ยื่นภาษีคริปโต 2569: สรุปกฎใหม่ที่นักเทรดต้องรู้!
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษีคริปโต 2569
- ภาพรวมกฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่
- การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: ยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี
- วิธีคำนวณกำไรขาดทุนเพื่อยื่นภาษี
- ขั้นตอนและกำหนดการยื่นภาษีคริปโตปี 2569
- Checklist: เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม
- กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง
- ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
- สรุปและแนวทางการวางแผนภาษี
การยื่นภาษีคริปโต 2569 ถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ครั้งใหญ่จากภาครัฐ การทำความเข้าใจในรายละเอียดของกฎหมายภาษีคริปโตใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่ บทความนี้จะสรุปทุกประเด็นที่นักเทรดต้องรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุด เพื่อการเตรียมตัวและวางแผนภาษีสำหรับปี 2569 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษีคริปโต 2569

- การยกเว้นภาษีกำไร 5 ปี: กำไรจากการขายคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีภาษี 2568 (ยื่นปี 2569) ถึงปีภาษี 2572
- การยื่นภาษียังคงเป็นภาคบังคับ: แม้ว่ากำไรจะได้รับการยกเว้นภาษี นักลงทุนทุกคนยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด. 90/91) เพื่อบันทึกข้อมูลและเป็นหลักฐาน
- การคำนวณต้นทุนแบบ FIFO: การคำนวณฐานต้นทุนของสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อหากำไรสุทธิ ต้องใช้วิธีการเข้าก่อน-ออกก่อน (First-In, First-Out) เท่านั้น
- ความสำคัญของแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต: สิทธิประโยชน์ทางภาษีนี้ใช้ได้เฉพาะกับการทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในประเทศไทย
- รายได้ประเภทอื่นอาจยังต้องเสียภาษี: รายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบอื่น เช่น การ Staking, Airdrop, หรือการให้ยืม (Lending) อาจยังคงต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีตามปกติ
ภาพรวมกฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ภาครัฐต้องปรับปรุงกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะในด้านภาษีอากร เพื่อสร้างความชัดเจนและส่งเสริมระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดซึ่งจะมีผลต่อการยื่นภาษีคริปโต 2569 คือการออกมาตรการสนับสนุนด้านภาษี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Hub) ในภูมิภาค
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักลงทุนและส่งเสริมให้เกิดการทำธุรกรรมภายในประเทศมากขึ้นผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐสามารถกำกับดูแลและจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อนักลงทุนบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้สามารถวางแผนภาษีได้อย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: ยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี
หัวใจสำคัญของกฎเกณฑ์ใหม่คือการประกาศยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไร (Capital Gains) ที่เกิดจากการขายคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับชุมชนนักลงทุนในประเทศ อย่างไรก็ตาม การยกเว้นภาษีนี้มีเงื่อนไขและขอบเขตที่ชัดเจนซึ่งนักลงทุนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ขอบเขตและเงื่อนไขการยกเว้นภาษี
เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษี นักลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลักดังต่อไปนี้:
- ประเภทสินทรัพย์: การยกเว้นภาษีครอบคลุมกำไรจากการขายหรือโอนคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล
- ช่องทางการทำธุรกรรม: ธุรกรรมการขายจะต้องเกิดขึ้นผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange), นายหน้า (Broker), หรือผู้ค้า (Dealer) ที่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในประเทศไทยเท่านั้น
- ระยะเวลา: มาตรการนี้มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 ซึ่งหมายความว่ากำไรที่เกิดขึ้นในปีภาษี 2568 จะถูกนำไปยื่นแบบแสดงรายการในปี 2569 และจะต่อเนื่องไปจนถึงการยื่นภาษีในปี 2573
- ผู้มีสิทธิ์: สิทธิประโยชน์นี้สงวนไว้สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทยและมีรายได้เกิดขึ้นในประเทศไทย สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจากแหล่งนอกประเทศและถูกนำเข้ามาในไทย อาจยังคงต้องเสียภาษีตามหลักเกณฑ์เดิม
ทำไมยังต้องยื่นภาษีแม้กำไรจะได้รับการยกเว้น?
แม้ว่ากำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้เงื่อนไขข้างต้นจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่กฎหมายยังคงกำหนดให้นักลงทุนทุกคนมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91) ประจำปีตามปกติ เหตุผลสำคัญคือเพื่อให้กรมสรรพากรสามารถรวบรวมข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมดไว้ในระบบ และเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่านักลงทุนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน
การยื่นแบบแสดงรายการจึงเปรียบเสมือนการสำแดงรายได้และธุรกรรมให้ภาครัฐรับทราบอย่างเป็นทางการ หากในอนาคตมีการตรวจสอบเกิดขึ้น นักลงทุนจะมีหลักฐานการยื่นภาษีที่ถูกต้องเพื่อชี้แจงที่มาของรายได้และยืนยันสิทธิ์ในการได้รับยกเว้นภาษี การละเลยการยื่นภาษีอาจนำไปสู่ปัญหาความยุ่งยากในการชี้แจงแหล่งที่มาของเงินทุนและอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังได้
วิธีคำนวณกำไรขาดทุนเพื่อยื่นภาษี
การคำนวณกำไรสุทธิจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเตรียมยื่นภาษี กรมสรรพากรกำหนดให้ใช้วิธีการคำนวณต้นทุนแบบเข้าก่อน-ออกก่อน หรือ FIFO (First-In, First-Out) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ
หลักการคำนวณต้นทุนแบบ FIFO
หลักการของ FIFO คือการสันนิษฐานว่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อเข้ามาก่อน จะถูกขายออกไปก่อน ดังนั้นในการคำนวณต้นทุนของสินทรัพย์ที่ขายไป จะต้องใช้ราคาของล็อตที่ซื้อเข้ามาแรกสุดมาหักลบออกจากราคาขาย
ตัวอย่างการคำนวณ:
สมมติว่า นาย ก. มีการทำธุรกรรมเหรียญ A ดังนี้:
- วันที่ 10 มกราคม: ซื้อเหรียญ A จำนวน 1 เหรียญ ราคา 200 บาท
- วันที่ 15 กุมภาพันธ์: ซื้อเหรียญ A เพิ่มอีก 1 เหรียญ ราคา 250 บาท
- วันที่ 20 มีนาคม: ขายเหรียญ A จำนวน 1 เหรียญ ได้เงิน 400 บาท
ตามหลัก FIFO ต้นทุนของเหรียญ A ที่ขายออกไปในวันที่ 20 มีนาคม จะต้องใช้ต้นทุนของล็อตแรกที่ซื้อเข้ามา คือ 200 บาท
การคำนวณกำไรสุทธิ:
กำไรสุทธิ = ราคาขาย – ต้นทุน (แบบ FIFO)
กำไรสุทธิ = 400 บาท – 200 บาท = 200 บาท
กำไรจำนวน 200 บาทนี้ แม้ว่าจะได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้กฎใหม่ (หากขายผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต) ก็ยังต้องถูกนำไปแสดงในแบบยื่นภาษีประจำปีด้วย
ประเภทรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องพิจารณา
นอกเหนือจากกำไรจากการขาย (Capital Gains) แล้ว นักลงทุนอาจมีรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งกฎการยกเว้นภาษีอาจไม่ครอบคลุม และยังคงต้องนำรายได้เหล่านั้นมาคำนวณเพื่อเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าภายใต้เงินได้พึงประเมินมาตรา 40(4) หรือมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข้อควรระวัง: รายได้จากกิจกรรม เช่น Staking, Yield Farming, การให้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล (Lending), หรือ Airdrop อาจยังคงถูกพิจารณาเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี นักลงทุนควรแยกบันทึกรายได้ส่วนนี้ออกจากกำไรที่ได้รับการยกเว้นอย่างชัดเจน
การทำความเข้าใจความแตกต่างของรายได้แต่ละประเภทเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนภาษี 2026 เพื่อให้แน่ใจว่าได้สำแดงรายได้ครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมาย
ขั้นตอนและกำหนดการยื่นภาษีคริปโตปี 2569
การยื่นภาษีสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นตลอดปีภาษี 2568 จะต้องดำเนินการภายในช่วงต้นปี 2569 นักลงทุนสามารถเลือกช่องทางการยื่นได้ตามความสะดวก ซึ่งแต่ละช่องทางมีกำหนดเวลาที่แตกต่างกันเล็กน้อย
แบบฟอร์มที่ใช้และช่องทางการยื่น
สำหรับบุคคลธรรมดา แบบฟอร์มที่ใช้ในการยื่นภาษีคือ ภ.ง.ด. 90 (สำหรับผู้มีเงินได้นอกเหนือจากเงินเดือน) หรือ ภ.ง.ด. 91 (สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว นักลงทุนคริปโตจะต้องใช้แบบ ภ.ง.ด. 90
ช่องทางการยื่นภาษีมี 2 ช่องทางหลัก:
- การยื่นแบบกระดาษ: สามารถยื่นได้ด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทั่วประเทศ
- การยื่นแบบออนไลน์: สามารถยื่นผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (www.rd.go.th) หรือผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวกและได้รับการส่งเสริม เนื่องจากระบบรองรับการกรอกข้อมูลรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยตรง
ตารางสรุปกำหนดเวลายื่นภาษี
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนของกำหนดการยื่นภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับปี 2569 สามารถสรุปได้ดังตารางต่อไปนี้
| ช่องทางการยื่นภาษี | ช่วงเวลา | รายละเอียดเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| แบบกระดาษ (ที่สำนักงานสรรพากร) | 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 | เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่โดยตรง |
| ออนไลน์ (เว็บไซต์กรมสรรพากร/แอปพลิเคชัน) | 1 มกราคม – 8 เมษายน 2569 | ได้รับขยายเวลาเพิ่มเติม สะดวก รวดเร็ว และรองรับข้อมูลคริปโต |
Checklist: เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม
การเตรียมเอกสารและข้อมูลให้พร้อมล่วงหน้าจะช่วยให้กระบวนการยื่นภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด นักลงทุนควรจัดเตรียมสิ่งต่อไปนี้:
- รายงานสรุปการซื้อขาย (Trading Report): ขอรายงานสรุปธุรกรรมตลอดทั้งปีภาษีจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทุกแห่งที่ใช้งาน ซึ่งเอกสารนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด
- หลักฐานการคำนวณต้นทุนแบบ FIFO: จัดทำตารางหรือเอกสารสรุปการคำนวณต้นทุนของทุกธุรกรรมที่ขายออกไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าได้ใช้วิธี FIFO อย่างถูกต้อง
- ข้อมูลวันที่และเวลาของธุรกรรม: บันทึกวันที่ซื้อ, วันที่ขาย, และวันที่ได้รับเงินจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละรายการ
- หลักฐานการใช้บริการแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต: เก็บข้อมูลที่ยืนยันว่าศูนย์ซื้อขายที่ใช้บริการนั้นเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย
- ข้อมูลรายได้ประเภทอื่น: รวบรวมข้อมูลรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นๆ เช่น Staking หรือ Airdrop เพื่อนำไปรวมคำนวณในแบบแสดงรายการภาษี
- เอกสารลดหย่อนภาษี: เตรียมเอกสารสำหรับรายการลดหย่อนต่างๆ เช่น ค่าเลี้ยงดูบุตร, ค่าเบี้ยประกัน, หรือค่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย เพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วน
กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง
การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ภาษีคริปโตนี้มีรากฐานมาจากกฎหมายและประกาศหลายฉบับ การทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนเห็นถึงความเชื่อมโยงและความตั้งใจของภาครัฐได้ดียิ่งขึ้น
- พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19): เป็นกฎหมายหลักที่แก้ไขมาตรา 40(4)(ห) และมาตรา 50(2)(ก) เพื่อกำหนดให้ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลเป็นเงินได้พึงประเมิน และกำหนดหลักเกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย
- พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 743, 744, 745) พ.ศ. 2565: เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการโอนคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลที่กระทำในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต และยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผลขาดทุนจากการลงทุนในคริปโตฯ ให้สามารถนำไปหักกลบกับกำไรในปีภาษีเดียวกันได้
- ประกาศใหม่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี: เป็นประกาศล่าสุดที่ต่อยอดจากกฎหมายเดิม โดยให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกำไร เพื่อส่งเสริมนโยบาย Digital Asset Hub
ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
เพื่อปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การยื่นภาษีคริปโต 2569 ได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้:
- เลือกใช้แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต: เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีและมีความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลของไทยเสมอ
- เก็บรักษาหลักฐานอย่างเป็นระบบ: ควรจัดเก็บรายงานการซื้อขายและหลักฐานการคำนวณต้นทุนทั้งหมดไว้อย่างน้อย 5-10 ปี เพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิงหากมีการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
- ศึกษาข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ: กฎหมายและข้อบังคับด้านภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของกรมสรรพากร (rd.go.th) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากมีโครงสร้างการลงทุนที่ซับซ้อน หรือมีรายได้จากหลายช่องทาง การปรึกษาที่ปรึกษาด้านภาษีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจะช่วยให้การวางแผนภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและรัดกุม
สรุปและแนวทางการวางแผนภาษี
การประกาศยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเวลา 5 ปี ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ส่งผลดีต่อนักลงทุนในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์นี้มาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การยื่นภาษีคริปโต 2569 จึงไม่ใช่เพียงแค่การกรอกตัวเลข แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเข้าใจในกฎเกณฑ์ การคำนวณที่ถูกต้อง และการจัดเก็บเอกสารหลักฐานอย่างเป็นระบบ
แนวทางสำคัญสำหรับนักลงทุนคือการให้ความสำคัญกับการทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตในประเทศ การบันทึกและคำนวณต้นทุนด้วยวิธี FIFO อย่างสม่ำเสมอ และการยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา แม้ว่ากำไรที่เกิดขึ้นอาจไม่ต้องเสียภาษีก็ตาม การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นักลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการทางภาษีใหม่ แต่ยังเป็นการสร้างความโปร่งใสและลดความเสี่ยงทางกฎหมายในระยะยาวอีกด้วย การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการลงทุนในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล