แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้
โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐได้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบาย แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้ ซึ่งเป็นที่จับตามองของประชาชนจำนวนมาก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับไทม์ไลน์ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ และขั้นตอนการใช้งานเงินผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเตรียมความพร้อมก่อนโครงการจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
- ไทม์ไลน์ชัดเจน: เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป และคาดว่าจะเริ่มโอนเงินเข้าสู่ระบบในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์: ผู้มีสัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป มีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน และมีเงินฝากในบัญชีรวมกันทุกธนาคารไม่เกิน 500,000 บาท
- ช่องทางหลัก: การลงทะเบียนและใช้จ่ายจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลของภาครัฐ
- รองรับทุกกลุ่ม: มีการเตรียมช่องทางเฉพาะสำหรับประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง
- เงื่อนไขการใช้จ่าย: เงินดิจิทัลสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2567
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการ แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้ ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มุ่งหวังจะเพิ่มกำลังซื้อและสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจฐานราก โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน การทำความเข้าใจในรายละเอียดของโครงการจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ เพื่อที่จะไม่พลาดสิทธิ์และสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ทั้งในส่วนของการลงทะเบียน การยืนยันตัวตน และการนำเงินไปใช้จ่าย
ภาพรวมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท
โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย โดยจะมีการมอบเงินจำนวน 10,000 บาท ผ่านระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ให้กับผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ กลไกหลักของโครงการจะทำงานผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) หรือ DGA ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แอปพลิเคชันนี้จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับการลงทะเบียน รับสิทธิ์ และใช้จ่ายเงินดิจิทัล ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในวงกว้างและสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายในอนาคต
คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้มีสิทธิ์รับเงิน
เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โครงการได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ไว้อย่างชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นเกณฑ์ด้านข้อมูลประชากรและเกณฑ์ด้านการเงิน ดังนี้
เกณฑ์ด้านสัญชาติและอายุ
ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในโครงการนี้ต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และมีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยจะนับอายุ ณ วันที่ 15 กันยายน 2567 ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 16 กันยายน 2551 จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ด้านอายุ การกำหนดเงื่อนไขนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผู้รับสิทธิ์เป็นพลเมืองไทยและมีความสามารถในการทำธุรกรรมเบื้องต้นได้
เกณฑ์ด้านรายได้และเงินฝาก
โครงการมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง จึงมีการกำหนดเกณฑ์ด้านการเงินที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่:
- เกณฑ์รายได้: ผู้มีสิทธิ์ต้องมีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน
- เกณฑ์เงินฝาก: ต้องมีเงินในบัญชีเงินฝากกับสถาบันการเงินทุกแห่งรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่กำหนด
เกณฑ์ทั้งสองข้อนี้ถูกนำมาใช้เพื่อคัดกรองให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงกลุ่มบุคคลที่ต้องการการสนับสนุนทางการเงินอย่างแท้จริง และเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีรายได้สูงหรือมีสินทรัพย์สภาพคล่องจำนวนมากเข้าร่วมโครงการ
ไทม์ไลน์และขั้นตอนการลงทะเบียน
กระบวนการลงทะเบียนถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมและเข้าถึงได้ง่าย โดยมีกำหนดการและขั้นตอนที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้
กำหนดการลงทะเบียนสำหรับประชาชน
การลงทะเบียนสำหรับประชาชนผู้มีสิทธิ์จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป ประชาชนที่ตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองแล้วพบว่าตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถดำเนินการลงทะเบียนผ่านช่องทางที่ประกาศไว้ได้ทันทีในช่วงเวลาดังกล่าว
ช่องทางการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
ช่องทางหลักในการลงทะเบียนคือผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเป็น Super App ของภาครัฐที่รวบรวมบริการต่างๆ ไว้ในที่เดียว ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้ได้จาก App Store (สำหรับ iOS) และ Google Play Store (สำหรับ Android) จากนั้นจึงดำเนินการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตามขั้นตอนที่ปรากฏในแอปพลิเคชัน
ขั้นตอนการยืนยันตัวตน
เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสวมรอย ผู้ลงทะเบียนจะต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (e-KYC – Electronic Know Your Customer) ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ได้แก่:
- ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน: สามารถดำเนินการได้โดยตรงภายในแอป “ทางรัฐ”
- ยืนยันตัวตนผ่านจุดบริการ: สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน สามารถไปยืนยันตัวตนได้ที่จุดบริการของภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วม เช่น ตู้คีออสของภาครัฐ, ที่ทำการไปรษณีย์ไทย, ตู้บุญเติม หรือเคาน์เตอร์บริการในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven
แนวทางสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน
รัฐบาลตระหนักถึงประชาชนกลุ่มที่อาจไม่มีสมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้สะดวก จึงได้มีการจัดเตรียมช่องทางและวิธีการลงทะเบียนเฉพาะสำหรับกลุ่มนี้ไว้ด้วย โดยรายละเอียดของช่องทางดังกล่าวจะมีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่มีสิทธิ์จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างเท่าเทียมกัน
| กลุ่มเป้าหมาย | ช่วงเวลาดำเนินการ | กิจกรรม |
|---|---|---|
| ร้านค้า | ไตรมาส 3 ปี 2567 (กรกฎาคม – กันยายน) | เปิดรับสมัครและลงทะเบียนร้านค้าเพื่อเข้าร่วมโครงการ |
| ประชาชนทั่วไป | เริ่ม 1 สิงหาคม 2567 | เปิดให้ประชาชนผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ลงทะเบียนรับสิทธิ์ |
| ผู้ได้รับสิทธิ์ | ไตรมาส 4 ปี 2567 (ตุลาคม – ธันวาคม) | เริ่มโอนเงินดิจิทัล 10,000 บาท เข้าวอลเล็ต และเริ่มใช้จ่ายได้ |
วิธีการรับและใช้งานเงินดิจิทัล 10,000 บาท
หลังจากผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับสิทธิ์จะสามารถเข้าถึงและใช้งานเงินดิจิทัลได้ตามระยะเวลาที่โครงการกำหนด
การโอนเงินเข้าสู่ดิจิทัลวอลเล็ต
เงินจำนวน 10,000 บาท จะถูกโอนเข้าสู่กระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้ได้รับสิทธิ์ภายในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยกำหนดการโอนเงินจะอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 (ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม) ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อเงินถูกโอนเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว และสามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน
การใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
เงินดิจิทัลในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้จ่ายกับร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ซึ่งรวมถึงร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย และร้านค้าในตลาดสด ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าที่แสดงสัญลักษณ์เข้าร่วมโครงการ โดยจะมีการเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 (กรกฎาคม – กันยายน) เพื่อให้มีจำนวนร้านค้ารองรับการใช้จ่ายของประชาชนอย่างเพียงพอและครอบคลุมทั่วประเทศ
วัตถุประสงค์ของโครงการและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
เป้าหมายหลักของนโยบายแจกเงิน 10,000 บาท คือการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง เพื่อกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การกำหนดให้ใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่ลงทะเบียนเป็นการส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระดับเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ การดำเนินโครงการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลยังเป็นการผลักดันให้ประชาชนและร้านค้าปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
บทสรุปและสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อม
โครงการ แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้ ถือเป็นนโยบายสำคัญที่มีความชัดเจนทั้งในด้านไทม์ไลน์ คุณสมบัติ และวิธีการดำเนินการ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการควรเริ่มจากการตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้แน่ชัด ทั้งเกณฑ์ด้านอายุ รายได้ และเงินฝาก สำหรับผู้ที่มีสมาร์ทโฟนควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มาเตรียมไว้ล่วงหน้า และเตรียมเอกสารหรือข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการยืนยันตัวตนให้พร้อม เมื่อถึงกำหนดการลงทะเบียนในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 จะได้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิ์ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้