมนูอาหารที่เหมาะกับวัตถุดิบในตู้เย็น หรือแม้กระทั่งเปิดเพลงที่เข้ากับบรรยากาศในห้อง นอกจากนี้ยังมี AI Soccer Mode ที่ปรับภาพและเสียงให้เหมาะสมกับการชมกีฬาโดยเฉพาะ โดยใช้เทคโนโลยี Micro RGB AI Engine Pro เพื่อควบคุมการแสดงผลสีสันให้สมจริงในระดับพิกเซล
  • ตู้เย็น Family Hub + Google Gemini: ตู้เย็นรุ่นใหม่มาพร้อมกับความสามารถในการจดจำวัตถุดิบภายในตู้ได้อย่างแม่นยำเป็นครั้งแรก ด้วยการผสานพลังของ AI จาก Google Gemini ทำให้สามารถวิเคราะห์และวางแผนมื้ออาหาร รวมถึงสร้างรายการซื้อของที่ขาดหายไปได้อย่างอัตโนมัติ
  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Bespoke AI Jet Bot Steam Ultra: หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่มาพร้อมระบบจดจำวัตถุขั้นสูง สามารถดูดฝุ่นและถูพื้นได้ในเครื่องเดียว ผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Bixby ในรูปแบบการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลบ้านเมื่อเจ้าของไม่อยู่ โดยสามารถตรวจจับสิ่งผิดปกติหรือแจ้งเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมแปลกๆ
  • ระบบรักษาความปลอดภัย: Samsung ได้ร่วมมือกับบริษัทประกันภัยเพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่สามารถลดค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันได้ โดยระบบจะเริ่มทดสอบในสหรัฐอเมริกาในปี 2025 ก่อนจะขยายไปทั่วโลก

แนวคิด “Your Companion to AI Living” ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟังก์ชันอัจฉริยะให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี ที่ซึ่ง AI สามารถเข้าใจบริบทและตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลได้อย่างแท้จริง

ความสำคัญของ Edge AI: ประมวลผลรวดเร็วและปลอดภัย

จุดเด่นที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ AI จาก Samsung คือการเน้นใช้เทคโนโลยี Edge AI ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลบนตัวอุปกรณ์โดยตรง แทนที่จะส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ การทำเช่นนี้มีข้อดีหลายประการ คือ ช่วยให้การทำงานของ AI รวดเร็วและตอบสนองได้ทันที ลดการพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคือช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ เพราะข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ภาพจากกล้องหรือบทสนทนา จะถูกจัดการภายในอุปกรณ์เท่านั้น

กองทัพหุ่นยนต์ผู้ช่วย: เพื่อนคู่คิดในบ้านแห่งอนาคต

นอกเหนือจาก Samsung แล้ว อีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในงาน CES 2026 คือการเปิดตัวหุ่นยนต์สำหรับใช้งานในบ้าน (Home Robots) จากหลากหลายบริษัท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้พัฒนาไปไกลจนสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือนได้แล้ว โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ่นยนต์ทำความสะอาด แต่ยังครอบคลุมถึงหุ่นยนต์ที่สามารถโต้ตอบและเป็นเพื่อนกับมนุษย์ได้

LG เปิดตัว CLOiD: หุ่นยนต์เพื่องานบ้าน

LG ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวหุ่นยนต์ในบ้าน CLOiD เป็นครั้งแรก โดยออกแบบมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ของ LG จากที่เคยเน้นใช้งานในเชิงพาณิชย์ มาสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น

AGIBOT และ Unitree: ปฏิสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติ

บริษัทผู้พัฒนาหุ่นยนต์เฉพาะทางอย่าง AGIBOT ได้นำเสนอหุ่นยนต์รุ่น AGIBOT X2 และ Spirit G2 ที่มีความสามารถในการโต้ตอบกับมนุษย์ได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ ขณะที่ Unitree ได้แสดงเทคโนโลยีโมเดลรู้จำการเคลื่อนไหวแบบ embodied action ซึ่งทำให้หุ่นยนต์สามารถเข้าใจและเลียนแบบท่าทางของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น

Tombot Jennie: เพื่อนสี่ขาสำหรับผู้สูงอายุ

หนึ่งในนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่น่าประทับใจคือ Jennie หุ่นยนต์สุนัขผู้ช่วยจากบริษัท Tombot ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเป็นเพื่อนคู่คิดสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม Jennie สามารถแสดงอารมณ์และตอบสนองต่อการสัมผัสได้เหมือนสุนัขจริง ช่วยลดความเหงาและสร้างความผูกพันทางอารมณ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการทางสังคม

เทคโนโลยีและนวัตกรรมอื่นๆ ที่น่าจับตามอง

งาน CES 2026 ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายที่สะท้อนถึงทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต

Hisense และสมาร์ทโฮมที่สมจริง

Hisense ได้นำเสนอเทคโนโลยีทีวี RGB Mini LED ที่ให้ภาพคมชัดและสีสันสมจริง พร้อมกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่รองรับมาตรฐาน HDR10 เพื่อสร้างประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ฮาร์ดแวร์สีเขียวและการจัดการพลังงาน

เทรนด์ด้านความยั่งยืนก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญ มีการจัดแสดงเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์สีเขียว เช่น ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับใช้ในบ้าน และเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ที่ช่วยให้การบริหารจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียพลังงาน และรองรับการใช้พลังงานหมุนเวียน

นวัตกรรมที่ได้รับรางวัล CES Innovation Award

นอกจากผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ใหญ่แล้ว ยังมีนวัตกรรมจากสตาร์ทอัพที่ได้รับรางวัลมากมาย เช่น Sarah’s home therapy booth ซึ่งเป็น AI mental coach ที่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตภายในบ้าน และ Infopla’s vision-based AI agent ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ใช้การมองเห็นเพื่อช่วยจัดการงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องหลังเวที: The AI House และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากการจัดแสดงผลิตภัณฑ์แล้ว งาน CES 2026 ยังเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ AI ผ่านกิจกรรมพิเศษอย่าง The AI House ซึ่งจัดขึ้น ณ Las Vegas Convention Center ที่นี่เป็นเวทีเครือข่ายชั้นนำที่รวบรวมผู้นำทางความคิดในวงการ AI ทั้งจากแบรนด์เทคโนโลยีขนาดใหญ่ ภาครัฐ และผู้กำหนดนโยบายมาไว้ในที่เดียว

ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อที่น่าสนใจหลายหัวข้อ เช่น เซสชันจาก Aadeel Akhtar ผู้ก่อตั้ง Psyonic ที่มาพูดถึงอนาคตของ AI ในหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และ Jyoti ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ ที่มาแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ให้สามารถขยายผลในระดับใหญ่ (Scale) ได้ การมีเวทีเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังมองไปข้างหน้า ไม่เพียงแต่ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการวางกรอบนโยบายและจริยธรรมเพื่อรองรับการเติบโตของ AI ในอนาคต

บทสรุป: อนาคตของ AI ในบ้าน

เทรนด์จากงาน CES 2026 ได้ให้ภาพที่ชัดเจนว่า AI ติดบ้าน 2026 จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ลดภาระงานบ้านที่น่าเบื่อ เพิ่มความเป็นส่วนตัว (Personalization) และเชื่อมต่อทุกมิติของการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว การแข่งขันในตลาดนี้จะทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Samsung ที่โดดเด่นด้วย Ecosystem ที่ครบวงจร ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีหุ่นยนต์และ Edge AI จากแบรนด์อื่นๆ ก็พร้อมที่จะเข้ามาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค

อนาคตของบ้านอัจฉริยะไม่ใช่แค่การมีอุปกรณ์ที่สั่งงานด้วยเสียงได้ แต่คือการมี “คู่คิด” ที่ชาญฉลาด คอยดูแลและจัดการให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน