Home » ปี 2569: 5 ทักษะต้องมีถ้าไม่อยากตกงาน

ปี 2569: 5 ทักษะต้องมีถ้าไม่อยากตกงาน

สารบัญ

โลกการทำงานกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ ส่งผลให้ตลาดแรงงานในอนาคตต้องการบุคลากรที่มีทักษะแตกต่างไปจากเดิม การเตรียมความพร้อมและพัฒนาตนเองจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถทางการแข่งขันและสร้างความมั่นคงในอาชีพ

ทักษะที่จำเป็นในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน

  • การคิดวิเคราะห์: ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำกลายเป็นสิ่งจำเป็นในทุกองค์กร
  • การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ: ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แม้ในยุคที่การทำงานเป็นแบบไฮบริด
  • ความยืดหยุ่นและการปรับตัว: ความพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • การสร้างแบรนด์ส่วนตัว: การสร้างเอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อสร้างความโดดเด่นและป้องกันการถูกแทนที่
  • ทักษะด้านเทคโนโลยี: ความเข้าใจและการประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เมื่อพิจารณาถึงหัวข้อ ปี 2569: 5 ทักษะต้องมีถ้าไม่อยากตกงาน จะเห็นได้ว่าภูมิทัศน์ของตลาดแรงงานกำลังถูกกำหนดทิศทางใหม่โดยนวัตกรรมดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายถึงการแทนที่แรงงานมนุษย์ทั้งหมด แต่เป็นการยกระดับความคาดหวังของนายจ้างที่ต้องการบุคลากรซึ่งสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ (Upskill และ Reskill) จึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอดในสายอาชีพ การทำความเข้าใจทักษะที่เป็นที่ต้องการจะช่วยให้บุคลากรสามารถวางแผนพัฒนาตนเองได้อย่างตรงจุดและสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทำไมการพัฒนาทักษะจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

ทำไมการพัฒนาทักษะจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานไม่ได้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปอีกต่อไป แต่เป็นไปอย่างก้าวกระโดด อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในหลายอุตสาหกรรม งานที่เคยต้องใช้แรงงานคนในการทำซ้ำๆ กำลังถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำกว่า ดังนั้น บุคลากรที่ต้องการประสบความสำเร็จในการหางานปี 2569 และหลังจากนั้น จำเป็นต้องมองหาทักษะแห่งอนาคตที่เครื่องจักรไม่สามารถทำได้ หรือทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์

กลุ่มคนทำงานในช่วงวัย 20-40 ปี ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของตลาดแรงงาน เป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญกับความท้าทายนี้โดยตรง การเพิกเฉยต่อการพัฒนาตัวเองอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถูกเลิกจ้างหรือการหางานใหม่ที่ยากขึ้น ในทางกลับกัน การลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูงขึ้น การ Upskill และ Reskill จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้บุคลากรไม่เพียงแค่รักษาตำแหน่งงานเดิมไว้ได้ แต่ยังสามารถก้าวไปสู่บทบาทที่มีความสำคัญและได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม

เจาะลึก 5 ทักษะแห่งอนาคตที่ตลาดแรงงานต้องการ

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคต การทำความเข้าใจทักษะที่เป็นที่ต้องการอย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งสำคัญ ทักษะเหล่านี้ผสมผสานระหว่างความสามารถด้านการคิด (Cognitive Skills) ทักษะทางสังคม (Soft Skills) และความเชี่ยวชาญทางเทคนิค (Hard Skills) ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและพร้อมสำหรับโลกการทำงานสมัยใหม่

1. ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking)

คำจำกัดความ: ทักษะการคิดวิเคราะห์ คือความสามารถในการรวบรวม ประเมิน และตีความข้อมูลที่ซับซ้อน เพื่อระบุแนวโน้ม รูปแบบ และความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ จากนั้นจึงนำข้อสรุปที่ได้มาใช้ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาอย่างมีหลักการและเหตุผล ไม่ใช่การตัดสินใจโดยอาศัยเพียงสัญชาตญาณหรือความรู้สึก

บริบทตลาด: ในยุคที่ข้อมูลมีค่ามหาศาล (Big Data) องค์กรต่างต้องการบุคลากรที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่นำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้ ทักษะนี้จึงเป็นที่ต้องการสูงในทุกสายงาน ตั้งแต่การตลาด การเงิน การบริหาร ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพราะการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Decision Making) ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ

ตัวอย่างและการประยุกต์ใช้:

  • นักการตลาด: วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าจากช่องทางออนไลน์ เพื่อปรับกลยุทธ์แคมเปญให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
  • ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ: ตรวจสอบข้อมูลจากสายการผลิตเพื่อหาจุดที่เป็นคอขวดและปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • นักวิเคราะห์การเงิน: ประเมินข้อมูลทางการเงินและสภาวะตลาด เพื่อให้คำแนะนำการลงทุนที่น่าเชื่อถือ

ความเสี่ยงหากขาดทักษะนี้: การตัดสินใจที่ผิดพลาดเนื่องจากขาดการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน อาจนำไปสู่การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ การลงทุนที่สิ้นเปลือง หรือการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด ทำให้องค์กรเสียเปรียบคู่แข่งที่ใช้ข้อมูลในการวางกลยุทธ์

2. การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication)

คำจำกัดความ: ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งการพูด การเขียน การนำเสนอ และการรับฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดข้อมูล ความคิด และความรู้สึกได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง และตรงตามวัตถุประสงค์ ลดความเข้าใจผิด และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล

บริบทตลาด: แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจของทุกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Work) และการทำงานทางไกล (Remote Work) ที่การสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลกลายเป็นเรื่องปกติ ความสามารถในการสื่อสารที่ชัดเจนและกระชับจึงทวีความสำคัญขึ้น เพื่อให้ทุกคนในทีมเข้าใจเป้าหมายและหน้าที่ของตนเองตรงกัน และทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

ตัวอย่างและการประยุกต์ใช้:

  • หัวหน้าทีม: สื่อสารเป้าหมายของโครงการและมอบหมายงานให้สมาชิกในทีมอย่างชัดเจนผ่านอีเมลหรือการประชุมออนไลน์
  • ฝ่ายบริการลูกค้า: รับฟังปัญหาของลูกค้าอย่างตั้งใจและอธิบายแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
  • พนักงานขาย: นำเสนอคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการให้แก่ลูกค้าได้อย่างน่าเชื่อถือและตอบข้อซักถามได้อย่างตรงประเด็น

ความเสี่ยงหากขาดทักษะนี้: การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนเป็นสาเหตุหลักของความขัดแย้งในที่ทำงาน ทำให้โครงการล่าช้า เกิดข้อผิดพลาดในงาน และทำลายบรรยากาศการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ยังอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรในสายตาของลูกค้าและคู่ค้า

3. การปรับตัวและความยืดหยุ่น (Adaptability & Flexibility)

คำจำกัดความ: คือความสามารถในการปรับเปลี่ยนความคิด วิธีการทำงาน และรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเปิดใจเรียนรู้เทคโนโลยี กระบวนการ และรูปแบบการทำงานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

บริบทตลาด: โลกธุรกิจในปัจจุบันมีความผันผวนสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (VUCA World) องค์กรจึงต้องการพนักงานที่ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ แต่พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของตลาด การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ หรือการปรับโครงสร้างองค์กร ความยืดหยุ่นจึงเป็นทักษะที่สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตและพัฒนาของบุคลากร

ตัวอย่างและการประยุกต์ใช้:

  • พนักงานบัญชี: เรียนรู้การใช้ซอฟต์แวร์บัญชีระบบคลาวด์ตัวใหม่ที่บริษัทนำมาใช้แทนโปรแกรมเดิม
  • ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์: ปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามความคิดเห็นของลูกค้าที่ได้รับมาระหว่างทาง
  • พนักงานทั่วไป: สลับระหว่างการทำงานที่ออฟฟิศกับการทำงานจากที่บ้านได้อย่างราบรื่นตามนโยบายของบริษัท

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งเดียวที่แน่นอน ความสามารถในการปรับตัวไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบ แต่เป็นทักษะเพื่อการอยู่รอด

ความเสี่ยงหากขาดทักษะนี้: บุคลากรที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงหรือไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตขององค์กร ทักษะของพวกเขาอาจล้าสมัยอย่างรวดเร็ว และมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกลดความสำคัญลงหรือถูกแทนที่

4. การสร้างแบรนด์ส่วนตัว (Personal Branding)

คำจำกัดความ: คือกระบวนการสร้างและสื่อสารภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เป็นที่รู้จักและจดจำในแวดวงสายอาชีพของตนเอง เป็นการนำเสนอความรู้ ความสามารถ และคุณค่าที่แตกต่าง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและโดดเด่นจากคนอื่นๆ ในตลาดแรงงาน

บริบทตลาด: ในยุคที่ AI สามารถทำงานหลายอย่างได้ดี การมีเพียงทักษะทางเทคนิคอาจไม่เพียงพออีกต่อไป การสร้างแบรนด์ส่วนตัวที่แข็งแกร่งจะช่วยสร้าง “คุณค่า” ที่เป็นมนุษย์และยากต่อการลอกเลียนแบบ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ หรือความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะทาง (Niche) สิ่งนี้ช่วยให้บุคคลไม่ถูกมองเป็นเพียง “ทรัพยากร” ที่สามารถทดแทนได้ แต่เป็น “สินทรัพย์” ที่มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการ

ตัวอย่างและการประยุกต์ใช้:

  • นักเขียนคอนเทนต์: สร้างบล็อกหรือแฟนเพจเพื่อแบ่งปันความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่องค์กรต่างๆ ต้องการตัว
  • วิศวกรซอฟต์แวร์: มีส่วนร่วมในโครงการโอเพนซอร์ส (Open Source) และสร้างโปรไฟล์บน GitHub เพื่อแสดงผลงานและทักษะการเขียนโค้ด
  • ที่ปรึกษาอิสระ: ใช้ LinkedIn ในการสร้างเครือข่ายและแบ่งปันบทความเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมของตนเอง เพื่อดึงดูดลูกค้า

ความเสี่ยงหากขาดทักษะนี้: หากไม่มีแบรนด์ส่วนตัว บุคคลอาจกลืนหายไปในกลุ่มผู้สมัครงานจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการเป็นที่สังเกตของนายจ้างหรือผู้ที่มองหาผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งยังอาจพลาดโอกาสดีๆ ที่มาจากการเป็นที่รู้จักในวงการ

5. ทักษะด้านเทคโนโลยีและทักษะเกิดใหม่ (Emerging Tech Skills)

คำจำกัดความ: คือความรู้ความสามารถในการใช้งานและทำความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงาน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning), ระบบอัตโนมัติ (Automation), การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)

บริบทตลาด: การปฏิวัติทางดิจิทัลได้สร้างความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างมหาศาล องค์กรต่างมองหาคนที่สามารถนำเครื่องมือดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า ทักษะที่เกี่ยวข้องกับ AI และการทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในหลายตำแหน่งงาน ไม่ใช่แค่ในสายไอทีเท่านั้น

ตัวอย่างและการประยุกต์ใช้:

  • ฝ่ายบุคคล: ใช้ระบบ AI ช่วยคัดกรองเรซูเม่ผู้สมัครเบื้องต้น เพื่อให้สามารถมุ่งเน้นไปที่การสัมภาษณ์ผู้ที่มีคุณสมบัติตรงที่สุด
  • ทีมบริการลูกค้า: ทำงานร่วมกับ Chatbot เพื่อตอบคำถามพื้นฐานของลูกค้า ทำให้มีเวลาดูแลกรณีที่ซับซ้อนมากขึ้น
  • นักวิเคราะห์ธุรกิจ: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างแดชบอร์ดแสดงผลประกอบการแบบเรียลไทม์

ความเสี่ยงหากขาดทักษะนี้: การขาดความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีเป็นความเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุดในยุคนี้ อาจทำให้ทำงานได้ช้ากว่าคนอื่น ไม่สามารถใช้เครื่องมือที่องค์กรจัดหาให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีหรือบุคลากรที่เชี่ยวชาญกว่า

สรุปภาพรวม 5 ทักษะจำเป็นสำหรับโลกการทำงานปี 2569
ทักษะ คำอธิบาย ความสำคัญในตลาดแรงงาน
การคิดวิเคราะห์ การใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาและตัดสินใจ จำเป็นสำหรับการวางกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น สำคัญอย่างยิ่งในการทำงานแบบทีมและแบบไฮบริด
การปรับตัวและความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับเปลี่ยนเมื่อเผชิญสถานการณ์ใหม่ๆ ช่วยให้องค์กรและพนักงานรับมือกับความผันผวนได้
การสร้างแบรนด์ส่วนตัว การตลาดตัวเองและสร้างความโดดเด่นในสายงาน สร้างความแตกต่างและคุณค่าที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้
ทักษะด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่และดิจิทัล จำเป็นต่อการทำงานร่วมกับ AI และเพิ่มประสิทธิภาพ

แนวทางการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะ

การตระหนักถึงความสำคัญของทักษะเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ขั้นตอนต่อไปคือการลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม กลยุทธ์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เป็นแนวทางที่สำคัญที่สุด โดยสามารถแบ่งออกเป็นการ Upskill คือการเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในสายงานเดิมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และ Reskill คือการเรียนรู้ทักษะใหม่ทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนไปทำงานในสายงานอื่นที่กำลังเป็นที่ต้องการ

มีหลากหลายช่องทางในการพัฒนาทักษะเหล่านี้:

  1. หลักสูตรออนไลน์: แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์มีหลักสูตรมากมายครอบคลุมทุกทักษะ ตั้งแต่ทักษะด้านเทคนิคไปจนถึง Soft Skills ทำให้สามารถเรียนรู้ได้ตามความสะดวกและในเวลาที่เหมาะสม
  2. การเข้าร่วมเวิร์กช็อปและสัมมนา: เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และยังสามารถสร้างเครือข่ายกับคนในแวดวงเดียวกันได้อีกด้วย
  3. การเรียนรู้จากโครงการจริง: การอาสาเข้าร่วมโครงการใหม่ๆ ในที่ทำงาน หรือการทำโครงการส่วนตัว เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการนำความรู้ที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้จริงและสร้างเสริมประสบการณ์
  4. การหาที่ปรึกษา (Mentor): การมีผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าคอยให้คำแนะนำและชี้แนะแนวทาง จะช่วยเร่งกระบวนการเรียนรู้และทำให้การพัฒนาตนเองเป็นไปอย่างมีทิศทาง

สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ โดยอาจเริ่มจากการประเมินตนเองว่ายังมีช่องว่างในทักษะด้านใด และวางแผนการเรียนรู้ที่เป็นไปได้จริง จากนั้นจึงค่อยๆ ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ การลงทุนในการพัฒนาตัวเองในวันนี้ คือการสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพการงานในวันข้างหน้า

บทสรุป: ก้าวสู่ตลาดแรงงานปี 2569 อย่างมั่นใจ

โลกการทำงานในปี 2569 และอนาคตข้างหน้าจะให้รางวัลแก่ผู้ที่พร้อมจะเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นโอกาสสำหรับผู้ที่มองเห็นและเตรียมพร้อมรับมือกับมัน 5 ทักษะที่กล่าวมาทั้งหมด ได้แก่ การคิดวิเคราะห์, การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ, การปรับตัวและความยืดหยุ่น, การสร้างแบรนด์ส่วนตัว และทักษะด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรไม่เพียงแค่เอาตัวรอดจากการเปลี่ยนแปลง แต่ยังสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในตลาดแรงงานยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

การเริ่มต้นพัฒนาทักษะเหล่านี้ตั้งแต่วันนี้ คือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อสร้างความมั่นคงและความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ ท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเองเท่านั้นที่จะเป็นที่ต้องการและสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ