Home » เงินดิจิทัล 10,000 บาท: อัปเดตล่าสุด-ใช้ผ่านแอปไหน?

เงินดิจิทัล 10,000 บาท: อัปเดตล่าสุด-ใช้ผ่านแอปไหน?

สารบัญ

โครงการ เงินดิจิทัล 10,000 บาท: อัปเดตล่าสุด-ใช้ผ่านแอปไหน? ถือเป็นหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐบาล ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวาง บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเงื่อนไขผู้มีสิทธิ์ ขั้นตอนการลงทะเบียน และรายละเอียดเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่จะใช้ในการรับและใช้จ่ายเงิน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเตรียมความพร้อมก่อนโครงการจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

สรุปประเด็นสำคัญของโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท

  • คุณสมบัติผู้รับสิทธิ์: ผู้มีสัญชาติไทย อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 โดยมีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี และมีเงินฝากในบัญชีรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
  • ช่องทางการรับเงิน: จะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันใหม่ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ซึ่งไม่ใช่แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่เคยใช้ในโครงการก่อนหน้า
  • ไทม์ไลน์โครงการ: การลงทะเบียนสำหรับประชาชนจะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 (ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป) และจะเริ่มโอนเงินเพื่อให้ประชาชนใช้จ่ายได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567
  • การใช้งาน: เงินดิจิทัลสามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ผ่านระบบ QR Code เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายในชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ภาพรวมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท และเป้าหมายหลัก

โครงการ เงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์หลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระดับมหภาค โดยเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงผ่านการใช้จ่ายของประชาชนผู้มีสิทธิ์ เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มกำลังซื้อชั่วคราว แต่ยังมุ่งหวังให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทย

หัวใจสำคัญของโครงการคือการมอบเงินจำนวน 10,000 บาทให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการและร้านค้าในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ นอกจากนี้ โครงการยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ โดยสนับสนุนให้ประชาชนและร้านค้าคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ทั่วโลก

ตรวจสอบคุณสมบัติ: ใครมีสิทธิ์รับเงิน 10,000 บาท?

เพื่อให้การจัดสรรเงินเป็นไปอย่างทั่วถึงและตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รัฐบาลได้กำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการไว้อย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านอายุ สัญชาติ รายได้ และปริมาณเงินฝาก ซึ่งประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการจำเป็นต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

เกณฑ์ด้านอายุและสัญชาติ

คุณสมบัติพื้นฐานที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการรับสิทธิ์ในโครงการนี้คือการมีสัญชาติไทยและมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นหลักฐานยืนยัน นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำ โดยผู้มีสิทธิ์จะต้องมีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 ซึ่งเป็นการขยายโอกาสให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเยาวชนที่เริ่มมีบทบาทในการใช้จ่ายและเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ

เกณฑ์ด้านรายได้ต่อปี

เกณฑ์ด้านรายได้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการคัดกรองผู้รับสิทธิ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือมุ่งตรงไปยังกลุ่มผู้ที่มีความต้องการมากกว่า โดยกำหนดให้ผู้มีสิทธิ์จะต้องมีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี การพิจารณารายได้นี้จะอ้างอิงจากข้อมูลภาษีที่ยื่นต่อกรมสรรพากร ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้การคัดกรองมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

เกณฑ์ด้านเงินฝากในบัญชี

นอกเหนือจากเกณฑ์รายได้แล้ว โครงการยังกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนเงินฝากในบัญชีธนาคารด้วย โดยผู้มีสิทธิ์จะต้องมีเงินฝากในบัญชีสถาบันการเงินต่างๆ รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่กำหนด เกณฑ์นี้ถูกนำมาใช้เพื่อจำกัดสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ไม่มีสภาพคล่องทางการเงินสูงนัก และมีความจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นการใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มที่มีเงินออมจำนวนมากอยู่แล้ว

ตารางสรุปเงื่อนไขและคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ข้อมูล ณ ไตรมาส 3 ปี 2567
เงื่อนไข รายละเอียด
สัญชาติ สัญชาติไทย และมีบัตรประจำตัวประชาชน
อายุ มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (นับถึงวันที่ 30 กันยายน 2567)
รายได้ต่อปี มีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 840,000 บาท
เงินฝาก มีเงินฝากในบัญชีสถาบันการเงินรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

ขั้นตอนการลงทะเบียนและไทม์ไลน์โครงการ

ขั้นตอนการลงทะเบียนและไทม์ไลน์โครงการ

รัฐบาลได้วางกรอบเวลาสำหรับโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทไว้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่การเปิดรับสมัครร้านค้า การลงทะเบียนของประชาชน ไปจนถึงการโอนเงินและการเริ่มใช้จ่าย

ช่วงเวลาการลงทะเบียนสำหรับประชาชนและร้านค้า

ตามไทม์ไลน์ที่ประกาศล่าสุด การลงทะเบียนจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ ส่วนของร้านค้าและผู้ประกอบการ และส่วนของประชาชนทั่วไป

  • ร้านค้าและผู้ประกอบการ: จะสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 (ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน)
  • ประชาชนทั่วไป: จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันที่รัฐบาลกำหนด

หลังจากสิ้นสุดขั้นตอนการลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว การโอนเงินดิจิทัล 10,000 บาทเข้าสู่แอปพลิเคชันของผู้มีสิทธิ์จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 (ระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม) ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนสามารถเริ่มใช้จ่ายเงินในโครงการได้

การยืนยันตัวตนผ่าน ThaID

เพื่อยกระดับความปลอดภัยและป้องกันการสวมรอยในการทำธุรกรรมทางการเงินภาครัฐ โครงการนี้กำหนดให้ผู้ลงทะเบียนทุกคนต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ซึ่งเป็นระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย การยืนยันตัวตนผ่าน ThaID จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้รับสิทธิ์เป็นบุคคลเดียวกับข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้จริง ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโครงการและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

เจาะลึกแอปพลิเคชันใหม่ (ไม่ใช่เป๋าตัง)

หนึ่งในประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ “จะได้รับเงินผ่านแอปไหน?” ซึ่งรัฐบาลได้ยืนยันแล้วว่าโครงการนี้จะใช้แอปพลิเคชันใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่เคยเป็นช่องทางหลักในหลายโครงการที่ผ่านมา

โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะใช้ “ซูเปอร์แอป” ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เป็นช่องทางหลักในการรับและใช้จ่ายเงิน เพื่อต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จในอนาคต

“ซูเปอร์แอป” จากภาครัฐ

แอปพลิเคชันใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ซูเปอร์แอป” (Super App) โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีเป้าหมายให้เป็นมากกว่าแอปพลิเคชันสำหรับรับเงิน แต่จะเป็นแพลตฟอร์มกลางที่รวบรวมบริการต่างๆ ของภาครัฐมาไว้ในที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในระยะยาว การพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาใหม่นี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตนเองเพื่อรองรับนโยบายและบริการอื่นๆ ในอนาคต

ฟังก์ชันการใช้งานที่คาดการณ์

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดหน้าตาและฟังก์ชันทั้งหมด แต่คาดการณ์ว่ารูปแบบการใช้งานจะมีความใกล้เคียงกับแอปพลิเคชันทางการเงินที่ประชาชนคุ้นเคย โดยมีฟังก์ชันหลักคือการแสดงยอดเงินคงเหลือ การสแกน QR Code เพื่อชำระเงินที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และการตรวจสอบประวัติการทำรายการย้อนหลัง นอกจากนี้ ด้วยการที่ต้องเชื่อมต่อกับระบบ ThaID จึงมั่นใจได้ว่าระบบจะมีความปลอดภัยสูงในการทำธุรกรรมทางการเงิน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ถูกคาดหวังว่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาว

การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก

ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศ เมื่อประชาชนกว่า 50 ล้านคนได้รับเงินและนำไปใช้จ่ายพร้อมกัน จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบอย่างรวดเร็ว ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน ตลาดสด และธุรกิจบริการต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ

การส่งเสริมสังคมไร้เงินสด

ในมิติทางสังคม โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว การที่ประชาชนจำนวนมากต้องเรียนรู้และใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อการใช้จ่าย จะช่วยสร้างความคุ้นเคยและทลายกำแพงการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาบริการทางการเงินใหม่ๆ (FinTech) และนวัตกรรมดิจิทัลอื่นๆ ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการจัดการเงินสดและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ข้อควรระวังและคำแนะนำที่สำคัญ

เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะมีกลุ่มมิจฉาชีพพยายามฉวยโอกาสสร้างข่าวปลอมหรือหลอกลวงเพื่อหวังผลประโยชน์ ดังนั้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือของภาครัฐเท่านั้น เช่น เว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และโปรดระมัดระวังลิงก์ปลอมหรือแอปพลิเคชันลอกเลียนแบบที่อาจส่งมาทาง SMS หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ รัฐบาลจะไม่มีนโยบายติดต่อประชาชนเพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านใดๆ ทั้งสิ้น

บทสรุปและแนวทางการเตรียมความพร้อม

โครงการ เงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นนโยบายที่มีเป้าหมายชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ขณะนี้ไทม์ไลน์และเงื่อนไขต่างๆ ได้รับการเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ประชาชนควรเตรียมความพร้อมคือการตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้แน่ใจ และเตรียมดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaID เพื่อยืนยันตัวตนล่วงหน้า เมื่อรัฐบาลประกาศเปิดตัวแอปพลิเคชันหลักของโครงการอย่างเป็นทางการ การติดตามข่าวสารจากช่องทางของรัฐอย่างใกล้ชิดจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับข้อมูลที่ถูกต้องและป้องกันการถูกหลอกลวง เพื่อให้สามารถเข้าร่วมและใช้สิทธิ์ในโครงการนี้ได้อย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุด