Home » โดนอายัดบัญชีม้า ถอนเงินสดไม่ได้? มีวิธีแก้

โดนอายัดบัญชีม้า ถอนเงินสดไม่ได้? มีวิธีแก้

สารบัญ

สถานการณ์ที่บุคคลทั่วไปพบว่าตนเอง โดนอายัดบัญชีม้า ถอนเงินสดไม่ได้ กลายเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนอย่างกว้างขวางในสังคมยุคดิจิทัล การไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนของตนเองได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง และบ่อยครั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบคือผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ กลไก และขั้นตอนการแก้ไขปัญหาจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคน

ภาพรวมของปัญหาบัญชีม้า

การอายัดบัญชีธนาคารเป็นมาตรการสำคัญที่สถาบันการเงินและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนำมาใช้เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงินของอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีฉ้อโกงออนไลน์ที่ใช้ “บัญชีม้า” เป็นเครื่องมือหลักในการรับและถ่ายโอนเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ผู้ที่ตกเป็นเจ้าของบัญชีม้า อาจเผชิญกับความยากลำบากในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์และต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอปลดอายัดบัญชี

  • ความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมออนไลน์: บัญชีที่ถูกอายัดส่วนใหญ่มักมีความเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงให้ลงทุน, การพนันออนไลน์, หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • ผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์: หลายกรณีพบว่าเจ้าของบัญชีเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวถูกขโมยไปใช้ในการเปิดบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ความจำเป็นในการดำเนินการอย่างรวดเร็ว: เมื่อทราบว่าบัญชีถูกอายัด การติดต่อธนาคารและรวบรวมหลักฐานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด คือกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหา
  • กระบวนการทางกฎหมาย: การปลดอายัดบัญชีต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากทั้งธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร

สาเหตุหลักที่ทำให้บัญชีถูกอายัด

สาเหตุหลักที่ทำให้บัญชีถูกอายัด

ความเข้าใจในคำจำกัดความและกลไกของ “บัญชีม้า” เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการตระหนักถึงความเสี่ยงและหาทางป้องกัน การอายัดบัญชีไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มา แต่เป็นผลมาจากความเชื่อมโยงของบัญชีนั้นๆ กับเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่บังคับใช้ในปัจจุบัน

บัญชีม้าคืออะไร?

บัญชีม้า (Mule Account) คือ บัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่เจ้าของบัญชีตัวจริงยินยอมให้ผู้อื่นนำไปใช้เป็นทางผ่านของเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรืออาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัวไปใช้เปิดบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน โดยเจ้าของบัญชีที่แท้จริงอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อย หรืออาจไม่รู้ตัวเลยว่าบัญชีของตนถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

ลักษณะของการได้มาซึ่งบัญชีม้ามีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจ้างวานให้เปิดบัญชีโดยตรง การหลอกลวงให้ส่งมอบข้อมูลส่วนตัวและเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนและสมุดบัญชี ไปจนถึงการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการแฮกข้อมูลหรือฟิชชิ่ง เพื่อนำไปสวมรอยเปิดบัญชีดิจิทัล

การทำงานของเครือข่ายบัญชีม้า

มิจฉาชีพใช้บัญชีม้าเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกปิดตัวตนและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ โดยเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อจะถูกโอนเข้าบัญชีม้าแถวแรก จากนั้นจะถูกถ่ายโอนต่อไปยังบัญชีม้าอื่นๆ อีกหลายทอดอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นสิบหรือร้อยบัญชีในเครือข่าย ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินทำได้ยากลำบาก และเมื่อเหยื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ บัญชีแรกๆ ที่รับเงินโอนจากเหยื่อจะถูกระบุว่าเป็น บัญชีต้องสงสัย และถูกอายัดตามขั้นตอนของกฎหมายทันที

การอายัดบัญชีเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงของมิจฉาชีพ และเป็นการระงับความเสียหายไม่ให้ลุกลาม แต่ในขณะเดียวกันก็อาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของบัญชีที่อาจเป็นผู้บริสุทธิ์ได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชี

พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญซึ่งให้อำนาจแก่สถาบันการเงินและเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการกับบัญชีต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว สาระสำคัญคือ:

  • การอายัดทันที: เมื่อมีผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารสามารถอายัดบัญชีต้องสงสัยได้ทันทีเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อระงับการทำธุรกรรม
  • การขยายเวลาอายัด: หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย จะมีคำสั่งให้ธนาคารอายัดบัญชีต่อไปอีก 7 วัน เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม
  • ความผิดทางอาญา: กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การเปิดบัญชีม้า การให้ยืมใช้บัญชี หรือการโฆษณาเพื่อการซื้อขายบัญชี เป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ

ขั้นตอนการดำเนินการเมื่อบัญชีถูกอายัด

เมื่อพบว่าไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ หรือได้รับแจ้งว่า โดนอายัดบัญชีม้า ถอนเงินสดไม่ได้ การดำเนินการอย่างเป็นระบบและรวดเร็วคือสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิ์และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง การตื่นตระหนกอาจทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าและซับซ้อนยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบและตั้งสติ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติและตรวจสอบสถานะของบัญชีให้แน่ชัด ลองทำธุรกรรมเล็กๆ น้อยๆ เช่น การโอนเงิน หรือตรวจสอบยอดเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร หากไม่สามารถทำได้และมีข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับการระงับบัญชี ให้สันนิษฐานว่าบัญชีอาจถูกอายัดแล้ว พยายามรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเท่าที่ทำได้ เช่น ธุรกรรมล่าสุดที่ผิดปกติ (ถ้ามี) หรือช่วงเวลาที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ

ขั้นตอนที่ 2: ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชี

ให้ติดต่อ Call Center หรือเดินทางไปยังสาขาของธนาคารเจ้าของบัญชีโดยทันที พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชนและสมุดบัญชี (ถ้ามี) ไปด้วย เพื่อยืนยันตัวตนและสอบถามข้อมูลสำคัญ ดังนี้:

  • สาเหตุของการอายัด: สอบถามว่าบัญชีถูกอายัดด้วยสาเหตุใด
  • หน่วยงานที่สั่งอายัด: ขอข้อมูลว่าการอายัดนี้เป็นคำสั่งจากหน่วยงานใด เช่น สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ใด หรือสถานีตำรวจภูธร (สภ.) ใด
  • หมายเลขคดี: หากเป็นไปได้ ขอข้อมูลหมายเลขคดีที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้อ้างอิงในการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ธนาคารมีหน้าที่ให้ข้อมูลเหล่านี้แก่เจ้าของบัญชี เพื่อให้สามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้อย่างถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 3: รวบรวมหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิสูจน์ว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หลักฐานที่ควรเตรียมมีดังนี้:

  • เอกสารยืนยันตัวตน: สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี: Statement การเดินบัญชีย้อนหลัง, ภาพถ่ายหน้าสมุดบัญชี
  • หลักฐานที่มาของเงิน: หากมีเงินก้อนใหญ่โอนเข้าบัญชีอย่างมีเหตุผล เช่น เงินเดือน, เงินจากการขายของออนไลน์ ควรเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สลิปเงินเดือน, สัญญาจ้างงาน, หลักฐานการซื้อขาย
  • หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้บริสุทธิ์: หากถูกหลอกให้เปิดบัญชีหรือให้ข้อมูล ควรเตรียมหลักฐานการสนทนากับมิจฉาชีพ, ประกาศรับสมัครงานที่น่าสงสัย หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าตกเป็นเหยื่อ

ขั้นตอนที่ 4: ติดต่อหน่วยงานตำรวจที่รับผิดชอบ

นำหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ในขั้นตอนที่ 3 เดินทางไปยังสถานีตำรวจที่ธนาคารแจ้งว่าเป็นผู้สั่งอายัด เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และให้การในฐานะพยานหรือผู้ต้องสงสัย พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด พนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำและพิจารณาหลักฐานประกอบสำนวนคดี

ตารางเปรียบเทียบบทบาทของธนาคารและตำรวจในกระบวนการอายัดและปลดอายัดบัญชี
หน่วยงาน บทบาทในการอายัดบัญชี บทบาทในการปลดอายัดบัญชี
สถาบันการเงิน (ธนาคาร) ดำเนินการอายัดบัญชีทันที (ภายใน 72 ชม.) เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหายผ่านระบบกลาง ดำเนินการปลดอายัดบัญชีเมื่อได้รับหนังสือหรือคำสั่งอย่างเป็นทางการจากพนักงานสอบสวน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พนักงานสอบสวน) พิจารณาข้อมูลและหลักฐานเบื้องต้น หากมีมูลจะออกคำสั่งให้ธนาคารอายัดบัญชีต่อ (7 วัน หรือมากกว่า) สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และออกหนังสือคำสั่งถึงธนาคารเพื่อขอปลดอายัดบัญชี หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของบัญชีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

กระบวนการปลดอายัดและระยะเวลา

หลังจากเข้าให้ปากคำและยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนแล้ว กระบวนการต่อไปคือการรอให้เจ้าหน้าที่พิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและมีความซับซ้อนแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี

การยื่นเรื่องขอปลดอายัด

โดยปกติแล้ว หากพนักงานสอบสวนพิจารณาหลักฐานและคำให้การแล้วเชื่อได้ว่าเจ้าของบัญชีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือตกเป็นเหยื่อเสียเอง พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้จัดทำหนังสือคำสั่งไปยังธนาคารเพื่อขอให้ “ปลดอายัดบัญชี” เจ้าของบัญชีควรติดตามความคืบหน้าของคดีกับพนักงานสอบสวนเป็นระยะ และสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งหนังสือดังกล่าวไปยังธนาคาร เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการกำลังดำเนินไปอย่างถูกต้อง

ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินการ

ระยะเวลาในการปลดอายัดบัญชีนั้น ไม่มีกำหนดที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น:

  • ความซับซ้อนของคดี: หากคดีมีความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายและบัญชีม้าจำนวนมาก การสืบสวนสอบสวนอาจใช้เวลานาน
  • ความชัดเจนของหลักฐาน: หากหลักฐานที่นำไปแสดงมีความชัดเจนและน่าเชื่อถือสูง กระบวนการพิจารณาอาจรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ปริมาณงานของเจ้าหน้าที่: จำนวนคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนอาจส่งผลต่อระยะเวลาในการดำเนินการ

โดยทั่วไป กระบวนการอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน การติดตามเรื่องอย่างสม่ำเสมอและสุภาพจึงเป็นสิ่งที่สามารถทำได้

แนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข การสร้างความตระหนักรู้และระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินและจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดจากการตกเป็นบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว

การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

  • ห้ามเปิดเผยข้อมูล: ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน, รหัสผ่าน, หรือรหัส OTP ให้กับบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด
  • ไม่ให้ยืมใช้บัญชี: ห้ามให้บุคคลอื่นยืมใช้บัญชีธนาคารของตนเองเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
  • ทำลายเอกสารสำคัญ: ทำลายเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลก่อนทิ้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด
  • ระวังการถ่ายรูปบัตรประชาชน: หลีกเลี่ยงการส่งรูปถ่ายบัตรประชาชนให้แก่แหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากจำเป็นต้องส่งเพื่อยืนยันตัวตน ควรขีดคร่อมพร้อมระบุวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดเจน

ข้อควรระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์

  • อย่าหลงเชื่อคำชักชวน: ระวังการชักชวนให้ทำงานออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยมีเงื่อนไขให้เปิดบัญชีหรือส่งมอบข้อมูลส่วนตัว
  • ตรวจสอบแหล่งที่มา: ก่อนทำธุรกรรมหรือให้ข้อมูลกับเว็บไซต์หรือบุคคลใด ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือให้ดีเสียก่อน
  • สังเกตลิงก์ปลอม: ระวังอีเมลหรือข้อความ SMS ที่แนบลิงก์ปลอม (Phishing) ซึ่งมักจะเลียนแบบหน้าเว็บไซต์ของธนาคารหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเพื่อหลอกเอาข้อมูล
  • ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก: ตั้งรหัสผ่านสำหรับบริการออนไลน์ต่างๆ ให้มีความซับซ้อนและแตกต่างกันไปในแต่ละบริการ

บทสรุปและข้อควรจำ

ปัญหาการ โดนอายัดบัญชีม้า ถอนเงินสดไม่ได้ เป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ที่ประสบเหตุ อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้หากดำเนินการอย่างถูกต้องและมีสติ การติดต่อธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด พร้อมกับการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการแก้ไขปัญหา การปลดอายัดบัญชีต้องอาศัยความร่วมมือและการพิจารณาจากหลายฝ่ายซึ่งต้องใช้เวลา

ท้ายที่สุด การป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อ ด้วยการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัยและมีสติในการทำธุรกรรมทุกครั้ง คือวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงความเดือดร้อนจากการถูกอายัดบัญชีและการเข้าไปพัวพันกับกระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนาน การตระหนักรู้และปฏิบัติตามแนวทางป้องกันอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้สามารถใช้บริการทางการเงินในยุคดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย