แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้
- สรุปประเด็นสำคัญของโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท
- ภาพรวมโครงการแจกเงิน 10,000 บาท และเป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- ไทม์ไลน์สำคัญ: กำหนดการลงทะเบียนและวันรับเงิน
- ตรวจสอบคุณสมบัติ: ใครมีสิทธิ์ได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท?
- ขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
- วิธีใช้จ่ายและถอนเงิน 10,000 บาท
- สรุปข้อมูลและข้อควรปฏิบัติ
โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตเป็นหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับการจับตามองอย่างกว้างขวาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับไทม์ไลน์การลงทะเบียน คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ และแนวทางการใช้จ่ายเงินดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการได้อย่างครบถ้วน
สรุปประเด็นสำคัญของโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท
- ช่วงเวลาลงทะเบียน: ประชาชนทั่วไปที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ถึง 15 กันยายน 2567
- ช่องทางการลงทะเบียน: การลงทะเบียนจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นซูเปอร์แอปที่พัฒนาโดยภาครัฐ ไม่ได้ใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เหมือนโครงการในอดีต
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์: ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 70,000 บาท และมีเงินฝากในบัญชีธนาคารทุกประเภทรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
- กำหนดการรับเงิน: เงินดิจิทัล 10,000 บาท จะถูกโอนเข้าวอลเล็ตของผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 (ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม)
- วิธีการใช้งาน: ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้จ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ หรือสามารถถอนเป็นเงินสดผ่านตู้ ATM และโมบายแบงก์กิ้งได้
ภาพรวมโครงการแจกเงิน 10,000 บาท และเป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจ
โครงการ แจกเงิน 10,000 บาท! ยืนยันแล้ววันลงทะเบียน-วิธีใช้ ถือเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่มุ่งหวังจะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ (Economic Whirlwind) โดยการกระจายเม็ดเงินจำนวนมหาศาลไปสู่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายกว่า 50 ล้านคนทั่วประเทศ แนวคิดหลักคือการเพิ่มสภาพคล่องในมือของประชาชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในระดับท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า และธุรกิจบริการต่างๆ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือในการกระจายเงินช่วยเหลือ โดยใช้ระบบ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การเปลี่ยนมาใช้แอปพลิเคชันใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมศูนย์บริการภาครัฐไว้ในที่เดียวและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล ต่างจากโครงการในอดีตที่พึ่งพิงแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นของภาคเอกชน
การเปลี่ยนผ่านจากแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” มาสู่ “ทางรัฐ” เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลของภาครัฐเอง ที่สามารถต่อยอดไปสู่บริการอื่นๆ ในอนาคตได้ และเป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ในการพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัลให้เป็นรูปธรรม
รัฐบาลคาดการณ์ว่าเม็ดเงินที่อัดฉีดเข้าไปในระบบจะหมุนเวียนหลายรอบ ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค การใช้บริการต่างๆ ไปจนถึงการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้
ไทม์ไลน์สำคัญ: กำหนดการลงทะเบียนและวันรับเงิน
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบเวลาของโครงการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเตรียมตัวและดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ได้ทันเวลา โดยรัฐบาลได้ประกาศไทม์ไลน์ที่ชัดเจนสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ออกมาแล้ว
ช่วงเวลาการลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป
สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด จะเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อแสดงความจำนงในการเข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- วันเริ่มต้นการลงทะเบียน: วันที่ 1 สิงหาคม 2567
- วันสิ้นสุดการลงทะเบียน: วันที่ 15 กันยายน 2567
หลังจากปิดรับการลงทะเบียนแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้เวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครอย่างละเอียด ทั้งในด้านรายได้และเงินฝาก เพื่อให้แน่ใจว่าความช่วยเหลือจะถูกส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ก่อนจะดำเนินการโอนเงินเข้าดิจิทัลวอลเล็ตในช่วงปลายปีต่อไป
กำหนดการโอนเงินสำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนพิการและกลุ่มเปราะบางอื่นๆ รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือที่แตกต่างออกไป โดยจะมีการโอนเงินจำนวน 10,000 บาทให้ก่อนกลุ่มประชาชนทั่วไป เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพอย่างเร่งด่วน โดยมีกำหนดการโอนเงินตามรอบเลขบัตรประจำตัวประชาชนในช่วงปลายเดือนกันยายน 2567
กลุ่มนี้อาจไม่ต้องดำเนินการลงทะเบียนใหม่ผ่านแอปพลิเคชัน เนื่องจากมีข้อมูลอยู่ในฐานระบบของภาครัฐอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพื่อความชัดเจนในขั้นตอนการรับสิทธิ์
| กลุ่มเป้าหมาย | ช่วงเวลาลงทะเบียน | กำหนดการรับเงินโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ประชาชนทั่วไป | 1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2567 | ไตรมาส 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2567) |
| ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (กลุ่มเปราะบาง) | (รอประกาศยืนยัน) | ปลายเดือนกันยายน 2567 (วันที่ 25-30) |
ตรวจสอบคุณสมบัติ: ใครมีสิทธิ์ได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท?
เพื่อให้โครงการสามารถบรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด รัฐบาลได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ไว้อย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านอายุ รายได้ และปริมาณเงินออม
เกณฑ์หลักด้านอายุ, รายได้, และเงินฝาก
ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 3 ข้อ ดังต่อไปนี้:
- เกณฑ์ด้านอายุ: ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ที่มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เริ่มลงทะเบียน
- เกณฑ์ด้านรายได้: ต้องมีรายได้พึงประเมินต่อเดือน ไม่เกิน 70,000 บาท การพิจารณารายได้จะอ้างอิงจากฐานข้อมูลภาษีของกรมสรรพากรเป็นหลัก
- เกณฑ์ด้านเงินฝาก: ต้องมีเงินฝากในบัญชีสถาบันการเงินทุกประเภท (เช่น ออมทรัพย์, ประจำ, สลากออมสิน) รวมกัน ไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่กำหนด ซึ่งโดยปกติจะมีการกำหนดวันตัดยอด (Cut-off Date) ที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ
ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งจากสามข้อข้างต้น จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการนี้ การกำหนดเกณฑ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดกรองให้ความช่วยเหลือมุ่งไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุนทางการเงินมากที่สุด
การแบ่งเฟสของโครงการสำหรับกลุ่มอายุต่างๆ
นอกจากการลงทะเบียนในรอบแรกแล้ว ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐยังระบุถึงแผนการดำเนินโครงการในเฟสอื่นๆ ซึ่งอาจมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามช่วงอายุ เพื่อบริหารจัดการการลงทะเบียนและการตรวจสอบสิทธิ์อย่างเป็นระบบ เช่น เฟสสำหรับกลุ่มอายุ 16-20 ปี และเฟสสำหรับกลุ่มวัยทำงานอายุ 21-59 ปี การแบ่งเฟสนี้จะช่วยลดความหนาแน่นของการเข้าใช้งานระบบลงทะเบียน และทำให้กระบวนการตรวจสอบข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชาชนควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกำหนดการของแต่ละเฟสอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือของภาครัฐ
ขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
กระบวนการลงทะเบียนในครั้งนี้จะแตกต่างจากโครงการที่ผ่านมา โดยจะใช้แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เป็นช่องทางหลักเพียงช่องทางเดียว ซึ่งถือเป็นการผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้บริการดิจิทัลของภาครัฐมากขึ้น
ทำความรู้จัก “ทางรัฐ” ซูเปอร์แอปภาครัฐ
แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “ซูเปอร์แอป” (Super App) ของหน่วยงานภาครัฐ ที่รวบรวมบริการต่างๆ ของรัฐบาลมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสิทธิ์ประกันสังคม, ข้อมูลเครดิตบูโร, ค่าน้ำค่าไฟ, ใบสั่งจราจร และบริการอื่นๆ อีกมากมาย การนำโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทเข้ามาอยู่ในแอปนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มกลางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการและบริการภาครัฐได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนวันลงทะเบียน
เพื่อความรวดเร็วและราบรื่นในวันลงทะเบียนจริง ประชาชนควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ดังนี้:
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน: ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” บนสมาร์ทโฟนของตนเอง ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
- ยืนยันตัวตน: ดำเนินการสมัครใช้งานและยืนยันตัวตน (e-KYC) ภายในแอปให้เสร็จสิ้น ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนและทำการสแกนใบหน้า
- ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว: ตรวจสอบว่าข้อมูลชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่แสดงในแอปพลิเคชันถูกต้องตรงกับความเป็นจริง
- เตรียมสัญญาณอินเทอร์เน็ต: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียรในวันที่จะทำการลงทะเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเชื่อมต่อ
การเตรียมความพร้อมเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวันลงทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าใช้งานระบบเป็นจำนวนมาก
วิธีใช้จ่ายและถอนเงิน 10,000 บาท
หนึ่งในความยืดหยุ่นของโครงการนี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถเลือกวิธีการใช้เงินได้ 2 รูปแบบหลัก คือการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล และการถอนออกมาเป็นเงินสด
การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันกับร้านค้าที่เข้าร่วม
รูปแบบการใช้งานหลักที่รัฐบาลส่งเสริมคือการใช้จ่ายเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ร้านค้าปลีกรายย่อย, ตลาดสด ไปจนถึงผู้ให้บริการต่างๆ ที่ลงทะเบียนกับโครงการ สำหรับผู้ประกอบการและร้านค้าที่สนใจเข้าร่วม จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบรับชำระเงินต่อไป
การใช้จ่ายในรูปแบบนี้มีข้อดีคือสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ไม่ต้องพกพาเงินสด อีกทั้งยังช่วยให้ภาครัฐสามารถติดตามเส้นทางการไหลเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เงื่อนไขการถอนเงินสดผ่านระบบธนาคาร
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อาจไม่สะดวกใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด โครงการได้เปิดให้สามารถถอนเงิน 10,000 บาท ออกมาเป็นเงินสดได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้งานจะต้องผูกบัญชีธนาคารของตนเองกับระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) โดยใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน
เมื่อผูกบัญชีเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับสิทธิ์จะสามารถทำรายการถอนเงินจากวอลเล็ตในแอป “ทางรัฐ” ไปยังบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ และสามารถถอนเงินสดได้จากตู้ ATM ของธนาคารนั้นๆ หรือทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้งได้ตามปกติ ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้โครงการสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
สรุปข้อมูลและข้อควรปฏิบัติ
โครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก การรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยสรุปแล้ว ประชาชนผู้มีสิทธิ์จะต้องดำเนินการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน 2567 และจะได้รับเงินโอนเข้าวอลเล็ตในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนคือการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและอุปกรณ์ดิจิทัลให้เรียบร้อยก่อนถึงวันลงทะเบียน รวมถึงติดตามข่าวสารและประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานของรัฐอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสและสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ การทำความเข้าใจในเงื่อนไขและขั้นตอนต่างๆ จะช่วยให้การเข้าร่วมโครงการเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ