แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้
โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายภาครัฐเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ต้องการฟื้นฟูการใช้จ่ายของภาคประชาชนและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ มาตรการเหล่านี้มักออกแบบมาเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินทุนและสร้างสภาพคล่องในตลาด
สรุปประเด็นสำคัญของโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท
- วันเปิดลงทะเบียน: ประชาชนทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ สามารถเริ่มลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์: ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 70,000 บาท และมีเงินฝากในบัญชีธนาคารรวมกันทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท
- ช่องทางการรับเงิน: เงินจะถูกโอนเข้าดิจิทัลวอลเล็ตผ่านแอปพลิเคชันใหม่ของรัฐบาล ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับโครงการนี้โดยเฉพาะ และจะไม่ใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
- ช่วงเวลาการโอนเงิน: การโอนเงิน 10,000 บาท ให้แก่ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ จะเริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 (ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม)
- กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: จะมีกระบวนการโอนเงินแยกต่างหาก โดยจะเริ่มทยอยโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 เป็นต้นไป และสามารถถอนเป็นเงินสดได้
ภาพรวมและวัตถุประสงค์ของโครงการแจกเงิน 10,000 บาท
โครงการ แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้ นับเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่รัฐบาลประกาศใช้เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง ผ่านการมอบเงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาท ให้กับประชาชนผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าในชุมชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ที่มาของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
นโยบายนี้เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะฟื้นฟูและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค โดยรัฐบาลเล็งเห็นว่าการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากเมื่อประชาชนมีเงินในมือมากขึ้น ย่อมมีแนวโน้มที่จะนำไปใช้จ่าย ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายของผู้ประกอบการ ตั้งแต่ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ไปจนถึงภาคบริการต่างๆ ทำให้เกิดการจ้างงานและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวม โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาให้เป็นการกระจายเม็ดเงินอย่างทั่วถึงและรวดเร็วผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันสั้น
กลุ่มเป้าหมายหลักและผลที่คาดหวัง
กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการคือประชาชนชาวไทยที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะนำเงินที่ได้รับไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทันที การกำหนดเกณฑ์รายได้และเงินฝากจึงเป็นเครื่องมือในการคัดกรองเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ผลที่รัฐบาลคาดหวังคือการสร้าง “พายุหมุนทางเศรษฐกิจ” (Economic Whirlwind) ที่เม็ดเงิน 10,000 บาท จะถูกใช้จ่ายและหมุนเวียนต่อไปอีกหลายทอด ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าจำนวนเงินที่อัดฉีดเข้าไปในครั้งแรก นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนและร้านค้าปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
หลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์รับเงิน
เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ รัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์เงินดิจิทัล 10,000 บาท ไว้อย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านอายุ สัญชาติ รายได้ และปริมาณเงินออม
เกณฑ์ด้านสัญชาติและอายุ
ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เปิดลงทะเบียน การกำหนดอายุขั้นต่ำที่ 16 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายขอบเขตของผู้ได้รับประโยชน์ให้ครอบคลุมกลุ่มเยาวชนที่เริ่มมีบทบาทในการใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้เม็ดเงินกระจายตัวไปสู่ตลาดสินค้าและบริการที่หลากหลายมากขึ้น
เกณฑ์ด้านรายได้
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือเกณฑ์ด้านรายได้ โดยผู้มีสิทธิ์จะต้องมีรายได้พึงประเมินต่อเดือนไม่เกิน 70,000 บาท การกำหนดเพดานรายได้นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและมีแนวโน้มที่จะนำเงินไปใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมากกว่าการออม
เกณฑ์ด้านเงินฝาก
นอกจากเกณฑ์รายได้แล้ว ยังมีเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนเงินฝากในบัญชีธนาคารด้วย โดยผู้มีสิทธิ์จะต้องมีเงินฝากในบัญชีสถาบันการเงินต่างๆ รวมกันทุกบัญชี ณ วันที่กำหนด ไม่เกิน 500,000 บาท หลักเกณฑ์นี้ถูกนำมาใช้เพื่อคัดกรองผู้ที่มีความมั่นคงทางการเงินและมีสภาพคล่องสูงออกจากโครงการ ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรไปยังกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการมากกว่าได้อย่างเต็มที่
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติทั้ง 3 ข้อ คือ อายุ สัญชาติ, รายได้, และเงินฝาก จะเป็นผู้มีสิทธิ์ในการลงทะเบียนเพื่อรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทตามกรอบเวลาที่รัฐบาลประกาศ
ขั้นตอนและกำหนดการลงทะเบียน
กระบวนการลงทะเบียนถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งประชาชนทั่วไป ร้านค้า และกลุ่มผู้ที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยมีกำหนดการที่ชัดเจนเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเตรียมตัวได้ล่วงหน้า
การลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป
การลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ผ่านช่องทางหลักคือแอปพลิเคชันใหม่ของรัฐบาลที่พัฒนาขึ้นสำหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ ผู้ที่สนใจจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวและดำเนินการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภาครัฐในการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น กระบวนการนี้ถูกออกแบบมาให้สะดวกและรวดเร็วเพื่อรองรับผู้ลงทะเบียนจำนวนมาก
ช่องทางการลงทะเบียนสำหรับร้านค้า
สำหรับผู้ประกอบการและร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นหน่วยรับชำระเงินดิจิทัลจากโครงการนี้ จะสามารถเริ่มลงทะเบียนได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 (กรกฎาคม – กันยายน) โดยคาดว่าจะมีช่องทางให้ลงทะเบียนทั้งผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เพื่