ฝากประจำ vs. ออมทองดิจิทัล: 2026 เลือกอะไรดี?
- สรุปประเด็นสำคัญ สำหรับการตัดสินใจ
- บทนำสู่ทางเลือกการออมและการลงทุนในปี 2569
- เจาะลึกการฝากประจำ: ความมั่นคงที่คุ้นเคย
- สำรวจโลกของการออมทองดิจิทัล: ทางเลือกใหม่ที่น่าจับตา
- เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: ฝากประจำ vs. ออมทองดิจิทัล
- แพลตฟอร์มออมทองดิจิทัลที่น่าสนใจ
- แนวทางการตัดสินใจเลือกการลงทุนสำหรับปี 2026
- บทสรุป: เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับเป้าหมายทางการเงิน
เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาของการวางแผนทางการเงินสำหรับอนาคต คำถามสำคัญที่หลายคนต้องเผชิญคือจะนำเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดดี การเปรียบเทียบระหว่าง ฝากประจำ vs. ออมทองดิจิทัล: 2026 เลือกอะไรดี? จึงกลายเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ได้รับเงินก้อนพิเศษ เช่น โบนัสสิ้นปี และกำลังมองหาช่องทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ การทำความเข้าใจในลักษณะผลตอบแทน ความเสี่ยง และสภาพคล่องของทั้งสองทางเลือก จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพในปี 2569
สรุปประเด็นสำคัญ สำหรับการตัดสินใจ
- ความปลอดภัย vs. โอกาสเติบโต: การฝากประจำให้ความปลอดภัยของเงินต้นสูงมากและมีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยคงที่ ในขณะที่การออมทองดิจิทัลมีศักยภาพให้ผลตอบแทนสูงกว่าตามการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
- สภาพคล่องและการเข้าถึง: การออมทองดิจิทัลมีความคล่องตัวสูง สามารถซื้อขายได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชันด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียงเล็กน้อย ส่วนการฝากประจำมีสภาพคล่องต่ำกว่า การถอนเงินก่อนครบกำหนดอาจทำให้ไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้
- การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ: ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อได้ดีกว่าการฝากประจำ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับมักจะต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ทำให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง
- ความเหมาะสมกับนักลงทุน: การฝากประจำเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้นและไม่ต้องการรับความเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน ส่วนการออมทองดิจิทัลเหมาะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ยอมรับความเสี่ยงได้และต้องการโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว
บทนำสู่ทางเลือกการออมและการลงทุนในปี 2569
การตัดสินใจว่าจะบริหารจัดการเงินออมอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นความท้าทายสำคัญในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง การเลือกระหว่างการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงแต่ผลตอบแทนต่ำ กับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนแต่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การเปรียบเทียบระหว่าง ฝากประจำ vs. ออมทองดิจิทัล: 2026 เลือกอะไรดี? สะท้อนให้เห็นถึงสองแนวคิดหลักในการบริหารเงินทุน ทางเลือกหนึ่งคือการฝากประจำกับสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นวิธีการออมเงินแบบดั้งเดิมที่เน้นความปลอดภัยของเงินต้นเป็นหลัก อีกทางเลือกหนึ่งคือการออมทองคำในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
บทความนี้จะวิเคราะห์และเปรียบเทียบคุณสมบัติในมิติต่างๆ ของทั้งสองทางเลือกอย่างละเอียด ตั้งแต่ลักษณะของสินทรัพย์ ผลตอบแทนที่คาดหวัง ระดับความเสี่ยง สภาพคล่อง ไปจนถึงความเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินและระดับการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนว่า ลงทุนอะไรดี 2026 และต้องการจัดสรรเงินออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายในปี 2569 และอนาคตต่อไป
เจาะลึกการฝากประจำ: ความมั่นคงที่คุ้นเคย
การฝากประจำถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินขั้นพื้นฐานที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เป็นทางเลือกแรกๆ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นการออมเงินอย่างมีวินัย หรือผู้ที่ต้องการเก็บรักษาเงินต้นให้ปลอดภัยที่สุด
คำจำกัดความและกลไกของการฝากประจำ
การฝากประจำ (Fixed Deposit) คือ การนำเงินจำนวนหนึ่งไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงิน โดยมีข้อตกลงว่าจะไม่ถอนเงินจำนวนนั้นออกมาก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ เช่น 3 เดือน, 6 เดือน, 12 เดือน หรือ 24 เดือน เพื่อแลกกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปและเป็นอัตราที่แน่นอนตลอดอายุสัญญา โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งเลือกระยะเวลาฝากนานขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับก็จะยิ่งสูงขึ้น เมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้ฝากจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมกับดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ ซึ่งเงินฝากเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝากตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด ทำให้มีความเสี่ยงต่ำมาก
ข้อดีและความเหมาะสม
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของการฝากประจำคือ ความปลอดภัยของเงินต้น ซึ่งแทบไม่มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุนไป ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาเงินต้นเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยยังมีความแน่นอนและคาดการณ์ได้ง่าย ช่วยให้การวางแผนการเงินในอนาคตทำได้สะดวก การฝากประจำจึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับ:
- ผู้เริ่มต้นออมเงิน: สร้างวินัยในการออมโดยการล็อกเงินไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง
- ผู้สูงวัยหรือผู้ที่ใกล้เกษียณ: ต้องการแหล่งเก็บเงินที่ปลอดภัยและสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากดอกเบี้ย
- การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน: แม้สภาพคล่องจะต่ำ แต่ความปลอดภัยสูงทำให้เป็นทางเลือกในการเก็บเงินส่วนนี้ได้
- ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ: ไม่ต้องการเผชิญกับความผันผวนของตลาดการลงทุน
ข้อจำกัดและความท้าทาย
อย่างไรก็ตาม การฝากประจำก็มีข้อจำกัดที่สำคัญเช่นกัน ประเด็นแรกคือ ผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำมักจะอยู่ในระดับ 1-2% ต่อปี ซึ่งในหลายสถานการณ์อาจต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินออมลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ประการที่สองคือ สภาพคล่องต่ำ การถอนเงินออกจากบัญชีก่อนครบกำหนดระยะเวลาฝากมักมีเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ฝากไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ควรจะเป็น หรืออาจต้องเสียค่าปรับบางส่วน ทำให้ไม่เหมาะกับเงินที่อาจต้องใช้ในระยะสั้น นอกจากนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วการเปิดบัญชีฝากประจำมักต้องการเงินลงทุนขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น
สำรวจโลกของการออมทองดิจิทัล: ทางเลือกใหม่ที่น่าจับตา
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต การลงทุนก็เช่นกัน “การออมทองดิจิทัล” ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและเข้าถึงการลงทุนได้ง่าย
ออมทองดิจิทัลคืออะไร?
การออมทองดิจิทัล คือ การซื้อและสะสมทองคำแท้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โดยผู้ให้บริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านทองชั้นนำที่มีชื่อเสียง จะเป็นผู้เก็บรักษาทองคำจริงไว้ในตู้นิรภัยที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ผู้ลงทุนสามารถทำการซื้อ-ขายทองคำได้แบบเรียลไทม์ตามราคาตลาดโลก (Spot Price) โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ร้านทอง และสามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยได้ การทำธุรกรรมทั้งหมดจะถูกบันทึกในระบบดิจิทัล ทำให้สามารถตรวจสอบพอร์ตการลงทุนของตนเองได้ตลอดเวลา และเมื่อสะสมทองคำได้ถึงปริมาณที่กำหนด ก็สามารถเลือกที่จะแลกเป็นทองคำจริง (ทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ) หรือขายคืนเป็นเงินสดได้
จุดเด่นที่ทำให้การออมทองดิจิทัลได้รับความนิยม
การออมทองดิจิทัลมีข้อดีหลายประการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน:
- การเข้าถึงง่ายและใช้เงินลงทุนน้อย: สามารถเริ่มต้นออมทองได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยบาท ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ ซึ่งแตกต่างจากการซื้อทองคำแท่งที่ต้องใช้เงินทุนสูงกว่า
- สภาพคล่องสูง: แพลตฟอร์มส่วนใหญ่เปิดให้ทำการซื้อ-ขายได้เกือบ 24 ชั่วโมง ช่วยให้นักลงทุนสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้อย่างรวดเร็ว
- ความสะดวกสบาย: ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเปิดบัญชี ซื้อ-ขาย ไปจนถึงการตรวจสอบยอด สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
- การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ: ในอดีต ทองคำได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่มีแนวโน้มรักษามูลค่าได้ดีในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงหรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
- การทยอยลงทุน (DCA): สามารถตั้งโปรแกรมการออมแบบรายวันหรือรายเดือน (Dollar-Cost Averaging) เพื่อเฉลี่ยต้นทุนและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้
ความเสี่ยงและข้อควรพิจารณา
แม้ว่าการออมทองดิจิทัลจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาเช่นกัน ความเสี่ยงหลักคือ ความผันผวนของราคาทองคำ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ ทั่วโลก เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหมายความว่ามูลค่าการลงทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังอาจมี ค่าธรรมเนียม ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าธรรมเนียมในการถอนทองคำจริงออกมา หรือค่ากำเหน็จ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ให้บริการ ดังนั้น การเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด: ฝากประจำ vs. ออมทองดิจิทัล
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างสองทางเลือกการลงทุนนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติในด้านต่างๆ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าทางเลือกใดที่สอดคล้องกับเป้าหมายและสไตล์การลงทุนของตนเองมากที่สุด
| คุณสมบัติ | ฝากประจำ | ออมทองดิจิทัล |
|---|---|---|
| ความเสี่ยง | ต่ำมาก (เงินต้นได้รับการคุ้มครองโดยสถาบันการเงิน) | ปานกลางถึงสูง (ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก) |
| ผลตอบแทน | คงที่ในอัตราที่แน่นอน (ประมาณ 1-2% ต่อปี ซึ่งมักต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ) | ผันแปรตามราคาทองคำ (มีโอกาสทำกำไรสูง แต่ก็มีความเสี่ยงขาดทุนเช่นกัน) |
| เงินลงทุนขั้นต่ำ | ค่อนข้างสูง (มักเริ่มต้นที่หลักหมื่นบาท) | ต่ำมาก (บางแพลตฟอร์มเริ่มต้นที่ 100 บาท) |
| สภาพคล่อง | ต่ำ (การถอนก่อนกำหนดอาจทำให้เสียสิทธิ์ในดอกเบี้ย) | สูง (สามารถซื้อขายได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน) |
| ข้อดีหลัก | ความมั่นคงสูง, คาดการณ์ผลตอบแทนได้, เหมาะสำหรับเก็บเงินสำรอง | ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ, สะสมทีละน้อยได้, เข้าถึงง่ายและสะดวก |
| ข้อเสียหลัก | ผลตอบแทนต่ำ, แพ้เงินเฟ้อ, สภาพคล่องน้อย | มีความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวน, อาจมีค่าธรรมเนียมในการถอนทองจริง |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ, ผู้สูงอายุ, ผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้น 100% | นักลงทุนมือใหม่, ผู้ที่รับความเสี่ยงได้, ผู้ที่คาดว่าราคาทองจะปรับตัวสูงขึ้น |
แพลตฟอร์มออมทองดิจิทัลที่น่าสนใจ
ปัจจุบันมีผู้ให้บริการออมทองดิจิทัลหลายรายในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยร้านทองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ การเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการเหล่านี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของทองคำที่ลงทุนไป ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยม (ข้อมูลอ้างอิงปี 2568) ได้แก่:
- YLG Gold / Get Gold: เริ่มต้นลงทุนเพียง 100 บาท สามารถซื้อขายได้ 24 ชั่วโมง และตั้งโปรแกรมออมอัตโนมัติได้
- MTS Gold Mobile (แม่ทองสุก): เริ่มต้นที่ 100 บาท มีฟีเจอร์โอนทองคำให้บุคคลอื่นได้ และเน้นความสะดวกในการใช้งานผ่านมือถือ
- GOLD NOW (ฮั่วเซ่งเฮง): เริ่มต้นลงทุนที่ 1,000 บาท เป็นที่รู้จักในด้านความน่าเชื่อถือสูง สามารถถอนทองคำจริงได้ที่สาขา
- GCAP Gold (โกลด์สยาม): เริ่มต้นที่ 500 บาท มีระบบออมรายเดือนอัตโนมัติ และสามารถถอนทองได้เมื่อสะสมครบ 0.3 กรัม
- แพลตฟอร์มอื่นๆ: เช่น ออสสิริส, Krungthai Gold Wallet ที่เชื่อมกับบัญชีธนาคารกรุงไทย และการออมทองผ่าน TrueMoney Wallet ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง
ข้อควรระวัง: ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรเลือกผู้ให้บริการที่เป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยเพื่อความน่าเชื่อถือสูงสุด และควรตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมในการถอนทองคำจริง เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างแม่นยำ
แนวทางการตัดสินใจเลือกการลงทุนสำหรับปี 2026
การตัดสินใจว่าระหว่าง ฝากประจำ vs. ออมทองดิจิทัล ทางเลือกใดคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับปี 2026 นั้นไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินส่วนบุคคล ระดับการยอมรับความเสี่ยง และมุมมองต่อสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต
กลยุทธ์สำหรับผู้ที่เน้นความปลอดภัย (เลือกฝากประจำ)
หากเป้าหมายหลักคือการปกป้องเงินต้นให้ปลอดภัย 100% และไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด การฝากประจำยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการวางแผนในปี 2569 อาจพิจารณาการกระจายเงินฝากไปยังหลายธนาคารเพื่อเปรียบเทียบและเลือกรับอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนต้องยอมรับว่าผลตอบแทนที่ได้รับอาจไม่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งหมายความว่าอำนาจซื้อของเงินออมอาจลดลงในระยะยาว
กลยุทธ์สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ (เลือกออมทองดิจิทัล)
สำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้และต้องการโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า การออมทองดิจิทัลเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหากมีมุมมองว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มเงินเฟ้อจะยังคงสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น กลยุทธ์ที่แนะนำคือการใช้เทคนิค Dollar-Cost Averaging (DCA) หรือการทยอยลงทุนเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเฉลี่ยต้นทุนและลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อในช่วงที่ราคาสูงเกินไป การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุน
แนวทางแบบผสมผสานเพื่อสร้างสมดุล
สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ แนวทางที่ดีที่สุดอาจเป็นการผสมผสานระหว่างสองทางเลือกนี้เพื่อสร้างสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุน โดยอาจแบ่งสัดส่วนการลงทุนตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น:
- จัดสรรเงิน 30-50% ในการฝากประจำ: เพื่อเป็นเงินทุนสำรองที่มีความปลอดภัยสูงและมีสภาพคล่องที่แน่นอนสำหรับกรณีฉุกเฉิน
- จัดสรรเงิน 50-70% ในการออมทองดิจิทัล: เพื่อเป็นส่วนของการลงทุนที่มุ่งสร้างการเติบโตและป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อในระยะยาว
สัดส่วนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์และเป้าหมายของแต่ละบุคคล การกระจายความเสี่ยงเช่นนี้จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีความยืดหยุ่น สามารถรับมือกับสภาวะตลาดที่แตกต่างกันได้ดีขึ้น
บทสรุป: เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับเป้าหมายทางการเงิน
โดยสรุปแล้ว การเลือกระหว่าง ฝากประจำ vs. ออมทองดิจิทัล: 2026 เลือกอะไรดี? ไม่ได้มีคำตอบที่ถูกหรือผิดอย่างชัดเจน แต่เป็นการตัดสินใจที่ต้องอิงจากปัจจัยส่วนบุคคลเป็นสำคัญ การฝากประจำมอบความมั่นคงและผลตอบแทนที่แน่นอน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้นและไม่ชอบความเสี่ยง ในขณะที่การออมทองดิจิทัลมอบโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นและเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ก็มาพร้อมกับความผันผวนของราคา
ก่อนการตัดสินใจลงทุนในปี 2569 สิ่งสำคัญคือการประเมินเป้าหมายทางการเงินของตนเองอย่างชัดเจน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งทำความเข้าใจระดับความเสี่ยงที่ตนเองสามารถยอมรับได้ การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจในลักษณะของสินทรัพย์แต่ละประเภทอย่างถ่องแท้ จะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการสร้างความมั่งคั่งและบรรลุอิสรภาพทางการเงินในอนาคต